“ส้มติดคอ” ตาเหลือกกลืนไม่ลง ตาค้างคายไม่ออก นับจากช็อตโชว์กินส้มหวานๆฉลองชัยชนะได้ไม่ทัน 24 ชั่วโมง “เสี่ยเฮ้ง” นายสุชาติ ชมกลิ่น ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย บิ๊กบราเธอร์ “บ้านใหม่” ก็ต้องเผชิญกับอาการส้มเป็นพิษ เรียกแขกจากทั่วทุกสารทิศไล่จับผิด “แก๊งโกงเลือกตั้ง”นักศึกษามหาวิทยาลัยบูรพาและประชาชนรวมตัวประท้วงใหญ่ ไล่บี้ให้นับคะแนนใหม่เพราะโลกโซเชียลฯ แชร์กระหึ่มเต็มไปด้วยช็อตตุกติก ภาพคลิปประจานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งทำพิลึก ไฟฟ้าดับช่วงกำลังนับคะแนน แต่พัดลมยังติด สุดท้ายการรวมแต้มผิดเพี้ยนโป๊ะแตก “ใบนับคะแนนจริง” ถูกทิ้งถังขยะประจานหลักฐานคาหนังคาเขามวลชนรับสภาพอยุติธรรมไม่ได้ แสดงพลังปิดล้อมเจ้าหน้าที่ไม่ให้ “ยกหีบหนี”ตามตัวอย่างต่อเนื่อง เหตุเกิดในเขต 7 ปทุมธานี ที่นักศึกษา มทร.รวมตัวประท้วงจนเจ้าหน้าที่ กกต.หนีไม่ออก ยอมนับคะแนนใหม่ กลายเป็นผู้สมัครจากค่ายส้ม พรรคประชาชน พลิกกลับมาเป็นฝ่ายชนะ สถานการณ์เดียวกันกำลังลามที่เขต 1 มหาสารคาม โซนเมืองมหาวิทยาลัย นักศึกษาและประชาชนรวมตัวประท้วงให้นับคะแนนใหม่ปลุกกระแส “คาใจ” ผลเลือกตั้งไม่โปร่งใส ระอุไปทั่วประเทศโดยปรากฏการณ์สะท้อนอารมณ์คนรุ่นใหม่ นักศึกษาปัญญาชนไม่ยอมปล่อยผ่านเกมเลือกตั้งที่ผลคะแนนค้านสายตาคนดูแบบกลับหัวกลับหางส่อเค้าโกงกันแบบทื่อๆ นอกเหนือจากการซื้อเสียงกันสะบั้นหั่นแหลก“นิวโหวตเตอร์” ไม่ยอมสยบเกมการเลือกตั้งโคตรโกง ฉากสถานการณ์กำลังวนย้อนไปซ้ำรอยการเลือกตั้งสกปรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยปี 2500คนตั้งใจใช้สิทธิไม่ปล่อยให้พลังกาบัตรอย่างบริสุทธิ์ต้อง “สูญเปล่า”โดยรูปการณ์ ถือเป็นชัยชนะในสงครามของค่ายส้ม พรรคประชาชน ที่พ่ายแพ้ศึกเลือกตั้งใหญ่ และกำลังเข้าสู่ “คิลลิ่งโซน” ลุ้นโทษประหาร จากคิวที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ลงมติส่งฟ้องศาลฎีกา ข้อหาผิดจริยธรรมร้ายแรงจากการเสนอนโยบายแก้ไขกฎหมายอาญา มาตร 112 ล้มล้างการปกครองตั้งแท่นชงขึ้นเขียง เชือดยกเข่ง 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล“หนุ่มทิม” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ “กุมารเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ “ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล รังสิมันต์ โรม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ฯลฯกวาดแถวสองค่ายส้ม ต่อจาก “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ–ปิยบุตร แสงกนกกุล– “ช่อ” พรรณิการ์ วาณิช”วิกฤติส้มจ่อ “สูญพันธุ์” แบบที่กองแช่งสลิ่มฝ่ายต้านลุ้นตัวโก่งสภาพพรรคประชาชนมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญต้องปรับทัพใหญ่ กระตุ้นอารมณ์ด้อมส้มให้ผนึกกำลังประคองความฝัน ท้าทายคนรุ่นใหม่ต้องพิสูจน์พลังธรรมชาติที่ไม่อาจสกัดด้วย“รัฐพันลึก”“ตายสิบเกิดแสน” ไม่ใช่แค่วาทกรรมเลื่อนลอยดีกรีอัดอั้นจากการต่อสู้ในเกมอำนาจไม่เป็นธรรม ถูกเติมหัวเชื้อเป็นไฟสุมขอนแนวร่วมการเมืองคนรุ่นใหม่ แต่นั่นก็คนละเงื่อนสถานการณ์กับการจัดรัฐบาลภายใต้การนำของ “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่คว้าสิทธิเบิ้ลเก้าอี้ผู้นำรัฐบาลรอบสองยึดเก้าอี้นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 32 เหมือนเดิมตามเงื่อนไขในหมู่ “นักเลือกตั้งอาชีพ” แม้แต่ “กุมารเท้ง” เองยังประกาศบนขบวนรถแห่ขอบคุณคนกรุงเทพฯ ที่เลือกสีส้มแลนด์สไลด์ 33 เขต สัญญาอีก 4 ปีจะกลับมาใหม่นั่นหมายถึงค่ายส้มก็ประเมินรัฐบาลภูมิใจไทยอยู่ครบเทอมล้อไปกับสัญญาณตอบรับจาก “นักเลงหุ้น” ตลาดหลักทรัพย์เปิดมาต้นสัปดาห์เขียวทั้งกระดาน ดีดไปแตะ 1400 จุด คึกสุดในรอบ 14 เดือน อาการแมงเม่ากระดี๊กระด๊าตอบรับ “รัฐบาลภูมิใจไทยพลัส”ด้วยเสียงของแกนนำ ค่ายภูมิใจไทยที่ตุนอยู่หน้าตักหนา 193 ที่นั่ง การันตีเสถียรภาพรัฐบาลแน่นปึ้กนั่นไม่เท่ากับสูตรจัดรัฐบาลที่ออกมาเบื้องต้น เป็นสมการง่ายๆ พรรคภูมิใจไทยล็อกแขนพรรคเพื่อไทยเกินครึ่งไว้ก่อน แล้วค่อยเติมตัวแปรเมื่อยามจำเป็น ที่ยังมีตัวแปรอะไหล่มากมาย“น้ำเงิน” บวก “แดง” เต็มที่ก็อาจมีสีฟ้าเจือบางๆ ไม่มีสีเขียวให้ออกโทน “เทา”นักลงทุนจึงกล้าทุ่มแทงหวยยาวๆ “นายกฯหนู” ถือตั๋วครบเทอม 4 ปี.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม