เรื่องราวของพฤติกรรมการทุจริตของอดีตเจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์ของธนาคารที่แอบจดข้อมูลบัตรเครดิต และบัตรประชาชนของลูกค้าธนาคาร นำข้อมูลในบัตรไปใช้จ่ายส่วนตัว เคยเป็นข่าวโด่งดังมาแล้วหลายครั้งส่งผลต่อความเสียหายลูกค้าปี 2559 น.ส.เสาวนีย์ ซึ่งเป็นพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ของธนาคารร่วมกับ นายสาธิต ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้าแอบจดบันทึกและสำเนาข้อมูลบัตรเครดิต บัตรประจำตัวประชาชนลูกค้าไว้โดยมิชอบก่อนนำข้อมูลบัตรเครดิตของผู้เสียหายใช้สั่งซื้อสินค้า และชำระค่าบริการในประเทศ-ต่างประเทศต่อมาบริษัทเข้ามาตรวจพบว่า พฤติการณ์ของผู้ต้องหามีการทุจริต มีคำสั่งให้ออกจากงานน.ส.เสาวนีย์ สมัครเข้าทำงานบริษัทที่มีหน้าที่ผู้ให้บริการธนาคารอีกแห่งเป็นเวลา 3-4 เดือน แต่ยังคงกระทำการในลักษณะเดียวกันร่วมกับพวกนำข้อมูลบัตรเครดิตของคนที่ได้ชื่อเป็น “ลูกค้า” นำออกมาใช้จ่ายส่วนตัวทำให้มีทรัพย์สินส่วนตัวของผู้ต้องหาเพิ่มขึ้นสูงอย่างน่าผิดปกติ อาทิ บ้านพักย่านพระราม 2 มูลค่า 2 ล้านบาท รถยนต์มินิคูเปอร์ 2.5 ล้านบาท รถยนต์ฮอนด้า 1.4 ล้านบาท และรถยนต์โตโยต้า 1 ล้านบาทตำรวจจับกลุ่มขบวนการขยายผลอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทั้งหมด น.ส.เสาวนีย์ หลบหนีกบดานอยู่ในพื้นที่ จ.พัทลุงพล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่ง พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย รรท.ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.มนตรี สงคง สว.กก.6 บก.ป. ติดตามหาเป้าหมายก่อนจับกุม น.ส.เสาวนีย์ อายุ 42 ปี ข้อหา “ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นใช้ประโยชน์ในการชำระสินค้าและค่าบริการหรือใช้เบิกถอนเงินสด ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นและประชาชน, มีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบและลักทรัพย์”ปิดคดีสาวแสบคัดบัตรลูกค้าโกงเงิน.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “เลขที่1 วิภาวดีฯ” เพิ่มเติม