สงครามได้เริ่มขึ้นแล้วตามความคาดหมายเมื่อวันที่ 28 ก.พ. หลังกองทัพสหรัฐฯและอิสราเอล ได้ร่วมกันเปิดฉากโจมตีต่อประเทศ “อิหร่าน” ในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยการทิ้งระเบิดในระลอกแรก มีความตั้งใจที่จะเด็ดหัวแกนนำระดับสูงในรัฐบาลอิหร่านให้ได้มากที่สุด มีรายงานยืนยันสำนักงานของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดถูกถล่ม ตามด้วยสำนักงานของสภาผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีหน้าที่คัดเลือกผู้ที่จะมาสืบทอดตำแหน่งอยาตอลเลาะห์ต่อไปในกรณีคนเก่าเสียชีวิตรูปการณ์จะเป็นเช่นไร ต้องจับตาดูกันอย่างกระชั้นชิด แต่ศึกครั้งนี้ถือว่าไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะถือเป็นการสงครามระหว่างชาติมหาอำนาจ ซึ่งเป็นสาเหตุว่าทำไมสหรัฐฯจึงต้องใช้กองเรือบรรทุกเครื่องบินถึง 2 กองคือ ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น และยูเอสเอส เจรัลด์ ฟอร์ดแม้กองเรือบรรทุกเครื่องบินกองที่ 2 จะไม่ได้เคลื่อนทัพไปจ่อคอหอยอิหร่านในทะเลอาระเบียน (ทางภาคใต้ของอิหร่าน) เหมือน กับกองเรือแรก แต่ประจำอยู่ในตำแหน่งเมืองไฮฟา ทางตอนเหนือของอิสราเอลซึ่งกรณีนี้ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า กองทัพอิหร่านมีอาวุธยุทโธปกรณ์และขีปนาวุธในระดับที่เป็นภัยคุกคาม และทำให้กองเรือสหรัฐฯไม่สามารถไปกระจุกอยู่ที่เดียวกันเพื่อรุมถล่มอิหร่านเพียงฝ่ายเดียวกองเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯกำลังแบ่งบทบาท “ดาบ” สำหรับการรุกและ “โล่” สำหรับการป้องกัน โดยมียูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ทำหน้าที่เป็นดาบบินจากทะเลเข้าโจมตีอิหร่านโดยตรง ขณะที่ยูเอสเอส เจรัลด์ ฟอร์ด อยู่ในน่านน้ำอิสราเอล ทำหน้าที่รับยิงสกัดกั้นจรวดร่อน โดรนพิฆาตหรืออื่นๆที่บินมาจากอิหร่านแน่นอนมีความเป็นไปได้ที่กองทัพสหรัฐฯเลือกที่จะลด “ความเสี่ยง” ต่อกองเรือบรรทุกเครื่องบิน ให้ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ที่กำลังพลมีความสดกว่า มีขวัญกำลังใจที่ดีกว่า ท้าชนกับภัยคุกคามไปตรงๆ ขณะที่ยูเอสเอส เจรัลด์ ฟอร์ด เอาไปไว้ห่างๆ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องนานเกินไป บรรดาลูกเรือยังไม่ได้มีโอกาสพัก อยู่บนเรือยาวมาตั้งแต่ศึกเวเนซุเอลา ในภูมิภาคอเมริกาใต้ไม่รวมถึงรายงานความเคลื่อนไหวจากฝ่ายจีน ที่รอยเตอร์อ้างว่ากำลังใกล้จะส่งมอบจรวดความเร็วเหนือเสียงสำหรับการจมเรือรบขั้นสูงให้กับกองทัพอิหร่าน ปัจจัยนี้ก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน. ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม