การเลือกตั้ง’69 จบลงแล้ว และไม่มีเหตุรุนแรงที่จะทำให้การเลือกตั้งที่ผ่านมาต้องล้มเลิกลงตามที่มีผู้พยายามสร้างกระแส โดยมีพรรคสีน้ำเงิน “ภูมิใจไทย” ได้คะแนนเสียงเบ็ดเสร็จเด็ดขาดมาเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนน 194 เสียงมีชัยชนะเหนือ พรรคประชาชน และ พรรคเพื่อไทย ซึ่งได้คะแนนต่ำกว่าที่คาดไว้ และต่ำกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี 66 ที่ 116 เสียง และ 76 เสียงตามลำดับชัยชนะของพรรคภูมิใจไทย ภายใต้การรวมกันของบ้านใหญ่จากหลายจังหวัด อาจส่งผลดี ต่อการบริหารประเทศก็ตรงที่ประเทศ และคนไทยเราจะมีรัฐบาลที่อยู่ยาวนาน จนภาคธุรกิจเอกชนทั้งไทย และเทศ มองเห็นการดำเนินนโยบายที่ต่อเนื่อง ไม่สะดุดหยุดชะงัก หรือจู่ๆเลิกล้มไปซะงั้นมองในแง่ดี กลุ่มอนุรักษนิยมที่มีเสียงมากกว่า จะยังคงเป็นลมใต้ปีกให้รัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยเดินผ่านเส้นทางขรุขระไปสู่เส้นทางที่ราบเรียบได้ในทุกๆก้าวที่รัฐบาลนี้จะนำพาประเทศไป เริ่มตั้งแต่...จีดีพีประเทศจะเติบโต 3% พลัส (จากที่คาดว่าจะโตแค่ 1-2%) ด้วยมาตรการเศรษฐกิจ 10 พลัสของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้คนตัวเล็กตัวน้อย, ให้ผู้สูงวัยมีเงิน มีรายได้ และมีคนดูแล, ช่วยชุมชนให้ผลิตของที่ใช่ ขายของที่ชอบ ตอบโจทย์ทุกฝ่ายพลัสที่ 4 คือทำให้การศึกษาเท่าเทียมด้วยการเรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนฟรีได้ทุกที่ทุกเวลา, เติมทุนให้ SMEs เพื่อให้สู้ได้ในทุกเวที และเพิ่มการลงทุนเพื่อกระตุ้นการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวสร้างเศรษฐกิจสีเขียว เป็นทางรอด และทางรวยอย่างยั่งยืน, ป้อนเทคโนโลยี AI ให้สามารถทำเงินได้ถึงครัวเรือน สร้างทักษะการค้าขายที่ฉลาด อัปเกรดการผลิต และยึดตลาดโลกด้วยพันธมิตร และสุดท้ายคือ สร้างศักยภาพให้ภาครัฐช่วยเหลือภาคธุรกิจเอกชนไทยด้วยการอนุมัติที่ว่องไวยังมีอีกเป้าหมาย 4 ปีใหญ่ที่พรรคภูมิใจไทยนำเสนอเพื่ออนาคตของประเทศไทยในระยะยาว ทั้งทางด้านสังคม ความมั่นคง เศรษฐกิจ และการเตรียมการป้องกันภัยพิบัติต่างๆเช่น สร้างแพลตฟอร์มการเรียนทางออนไลน์ฟรี อินเตอร์เน็ตฟรี ไวไฟฟรี ฯลฯ ที่รัฐบาลจะสร้างกองทุนภัยพิบัติให้แก่ครัวเรือนไทยที่มีอยู่เกือบ 30 ล้านครัวเรือน โดยรัฐบาลจ่ายให้ 1,000 บาท เพื่อทำประกันภัยพิบัติให้ในวงเงินรวม 29,000 ล้านบาทในเวลาเดียวกัน ก็จะจ้างผู้สูงอายุทำงานด้วยสโลแกน “สูงวัยมีรายได้” ซึ่งสามารถนำมาลดหย่อนเป็นค่าใช้จ่ายสูงสุดได้ 30,000 บาท ลดหย่อนภาษีให้สูงสุด 50% สำหรับผู้มีเงินได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท/ปี และสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ รองรับสังคมสูงวัยที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเกือบลืมไปว่า พรรคภูมิใจไทยหาเสียงไว้ว่า เขาจะทำโครงการจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อทำให้ระบบการคมนาคมไทยเป็นคมนาคมสีเขียว โดยให้ผ่อนชำระรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้เดือนละ 300 บาทเป็นเวลา 60 งวด เป็นต้นจริงๆก็ยังมีอีกหลายนโยบายที่รัฐบาล โดยเฉพาะ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงไว้บนเวทีหาเสียงอย่างแข็งขันว่า จะสร้างกำแพงป้องกันภัยรุกราน แรงงานเถื่อน ยาเสพติด และสินค้าเถื่อนข้ามแดน เป็นต้นมีเวลาอีกตั้ง 4 ปีรอให้รัฐบาลชุดนี้ทำงานให้เสร็จตามที่สัญญาไว้.มิสไฟน์คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม