“กล้าธรรม” หน้าเขียว...ถูกบีบทุกด้านก็คงเก็บอาการไม่ไหว สถานการณ์การร่วมรัฐบาลระหว่าง “ภูมิใจไทย” กับ “กล้าธรรม” ไม่ง่ายอย่างคิดเมื่อ “ภูมิใจไทย” วางเงื่อนไขหลายอย่างนอกจากขอกระทรวงเกษตรฯ-การท่องเที่ยวฯแล้วยังจะไม่เสนอชื่อ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” เป็นรัฐมนตรีอีกด้วยนี่เป็นประเด็นใหม่ที่ลูกพรรคสีน้ำเงินเรียกร้องก็เพราะความเป็น “เทา” นั่นแหละคือเหตุ หากเสนอชื่อไปแล้วมีคนร้องศาลรัฐธรรมนูญว่าฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง“อนุทิน ชาญวีรกูล” ก็ต้องหลุดจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรีก็เป็นอีกมุมหนึ่งที่ไม่ต่างจากสมัยที่ “แพทองธาร ชินวัตร” เป็นนายกรัฐมนตรีโดยไม่มีชื่อ “ธรรมนัส” เป็นรัฐมนตรีทำให้ “ธรรมนัส” แค้นใจและมาร่วมกับ “ภูมิใจไทย” หนุน “อนุทิน” เป็นนายกรัฐมนตรีวันนี้เหตุเดียวกันได้วนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง!ด้วยปมประเด็นต่างๆเหล่านี้ ทำให้ “ธรรมนัส” ไม่พอใจและสั่งหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคร่วมกันเจรจาเพื่อตั้งรัฐบาลกับ “อนุทิน”ส่วนตัวเขาจะบินไปต่างประเทศยาวเพื่อรักษาแผลใจความจริงแล้วหากยอมรับว่าเสียงสนับสนุนน้อยกว่า “ภูมิใจไทย” ทำให้อำนาจต่อรองน้อยหากต้องการร่วมรัฐบาลก็ต้องยอมมิฉะนั้นก็ถอนตัวออกไป!แต่เพราะยังต้องการเป็นรัฐบาลและเห็นว่า “ภูมิใจไทย” เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาน่าจะพูดคุยกันง่ายไม่ต้องเจอเงื่อนไขแบบนี้แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นเพราะ “ภูมิใจไทย” ที่ได้รับเสียงมากทำให้มีอำนาจต่อรองสูงก็ต้องจัดรัฐบาลที่จะทำให้สามารถทำงานได้อย่างที่ต้องการคือสร้างผลงานเพื่ออนาคตยาวๆที่สำคัญก็คือไม่ต้องการถูกถอดถอนจึงต้องเซฟตัวเองให้มากที่สุดก็ขึ้นอยู่กับ “ธรรมนัส” จะตัดสินใจอย่างไร หากจะอยู่ต่อก็ต้องรับเงื่อนไขและทำใจให้ได้หากรับไม่ได้ก็ไปเป็นฝ่ายค้านเพราะยังมีพรรคประชาธิปัตย์รอเสียบอยู่แม้ยังไม่แสดงท่าทีออกหน้าออกตาแต่รู้กันดีว่า “ประชาธิปัตย์” ก็พร้อมจะเป็นรัฐบาลเพราะสามารถทำงานโชว์ให้เห็นว่าพรรคนี้ทำเป็นและทำได้ถ้าถามใจลึกๆกัน!“อนุทิน” อยากให้พรรคไหนร่วมรัฐบาลระหว่าง “กล้าธรรม” กับ “ประชาธิปัตย์” ในสถานการณ์การเมืองอย่างนี้“ประชาธิปัตย์” น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเพราะ “กล้าธรรม” นั้นภาพลักษณ์ไม่สดใสอยู่แล้วเอามาร่วมรัฐบาลก็กลายเป็นรอยด่างที่ถูกมองว่าเป็น “เทา” เหมือนกันเพียงแต่ไม่กล้าจัดการเองเนื่องจากยังมีไมตรีเก่ากันอยู่แต่ก็พยายามแบบทุกวิถีทางเพื่อให้ถอยออกไปเอง“ธรรมนัส” นั้นชนะศึกชนะเกมมาตลอดไม่ว่า “บิ๊กป้อม”-“บิ๊กตู่” หรือแม้กระทั่ง “ทักษิณ ชินวัตร” ต่างก็แค้นเคืองกันมาแล้วต่างก็ถูกลูบคมมาทั้งนั้นแต่วันนี้เขาต้องถูก “เสี่ยหนู” ยิงตรงถึงกับเมาหมัดไปเลย!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม