หากผมจะเขียนถึงเรื่อง “ท่องเที่ยว” บ่อยๆในช่วงนี้ ก็อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยครับ ถือว่าเป็นการให้กำลังใจแก่ “อุตสาหกรรมท่องเที่ยว” ที่ ณ นาทีนี้ดูเหมือนจะเป็น “เครื่องจักร” ทำเงินเข้าประเทศเพียงเครื่องเดียวที่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างคงเส้นคงวาและดีวันดีคืนอย่างน่าพอใจเท่าที่ผมติดตามข่าวและสารคดีจากสนามบินสุวรรณภูมิพบว่า ตั้งแต่ขึ้นปีใหม่ 2569 เป็นต้นมาจนถึงวันนี้ ยอดนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาเที่ยวประเทศไทยผ่านสนามบินหลักของเราแห่งนี้ยังคงคลาคล่ำแน่นขนัดอยู่ตลอด แม้ก่อนเขียนต้นฉบับวันนี้...ก็ยังแน่นเอี้ยดตัวเลขเท่าที่ผมมีอยู่เป็นรายงานถึงวันที่ 25 มกราคม 2569 ระบุว่า นักท่องเที่ยวมาไทยแล้วทั้งสิ้น 2,625,921 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ประมาณ 129,897 ล้านบาทที่น่ายินดีก็คือนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเป็นอันดับ 1 อีกครั้ง มียอดถึง 301,484 คน, มาเลเซียเป็นอันดับ 2 รวม 235,780 คน รัสเซียอันดับ 3 รวม 223,482 คน, อินเดียอันดับ 4 รวม 189,786 คน และอันดับ 5 เกาหลีใต้ 136,939 คนนิมิตหมายที่ดีมากๆก็คือ นักท่องเที่ยวจีนเฉพาะสัปดาห์สุดท้ายก่อนรายงานเดินทางมากว่า 1 แสนคน นับเป็นครั้งแรกในรอบ 15 สัปดาห์ที่จีนมาเกิน 1 แสนสาเหตุสำคัญประการหนึ่งคือการเร่งรัดประชาสัมพันธ์เรื่องความปลอดภัยที่ ททท.และหน่วยราชการไทยในจีนช่วยกันโหมประโคมอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความขัดแย้งระหว่างจีนกับญี่ปุ่นทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนไปญี่ปุ่นลดฮวบลง และส่วนหนึ่งได้เปลี่ยนเข็มมาสู่ไทยเราส่งผลให้ทาง ททท.ออกมาคาดหวังว่าเทศกาลตรุษจีนปีนี้จะเพิ่มความคึกคักจากปีกลาย โดยเฉพาะแง่รายได้เข้าประเทศน่าจะไม่ต่ำกว่า 42,230 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 13 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีกลายในช่วง 10 วันของเทศกาลตรุษจีน ซึ่งปีนี้จะนับตั้งแต่ 13-22 กุมภาพันธ์ อีกไม่กี่วันข้างหน้านี้เมื่อวานนี้เองก็มีข่าวว่า ชุมชน “เยาวราช” ได้ออกแถลงการณ์มาแล้วว่า ปีนี้จะไม่ “จัดงานตรุษจีน” แบบชุดใหญ่ ทั้งนี้เพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระพันปีหลวง จึงให้งดพิธีแห่มังกร แห่สิงโต หรือความรื่นเริงต่างๆไว้ก่อนแต่จะยังคงมีการประดับตกแต่งไฟบริเวณซุ้มเฉลิมพระเกียรติและในถนนเยาวราชเพื่อสร้างบรรยากาศและความสวยงามดังเช่นเดิม และร้านค้าร้านอาหารต่างๆยังคงเปิดให้บริการเหมือนเดิม รวมทั้งศาลเจ้าและวัดจีนต่างๆจะยังคงเปิดให้บริการแก่ประชาชนที่จะมาขอพรได้ตามปกติส่วนงาน “ตรุษจีนนครสวรรค์” ซึ่งเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวจีนเช่นกัน จะยังคงจัดตามปกติ เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ไปจนถึง 21 กุมภาพันธ์ รวม 12 วัน 12 คืน โดยมีไฮไลต์วัน “แห่กลางคืน” (พฤหัสบดีที่ 19 ก.พ.) และ “แห่กลางวัน” (ศุกร์ที่ 20 ก.พ.) อันอลังการ พร้อมกับการเสริมสิริมงคลดังเช่นทุกปีที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับการแสดงเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และ ถวายความอาลัยต่อพระพันปีหลวงก่อนจะเริ่มพิธีต่างๆครับ! ผมก็หวังว่าตรุษจีนปีนี้จะไม่กร่อยแน่นอน และเชื่อว่านักท่องเที่ยวชาติต่างๆ (ดูจากภาพข่าวที่สุวรรณภูมิมาจากยุโรปเยอะมาก) คงจะหลั่งไหลมาไทยดังที่ ททท.คาดหมายไว้นอกจากมาเที่ยวตรุษจีนแล้วก็คาดว่าจะไปเที่ยวตามรอยลิซ่าที่เชิญชวนไว้ในคลิปโฆษณาชุด Feel all the Feelings ซึ่งกำลังเป็น “ไวรัล” ในสื่อสังคมออนไลน์ทั่วโลกในขณะนี้ต้องขอขอบคุณกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ฝ่ายข้าราชการประจำทุกๆท่าน รวมไปถึง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ที่ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างเข้มแข็ง และกระตือรือร้น...ในระหว่างที่ฝ่ายการเมืองไม่สามารถทำอะไรได้เต็มที่ในช่วงนี้ส่งผลให้ “เครื่องยนต์” นำรายได้เข้าประเทศเครื่องใหญ่และเครื่องเดียว––“อุตสาหกรรมท่องเที่ยว” ยังคงเดินหน้าเต็มฝีจักรต่อไป...และต่อไป ขอให้กำลังใจนะครับ."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม