มาถึงวันนี้สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางชัดเจนแล้วว่ายากจะยุติลงง่ายๆ 4 สัปดาห์ 5 สัปดาห์ หรือเดือนเศษๆ อย่างที่ประธานาธิบดีทรัมป์คุยเอาไว้...ทำท่าจะเป็นไปไม่ได้...และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เริ่มออกมาฟันธงแล้วว่าน่าจะยืดเยื้อยาวนานและเดาไม่ถูกว่าจะลงเอยอย่างไร?จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วที่ กกต.เดินหน้าต่อ ประกาศ สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน เพื่อนำไปสู่การเปิดสภาเลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วเพราะในภาวะวิกฤติเช่นนี้ แม้จะยังมีรัฐบาลรักษาการทำหน้าที่อยู่ และเท่าที่โชว์ฟอร์มให้เห็นก็ถือว่าทำได้ถูกทางแล้ว แต่ยังไงๆ รัฐบาลรักษาการก็ไม่สามารถทำอะไรได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เหมือนรัฐบาลตัวจริงด้วยเหตุนี้การมีรัฐบาลตัวจริงโดยเร็วที่สุด จึงสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น...คือตัดสินใจเดินหน้าไปก่อน หากโชคดีที่มีการร้องเรียนเอาไว้เยอะๆ ไม่ทำให้การตั้งรัฐบาลใหม่สะดุดหยุดลงหรือการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะ...จะได้ลุยต่อทันทีแต่ถ้าโชคไม่ดีจำเป็นต้องสะดุด เพราะผิดกฎหมายผิดรัฐธรรมนูญจริงๆ เราก็ต้องยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น...พร้อมกับหวังว่า “รัฐบาลใหม่” ที่จะต้องกลายเป็นรัฐบาลรักษาการอีกหนนั้น...จะสามารถประคับประคองประเทศให้ฝ่าพายุสงครามใหญ่ครั้งนี้ไปได้ในระหว่างที่มีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้งดังนั้นสิ่งที่ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล จะต้องดำเนินการในการจัดตั้งรัฐบาลผสมทันทีที่เปิดประชุมสภาและเลือกนายกฯใหม่ ซึ่งก็คือคุณอนุทินนั่นแหละ...ก็คือการขอร้องให้ พรรคร่วม ไม่ว่าพรรคไหนก็ตาม ส่งคนที่ดีที่สุดเหมาะสมที่สุดมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี!ไม่ควรใช้ระบบโควตาหรือระบบตอบแทนบุญคุณบ้านใหญ่ส่งบรรดาหน้าเก่าเต้าหู้ยี้ทั้งหลายกลับมาโดยเด็ดขาดจะต้องพูดจากันให้รู้เรื่องว่า ณ นาทีนี้ ประเทศไทยของเราจะต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติที่หนักที่สุด นับตั้งแต่สถานการณ์เศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ของโลก เมื่อ พ.ศ.2473 (1930) มาจนถึงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ.2482-2488)จะยกตำแหน่งรัฐมนตรีให้ท่านหมู ท่านแมว ที่ไหนก็ได้ ในแบบที่ทำกันมาในภาวะปกตินั้น...เห็นจะไม่ได้อีกแล้วเพราะทุกกระทรวงทบวงกรมที่เราออกแบบกันไว้นั้น ล้วนมีประโยชน์และมีคุณค่าต่อการพัฒนาประเทศทั้งสิ้น...จะต้องประสานกันจะต้องบูรณาการกันจึงจะเป็นพลังในการแก้ปัญหาหรือการเผชิญภาวะวิกฤติ...ควบคู่ไปกับการเตรียมประเทศไว้สำหรับอนาคตผมนั่งฟังท่าน ลีเซียนลุง อดีตนายกฯสิงคโปร์พูดจากับชาวสิงคโปร์มาหลายวันแล้ว ตามมาด้วยท่าน ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกฯสิงคโปร์ปัจจุบัน ซึ่งทั้งคู่ต่างบอกกับชาวสิงคโปร์ว่า “เราจะอยู่อย่างเดิมไม่ได้แล้วเพราะโลกมันเปลี่ยนแล้ว”สงครามครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก ทั้งในด้านภูมิรัฐศาสตร์ และในด้านเศรษฐกิจการค้าระบบเดิมๆ กติกาเดิมๆที่โลกใช้อยู่จะไม่เหลืออีกต่อไปพี่น้องชาวสิงคโปร์จะต้องปรับตัวและรัฐบาลสิงคโปร์ก็จะต้องปรับตัวผมจำรายละเอียดทั้งหมดไม่ได้ จำได้แค่คำปราศรัยพาดหัวและสีหน้าสีตาตลอดจนน้ำเสียงจริงจังที่ท่าน ลี และท่าน หว่อง พูดกับคนสิงคโปร์แล้ว คงต้องยอมรับว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกจริงๆในขณะที่ของเขาเจริญไปกว่าเราแค่ไหนเขายังกลัวและบอกคนของเขาว่าต้องเปลี่ยนแปลงนะเว้ย ต้องเตรียมตัวกันใหม่นะเว้ยของเราจะย่ำเท้ากันอยู่ในวังวนเดิมต่อไปอีก... มันจะไม่ไหวเอานะนาผมจึงหวังว่าคุณอนุทินจะฉวยโอกาสนี้บอกแก่พรรคที่จะมาเป็นรัฐบาล (รวมทั้งในพรรคของท่านเองด้วย) ว่าเรากลับมาใช้วิธีแบ่งโควตาหรือทฤษฎีต่างตอบแทนแบบเก่าเห็นจะไม่ได้แล้ว...จะต้องเลือกคนเก่งคนดีรุ่นใหม่ๆเข้ามาทำหน้าที่ในทุกหน้าที่ ส่วนพวกเก่าๆ ประเภทได้ยินชื่อก็ร้องยี้แล้วนั้น ก็ให้อยู่หลังฉากเป็นที่ปรึกษาไปไหนๆ คุณอนุทินก็ชอบพูดอยู่เสมอว่าจะเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส...ก็ลองใช้วิกฤติที่เราต้องเผชิญอยู่ เลือกรัฐมนตรีด้วยวิธีใหม่เสียเลย...หนูจะได้เป็นราชสีห์ก็คราวนี้แหละครับ.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม