พท.นำผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี-อดีต สจ. แถลงแฉคลิปเสียงข่มขู่แทรกแซงเลือกตั้งเมืองกาญจน์ “ชูศักดิ์” ยันผิดกฎหมายหลายมาตรา ทั้งใส่ร้ายเท็จสัญญาว่าจะให้ ทำให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของพรรค หมิ่นเหม่คดีมาตรา 112 ส่งโยงถึงพรรคต้นสังกัด “อดีต สจ.อานนท์” รับอัดคลิปไว้ป้องกันตัว “พนม” โวยคำพูดข่มขู่ตีกลับทำคะแนนเสียงหาย “นรวิชญ์” ยื่น กกต.เอาผิดโทษหนัก ภท.ใช้อำนาจ รมต.แทรกแซง ตัวเต็งแข่งบิลบอร์ดกระชากเรตติ้ง ปชน.ชูแคมเปญ “เปลี่ยน” ปลุกกา 46 เลือกอนาคต พท.ขึ้นจอ LED “ยศชนัน” ทำได้ ทำไทยยิ่งใหญ่ เลือก พท ให้ชนะขาด ภท.จ่อปล่อยหมัดเด็ดแก้ปัญหาเศรษฐกิจ “แสวง” ขออภัยปัดท้าทายประชาชนสั่ง ผอ.กกต.จังหวัดอีสาน-ใต้ จับตาเข้มซื้อเสียง กกต.เตือน กก.บห.คุมสมาชิกห้ามโกง ขู่เล่นงานโทษหนักแบน 20 ปีพรรคเพื่อไทย (พท.) ขยายผลกรณีคลิปเสียงการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งที่ จ.กาญจนบุรี หรือคลิป “ประกาศศักดา” โดยนำผู้เกี่ยวข้องในคลิปมาแถลงข่าวยืนยันข้อเท็จจริง พร้อมส่งตัวแทนเข้ายื่นร้องต่อ กกต.เพื่อสอบสวนเอาผิดการใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จ สัญญาว่าจะให้ ทำให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร สส.ส่งผลเสียหายต่อพรรคพท.ยื่น กกต.ฟันผิดคลิปเสียงฉาวเมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 5 ก.พ. ที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.)แถลงกรณีคลิปเสียงผิดกฎหมายเลือกตั้ง สส.ที่ จ.กาญจนบุรีว่ามีคำพูดไม่เหมาะสม ผู้เกี่ยวข้องไปแจ้งความร้องทุกข์ปฏิเสธเป็นเสียงตนเองแต่เป็นเสียงเอไอ ขณะที่นายพนม โพธิ์แก้ว ผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี พรรค พท.แจ้งมาที่พรรคว่าพรรคเสียหายขอให้ดำเนินการตามความสมควร คลิปเสียงดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งหลายมาตรา เช่น ใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จ สัญญาว่าจะให้ ทำให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร สส. ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติให้ร้องเรียน กกต.เอาผิดผู้เกี่ยวข้องในคลิปเสียง ให้นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท.ไปยื่นต่อ กกต. กรณีมีโทรศัพท์จากบุคคลดังกล่าวจะพูดกับ สจ. สจ.จึงอัดคลิปไว้ เพราะก่อนหน้านี้มีการพูดข่มขู่กันพอสมควร ถ้าใครไม่เลือกอาจมีปัญหาจึงอัดคลิปไว้ เมื่อถามว่าเนื้อหาคลิปหมิ่นเหม่ไปคดีมาตรา 112 พรรค พท.จะพิจารณาอย่างไร นายชูศักดิ์ตอบว่า พรรคกำลังพิจารณาอยู่ จะถึงขั้นไหนค่อยว่ากัน หมิ่นเหม่อยู่หลายเรื่อง นอกจากความผิดรายบุคคล น่าจะโยงถึงพรรคต้นสังกัดได้หลายเรื่อง เพราะรู้อยู่แล้วว่าสมาชิกทำผิดกฎหมาย“พนม” โวยมีผลกระทบคะแนนนิยมนายพนม โพธิ์แก้ว ผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี พรรค พท.กล่าวว่า ได้รับความเสียหายคลิปที่เผยแพร่ในสื่อโซเชียล จากคำพูดในคลิประบุพรรคของคนพูดที่อยู่ในคลิปจะได้จัดตั้งรัฐบาลแน่นอน ส่วนพรรคตนต้องเป็นฝ่ายค้าน พูดว่าถ้าตนได้เป็น สส.ชาวบ้านจะไม่ได้อะไรเพราะเป็นฝ่ายค้าน งบฯจะไม่ลงพื้นที่ คำพูดนี้ทำให้คนที่สนับสนุนตนอาจเปลี่ยนใจได้ เพราะเลือกไปแล้วไม่สามารถทำประโยชน์ให้ชาวบ้านได้ ต้องมาแถลงข่าวเนื่องจากคู่กรณีในคลิปเสียงไปแจ้งความว่าเป็นเสียงเอไอ ทำให้คนอาจเข้าใจว่าเราเป็นคนกุเรื่องขึ้นเพื่อสร้างความนิยมจะทำให้เป็นกระแสตีกลับมาที่ตน หากไม่มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง หลังมาแถลงข่าวไม่กลัวว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เราคิดดีทำดี ไม่คิดทำร้ายใคร มาเล่นการเมืองเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนอดีต สจ.ยันอัดคลิปไว้เองนายอานนท์ ถนอมวงษ์ อดีต สจ.กาญจนบุรีกล่าวว่า เป็นผู้อัดคลิปดังกล่าวด้วยโทรศัพท์มือถือ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.68 เวลา 08.46 น. ตอนนั้นอยู่กับนายปรีชา จิรวงศ์สุธารมณ์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ปิล๊อก จ.กาญจนบุรี มีโทรศัพท์เข้ามาที่นายปรีชาที่อยู่ด้วยกันขอคุยกับตน แต่ไม่รู้จะคุยอะไร ก่อนหน้านี้มีข่าวต่างๆนานาว่ามีการคุยข่มขู่ จึงบันทึกคลิปไว้เพื่อป้องกันตัวเอง เมื่อได้ฟังคลิปนำมาให้เพื่อนหลายคนดูว่าผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่าคลิปเสียงเป็นนายศักดิ์ดาที่ไปแจ้งความว่าไม่ใช่เสียงตนเอง นายอานนท์ตอบว่า เจ้าของโทรศัพท์ที่เอาให้ตนคุยพูดชื่อนี้ว่าเป็นคนขอสายคุยกับตน เบอร์โทรศัพท์ที่โทร.มาน่าจะเป็นเบอร์ลูกน้อง เหตุผลที่โทร.หาตนคิดว่าเป็นอดีต สจ. มีประชาชนในพื้นที่รัก จึงอยากให้ช่วยเรื่องคะแนนเสียง ยอมรับว่ากลัวอาจมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นหลังมาแถลงข่าว แต่ความถูกต้องและประชาชนต้องมาก่อนร้อง กกต.ฟันผิด ก.ม.เลือกตั้งโทษหนักจากนั้นเวลา 14.00 น. นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรค พท.ไปที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบคลิปเสียงดังกล่าวเป็นการจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของพรรคและผู้สมัครของพรรค พท. เป็นการสัญญาว่าจะให้ตำแหน่งต่างๆและผู้พูดใช้อำนาจในฐานะเป็นข้าราชการ เป็นรัฐมนตรี เข้าข่ายแทรกแซงหรือไม่ มีโทษหนักหากมีความผิดจำคุก 1-10 ปี เพิกถอนสิทธิ 20 ปี รวมทั้งพูดว่าอย่าให้การสนับสนุนผู้สมัครของพรรค พท. แต่ให้ไปสนับสนุนพรรคของผู้พูดคือพรรค ภท. หลักฐานหนาแน่นพอสมควร ที่อ้างเป็นคลิปตัดต่อเป็นเอไอเป็นปกติธรรมดาเขาต้องพยายามปฏิเสธพท.ปูพรม LED ชู “ยศชนันทำได้”ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งพรรค พท.ได้ปูพรมโฆษณาผ่านจอ LED และจอดิจิทัลบิลบอร์ดหลายร้อยจุดทั่วประเทศและทั่วทุกภาค ภายใต้แคมเปญ “ยศชนันทำได้” เน้นย้ำศักยภาพการนำของนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯที่ปรากฏโฉมบนจุดยุทธศาสตร์สำคัญทุกทิศทาง เช่น กรุงเทพฯ ขอนแก่น นครราชสีมา นครศรีธรรมราช สงขลา เชียงใหม่ และลำปาง นอกจากข้อความว่า “ยศชนันทำได้แล้ว” ยังมีอีกหลากหลายข้อความ อาทิ “เลือกเพื่อไทยสองใบให้ชนะขาด” ทำให้ไทยยิ่งใหญ่ตอกย้ำการยกเครื่องประเทศไทย สื่อสารตรงถึงคนเมืองและคนทุกรุ่นในทุกจังหวัด เพื่อสร้างความมั่นใจ และการจดจำสูงสุดก่อนวันเลือกตั้ง และวันที่ 6 ก.พ.พรรค พท.จะจัดปราศรัยใหญ่เวลา 17.00 น. ที่สนามเทพหัสดินปชน.ขึ้นบิลบอร์ด “เปลี่ยน” ทั่วไทยเมื่อเวลา 13.44 น. ประชาสัมพันธ์ พรรคประชาชน (ปชน.) เผยแพร่ภาพพร้อมข้อความผ่านไลน์กลุ่มสื่อมวลชนว่า พรรค ปชน.ประกาศ “เปลี่ยน” ขึ้นบิลบอร์ดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 4-7 ก.พ. พรรคปล่อยแคมเปญ “เปลี่ยน” หวังปลุกประชาชนทุกคน เปลี่ยนอนาคตประเทศผ่านปลายปากกาที่คูหาเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.โดยขึ้นบิลบอร์ดทั่วประเทศในจังหวัดต่างๆ ดังนี้ กรุงเทพฯ ชลบุรี พัทยา เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง นครศรีธรรมราช อยุธยา ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา สมุทรปราการ นครปฐมคาราวานรถเดินสายครบ 77 จังหวัดผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรค ปชน.ปล่อยคาราวานรถแห่หาเสียงวันสุดท้าย 4 สายอย่างคึกคัก อาทิ สายอีสานใต้ “คมแฝก” นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค ปชน. นำทัพไปที่ จ.ร้อยเอ็ด และ จ.มหาสารคาม สาย “นายฮ้อยทมิฬ” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 2 นำทัพไปที่ อ.เมืองขอนแก่น สายเหนือ “เพลิงพระนาง” นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคปชน. เดินทางไป จ.แม่ฮ่องสอน ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครสส.ของพรรคทั้ง 2 เขต ตั้งแต่ช่วงเช้าไปที่ อ.เมือง ช่วงบ่ายไปที่ อ.แม่สะเรียง ขึ้นรถแห่รอบเมืองมีประชาชนให้ความสนใจเข้ามาขอถ่ายรูปอย่างคึกคักกาส้ม 2 ใบให้ถล่มตั้งรัฐบาลประชาชนด้านภาคตะวันออก คาราวาน “ลูกน้ำเค็ม” นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคปชน.ไป จ.ฉะเชิงเทรา ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร สส. ช่วงหนึ่งนายธนาธรพบประชาชนหลากหลายกลุ่มที่นำอาหารมามอบให้เป็นกำลังใจ มีแฟนคลับกล่าวอย่างตื้นตันว่า ติดตามมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ ครั้งนี้ขอให้ไปได้ไกล ขณะที่คาราวานภาคกลาง “มนต์รักลูกทุ่ง” นำโดยนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรค ช่วงเช้าไปหาเสียงที่ จ.สมุทรสาคร โดยนายพิจารณ์กล่าวว่า การเลือกตั้ง 2566 ประชาชนมอบความไว้วางใจให้พรรคก้าวไกลมาแล้ว ครั้งนี้ขอความไว้วางใจอีกครั้ง เลือกพรรค ปชน.ทั้ง 2 ใบให้ถล่มทลาย ให้เรามีเสียงมากเพียงพอจัดตั้งรัฐบาลประชาชนพิษณุโลกเขต 1 ร้องซื้อเสียง 500ช่วงบ่าย นายณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ ผู้สมัครสส.พิษณุโลก เขต 1 พรรค ปชน. โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก อ้างว่าเมื่อช่วงสายวันที่ 5 ก.พ. ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีการซื้อเสียงของผู้สมัครบางเบอร์ในพิษณุโลกเขต 1 พื้นที่บริเวณค่ายทหารและชุมชนละแวกนั้น เป็นเงินต่อหัว 500 บาท พร้อมแนบหลักฐานมาให้ ไม่นิ่งนอนใจแน่นอน บ่ายวันนี้จะนำหลักฐานไปแจ้งต่อ กกต.พิษณุโลก เชิญชวนชาวพิษณุโลก รณรงค์ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง ท่านใดที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำเช่นนี้ สามารถเก็บหลักฐานและแจ้งเบาะแสไปยัง กกต.จังหวัดหรือส่งมาให้ตนได้เลย“อนุทิน” ห้อยจตุคามปี 30 ลุยเมืองคอนเมื่อเวลา 16.30 น. ที่วัดพระมหาธาตุวรมหา วิหาร จ.นครศรีธรรมราช นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. ลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.นครศรีธรรมราช มีแกนนำพรรค อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพื้นที่ภาคใต้ นายสันติ ปิยะทัต ผู้ช่วยหาเสียงร่วมลงพื้นที่ นายอนุทินเริ่มต้นสักการะ ห่มผ้าองค์พระมหาธาตุ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองชาวนครศรี ธรรมราช ไหว้ยักษ์เฝ้าทางขึ้นองค์พระมหาธาตุ ก่อนไปที่ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชสักการะพระหลักเมืองและบูชาองค์จตุคามรามเทพ โดยสวมสร้อยถักห้อยองค์จตุคามรามเทพปี 30 เลี่ยมทองมาด้วย แล้วไปขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่พบปะชาวบ้านที่สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช ท่ามกลางการต้อนรับอบอุ่นเมินปะทะคารมตอบโต้ประชาธิปัตย์นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า มั่นใจว่าผู้สมัครที่พรรค ภท.ส่งทุกคนเป็นคนรู้จักชาวบ้าน รู้จักพื้นที่ใกล้ชิด น่าเชื่อถือกับชาวบ้าน มีแนวโน้มดี พรรคปชป.จะบอกว่าคนใต้รักเดียวไม่เปลี่ยนพรรค ทุกคนมีความเชื่อ แม้กระแส ปชป.มาแรงหรือขายวลี “สมบัติพ่อเฒ่า” เราไม่เคยกังวลอยู่แล้ว ไม่ได้ชนะด้วยการปะทะคารม แต่เราชนะด้วยการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน หาก ภท.ได้กลับไปเป็นรัฐบาล จะไม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยอีกต่อไป จะเดินหน้าศึกษาโครงการที่เกิดขึ้นแล้วหรือโครงการที่มีศักยภาพในพื้นที่อีอีซี นำมาพัฒนาสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนให้มากขึ้น จะทำให้มั่นใจว่าประเทศไทยมั่นคงสงบสุข ยั่งยืน พร้อมจะพัฒนาทุกภาคของประเทศบอกไม่ต้องห่วงได้เลือกตั้ง 8 ก.พ.นายอนุทินกล่าวอีกว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าสุดมีเหตุการณ์ยิงลูกระเบิด 40 มิลลิเมตร ตกใกล้ฐานปฏิบัติการฝ่ายไทย ทหารและกองทัพชี้แจงแล้ว เมื่อถามว่ามีหลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะไม่ได้เลือกตั้ง นายอนุทินกล่าวว่า “ไม่ต้องห่วงครับ ไม่ทันแล้วครับ เพราะจะเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.นี้แล้ว” เมื่อถามย้ำว่าวันนี้มั่นใจว่าจะไม่มีอะไรกระทบและสามารถจัดการเลือกตั้งได้ใช่หรือไม่ นายอนุทินส่ายหน้าพร้อมกล่าวว่า ไม่มีครับ เมื่อถามว่ามีฝ่ายตรงข้ามพยายามโจมตีเรื่องพรรคภูมิใจไทยปลุกกระแสรักชาติใช้เรื่องชายแดนมาเป็นประโยชน์ นายอนุทินกล่าวว่า “คนมันหวั่นไหว ก็ปล่อยให้เขาได้ระบายบ้าง”ภท.จ่อปล่อยทีเด็ดแก้ ศก.ทิ้งทวนที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ แม่ทัพเลือกตั้ง กทม.พรรค ภท. กล่าวถึงเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายที่ศูนย์การ ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์วันที่ 6 ก.พ.ว่า ขอเชิญชวนประชาชนไปให้กำลังใจและรับฟังนโยบาย มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค นำปราศรัยและทีมเศรษฐกิจ เราจะเล่าให้ฟังว่ามืออาชีพของเราทั้ง 3 คน บวกนายกฯ จะมีแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างไร เฉลยคำตอบว่าเราจะทำอะไรบ้างเมื่อได้เข้าไปบริหารบ้านเมืองอีกรอบ จะเน้นพูดหลังจากวันที่ 8 ก.พ. เราจะกลับเข้าไปทำอะไร เมื่อถามว่าตอนนี้ถือว่าโค้งสุดท้ายสุดๆแล้ว กทม.มั่นใจจะกวาด สส.ได้มากน้อยแค่ไหน น.ส.ศุภมาสกล่าวว่า มั่นใจว่าจะปักธงได้“มาร์ค” ลุยฝั่งธนฯย้ำ ปชป.คือทางรอดเมื่อเวลา 07.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ กทม.และ น.ส.มารีญา ฤกษ์ดี ผู้สมัคร สส. กทม.เขต 24 (ธนบุรี-คลองสาน-ราษฎร์บูรณะ) เบอร์ 7 ลงพื้นที่หาเสียงต่อเนื่องได้รับการต้อนรับจากชาวฝั่งธนบุรีคึกคัก โดยได้นั่งรถตุ๊กๆแห่ไปรอบวงเวียนใหญ่ นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง พรรคเน้นสื่อสารถึงคน กทม.และทั่วประเทศ เลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสให้เราหลุดพ้นจากวิกฤติใหญ่มากของประเทศ ทั้งคอร์รัปชัน เศรษฐกิจติดหล่มมาหลายปี เราพร้อมเป็นทางรอดที่ปลอดภัยด้วยความพร้อมทั้งนโยบาย บุคลากร จุดยืนการเมืองชัดเจน อยากเห็นการหาเสียงแข่งขันกันนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา น่าเสียดายหลายครั้งรองหัวหน้าพรรค ภท.ลงไปทุกครั้งพยายามด้อยค่าการทำงานของพรรคอื่น น่าตกใจบนเวทีปราศรัยพรรค ปชน.วันก่อน ทำให้เกิดการแบ่งแยกคนหาดใหญ่ คนระโนด ไม่ควรจะเกิดขึ้น ส่วนบทบาทผู้คุมเกมรัฐบาล ถ้าประชาชนเลือกเรามากๆ เขาก็หนีไม่ออกชูโมเดลจัดการขยะ–เพิ่มอำนาจท้องถิ่นจากนั้นเวลา 09.30 น. ที่พรรค ปชป. นายอภิสิทธิ์ และนายสกลธีร่วมแถลงข่าวแนวทางจัดการขยะและมลพิษเชิงรุกกับนายกิตพล เชิดชูกิจกุล ผู้สมัครสส.กทม.เขต 21 (ประเวศ-สะพานสูง) เบอร์ 14 ย้ำความพร้อมแก้ไขปัญหาพื้นที่ควบคู่ยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคมีแนวทางจัดการขยะไม่ใช่เพียงเรื่องเทคนิค แต่เป็นภาพสะท้อนนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เตรียมผลักดันกฎหมาย 3 ฉบับปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เปลี่ยนขยะและมลพิษให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและพลังงานทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับนโยบายสำคัญกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นโดย 1.เพิ่มทรัพยากรท้องถิ่น ไม่พึ่งพาเงินอุดหนุน แต่สนับสนุนจัดเก็บภาษีและกันงบฯไว้ใช้ในพื้นที่ให้มากขึ้น 2.ระดมทุนรูปแบบใหม่ ส่งเสริมการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) หรือออกพันธบัตรท้องถิ่นแก้ปัญหาเฉพาะหน้า 3.เพิ่มอำนาจตัดสินใจให้แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและขยะในพื้นที่รวดเร็วและตรงจุด“สุดารัตน์” โชว์พายุหมุน ศก.ตัวจริงวันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) นำทัพ “คาราวานบำนาญ 3,000 บาท” ไปถึง จ.ร้อยเอ็ด เปิดเวทีปราศรัยใหญ่มีชาวบ้านมาต้อนรับล้นหลาม คุณหญิงสุดารัตน์เปิดป้ายลงบนม็อกอัปบัตร “บำนาญประชาชน 3,000 บาท” เป็นสัญญาประชาคมผลักดันนโยบายนี้ให้สำเร็จเห็นผลภายใน 6 เดือน แล้วปราศรัยว่า เคยทำ 30 บาทรักษาทุกโรคจนสำเร็จมาแล้ว วันนี้ขอต่อยอดมาทำบำนาญประชาชน 3,000 บาท ดูแลผู้สูงอายุ ไม่ใช่การสงเคราะห์ แต่วางรากฐานเศรษฐกิจใหม่ผ่าน 4 มิติหลักคือ 1.มิติด้านรายได้ เปลี่ยน “เบี้ยยังชีพ” เป็น “บำนาญ” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีมีศักดิ์ศรี 2.มิติด้านสุขภาพ ผู้รับบำนาญต้องเข้าโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรงลดโรค ลดภาระงบฯสาธารณสุขระยะยาว 3.มิติด้านครอบครัว ลดภาระค่าใช้จ่ายคนวัยทำงาน ทำให้คนรุ่นใหม่ตั้งตัวได้เร็วขึ้น 4.มิติด้านเศรษฐกิจ เงิน 3,000 บาทเป็น “พายุหมุนเศรษฐกิจ” ที่แท้จริง เกิดการใช้จ่ายในร้านค้ารายย่อยและตลาดสดในชุมชนทันที กระตุ้นตัวคูณทางเศรษฐกิจระดับฐานรากทั่วประเทศ จากนั้นคาราวาน ทสท.ไปต่อที่ จ.อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคายและขอนแก่น ตามลำดับ“เชน” ดึง ศก.เข้าระบบ “มาร์ค” พาพ้นวิกฤติเมื่อเวลา 18.00 น. ที่ลานพาร์คพารากอน กทม. สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 จัดเวทีดีเบต “เลือกตั้ง 69 เปลี่ยนใหม่/ไปต่อ” มีนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นผู้ดำเนินรายการ เชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกฯพรรค ปชป. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรค พท. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯพรรค ปชน. และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ภท. ร่วมเวที ท่ามกลางแฟนคลับแต่ละพรรคมาร่วมเชียร์เต็มพื้นที่ แต่ละคนได้พูดเน้นแนวทางหากได้เข้ามาเป็นรัฐบาล ช่วงท้ายให้ปราศรัยกับประชาชน โดยนายยศชนันกล่าวว่า “ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้ ต้องดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้ามาในระบบและต้องแก้หนี้ คนไทยต้องให้โอกาสคนไทยที่ล้มลงจะพัฒนาเศรษฐกิจเดิมให้ดีขึ้นทั้งการเกษตร อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว และสิ่งใหม่ที่จะดำเนินการคือเศรษฐกิจสุขภาพและรัฐบาลดิจิทัลจะเข้ามาแก้ปัญหาทุจริต พรรค พท.พร้อมทำเต็มรูปแบบ” ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ผมและพรรค ปชป.ขอเชิญคนไทยพาประเทศออกจากวิกฤติที่เป็นจุดตายของประเทศ ทั้งทุนเทาจุดตายจากความเหลื่อมล้ำ จุดตายจากการปลุกเร้าทางการเมือง ฝ่ายหนึ่งปลุกให้เกลียดชัง อีกฝ่ายต้องการรื้อทุกอย่างโดยความโกรธ จุดตายจากภายนอกเราอาสาสร้างทางรอดเริ่มจากมีรัฐบาลสุจริต“ศุภจี”ฉุด ปท.พ้นหล่ม “เท้ง” ทำอนาคตที่ดีกว่านางศุภจีกล่าวว่า ขณะนี้ประเทศเจอความสุ่มเสี่ยงรอบด้าน ทั้งปัจจัยภายนอกและภายในการทำให้ทางรอดเกิดได้จริง พูดแล้วทำคือต้องดูแลเศรษฐกิจทั้งระบบตอบสนองสภาวะแวดล้อมและไทยแลนด์พลัสที่จะแก้ไขกฎระเบียบซับซ้อน ไม่โปร่งใส ล้าสมัย เราจะมีมาตรการดูแลชุมชนคนตัวเล็ก คนสูงวัย เอสเอ็มอี ผู้ประกอบการรายใหญ่ รายเล็กและการศึกษาเท่าเทียม เพื่อให้ประเทศหลุดจากหล่มไม่กลายเป็นผู้พิการแห่งเอเชีย เป็นคนมีศักยภาพอีกครั้งขณะที่นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตลอดการหาเสียงที่ผ่านมามีความเชื่อลึกๆว่า หลายเวทีตนมักได้รับแรงสนับสนุนจากหลายคน เพราะหลายคนอยากเห็นอนาคตที่ดีกว่าของประเทศ ต้องฝากไว้กับคนรุ่นต่อไป และความเป็นคนรุ่นใหม่ในตัวของตน ทำงานได้กับคนทุกรุ่น การเลือกตั้งที่จะถึง ถ้าอยากเห็นประเทศไทยที่ดีกว่าพวกตนพร้อมเป็นสะพานเชื่อมแล้วทำงานร่วมกับทุกคนได้“แสวง” ขออภัยไม่เจตนาท้าทาย ปชช.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ. เวลา 20.14 น. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจง กรณีสังคมไม่พอใจคำพูดในรายการกรรมกรข่าวว่า “ถ้าไม่เชื่อมั่นกรรมการ อย่าไปเลือกตั้ง” ระบุพูดสื่อไปในเชิงหลักการและเชิงข้อเท็จจริงว่าคนเป็นกรรมการต้องทำให้คนเชื่อมั่นให้ได้ ถ้าไม่เชื่อมั่นกรรมการอย่าไปเลือกตั้ง เลือกตั้งไปก็ไม่เป็นที่ยอมรับ ไม่เรียบร้อย ข้อเท็จจริงประชาชนบางส่วนกำลังขาดความเชื่อมั่นในกรรมการ มีการตั้งข้อสงสัยและกล่าวหาในการเลือกตั้งวันที่ 1 ก.พ. จึงสื่อไปถึงพี่น้องผู้ทำหน้าที่ในการเลือกวันที่ 8 ต้องไม่ให้มีข้อผิดพลาด และบอกถึงมาตรการว่าจะไม่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดอย่างไร ในรายการอาจมีการพูดเล่นคำ เปรียบเปรย แบบออกรสออกชาติไปบ้าง เมื่อสื่อนำข้อความเฉพาะประโยคเดียว ไม่นำบริบททั้งก่อนและหลังประโยคดังกล่าวมาด้วย ทำให้เมื่ออ่านเฉพาะประโยคที่คัดมา อาจตีความผิดไปจากเจตนาที่สื่อ ทำให้สังคมไม่สบายใจ สร้างบรรยากาศการเลือกตั้งที่ไม่ดี และไม่ได้มีเจตนาที่จะไปท้าทายอำนาจประชาชนแม้แต่น้อย จึงขออภัยในการสื่อสารที่ไม่ดีเองมา ณ โอกาสนี้กกต.ขู่แบน กก.บห.คุมสมาชิกให้เข้มเวลา 08.30 น. สำนักงาน กกต. ออกประกาศกำชับคณะกรรมการบริหารพรรคและกรรมการบริหารพรรคการเมือง ให้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมและกำกับดูแลไม่ให้สมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองกระทำการลักษณะที่อาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับ ตลอดทั้งระเบียบประกาศ และคำสั่งของ กกต. หากคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวจะเป็นเหตุให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ และห้ามมิให้กรรมการบริหารพรรคการเมือง ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุดังกล่าวดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองจนกว่าจะพ้นระยะเวลา 20 ปี นับแต่วันที่พ้นตำแหน่ง และห้ามกระทำการอันมีลักษณะก้าวก่ายหรือแทรกแซงการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง และห้ามมิให้มีส่วนร่วมในการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. หรือตำแหน่งอื่นหรือการสรรหาบุคคล เพื่อแต่งตั้งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กกต.มุ่งหวังให้สมาชิกพรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้อง ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมและชอบด้วยกฎหมายสั่งจับตาซื้อเสียงแข่งเดือดอีสาน–ใต้เวลา 15.00 น. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ส่งข้อความทางไลน์กลุ่มไปยัง ผอ.การเลือกตั้งประจำจังหวัด กำชับให้ป้องปรามไม่ให้มีการซื้อเสียงช่วง 2 วันก่อนเลือกตั้งระบุว่า “@All ท่าน ผอ.ครับ มีกระแสข่าวว่า ช่วงเหลืออีกวัน 2 วัน พื้นที่ที่มีการแข่งขันรุนแรงและอาจมีการใช้เงินในช่วงก่อนถึงวันเลือกตั้งในพื้นที่ดังกล่าวคือ พื้นที่ภาคอีสานทุกจังหวัดและพื้นที่ภาคใต้ทุกจังหวัด จึงขอให้ ผอ.ในพื้นที่ดังกล่าวดูเป็นพิเศษ ช่วง 2/3 วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง ป้องกัน ป้องปรามไม่ให้มีการแจกเงิน หรือถ้าแจกต้องจับให้ได้ เพื่อให้การเลือกตั้งสุจริต ส่วนพื้นที่อื่นให้ดูแลเช่นเดียวกันตามสภาพของพื้นที่จนถึงคืนก่อนวันเลือกตั้ง”ปัดสั่งปรับ พท.-ไม่แจงนโยบายเวลา 16.20 น. สำนักงาน กกต.ออกเอกสารชี้แจงกรณีปรากฏข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าพรรค พท.ไม่ได้ยื่นเอกสารนโยบายการแจกเงินตามที่กฎหมายกำหนดและ กกต.เตรียมสั่งปรับว่า ไม่เป็นความจริง คณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง รวมทั้ง กกต.ไม่ได้มีมติหรือความเห็นตามที่มีการเผยแพร่ ขอความร่วมมือสื่อมวลชนและประชาชนโปรดใช้ความระมัดระวังในการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข้อมูลทางการ ป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน อาจกระทบความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้งตร.ใช้แผนพิทักษ์เลือกตั้ง/66 คุมเข้มพล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก ตร.เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมติดตามการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการประชุมระบบทางไกลเตรียมพร้อมดูการเลือกตั้งและลงประชามติแก้รัฐธรรมนูญวันที่ 8 ก.พ. ตร.เตรียมกำลังพลกว่า 126,000 นาย ดูแลหน่วยเลือกตั้งเกือบแสนหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.-12 ก.พ.69 ตร.ห่วงใยการละเมิดกฎหมายและการใช้ความรุนแรงโดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงหลายแห่ง กำชับให้บริหารจัดการตามแผน “พิทักษ์เลือกตั้ง/66” เน้นการปฏิบัติทั้งก่อนและวันเลือกตั้ง เช่น การซื้อเสียง การจำหน่ายสุรา การขนส่งหีบบัตรเลือกตั้ง กำชับตำรวจทุกหน่วยดูแลพื้นที่หน่วยเลือกตั้ง และพี่น้องประชาชนให้มีความปลอดภัยสูงสุด ให้ผู้บังคับบัญชาดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และมีความรู้ความเข้าใจในข้อกฎหมาย ข้อปฏิบัติที่ถูกต้อง พร้อมสั่งเข้มงวดให้ตำรวจทุกนายต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง“บิ๊กต่าย” บอกยังไม่มีคดีซื้อเสียงพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.กล่าวว่า จากข้อมูลการข่าวพบหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ได้กำชับตำรวจภูธรภาค 1-9 ให้เพิ่มความเข้มงวดดูแลรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวกและบังคับใช้กฎหมายจริงจัง โดยเฉพาะจังหวัดที่ได้รับการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ ปัญหาส่วนใหญ่ทำลายป้ายหาเสียงกว่า 500 ป้าย ดำเนินคดีแล้วเกือบ 20 คดี ส่วนการซื้อสิทธิขายเสียงยังไม่ปรากฏข้อมูลหรือได้รับแจ้งเบาะแส พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้สถานการณ์ยังมีความไม่สงบได้ย้ำเป็นพิเศษ รวมถึง 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ให้ดูแลหน่วยเลือกตั้งเข้มงวด ยังไม่มีข้อมูลข่าวกรองเหตุรุนแรงสถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในความควบคุมสว.ปลุกแก้ รธน.สอยองค์กรอิสระที่รัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว.กล่าวว่า ขณะนี้เกิดกระแสวิจารณ์การจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาดลุกลามสู่ความน่าเชื่อถือของ กกต.ทั้งระบบ ท่าทีการสื่อสารของเลขาธิการ กกต.ไม่เพียงขาดความรับผิดชอบ แต่ยังท้าทายประชาชน กระทั่งมีคำพูดเป็นไวรัล“อย่ามาแหวง”สะท้อนทัศนคติที่มอง กกต.ต้องแก้ไขการทำงานเร่งด่วน กกต.ทั้ง 7 คนต้องไม่นิ่งเฉย ปล่อยฝ่ายบริหารท้าทายสังคม หากยังผิดพลาดเหมือนวันเลือกตั้งล่วงหน้า หวั่นใจอาจมีคนร้องเลือกตั้งเป็นโมฆะ ถึงเวลาประชาชนต้องมีส่วนร่วมโดยตรงตรวจสอบและถอดถอนองค์กรอิสระ ผ่านการแก้รัฐธรรมนูญและทำประชามติ ถ้าไม่เร่งแก้โครงสร้างอำนาจตั้งแต่วันนี้ วิกฤติศรัทธาอาจลุกลามกระทบความชอบธรรมการเลือกตั้งและระบอบประชาธิปไตยทั้งระบบในระยะยาว“สนธิญา” อ้างผิดพลาดอื้อร้องเลื่อน ลต.ก่อนหน้านี้ เวลา 10.30 น. นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้ายื่นหนังสือถึง กกต.ขอให้พิจารณาเลื่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.ออกไป 1-2 เดือน ระบุการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 ก.พ.มีปัญหามากมาย สะท้อนการเลือกตั้งไม่สุจริต ยังมีข้อสงสัยวันที่ 8 ก.พ.จะออกเสียงลงประชามติ ทำไมไม่ให้บัตร 3 ใบพร้อมกัน เกรงผู้มีสิทธิออกเสียงโดยเฉพาะผู้สูงอายุจะสับสน วุ่นวาย และรัฐธรรมนูญระบุการเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยลับ แต่หากในหน่วยเลือกตั้งเดินสวนกันไปมาระหว่างผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งสส.กับผู้ออกเสียงประชามติ จะส่งผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ ไม่สุจริต เที่ยงธรรม และ กกต.ยื่น คำร้องศาลฎีกาให้ตัดสิทธิผู้สมัคร สส. 28-30 ราย หากศาลมีคำสั่งตัดสิทธิจริง หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคที่ลงนามรับรองต้องรับผิดชอบใช้เอกสารเท็จและประมาทเลินเล่อ ทำให้ระบบราชการเสียหาย ทำผิดกฎหมายพรรคการเมือง ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง หัวหน้าพรรคที่ผู้สมัคร สส.ถูกศาลเพิกถอนสิทธิ ต้องถูกยื่นตรวจสอบจริยธรรม หากเข้าไปเป็นรัฐบาลจะกลายเป็นรัฐบาลสีเทา สีดำ อยากให้ กกต.แก้ไข ปรับปรุงและตรวจสอบทุกเรื่องโดยละเอียด หากไม่ดำเนินการ พรรคการเมืองและบุคคลที่เสียสิทธิ รวมถึงตนจะฟ้องร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ จนเลือกตั้งล่าช้าเสียงบฯกว่า 8,000 ล้านบาท โดยใช่เหตุศาลฯถอนชื่อ “ก้องเกียรติ” พรรค กธ.วันเดียวกัน มีรายงานว่าศาลฎีกามีคำพิพากษายกคำร้องนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัคร สส.นคร ศรีธรรมราช เขต 7 พรรคกล้าธรรม (กธ.) ยื่นอุทธรณ์คำสั่ง กกต.ถอนชื่อรับสมัครเลือกตั้ง สส. เพราะมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (10) ประกอบมาตรา 42 (12) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. เคยต้องคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3673/2542 ของศาล จ.สุราษฎร์ธานี ในความผิดฐานลักทรัพย์ ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์อ้างว่าเคยต้องคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลข แดงที่ 64/2552 ศาลนครศรีธรรมราชความผิด พ.ร.บ. อาวุธปืนเพียงเท่านั้น ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3673/2542 ตรวจสอบโดยได้ข้อมูลจาก สภ.เมือง สุราษฎร์ธานี พบมีการดำเนินคดีอาญาที่ 1462/2542 นายก้องเกียรติ ฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน กระทำความผิดเพียงคนเดียว เห็นสั่งฟ้องส่งอัยการ จ.สุราษฎร์ ธานีพิจารณา จนต้องคำพิพากษาถึงที่สุด พยานหลักฐาน ของผู้ร้องไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่ามีบุคคลอื่นร่วมกระทำผิด ข้ออ้างขัดแย้งกับข้อเท็จจริงในคำพิพากษาศาลสุราษฎร์ ธานี จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง“อิ๊งค์” ควงสามีเข้าเยี่ยมคุณพ่อเมื่อเวลา 09.50 น. ที่เรือนจำกลางคลองเปรม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความและนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมคนโต ของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นของนายทักษิณ สมัย ร.ร.มงฟอร์ตวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ รหัส MC 08 รอต้อนรับ หลังเข้าเยี่ยม 1 ชั่วโมง น.ส.แพทองธารเดินออกมาด้วยรอยยิ้มแจ่มใสกล่าวว่า นำข้อความที่เพื่อนๆฝากถึงพ่อไปบอกให้เรียบร้อยแล้ว พ่อตอบกลับมาว่าดีใจและขอบคุณมาก ฝากความห่วงใยให้ทุกคนรักษาสุขภาพด้วย ส่วนการพูดคุยกับคุณพ่อ ไม่มีเรื่องอะไรพิเศษ พูดคุยเรื่องการเรียนคอร์สทำอาหาร และการอบรม 10 วัน วันที่ 6 ก.พ.เป็นวันสุดท้าย ไม่ได้ฝากข้อความหรือพูดคุยถึงสถานการณ์การเมืองหรือวันเลือกตั้งอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่