ในชั่วโมงนี้คงไม่มีเรื่องใดที่จะร้อนเป็นไฟได้เท่ากับ “สำนักงานประกันสังคม” ซึ่งกำกับดูแล “กองทุนประกันสังคม” บริหารเงินก้อนใหญ่ขนาด 2.9 ล้านล้านบาท ถูกสาธารณชนตั้งคำถามอย่างหนักหน่วงถึงความไม่โปร่งใสและความล่าช้าในการตอบแทนสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนจนทำให้คณะกรรมการประกันสังคมต้องเร่งชี้แจงสารพัดปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลงทุนตึก Skyy9 ราคา 7,000 ล้านบาท ลงทุนตึก TU DOME 800 ล้านบาท ปรับปรุงโรงอาหาร 12 ล้านบาท ทำปฏิทิน 50-70 ล้านบาท ทำเสื้อ หมวก ซื้อที่ดิน ตัดสูท 7,000 ชุด 35 ล้านบาท ไปจนถึงเรื่องยกคณะกรรมการ (บอร์ด) บริหารกองทุนไปดูงานในต่างประเทศท่ามกลางข้อถกเถียงถึงความไม่โปร่งใสและความไม่สบายใจของผู้ประกันตนที่มีต่อสำนักงานประกันสังคม จึงมักจะถูกมองเป็น “แดนสนธยา” เพราะยากจะเข้าถึงข้อมูลภายในได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเรื่องเงิน ผู้ประกันตนต่างเห็นว่าเงินก้อนนี้เป็นของแรงงาน จึงควรบริหารจัดการ ดูแลสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตนณ เดือน ธ.ค.2568 มีผู้ประกันตนอยู่ในระบบทั้ง 3 มาตรา จำนวน 24.86 ล้านคน แยกเป็นมาตรา 33 ลูกจ้างในสถานประกอบการ จำนวน 12.18 ล้านคน มาตรา 39 ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ จำนวน 1.65 ล้านคน และมาตรา 40 ผู้ประกอบอาชีพอิสระ จำนวน 11.03 ล้านคนเรื่องร้อนๆที่ถาโถมเข้าใส่สำนักงานประกันสังคมในช่วงนี้ยังได้ไปกระตุ้นต่อมความกังวลต่อเสถียรภาพของกองทุนประกันสังคม อันเนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ เช่น โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป อัตราการเกิดที่ลดลง และภาระค่าใช้จ่ายด้านสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น อาจจะขาดสภาพคล่องหรือล้มละลายในอีก 30 ปีข้างหน้า เนื่องจากสัดส่วนการจ่ายเงินบำนาญชราภาพมากกว่าการเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนตลอดหลายปีที่ผ่านมา สำนักงานประกันสังคม ได้ศึกษาตัวอย่างแนวทางการปฏิรูปกองทุนประกันสังคมให้มีความยั่งยืนไว้ในหลายรูปแบบ เช่น การปรับเพดานค่าจ้าง เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนทั้งรายรับและรายจ่าย กองทุนเพิ่มผู้ประกันตนต่างชาติ เพิ่มจำนวนผู้ประกันตนระยะสั้น ขยายความคุ้มครองครอบคลุมแรงงานในประเทศมากยิ่งขึ้น ปรับเพิ่มผลตอบแทนการลงทุน ปรับเพิ่มอายุเกษียณอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากอายุ 55 ปีเป็นอายุ 65 ปี และปรับเพิ่มอัตราเงินสมทบเข้ากองทุนชราภาพส่วนการยกระดับโครงสร้างสำนักงานให้คล่องตัวกว่าเดิมด้วยการปรับให้ออกจากระบบราชการไปสู่องค์กรอิสระ เพื่อการบริหารแบบมืออาชีพ เป็นประเด็นที่ถูกยกมาถกเถียงกันมานานแล้ว แต่ความพยายามปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการกองทุนขนาดใหญ่ผ่านการนำเสนอมาหลายรัฐบาลถึงปัจจุบันก็ยังไม่พบความสำเร็จ ในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่จะปัดฝุ่นข้อเรียกร้องให้ประกันสังคมออกจากระบบราชการ หากยังอยู่ในกระทรวงแรงงาน อาจมีการเมืองแทรกดึงเงินไปใช้ในสิ่งที่ไม่เหมาะสม เกิดความรั่วไหล ไม่โปร่งใส ถึงเวลาปรับปรุงครั้งใหญ่ เปิดโอกาสมืออาชีพมาบริหาร เช่นเดียวกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการพลเรือน (กบข.)สำหรับข้อกังวลต่อความยั่งยืนของกองทุนประกันสังคมในระยะยาวนั้น สำนักงานประกันสังคม ได้ยืนยันว่า สถานะการเงินในวันนี้ยังแข็งแกร่ง มีเงินลงทุนสะสมทั้งสิ้น 2.85 ล้านล้านบาท ในปี 2568 สร้างผลตอบแทนที่รับรู้แล้วกว่า 80,000 ล้านบาท หรือ 6.1% ของพอร์ตการลงทุน โดยได้ลงทุนในหลักทรัพย์มั่นคงสูง 69% และหลักทรัพย์เสี่ยง 30.99% แบ่งเป็นการลงทุนในประเทศ 60.47% และต่างประเทศ 39.53%ส่วนกองทุนเงินทดแทน มีเงินลงทุนสะสมรวม 88,136 ล้านบาท ในปี 2568 สร้างผลตอบแทนที่รับรู้แล้วได้กว่า 4,228 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรา 5.68% ของพอร์ตการลงทุน โดยลงทุนในหลักทรัพย์มั่นคงสูงถึง 81.37% หลักทรัพย์เสี่ยงเพียง 18.63% ซึ่งแบ่งเป็นการลงทุนในประเทศที่สัดส่วน 71.54% และต่างประเทศ 28.46%ถึงวันนี้ต้องยอมรับว่าเรื่องราวต่างๆในสำนักงานประกันสังคม ถูกนำออกมาสู่สาธารณชนมากขึ้น หลังจากมีการเลือกตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคม เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2566 โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการเงินปีละ 5,000 ล้านบาท ได้ใช้ไปกับเรื่องต่างๆอย่างไร มีความโปร่งใสและใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ข้อสงสัยต่างๆหลั่งไหลออกมาเป็นระลอกในช่วงบอร์ดใกล้หมดวาระพอดิบพอดีโดยขณะนี้สำนักงานประกันสังคมได้เปิดให้แสดงความคิดเห็นต่อร่างระเบียบของกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนและนายจ้างผ่านระบบกลางทางกฎหมาย เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม หรือที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่ง แสดงความเห็นได้จนถึงวันที่ 14 ก.พ. 2569พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงแรงงาน ได้ตั้งคณะกรรมการศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารงานคนของสำนักงานประกันสังคมให้สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันแต่งตั้งดังนั้น นับจากนี้ไปผู้ประกันตน 24-25 ล้านคน จะต้องเกาะติดการแก้ปัญหา การบริหารเงิน “กองทุนประกันสังคม” ของรัฐบาล อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกันตน.เอกสิทธิ์ วิริยะศักดิ์คลิกอ่านคอลัมน์ “The Issue” เพิ่มเติม