“ธรรมนัส” บอกภูมิใจไทยยังไม่ติดต่อมา ลั่นมีจุดยืนและศักดิ์ศรีพอ ไม่วิ่งไปหาใคร โยนพรรคแกนนำเคาะถ้าเสียงพอแล้ว "กล้าธรรม" พร้อมเป็นฝ่ายค้านตรวจสอบ ทำใจภูมิใจไทยเปลี่ยนไป การเมืองก็เป็นแบบนี้ โวยอย่าดึง “เนวิน” มาเกี่ยว เดี๋ยวจะผิดกฎหมายแฉลูกพรรครายงานหมดมีดีลซื้องูเขียวติดต่อมาจริง “ณัฐชาติ” แจงอยู่กับผู้กองไปไหนไปกัน “ยศสิงห์” มั่นใจในพรรคไม่มีงูเห่า “อนุทิน” เด้งเชือกย้ำยังไม่ได้คุยกับ “ธรรมนัส” รอ กกต.รับรอง สส. ทั้งหมด “ยศชนัน” เผยคุยกับแกนนำ ภท. ไม่มีตีกลับชื่อ รมต. “หนิม” ชี้ไร้แรง กระเพื่อมปล่อยข่าวแซะกันเอง พท.โชว์พร้อมลุยงานกู้คืนศรัทธา จ่อดัน 4 กฎหมายทันทีที่เปิดสภาฯ เกลี่ย 5 รมว. 3 รมช. ยึดโยงพื้นที่โกยคะแนน “เสรีพิศุทธ์” ยื่นสอบจริยธรรมสกัด “อนุทิน” กินรวบทั้งประเทศร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ยืนยันยังไม่ได้รับการติดต่อทาบทามจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้เข้าร่วมรัฐบาล ลั่นมีจุดยืนและมีศักดิ์ศรี จะไม่วิ่งเข้าไปหาใคร หากพรรคแกนนำชัดเจนว่าพร้อมเป็นรัฐบาลโดยไม่มีพรรค กธ. พรรค กธ.พร้อมทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาล“ธรรมนัส” เผย ภท.ยังไม่มีติดต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 27 ก.พ.ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกภายหลังจากกลับจากไปพักผ่อนที่ประเทศฟินแลนด์เมื่อวันที่ 25 ก.พ. จากนั้น ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ว่า ยังไม่มีใครติดต่อมายังไม่ได้คุยกับใคร จนถึงวินาทีนี้ยังไม่ทราบพรรค กธ.จะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ หัวหน้าพรรค ภท. ยังไม่ได้คุยกัน รวมถึงไม่มีสัญญาณใดๆ ต้องเรียนว่าสาเหตุที่ไม่ได้พูดคุยกัน เพราะไม่ได้โทรศัพท์ไปหาใคร รวมถึงคนในพรรค ภท.คนอื่นๆก็ไม่ได้โทร.มา เมื่อถามว่าได้สัญญาอะไรไว้กับนายอนุทินหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่เคยสัญญาอะไรกับใคร เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัสเคยระบุว่านายอนุทินเคยพูดว่าถ้าไม่มีใครจับกับพรรค กธ.ก็มาจับมือกัน 2 พรรค ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การเมืองไม่มีสัญญาอะไรมีแต่วันพรุ่งนี้ ไม่มีเมื่อวานมีศักดิ์ศรีไม่วิ่งหาใครพร้อมเป็นฝ่ายค้านเมื่อถามว่าจะบอกได้เมื่อไหร่ว่าพรรค กธ.จะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า เรื่องนี้เป็นมารยาททางการเมือง เราต้องให้พรรคอันดับ 1 แกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเลือกใคร หรือไม่เลือกใครร่วมรัฐบาลเป็นสิทธิ์ของเขา เมื่อหัวหน้าพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลให้ข่าวแล้วว่ายังดีลไม่จบต้องให้เกียรติเขาก่อน ไม่ควรออกตัวว่าจะไปซ้ายหรือขวา สิ่งสำคัญต้องมีศักดิ์ศรี ถ้าไม่มีก็อย่ามาเป็นนักการเมือง เมื่อถามย้ำว่าส่วนตัวจะไม่ตัดสินใจเอง จะรอสัญญาณการร่วมเป็นรัฐบาลใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตนไม่ได้ตัดสินใจเอง เพราะต้องรอการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ท้ายสุดจุดยืนเราจะอยู่ตรงไหน และอยู่ที่พรรคแกนนำเขาจะว่าอย่างไร หากวันหนึ่งได้รับคำตอบชัดเจนว่าเขาพร้อมแล้ว โดยไม่มีพรรค กธ. เราก็พร้อมเป็นฝ่ายค้านคอยตรวจสอบภูมิใจไทยเปลี่ยนไปการเมืองก็แบบนี้เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ล่มหัวจมท้ายกับพรรค ภท.มา แต่วันนี้ไม่มีความชัดเจนในการร่วมรัฐบาล เหตุใดถึงต้องรอให้พรรค ภท.ตัดสินใจ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตนมีจุดยืนและพรรค กธ.มีจุดยืน เราจะไม่วิ่งเข้าไปหาโดยไม่มีศักดิ์ศรี ไม่ใช่สไตล์ตน เมื่อถามว่าก่อนการเลือกตั้งและภายหลังการเลือกตั้งพรรค ภท.เปลี่ยนไปหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ การเมืองก็เป็นแบบนี้อย่าดึง “เนวิน” มาเกี่ยวเดี๋ยวผิด ก.ม.เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ในฐานะครูใหญ่พรรค ภท.แล้วหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ทำไมต้องคุยกับนายเนวิน อย่าดึงท่านมาเกี่ยว อย่างการดีลจัดตั้งรัฐบาลครั้งที่แล้วตนก็พูดคุยเพียงกับหัวหน้าพรรค ภท. คือนายอนุทิน เพราะฉะนั้นอย่าดึงบุคคลภายนอกมาเกี่ยวข้อง เดี๋ยวจะผิดกฎหมาย ส่วนนายอนุทิน มีสิทธิ์ขาดตัดสินใจของพรรค ภท.หรือไม่ ไม่ทราบ เป็นเรื่องของเขาลูกพรรครายงานงูเขียวดีลมาจริงเมื่อถามถึงดีล 9 สส.งูเขียวให้โหวตสนับสนุนพรรค ภท. ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตอนอยู่ที่ฟินแลนด์มี สส.พรรค กธ.โทร.มารายงานว่ามีการติดต่อมาจริง ทุกคนรายงานหมด ส่วนใหญ่เป็นบุคคลตามที่เป็นข่าว ส่วน สส.กลุ่มเพื่อนต่อของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เราคุยกันทุกวัน นายเฉลิมชัยตอบสื่อมวลชนไปแล้วว่าชัดเจน ไปไหนไปกัน อยู่ล่มหัวจมท้ายด้วยกัน ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ เมื่อถามว่าถ้าเป็นฝ่ายค้านจะมีวิธีอย่างไรทำให้ลูกพรรคไม่โหวตแตกแถวเป็นงูเห่า ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า สส.พรรค กธ.ถ้าเป็น สส.เก่าที่มาตั้งแต่พรรค พปชร.18 คนเป็นเลือดตน 100% เราผ่านอะไรกันมาเยอะ ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เราอยู่ด้วยกันมาตลอด สส.หน้าใหม่ทั้งหมดคือลูกน้องตน เมื่อถามว่ามองอย่างไรหากพรรค พท.มาบริหารกระทรวงเกษตรฯ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า โนคอมเมนต์ แต่ยังห่วงงานในกระทรวงเกษตรฯ ห่วงอนาคตของเกษตรกร ยังมีหลายเรื่องที่ตนอยากจะทำ สมมติหากคนที่ไม่เข้าใจภาคการเกษตรจริงๆ แล้วมานั่งตรงนี้จะเหนื่อย เมื่อถามว่าเงื่อนไขการร่วมรัฐบาลคืออะไร และถ้ามีข้อเสนอว่าพรรค กธ.ร่วมรัฐบาล แต่ ร.อ.ธรรมนัสไม่รับตำแหน่ง ร.อ.ธรรมนัสหัวเราะในลำคอ ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไป“ณัฐชาติ” ย้ำชัดเจนอยู่กับ “ผู้กอง”เมื่อเวลา 12.00 น.ที่สำนักงาน กกต. นายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ สส.เขต 3 สุพรรณบุรี พรรค กธ. ให้สัมภาษณ์กรณีมีชื่อเป็น 1 ใน 9 สส.งูเขียวถูกดีลจากพรรค ภท.แยกร่วมรัฐบาลว่า ตกใจกับข่าว ไม่รู้เรื่องเลย ไม่มีมูลความจริง ยืนยันไม่มีพรรคไหนมาทาบทาม ยอมรับว่าตกใจมากเมื่อเห็นข่าว เพิ่งมาเป็น สส.สมัยแรก และเป็น จ.สุพรรณบุรีด้วย ถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตเลยที่มีข่าวบนหน้าสื่อว่ามีชื่อเป็นอย่างนั้น เป็นประสบการณ์ทำให้เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันเรื่องความคิดตัวเอง ขอยืนยันไม่ว่า ร.อ.ธรรมนัสไปที่ไหนจะไปด้วย“ยศสิงห์” มั่นใจ กธ.ไม่มีงูเห่าขณะที่ จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รมช.อุตสาหกรรมกล่าวภายหลังพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัสว่า ไม่ได้มาปรึกษาเรื่องร่วมรัฐบาล ความชัดเจนต้องรอ ร.อ.ธรรมนัส ในพรรคคุยกันรู้เรื่องหมดแล้ว ไม่ต้องต่อสายคุยกับใครเป็นพิเศษ ให้ ร.อ.ธรรมนัสเป็นผู้ตัดสินใจ ทุกคนพร้อมปฏิบัติตาม และในพรรคไม่มีงูเห่าเด็ดขาด ยืนยันว่าจะไปด้วยกันทั้งหมด เราพร้อมทำงานฝ่ายไหนก็ได้ เป็นนักการเมืองต้องพร้อม อยู่ฝ่ายไหนก็ได้หมด ทำงานเพื่อประเทศชาติ“บุญยิ่ง” บอกคุยกันแค่เรื่องงานขณะที่เวลา 14.20 น. ที่รัฐสภา นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรค กธ. เดินทางมารายงานตัว สส. พร้อมบอกผู้สื่อข่าวว่า ต้องไปต่างประเทศจึงมารายงานตัวก่อน เมื่อถามว่าได้เจอ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษา พรรค กธ. บ้างหรือไม่ นางบุญยิ่งนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะบอกว่านี่ราชบุรี ไม่ใช่พะเยา เมื่อถามว่ายังได้เป็นรัฐบาลอยู่หรือไม่ นางบุญยิ่งกล่าวว่า ไม่ทราบ และยังไม่ได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัสเรื่องนี้ คุยแต่เรื่องงาน“หนู” ย้ำยังไม่ได้คุยกับ “ธรรมนัส”เมื่อเวลา 13.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย หัวหน้า พรรค ภท. เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลเพื่อไปปฏิบัติภารกิจที่ จ.แพร่ ก่อนที่ขบวนรถจะออกจากทำเนียบฯ นายอนุทินสั่งให้ขบวนรถจอดหน้าตึกไทยคู่ฟ้า แวะทักทายนักศึกษาฝึกงานที่มาถ่ายรูปตึกไทยคู่ฟ้าและลงมาทักทายพร้อมถ่ายรูปร่วมกับนักศึกษาอย่างเป็นกันเอง พร้อมสอบถามว่าฝึกงานที่หน่วยงานใด พร้อมอวยพรขอให้โชคดี อย่างไรก็ตาม ก่อนขึ้นรถผู้สื่อข่าวถามว่าได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ. แล้วหรือยัง นายอนุทินตอบว่า ขอให้รอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศรับรอง สส. ทั้งหมดเลยสัมมนา สส.ใหม่ไม่เกี่ยวตั้งรัฐบาลเมื่อถามว่าการสัมมนา สส.พรรค ภท.ที่ จ.บุรีรัมย์ จะชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลเลยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ที่เขานัดเนื่องจากหาก กกต.รับรอง สส.ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ จะเป็นการปฐมนิเทศเลย เมื่อถามย้ำว่าการสัมมนาครั้งนี้จะแบ่งโควตารัฐมนตรี รวมถึงตำแหน่งต่างๆชัดเจนเลยใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เกี่ยว คนละเรื่องกัน เมื่อถามว่าจำนวน สส. 292 เสียงจะมีมาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายอนุทินตอบเลี่ยงว่า have a good weekend สบายๆ เมื่อถามถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะได้รับการพักโทษช่วงเดือน พ.ค.จะสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ก่อนออกจากทำเนียบฯไปอุบไต๋ไม่ตอบปมพรรค กธ.ต่อมาเวลา 14.25 น. ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) นายอนุทินให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงไทม์ไลน์ขั้นตอนโหวตเลือกนายกฯ ว่า ตอนนี้ยังมีหลายปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาลรักษาการ เช่น การประกาศรับรองรายชื่อ สส. แม้จะรับรองแล้วแต่เป็น สส.เขต 396 เขต ส่วน สส.บัญชีรายชื่อยังไม่ทราบว่าจะรับรองเมื่อไหร่ รวมถึงการร้องเรียนต่างๆ ต้องรอให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางจนมั่นใจว่าดำเนินการตามขั้นตอนที่มันควรจะเป็นได้ ไม่ว่าจะนัดประชุมสภาฯ เปิดประชุมสภาฯเลือกประธานสภาฯ สองวันก่อนได้พบกับเลขาธิการสภาฯ ถามท่าน บอกว่าเดี๋ยวจะแจ้งตนมา เมื่อการรับรอง สส.ครบถ้วนแล้ว ต้องทำเรื่องกราบบังคมทูลฯ เชิญเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดประชุมรัฐสภา ตรงนี้เป็นสิ่งที่อยู่เหนือทุกสิ่ง ต้องรอ แต่ได้แจ้งให้เลขาธิการสภาฯทราบว่าพร้อมจะรับการประสาน เพราะยังมีบางเรื่องที่ตนต้องลงนาม ตอนนี้รอการแจ้งมา เมื่อถามว่าหลายคนอยากได้คำตอบเรื่องพรรค กธ. นายอนุทินชี้นาฬิกาบอกว่า “ประกาศครั้งสุดท้าย” (เครื่องบินจะขึ้นแล้ว) ก่อน เดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันทีควงภริยาไหว้พระธาตุช่อแฮกระทั่งเวลา 14.35 น. นายอนุทินพร้อม น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา ออกเดินทางจาก บน.6 ไป จ.แพร่ เปิดงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2569 ที่วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง ต.ช่อแฮ อ.เมืองแพร่ มีนายวราวุธ ศิลปอาชา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกฯ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล ร่วมคณะ นายกฯได้ร่วมชมขบวนแห่เครื่องสักการะจาก 8 อำเภอ หน้าสวนรุกขชาติช่อแฮ จากนั้นอัญเชิญผ้าห่มพระธาตุ เดินขึ้นบันไดเสือ ประกอบพิธีห่มผ้าพระธาตุช่อแฮ่ มีนายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผวจ.แพร่ หัวหน้าส่วนราชการและประชาชนร่วมพิธี2 วัน สส.รับใบรับรองแล้ว 207 คนเมื่อเวลา 08.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่สองของการเปิดให้ สส.มารับหนังสือรับรองเพื่อไปรายงานตัวที่รัฐสภา มี สส. ทยอยเดินทางมารับหนังสือรับรองต่อเนื่อง โดยนายณรงค์ รักร้อย กกต. มาตรวจดูความเรียบร้อย มีนายนิกร โสมกลาง สส.นครราชสีมา เขต 8 พรรคเพื่อไทย (พท.) มารับหนังสือรับรองเป็นคนแรก ต่อมาเป็นนางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรค ภท. พร้อมให้สัมภาษณ์หลังมีรายชื่อติดโผ ครม.ว่า ทราบตามที่สื่อนำเสนอข่าว รู้พร้อมกับสื่อ แต่ยังไม่ได้รับการทาบทามหรือมีข้อมูลใดๆ วันที่ 6 มี.ค. สส. พรรค ภท.จะรวมตัวไปรายงานตัวที่สภาฯ ความชัดเจนน่าจะเกิดขึ้นในการสัมมนาพรรคที่ จ.บุรีรัมย์ ขณะที่ น.ส.จิตณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล สส.ศรีสะเกษ เขต 5 พรรค ภท. มารับหนังสือรับรองพร้อมครอบครัว จนถึงเวลา 16.30 น. มี สส.มารับหนังสือรับรอง 66 คน ทำให้ขณะนี้มี สส.มารับหนังสือรับรองแล้ว 207 คน จาก 396 คน“ยศชนัน” นำทีม สส.เขตเข้าสภาฯเมื่อเวลา 09.30 น. ที่พรรค พท. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ และว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค พท.และว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่ สส. บัญชีรายชื่อ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท.และว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ นำคณะ สส.แบบแบ่งเขตพรรค พท.ขึ้นรถบัส EV จากพรรคมาถึงอาคารรัฐสภาเวลา 10.00 น. ได้ไป สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำรัฐสภา พระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระภูมิชัยมงคล และศาลตาศาลยาย เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาฯ นายยศชนันกล่าวว่า ภูมิใจที่ได้ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ เพื่อพี่น้องประชาชน ถือเป็นสิ่งที่ดีงามของพรรคที่มีมาอย่างยาวนาน เรารวมตัวมาพร้อมกัน เพื่อแสดงความเป็นปึกแผ่นพร้อมเริ่มทำงานให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน ยันคุยแกนนำ ภท.ไม่มีตีกลับชื่อ รมต.นายยศชนันให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าจัดสรรโควตารัฐมนตรีว่า ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยอะไรกันเพิ่มเติม หลังจากวันได้พบกันที่พรรค ภท. สิ่งจำเป็นตอนนี้คือการดูภายในพรรคให้พร้อม ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหนต้องพร้อมทำหน้าที่และทำงาน เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่พรรค ภท.ตีกลับรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีของพรรค พท. นายยศชนันกล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีเรื่องนี้ เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวพรรค ภท. อยากได้คนรุ่นใหม่เป็นรัฐมนตรี พรรค พท.จะนำเรื่องนี้ไปพิจารณาหรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า ทุกเรื่องเรานำมาหารือกันทั้งหมดอยู่แล้ว เราพยายามดูบุคลากรต่างๆ เพื่อจะทำงานร่วมกับรัฐบาลได้อย่างเหมาะสม ทำงานได้กับทุกคน เมื่อถามว่าส่วนตัวจะนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษาฯหรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า ยังคงจะไม่ให้ข้อมูลอะไร หากแน่ชัดจะแจ้งให้ทราบ ส่วนบางกระทรวงเผือกร้อน เช่น กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงแรงงาน มีข่าวจะถูกจัดมาให้พรรค พท. ยืนยันไม่มีเผือกร้อนที่เกี่ยวกับประเทศ หรือกระทรวงเกรดเอ บี ซี ทุกกระทรวงสำคัญทั้งหมด หลักการมีอยู่แค่นี้ น่าจะสามารถเดินหน้าไปได้“หนิม” ปัด พท.ไม่มีแรงกระเพื่อมด้านนายจุลพันธ์กล่าวว่า วันที่ 26 ก.พ. ได้คุยกับแกนนำพรรค ภท.แล้ว เกี่ยวกับกระแสข่าวตีกลับรายชื่อรัฐมนตรีพรรค พท.ว่าเกิดอะไรขึ้น ทางนั้นยืนยันว่าไม่มีข่าว เพราะมีไม่ได้ เนื่องจากพรรค พท. ยังไม่ได้ยื่นรายชื่อยืนยันคุณสมบัติคนของพรรค 3-4 รายชื่อตามข่าว เป็นบุคลากรทรงคุณค่าของพรรค ผ่านมาทั้งการบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติและประวัติ ทำงานพิสูจน์แล้วไม่มีอะไรด่างพร้อย ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย พรรคไม่ได้คิดอะไรมากกับข่าวนี้ เป็นปกติการเมืองช่วงสุญญากาศ ทุกพรรคต้องรอให้กระบวนการ ของพรรคหลักจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้น และหากเสนอชื่อโควตารัฐมนตรีของพรรคไปแล้วถูกตีกลับต้องหารือกัน ยังไม่เห็นเหตุการณ์ การจะไปสมมติจะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ขอรอให้มีการนั่งคุยกันก่อน ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไร เมื่อถามว่ากระแสข่าวที่ออกมาเป็นแรงกระเพื่อมที่ปล่อยจากภายในพรรค พท.หรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไม่มี พรรค พท.สมัครสมานสามัคคีกัน วันศุกร์หน้า สส.บัญชีรายชื่อของพรรคเราจะยกขบวนกันมารายงานตัว อย่าง สส.แบบแบ่งเขตที่มากันครบรอ ภท.ตั้ง รบ.เกือบ 300 เสียงจบก่อนนายจุลพันธ์กล่าวว่า พรรคยังไม่ได้พูดคุยการแบ่งโควตา ครม. จากการพูดคุยเบื้องต้นกับพรรค ภท.พูดคุยเรื่องการทำงานไปข้างหน้า ยืนยันยังไม่ได้พูดคุยกันว่าแต่ละพรรคถนัด หรือจะแบ่งจัดสรรกันอย่างไร เราไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่ง ต้องรอการจัดตั้งรัฐบาลรวบรวมเสียงให้ครบถ้วน แต่ฟังจากข่าวได้ยินว่าเกือบได้ 300 เสียงแล้ว เป็นตัวเลขยืนยันว่าเดินหน้าสู่รัฐบาลได้ จากนี้หน้าที่ของพรรคแกนนำต้องนัดหมายพูดคุยถึงความเหมาะสมของบุคลากร และความถนัดของแต่ละพรรค เพื่อดำเนินการ ตามนโยบายขับเคลื่อนรัฐบาลร่วมกัน อำนาจแต่งตั้ง ครม.ตามกฎหมายเป็นของนายกฯ หลังรับรอง สส.คาดว่าจะเปิดสภาฯ ช่วงปลายเดือน มี.ค.เพื่อเลือกประธานสภาฯ แล้วจะเข้าสู่การเลือกนายกฯ จากนั้นชัดเจนว่าเป็นอำนาจหน้าที่นายกฯ ส่งรายชื่อไปตรวจสอบประวัติและนำขึ้นทูลเกล้าฯ จากประสบการณ์เคยทำงานร่วมกับนายอนุทิน เชื่อว่าจะมีการพูดคุยเกิดขึ้นเพื่อให้ราบรื่นและเข้าใจตรงกัน“อ.เชน” ถกเตรียมดัน 4 ก.ม.สำคัญต่อมาเวลา 16.30 น. นายยศชนัน โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กมีภาพนายจุลพันธ์ นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค พท.และคณะทำงานร่วมประชุม พร้อมข้อความว่า เรามาเริ่มทำงานกัน สำหรับตนและพรรค พท. งานนิติบัญญัติคือ “กระดูกสันหลัง” ของการเปลี่ยนประเทศ เราทำงานทุกวันเพื่อเปลี่ยนเสียงสะท้อนจากพื้นที่ให้กลายเป็นกฎหมายที่ประชาชนเห็นผลลัพธ์ได้จริง โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นหัวใจหลักยกระดับคุณภาพชีวิตและปลดล็อกศักยภาพคนไทย บทบาทนิติบัญญัติในฐานะ สส.คือบทบาทเชื่อมโยงกับประชาชนมากที่สุด และเราพร้อมทำงานทันทีที่สภาฯเปิด เราเตรียมร่างกฎหมายที่พร้อมยื่นทันที 4 ประเด็นสำคัญ ทั้ง New Growth Engine สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่จากนวัตกรรม ความมั่นคงในทุกมิติของโลกยุคใหม่ การออกแบบกติกาสังคมที่โปร่งใส ทันสมัย และโครงสร้างพื้นฐานที่คนไทยทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อสร้างระบบเอื้อต่อการเติบโตและสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ประชาชนในระยะยาวเกลี่ยแบ่งเค้ก 5 รมว. 3 รมช.ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรค พท.ว่า พรรค พท. ได้รับจัดสรรรัฐมนตรี 8 เก้าอี้ เป็น รมว. 5 ตำแหน่ง คือ รมว.เกษตรฯ รมว.ศึกษาธิการ รมว.การอุดมศึกษาฯ รมว.แรงงาน และ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วางตัวว่าที่รัฐมนตรีไว้แล้วบางส่วนที่ชัดเจนคือแคนดิเดตนายกฯพรรคทั้ง 3 คน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคและอีก 1 คน คาดว่านายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคที่มีส่วนสำคัญในการเลือกตั้ง ยังไม่ได้กำหนดว่าจะให้ใครไปกำกับดูแลกระทรวงใด ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือว่าใครนั่งตำแหน่งใดจะเหมาะสมที่สุด ขับเคลื่อนงานได้เป็นรูปธรรมที่สุด เพราะต้องเข้าไปขับเคลื่อนนโยบายที่หาเสียงไว้ เพื่อสร้างคะแนนนิยมให้พรรค ตอกย้ำการสร้างผลงานให้ประชาชนกลับมาเลือกพรรค พท.เหมือนที่ผ่านมาตั้ง รมช.ยึดโยงพื้นที่สร้างคะแนน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ รมช. 3 ตำแหน่ง จะได้นั่งกระทรวงที่พรรค พท.ดูแล อาจอยู่ในกระทรวงเกษตรฯ 2 ตำแหน่ง และกระทรวงศึกษาฯ 1 ตำแหน่ง ยังไม่มีการวางตัวบุคคล แต่มีรายชื่อ สส.ที่เหมาะสมอยู่ในตะกร้า อาทิ นางมนพร เจริญศรี อดีต รมช.คมนาคม สส. 5 สมัย น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ ทำผลงานดีในพื้นที่ จ.นครราชสีมา นายพัฒนา สัพโส สส.สกลนคร 4 สมัย เป็นบ้านใหญ่สกลนคร มีลูกสาวเป็น สส.และภรรยาเป็นนายก อบจ. รวมทั้งนายศุภชัย นพขำ สส.ปทุมธานี 2 สมัย ที่โดดเด่นเป็น สส.หนึ่งเดียวใน 11 จังหวัดรอบ กทม.ที่ฝ่าด่านเข้ามาได้ นอกจากนี้ ตัวแทน จ.อุดรธานี ที่ทำผลงานได้ สส.หลายคน มีลุ้นชื่ออยู่ในตะกร้าด้วย ผู้บริหารพรรคจะพิจารณาอีกครั้งให้ความสำคัญเชื่อมโยงกับพื้นที่ ต้องการให้รัฐมนตรีเป็นตัวแทนพื้นที่นำปัญหาของประชาชนมาขับเคลื่อนแก้ไข สร้างคะแนนนิยมให้พรรคในการเลือกตั้งครั้งต่อไปสส.เขตรายงานตัวสภาฯแล้ว 93 คนที่รัฐสภา ตลอดทั้งวัน สส.ทยอยมารายงานตัว อย่างต่อเนื่อง กระทั่งเวลา 16.30 น. หลังสำนักงานเลขาธิการสภาฯสรุปยอดปิดรับรายงานตัววันที่ 2 มี สส.มารายงานตัวทั้งหมด 46 คน ประกอบด้วย พรรคพท. 28 คน พรรค ภท. 11 คน พรรคประชาชาติ 4 คน พรรคกล้าธรรม 2 คน พรรคโอกาสใหม่ 1 คน รวม 2 วัน สส.แบบแบ่งเขต รายงานตัวแล้วทั้งหมด 93 คน“เสรีพิศุทธ์” ร้อง “หนู” ตั้ง “ธรรมนัส”เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกฯ กรณีแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองนายกฯและ รมว.เกษตรฯ ในรัฐบาลที่ผ่านมา ขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายขาดความซื่อสัตย์สุจริตและมีพฤติกรรมผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) และ (5) ซึ่งอาจทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 170 (4) เหตุผลที่เพิ่งมายื่นร้องเรียนช่วงจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ที่ผ่านมารู้จักกับนายอนุทินเป็นการส่วนตัวตั้งแต่สมัยเป็น สส.ด้วยกัน จึงไม่ได้ร้องเรียน แต่ภายหลังเห็นสถานการณ์ทางการเมืองมีแนวโน้มขยายอำนาจมากขึ้น นายอนุทินจะกินรวบหรือคุมทั้งประเทศ จึงตัดสินใจยื่นตรวจสอบ หากมีผลกระทบต่อ ร.อ.ธรรมนัสก็ต้องยอมรับ ยืนยันไม่เคยสนับสนุน ร.อ.ธรรมนัสเพียงแต่เคยบอกว่าเป็นบุคคลที่ทำงานร่วมกันได้ง่ายกว่าชวนพรรคต้านโกงชู “มาร์ค” นั่งนายกฯพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมามีการซื้อสิทธิขายเสียงในหลายพรรคใหญ่ รวมถึงการใช้อำนาจรักษาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการจำนวนมาก โดยเฉพาะ ผวจ. ปลัดจังหวัด นายอำเภอ อาจมีผลต่อการควบคุมกระบวนการเลือกตั้ง ทั้งนี้ อยากให้ สส.ที่ได้รับการรับรองแล้ว รวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาล ไม่จำเป็นต้องยึดหลักว่าพรรคได้เสียงมากที่สุดต้องเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ให้พรรคที่ไม่เห็นด้วยกับการทุจริตมารวมตัวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งนายกฯ ส่วนกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ได้รับการพักโทษออกจากเรือนจำเดือน พ.ค.จะพ้นโทษก็โอเค เพราะเขาได้ชดใช้กรรมที่ทำไว้แล้ว ถึงแม้ไม่เต็มไม่เป็นไร เพราะการพักโทษเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ได้มีปัญหาอะไร“ชัยวุฒิ” จี้ รบ.ลุยจริงอย่ามัวแบ่งเค้กนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ (รช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดตั้งรัฐบาลว่าต้องใช้คำว่า “มันจบแล้วครับพี่” วันนี้รัฐบาล 300 เสียง ขอฝากถึงคนจัดตั้งรัฐบาล ประชาชนฝากความหวังไว้มากกับพรรค ภท.ได้ สส.มากถึง 190 กว่าคน สะท้อนความหวังต้องไม่ใช่แค่ลมปาก อยากให้เปลี่ยนเป็นความจริง โฉมหน้า ครม.ให้คิดถึงประโยชน์ประชาชน ไม่ใช่คิดถึงเรื่องเก้าอี้ดนตรี แบ่งตำแหน่งกัน แย่งชามข้าวกันส่งทอง 1.5 พันล้านของ “สาธิต” คืนคลังที่สำนักงานคณะกรรมป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. มอบหมายให้นายประทีป คงสนิท รองเลขาธิการ ป.ป.ช. และนายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. ร่วมส่งมอบทองคำแท่งตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1256/2567 ระหว่างอัยการสูงสุด โจทก์ กับนายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ผู้ถูกกล่าวหา น้ำหนัก 20,976 บาท มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท แก่กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เพื่อให้ตกเป็นของแผ่นดิน สืบเนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายสาธิต รังคสิริ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร คดีร่ำรวยผิดปกติ เมื่อวันที่ 28 ต.ค.59 และมีมติให้รายการสั่งซื้อทองคำแท่งในชื่อนายสาธิตกับบริษัท ฮั่วเซ่งเฮง คอมโมดิทัช จำกัด รวม 15 รายการ เป็นทรัพย์สินที่นายสาธิตร่ำรวยผิดปกติ มีทรัพย์มากผิดปกติหรือเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ และได้ทรัพย์สินมาโดยไม่สมควร สืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ และศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ทรัพย์ดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่