หลังปิดหีบเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา วันที่ 9 ก.พ. เวลา 14.00 น. ร.ต.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ออกมาแถลงสรุปผลการเลือกตั้งว่า มีเรื่องร้องเรียนเข้ายัง กกต. ซึ่งอยู่ในระหว่างสืบสวนรวมสำนวน จำนวน 113 สำนวน ความผิดส่วนใหญ่เป็นเรื่องการซื้อเสียง ในจำนวนนี้ได้มีการรับ เป็นสำนวนแล้วจำนวน 107 สำนวน หลังจากวันเลือกตั้งไปแล้ว 10 วัน มีเรื่องร้องเรียนเรื่องความผิดปกติในการจัดการเลือกตั้งของ กกต.อีกจำนวนมาก เช่นกรณีบัตรเขย่ง จำนวนคะแนนที่มากกว่าจำนวนบัตรเลือกตั้ง หรือจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ในระบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อที่ไม่ตรงกันกว่า 66,000 เสียงเมื่อวันทีื่ 17 ก.พ. กกต.มีมติให้มีการนับคะแนนใหม่ใน 8 หน่วยเลือกตั้ง และ ให้มีการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ ในบางพื้นที่เมื่อวันที่ 22 ก.พ. รวม 4 หน่วยเลือกตั้ง ทั้งที่ กทม. อุดรธานี น่าน และพะเยา ซึ่งไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง ผลของการเลือกตั้งแต่อย่างใด และมีการตั้งข้อสังเกตว่า เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ซึ่งมีประชาชนออกมาประท้วงขอให้มีการนับคะแนนใหม่ เนื่องจากพบความผิดปกติมากมาย แต่ปรากฏว่า กกต.ไม่มีคำสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่แต่อย่างใด โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี เป็นเขตเลือกตั้งที่สำคัญ เนื่องจากมีผู้สมัคร ของพรรคภูมิใจไทย คือ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯลงสมัครแข่งขันด้วยก็น่าจะเป็นกรณีศึกษาว่า การที่ผู้มีอำนาจรัฐ และยังสามารถใช้อำนาจรัฐได้ตามปกติ ในระหว่างการเลือกตั้งยังสามารถให้คุณ ให้โทษข้าราชการได้ และยังสามารถที่จะลงรับสมัครเลือกตั้งได้ ในขณะดำรงตำแหน่ง เท่ากับทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง ขัดกับรัฐธรรมนูญที่บัญญติให้ กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมแม้จะมีเรื่องร้องเรียนอยู่ใน สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่จะรอการตรวจสอบและส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะ หรือไม่ ในเบื้องต้นมีเรื่องร้องเรียนกว่า 28 เรื่อง และในจำนวนนี้ เห็นว่ามีมูลพอจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ประมาณ 18 เรื่องก็ตาม แต่ กกต.ก็ยังเดินหน้าในการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งให้ได้ครบ ร้อยละ 95 เพื่อให้สามารถเปิดประชุมสภา โหวตเลือกนายกฯเข้าไปตั้ง ครม.โดยเร็วแม้แต่การแสดงความเห็นของปรมาจารย์ทางด้านกฎหมายของประเทศไทย ทั้งรุ่นเล็ก และรุ่นใหญ่ จะฟันธงว่า การลงคะแนนเลือกตั้งเที่ยวนี้ไม่เป็นความลับ เนื่องจากมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ที่สามารถนำไปสแกนหาตัวผู้ใช้สิทธิลงคะแนนได้ ก็ไม่เป็นเหตุเป็นผล ทำให้ กกต.นำไปทบทวนการชะลอประกาศรับรองผลการเลือกตั้งได้เพราะกฎกติกาถูกนำมาเป็นกลไกในการบิดเบือนให้ขาว เป็นดำให้ดำเป็นขาวได้ผิดปกติแต่ไม่ผิดกฎหมาย.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม