“อนุทิน” อุบไต๋นิ่งฟอร์มรัฐบาลใหม่ โอ่มีเสถียรภาพ อยู่ครบเทอม 4 ปี สั่ง ครม. เตรียมการยกเลิก MOU44 เลี่ยงตอบจับเข่าคุย “ธรรมนัส” “พิพัฒน์” ชี้เสถียรภาพอยู่ที่ 300 ที่นั่ง โวไม่ต้องดู ชื่อพรรคที่ดึงมาร่วม แค่ไม่ขัดแย้ง ภท.ก็พอ “ผู้กอง” รู้สถานะตัวเอง ไม่โอเว่อร์แอ็กชัน อยู่ที่พรรคแกนนำ จะเชิญหรือไม่ “เฮ้ง” ปลื้มนำเพื่อนเข้าวิน 17 คน “ตรีนุช” ยังไม่คุยดีลพรรคแกนนำ “จุลพันธ์” ย้ำอำนาจ กก.บห.ตัดสินใจ “อ้วน” ติงอารมณ์คนยังไม่นิ่งไม่ต้องรีบ “เท้ง” ตอกย้ำสู้ในแบบตัวเอง ปาดน้ำตาแบกรับพาเพื่อนพ่ายศึก วางแผนรับมือเกมเขี่ยอดีต 44 สส. จ่อสละเก้าอี้หัวหน้า ให้คนใหม่ขึ้นมาเป็นผู้นำฝ่ายค้าน สว.พันธุ์ใหม่จี้เขียนกรอบแก้ รธน. ลงในนโยบายที่จะแถลงต่อสภา “กลุ่มพันธุ์ใหม่” ห่วงสีน้ำเงินกินรวบจับตาการฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาล “อนุทิน 2” นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย ยืนยันรัฐบาลชุดใหม่มีเสถียรภาพอยู่ครบเทอม 4 ปีแน่นอน ขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทยคนสำคัญ ชี้ว่าเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่ น่าจะอยู่ที่ราว 300 เสียงทูตจีนยินดี “อนุทิน” ชนะการเลือกตั้งเมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 10 ก.พ.ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำนายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูต สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 พร้อมมอบตุ๊กตาม้า และขนมมงคลจีน ทั้งนี้ ปีม้าปีนี้หรือปีนักษัตรมะเมีย ตรงกับปีเกิดของนายอนุทินด้วย และกล่าวแสดงความยินดีกับนายอนุทินที่ชนะการเลือกตั้ง จากนั้นนายอนุทินพานายจาง เจี้ยนเว่ย ไปถ่ายรูปให้เห็นฉากหลังตึกไทยคู่ฟ้า และเดินไปส่งนายจาง เจี้ยนเว่ย ขึ้นรถ นายอนุทินกล่าวว่า ม้า มังกร มาแล้วมีพลัง ม้ามาแล้วความสำเร็จเกิดขึ้น พร้อมชี้ไปที่ตัวเองและกล่าวว่า “นี่ปีม้า” ก่อนจะขึ้นไปเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ยังอุบไต๋นิ่งฟอร์มรัฐบาลชุดใหม่ ต่อมานายอนุทิน ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการวางตัวประธานสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นคนจากพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ว่า ผลการนับคะแนนยังอยู่ที่ 92% อย่าเพิ่ง ชอบทำอะไรเป็นขั้นเป็นตอน เราจะไม่พูดอะไรที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากผู้ควบคุมกฎคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อถามว่าวางหลักการรวมเสียงตั้งรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องสีเทาอย่างไร นายอนุทินตอบว่า หลักเราคือฟังเสียงประชาชนที่เลือกพรรคภูมิใจไทย วันนี้ยังไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องนี้ ต่อให้มีการดำเนินการก็ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เมื่อถามว่าเพื่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพเสียงรัฐบาลควรเป็นเท่าไหร่ นายอนุทินตอบว่า ให้การยืนยันจำนวน สส.แต่ละพรรคเรียบร้อยก่อน เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้รัฐบาลอยู่ครบวาระ 4 ปี นายอนุทินตอบว่า ไม่กังวลเรื่องนี้ การทำงานคือไม่ทำเรื่องที่ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม หรือฝืนความรู้สึกประชาชน เมื่อถามว่าจะสามารถควบคุมพรรคร่วมได้ใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เป็นนายกฯคุมได้แน่ ถ้าคุมกันไม่ได้ก็อยู่กันไม่ได้เท่านั้นเอง ประชาชนให้คะแนนมาขนาดนี้โอ่ รบ.มีเสถียรภาพอยู่ครบ 4 ปีแน่ผู้สื่อข่าวถามว่าจะคุมเสถียรภาพเหมือนตอนที่ยังไม่ใหญ่ขนาดนี้อย่างไร นายอนุทินตอบว่า เสถียรภาพรัฐบาลอยู่ที่การทำงาน คนอื่นอาจมองจากตัวเลข เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยมาแล้วทำงานได้หรือไม่ นโยบายที่ผลักดันออกไปล้วนแต่เกิดประโยชน์กับประชาชน เมื่อถามว่าจะให้ความมั่นใจได้อย่างไรว่ารัฐบาลจะอยู่ครบสี่ปี นายอนุทินตอบว่า ผมก็ต้องมั่นใจสิ รัฐบาลชุดใหม่ที่มีภูมิใจไทยเป็นแกนนำต้องอยู่ครบ 4 ปี ด้วยการมีผลงานที่ซื่อสัตย์สุจริต รวดเร็ว ตอบสนองประชาชนได้ ทำประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติ เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยวิจารณ์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีพิรุธเยอะมาก นายอนุทินตอบว่า เวลาชนะไม่มีพิรุธ เวลาแพ้มีทุกทีสั่ง ครม.เตรียมการยกเลิก MOU44นายอนุทินกล่าวว่า ได้แสดงความยินดีกับรัฐมนตรีทุกคนในที่ประชุม ครม. ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนจากการเลือกตั้ง แม้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการตามกฎหมายของ กกต. ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่ได้รับความไว้วางใจให้มีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะรอให้ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน จึงจะเริ่มกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและเจตนารมณ์ประชาชน ครม.ชุดปัจจุบันยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่เข้ารับหน้าที่ พร้อมกันนี้ยังสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม ศึกษาแนวทางการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ MOU44 แต่ยังไม่ใช่รัฐบาลนี้ เพียงแต่เตรียมการไว้ เนื่องจากเห็นว่าไม่มีความคืบหน้าแม้แต่น้อย และไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บไว้เลี่ยงตอบจับเข่าเจรจา “ธรรมนัส”เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีการพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เรื่องการจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงกระแสข่าวจับมือกับพรรคเพื่อไทย นายอนุทินตอบว่า จะขยับอะไรต้องให้ กกต.รับรองผลเป็นทางการก่อน ตอนนี้ทำได้แต่เตรียมการ เราก็คิดไปเรื่อยๆ กกต.มีกรอบกฎหมายอยู่ นี่เพิ่ง 2 วันเอง ให้เวลา กกต.ทำงาน เมื่อถามย้ำ ว่า ท่องสูตรตั้งรัฐบาลแบบไหนบ้าง นายอนุทินตอบสั้นๆว่า “ไม่บอกครับ บอกไม่ได้ครับ” เมื่อถามว่า ระหว่างเสียงที่ก้ำกึ่ง กับเสียงที่มีเสถียรภาพชอบอะไรมากกว่ากัน นายอนุทินตอบว่า ก็ต้องทำให้รัฐบาลที่เกิดขึ้นใหม่มีเสถียรภาพให้มากที่สุด เมื่อถามอีกว่าอยากได้ตัวเลขเท่าไหร่ระหว่าง 300+ หรือแค่ 290 นายอนุทินยิ้มแต่ไม่ตอบคำถาม“พิพัฒน์” มองเสถียรภาพ 300 ที่นั่งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม แกนนำพรรคภูมิใจไทย รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงทิศทางการตั้งรัฐบาลว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน อยากให้รอความชัดเจน กกต.ก่อน จากนั้นนายอนุทินจะเป็นผู้เจรจา ทั้งหมดขึ้นอยู่กับนายอนุทิน ส่วนตัวเลขที่เหมาะสมของพรรคร่วมรัฐบาลที่จะทำให้มีเสถียรภาพ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด มองว่าน่าจะ 300 เก้าอี้ เมื่อถามว่าคำว่าเสถียรภาพนอกจากตัวเลข จำเป็นต้องดูที่รายชื่อพรรคการเมืองด้วยหรือไม่ นายพิพัฒน์ตอบว่า ไม่จำเป็น ไม่ใช่ข้อจำกัด ต้องดูที่นโยบายหากไม่ขัดแย้งกับภูมิใจไทย เราจะคุยและหารือกัน เมื่อถามว่าพื้นที่ภาคใต้เป็นไป ตามเป้าหรือไม่ นายพิพัฒน์ตอบว่า เป็นไปตามเป้าหมาย 31 ที่“ผู้กอง” รู้สถานะไม่โอเว่อร์แอ็กชันด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกระแสข่าวทานข้าวกับนายอนุทินว่า ไม่มีอะไร การคุยโทรศัพท์เป็นเรื่องปกติเรามีมารยาท เป็นพรรคระดับกลาง ก็แสดงความยินดีซึ่ง กันและกันใครเป็นฝ่ายโทร.หาไม่ใช่สาระสำคัญ ส่วน แนวทางการทำงานต่อไป ต้องรอผลรับรองจาก กกต.ก่อน เมื่อถามว่ายังเป็นพันธมิตรกันอยู่ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า เรามีแค่ 58 เสียง ต้องฟังพรรคหลัก อย่าไปโอเว่อร์แอ็กชัน เราต้องรู้จักสถานะตัวเอง ให้เกียรติแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไวไปที่จะพูดเรื่องนี้ เมื่อถึงวันที่ กกต.รับรองผลค่อยมาคุยกัน เมื่อถามว่าเป็นพันธมิตรกันแล้วต้องเดินหน้าเพื่อให้ไร้รอยต่อใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ตอนนี้เรายังเป็นรัฐบาลอยู่ก็ประสานงานกัน นายอนุทินยังเป็นผู้บังคับบัญชาของตนเองลต.จบขออย่าสร้างความวุ่นวายเมื่อถามว่ามีกระแสข่าวจะเชิญพรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาล แต่ไม่เชิญพรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า สมการอยู่ที่พรรคแกนนำว่าจะเชิญหรือไม่ เราเป็นนักการเมืองต้องพร้อมทุกเรื่อง อย่าไปกังวล ตนเดินมาไกลแล้ว เกมการเมืองช่วงเลือกตั้งจบไปแล้ว เราไม่ผูกใจเจ็บกับพรรคที่โจมตีเรา ผลการเลือกตั้งออกมาเป็นแบบนี้ถ้ายังไม่ยอมรับกติกาก็ค่อยว่ากัน เมื่อถามว่าไม่ติดใจเรื่องการขอนับคะแนนใหม่ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า การเลือกตั้งจบแล้วอย่าไปสร้างความวุ่นวายในสังคม ควรให้โอกาสพรรคที่ชนะเลือกตั้งจัดตั้งรัฐบาลปลื้ม “กลุ่มเพื่อนเฮ้ง” เข้าวิน 17 คนนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แกนนำชลบุรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ในกลุ่มเพื่อนที่ชวนกันมา ทั้งหมดมีประมาณ 16-17 คน ทั้งจันทบุรี ตราด เพชรบุรี ราชบุรี นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชลบุรี ถือว่าได้ตามเป้าทั้งหมด เชื่อมั่นเพื่อนทุกคนมีศักยภาพอยู่แล้ว เมื่อถามว่ามีโอกาสได้ 1 เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการ และ 1 เก้าอี้ รมช. นายสุชาติตอบว่า ไม่ได้พูดถึงขั้นนั้น รอผลรับรองทางการก่อนเพื่อเปิดประชุมสภา ขั้นตอนต่อไปก็เลือกนายกฯ ยังไม่มีการจัดสรรปันส่วน ไม่มีการพูดถึงเรื่องนั้น มองไปทีละสเต็ป การเจรจาหรือพูดคุยอะไรเป็นเรื่องของผู้บริหารพรรค“ซาบีดา” ออกตัวไปได้ทุกกระทรวงน.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ต้องขอบคุณทุกคะแนนเสียง เมื่อได้รับโอกาสเข้ามาทำงานตามที่ประชาชนมอบหมาย รู้สึกหายเหนื่อยเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนว่าต้องทำงานให้หนักยิ่งขึ้น เมื่อถามว่ายังอยู่กระทรวงเดิมต่อหรือไม่ น.ส.ซาบีดาตอบว่า ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนายกฯ หากได้อยู่กระทรวงเดิมเพื่อสานต่องานเดิมก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ว่าจะได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงใด พร้อมทำหน้าที่ทั้งหมด กระทรวงอื่นก็มองว่าเป็นความท้าทาย และเป็นประสบการณ์ใหม่“ศักดิ์ดา” ยังไม่มีโอกาสเคลียร์ “หนู”ด้านนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย เข้าร่วมประชุม ครม.หลังเกิดกรณีคลิปเสียงฉาว จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า ผลการเลือกตั้ง สส.กาญจนบุรี เรียบร้อยดี เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับนายอนุทินแล้วหรือไม่ นายศักดาตอบว่า ยังไม่ได้คุย พร้อมโบกมือปฏิเสธตอบคำถามผู้สื่อข่าว เมื่อถามย้ำว่าการเลือกตั้งในพื้นที่กระแสรุนแรงหรือไม่ นายศักดิ์ดาตอบว่า ไม่มีๆ ไม่มีหรอก“ตรีนุช” ยังไม่คุยดีล พปชร.ร่วม รบ.น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน รักษาการหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องร่วมรัฐบาลกันชัดเจน ขอรอดูอีกนิด เบื้องต้นพรรค พปชร.ได้ สส. 5 คน เป็นเขต 4 คน และบัญชีรายชื่อ 1 คน เมื่อถามว่าในที่ประชุม ครม.มีการพูดคุยกันหรือไม่ น.ส.ตรีนุชตอบว่า เพียงแค่ทักทายแสดงความยินดี ยังไม่ได้พูดคุยกัน เมื่อถามว่าหากถูกทาบทาม พรรค พปชร.พร้อมหรือไม่ น.ส.ตรีนุชตอบว่า พรรค พปชร.ชัดเจนอยู่แล้วว่าฟังเสียงประชาชน และประชาชนก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าพรรค ภท.ได้รับความไว้วางใจจำนวนมาก เป็นแกนนำหลักจัดตั้งรัฐบาล ที่ผ่านมาทำงานร่วมกันด้วยดีตลอด ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรค พปชร. ยังไม่ให้ความเห็นในการร่วมรัฐบาล เพียงแต่แสดงความยินดีเท่านั้น“หนู” นำทีมแห่รอบเมืองปราจีนบุรีกระทั่งเวลา 16.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นำคณะเดินทางมาที่ จ.ปราจีนบุรี มีแฟนคลับรอรับอย่างอบอุ่น ก่อนขึ้นเวทีประกาศย้ำเดินหน้าต่อนโยบายคนละครึ่งพลัส เฟส 2 เงินค่าตอบแทน อสม. เดือนละ 2,000 บาท โครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ หากเสียชีวิตจะได้เฉลี่ยประมาณ 5 แสนบาท ยังคิดต่อยอดถึงกำนันผู้ใหญ่บ้าน ส่วนเรื่องชายแดนยืนยันว่าไม่มีการเปิดด่านแน่นอน ทำให้ราคาพืชผลการเกษตรของไทยมีราคาสูงขึ้น ต่อมานายอนุทินพร้อมว่าที่ สส.ปราจีนบุรี ทั้ง 3 เขต ขึ้นรถกระบะตระเวนขอบคุณพี่น้องชาวปราจีนบุรี ที่เลือก สส.พรรคภูมิใจไทยทั้ง 3 เขต แห่ไปตามถนนรอบเขตเทศบาลตลาดหน้าค่ายจักรพงษ์ จนถึงตลาดนัดถนนคนเดิน“จุลพันธ์” ย้ำอำนาจ กก.บห.ตัดสินใจช่วงเที่ยงที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการทาบทามพรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่มีการประสานมา เป็นเรื่องของพรรคอันดับ 1 ในการจัดตั้งรัฐบาล เข้าใจว่าขณะนี้ยังรอความ ชัดเจน เนื่องจากตัวเลขของ กกต.ยังไม่นิ่ง พรรคเพื่อไทย คงไม่ใช่ฝ่ายที่จะไปดำเนินการใดๆ ยืนยันว่าพร้อมทำหน้าที่ทุกบทบาท เมื่อถามว่าหากตัวเลขนิ่งแล้ว พรรคภูมิใจไทยเชิญมาจะพิจารณาอีกทีหรือไม่ นายจุลพันธ์ตอบว่า ยังไม่ได้เริ่มคิด สุดท้ายต้องมานั่งคุยกัน เป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารพรรคที่ต้องตัดสินใจ“อ้วน” ชี้อารมณ์คนในสังคมยังไม่นิ่งนายภูมิธรรมกล่าวว่า วันนี้เราต้องรอให้ตัวเลข ชัดเจน ต้องรอให้ประชาชนสบายใจกับผลการเลือกตั้ง ที่ออกมา ในเมื่อความรู้สึกของประชาชนยังไม่สงบ ยังไม่นิ่ง การมานั่งพูดเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล มองว่าไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึก และความยุติธรรมที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้ไปใส่ใจเรื่องว่าจะจัดตั้งรัฐบาลอย่างไร แต่อยากให้ใส่ใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มันบริสุทธิ์พอที่จะรับสิ่งต่างๆได้หรือไม่ และต้องคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน ขออย่าเพิ่งถามว่าใครจะตั้งรัฐบาลกับใคร ถามว่าวันนี้เหมาะสมหรือไม่ กกต.จะรับผิดชอบอย่างไร หลายเรื่องที่เกิดขึ้นมาจะทำอย่างไร อยากให้สื่อมวลชน ช่วยตามเรื่องด้วย“เท้ง” ตอกย้ำสู้ในแบบของตัวเองวันเดียวกัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ในรายการ “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” ทางช่อง 3 เกี่ยวกับผลเลือกตั้ง ยืนยันไม่เชื่อว่าคะแนนที่ลดลงในรายเขตของผู้สมัคร สส.เดิม เกิดขึ้นจากการทำงานที่ประชาชนไม่ให้ผ่าน ทุกคนทำงานกันเต็มที่ แต่มีปัจจัยอื่น รวมถึงคู่แข่งด้วย รอผลออกมา 100% ก่อน พร้อมยอมรับทุกเหตุผล ทุกข้อเท็จจริง เมื่อถามว่าสู้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่ได้ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า สู้ได้ในแบบของตน น้อมรับไม่ปฏิเสธที่ใครคิดหรือรู้สึกแบบนั้น ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ เพื่อนร่วมพรรคบอกว่าทำงานกันเป็นทีม ผลที่ออกมาไม่ได้มาจากตัวคนเดียว พิมพ์แชตไปหาเพื่อนๆ สส.เขตเดิมทุกคน ที่ผลออกมาเขาอาจไม่ผ่าน รู้สึกเสียใจนึกถึงหน้าเขาแล้วจะไม่เจอในสภาอีกปาดน้ำตาแบกรับพาเพื่อนพ่าย“รู้สึกแบกรับว่าในฐานะหัวหน้าพรรคผมมีส่วนหรือเปล่า (เสียงสั่น) แต่เขาบอกกลับมาทุกคนว่าไม่เกี่ยวกับผม ถ้าใครรู้สึกแบบนั้นผมขอโทษ แต่มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่คนเป็นหัวหน้าพรรคจะมาประกาศลาออก หรือทำให้เกิดความรู้สึกสั่นคลอนกับคนในพรรค หน้าที่ผมตอนนี้คือทำให้พรรคเดินหน้าต่ออย่างมั่นคงมากที่สุด ในอนาคตถ้ามีใครที่พร้อมกว่าผม ดีกว่าผม ผมไม่ติดเลย” นายณัฐพงษ์กล่าวพร้อมกับก้มหน้าลงปาดน้ำตา วางแผนรับมือเกมเขี่ยอดีต 44 สส.นายณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงประเด็นกรรมการ ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ ชี้มูลความผิดอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ผิดจริยธรรมร้ายแรง กรณีร่วมลงชื่อและยื่นเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า ขณะนี้เพื่อนๆที่เหลือ นอกจากตนไม่จำเป็นต้องลาออก เพราะถ้าเราทำหน้าที่ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน มันไม่ได้ส่งผลในการทำหน้าที่อย่างมีนัยสำคัญ สำหรับตนการตัดสินใจลาออก ไม่ลาออก มีผลต่อตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ตอนนี้ในพรรคยังหารือกันอยู่ ยังไม่ได้ข้อสรุป หากไม่ลาออก ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านจะเดดล็อก เพราะตามรัฐธรรมนูญกำหนดว่าต้องเป็นหัวหน้าพรรคที่ได้คะแนนเสียงอันดับ 1 ในฝ่ายค้าน ถ้าถูกสั่งหยุดแปลว่าจะไม่มีตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ส่งผลต่อการตั้งวิปผู้นำฝ่ายค้าน การทำหน้าที่สรรหาตัวแทนองค์กรอิสระ ทั้งนี้ต้องการหารือในพรรคอีกครั้ง ยังไม่ตกผลึก ต้องชั่งน้ำหนักและประเมินว่าศาลฎีกาจะใช้เวลาตัดสินนานขนาดไหนสละเก้าอี้หัวหน้ารอเคาะคนใหม่เมื่อถามว่าไม่ต้องลาออก สส. แต่ลาออกจากหัวหน้าพรรค เพื่อให้คนอื่นมาเป็นผู้นำฝ่ายค้านเป็นไปได้ไหม นายณัฐพงษ์ตอบว่า เป็นไปได้ แต่ยังไม่ตกผลึก ขอหารือภายในพรรคให้เสร็จสิ้นก่อน ส่วนจะเป็นใครนั้นยังไม่อยากพูดชื่อ เพราะอาจเป็นการให้ตั๋วใครคนใดคนหนึ่ง แต่จากที่ดูมีหลายคน ทั้งบัญชีรายชื่อ และ สส.เขต พบว่ามีหลายคนที่มีศักยภาพ อย่าง ไอติม (นายพริษฐ์ วัชรสินธุ) อายุอาจถึงเกณฑ์ก่อนที่ศาลตัดสิน ทั้งนี้ต้องดูข้อมูลองค์ประกอบทั้งหมด ขอต่อสู้ในข้อกฎหมายดุลพินิจของศาลฎีกา ขอให้ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ถ้าออกมาไม่ต้องหยุดก็เดินหน้าทำงานต่อ เมื่อถามว่ามติ ป.ป.ช.ที่ออกมาถือเป็นพายุใหญ่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า คาดการณ์ไว้ว่าจะเป็นพายุใหญ่ เท่านี้ และเตรียมรับมือไว้หมดแล้ว เตรียมการไว้หมดแล้วสว.พันธุ์ใหม่จี้เขียนกรอบ รธน.ให้ชัดที่รัฐสภา กลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่ นำโดยนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการ พัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส นายสุนทร พฤกษ์พิพัฒน์ นายวีรยุทธ์ สร้อยทอง และ น.ส.มณีรัตน์ เขมะวงค์ สว. ร่วมแถลงขอบคุณประชาชนที่ร่วมออกเสียงประชามติเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กว่า 19.8 ล้านเสียง นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า ขอเรียกร้องถึงรัฐบาลใหม่ที่จะจัดตั้งหลังจากนี้ ต้องกำหนดกรอบและกระบวนการที่นำไปสู่การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ชัดเจน ในคำแถลงนโยบายรัฐบาล เพื่อให้เป็นไปตามผลการออกเสียงประชามติของ ประชาชน ที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาวิกฤติรัฐธรรมนูญ การกำหนดกรอบทำรัฐธรรมนูญใหม่ต้องมีความโปร่งใส อยากฟังรัฐบาลแถลงให้ชัดเจน ว่าเป็นกระบวนการทำใหม่ หรือยืนยันร่างแก้ไขมาตรา 256 ที่ค้างอยู่ใน วาระพิจารณาของรัฐสภา และอยากเห็นการออกเสียงประชามติ ครั้ง 2 อย่างช้าก่อนสิ้นปี 2569ห่วงสีน้ำเงินกินรวบจัดทำรัฐธรรมนูญนางนันทนา นันทวโรภาส สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปถึง สว.กลุ่มใหญ่ของวุฒิสภา ให้เห็นแก่ฉันทามติประชาชนที่ออกเสียงประชามติสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผลที่ออกมาถือว่ามากกว่าผลประชามติเห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2560 เมื่อปี 2559 ด้านนายเทวฤทธิ์กล่าวว่า จากตัวเลขผลการเลือกตั้ง สส. ที่พรรคภูมิใจไทยคาดว่าจะได้เกือบ 200 เสียง และมี สว.สนับสนุน หากใช้สูตร 20 หยิบ 1 แบบที่มีการนำเสนอ อาจทำให้เลือกผู้ร่าง รัฐธรรมนูญเสียงข้างมากเป็นสีน้ำเงิน จึงมีข้อกังวล ดังนั้นกระบวนการสรรหาผู้ทำรัฐธรรมนูญใหม่ ควรให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง หรือเลือกตั้งทางอ้อมเหมาะสมที่สุด หลังแถลงเสร็จกลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานและโค้งคำนับแสดงความขอบคุณผู้ที่มาออกเสียงประชามติเห็นชอบจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่