ผบช.ภ.2 แถลงสรุปคดีฆ่าหั่นศพหนุ่มรัสเซียฝังดินในเมืองพัทยา หลังรวบตัว 2 รัสเซียหนีคดีพักอยู่ที่โรงแรมในซอยสุขุมวิท 71 ตรวจบ้านเช่าผู้ต้องหาใช้เลื่อยชำแหละร่างเหยื่อในห้องน้ำ บรรจุใส่ถุงดำขนใส่ใต้เบาะรถ จยย.วิ่งเข้าออก 12 รอบกระจายฝังในป่ารกทั้งหมด 6 หลุม ตั้งปมเหตุสังหารโหด 2 ประเด็น คือการฆ่าทวงหนี้และเรียกค่าไถ่จากคดีฆ่าหั่นศพนายมิคาเอล เอเมเลียนอฟ อายุ 30 ปี ชาวรัสเซีย คนร้ายนำเศษชิ้นส่วนฝังดิน 7 หลุม ในที่ดินรกร้างเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ริมบ่อน้ำภายในซอยพัฒนาการ 4 หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนหน้านี้ผู้ตายคุยกับนางโอลกา ลาซาเบนโก อายุ 51 ปี ผู้เป็นแม่ชาวรัสเซียว่าถูกเพื่อนสัญชาติเดียวกันส่งข้อความข่มขู่ให้ใช้หนี้เป็นเงิน 1.2 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 3.7 ล้านบาท ภายหลังติดต่อไม่ได้ นางโอลกาเดินทางมาประเทศไทยเข้าแจ้งความ ตำรวจออก ติดตามกระทั่งพบเป็นศพถูกฆ่าสยอง ขณะที่ตำรวจ สส.ภ.จ.ชลบุรี จับกุมนายยารอสลาฟ เตมิดอฟ อายุ 35 ปี และนายดมีทรี มัสดาเลฟ อายุ 38 ปี ทั้งคู่เป็นชาวรัสเซีย ที่ห้องพักภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ซอยสุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม. คุมตัวไปสอบสวน ปมฆ่าสังหารโหดในครั้งนี้คาดว่าน่าจะเป็นการฆ่าล้างหนี้ เนื่องจากมีแชตข้อความข่มขู่เรื่องเงิน 1.2 แสนดอลลาร์ เกี่ยวพันกับการค้าเฮโรอีน หากไม่นำเงินมาคืนจะฆ่านำอวัยวะไปขายความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 2 ก.พ. พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภาค 2 พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี แถลงสรุปผลคดีฆ่าหั่นศพนายมิคาเอล เอเมเลียนอฟ อายุ 30 ปี ชาวรัสเซียพล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2 เปิดเผยว่า คดีนี้เริ่มต้นมาจากนางโอลกา ลาซาเบนโก อายุ 51 ปี แม่ของผู้ตายมาร้องเรียนกับตำรวจให้ช่วยตามหาลูกชายหายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 ม.ค. พร้อมส่งพิกัดและบอกว่าจะเดินทางไปพบหุ้นส่วนทางธุรกิจที่บ้านเช่าใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จากนั้นไม่สามารถติดต่อได้ หวั่นลูกจะตกอยู่ในอันตราย ตำรวจบูรณาการร่วมกันสืบสวนอย่างละเอียด ตรวจกล้องวงจรปิดพบภาพผู้เสียชีวิตเดินทางเข้ามายังบ้านหลังที่เกิดเหตุ และไม่กลับออกมาตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. พฤติการณ์ต้องสงสัยของผู้ต้องหาทั้ง 2 ขี่รถ จยย.ที่มีลักษณะบรรทุกสิ่งของขนาดใหญ่ใต้เบาะออกจากบ้านพักที่เกิดเหตุเข้าออก 12 รอบ สังเกตจากเบาะรถที่ขี่ออกไปปิดไม่สนิท ทำให้ตำรวจมั่นใจว่าใต้เบาะรถต้องมีวัตถุบางอย่าง และคิดว่าน่าจะเป็นร่างของผู้ตายที่ถูกหั่นชำแหละศพนำไปทิ้งสถานที่ใกล้ๆ ช่วงแรกคาดว่านำไปทิ้งในบ่อน้ำ ชุดสืบสวนเดินสำรวจไปพบร่างของผู้ตายถูกหั่นชำแหละบรรจุใส่ถุงดำกระจายฝังทั้งหมด 6 หลุม รวมถึงเสื้อผ้าเอกสารของผู้ตายพล.ต.ท.ฉัตรชัยเผยอีกว่า ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี ลงพื้นที่ไปตรวจสอบบ้านจุดเกิดเหตุ ใช้เทคนิคในการพิสูจน์หลักฐานสำคัญ พ่นสารบลูสตาร์ (Bluestar) พบร่องรอยคราบเลือดมนุษย์จำนวนมากในบริเวณห้องน้ำ อ่างล้างมือ และบริเวณใต้เบาะรถ จยย.ที่ต้องสงสัยว่าใช้ในการขนย้ายชิ้นส่วนศพ ถึงแม้ผู้ต้องหาจะพยายามทำลายหลักฐาน เมื่อใช้เทคนิคแนวทางการพิสูจน์หลักฐานพบว่ามีร่องรอยคราบเลือดติดอยู่ และอยู่ในระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบว่าคราบเลือดดังกล่าวตรงกับผู้ตายหรือไม่ ตำรวจขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับนายยารอสลาฟ เตมิดอฟ อายุ 35 ปี และนายดมีทรี มัสดาเลฟ อายุ 38 ปี ฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งความตาย และเรียกค่าไถ่โดยหน่วงเหนี่ยวกักขังบุคคลอื่น จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย จากนั้นบุกจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองคนที่ห้องพักภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านซอยสุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม.ในเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การปฏิเสธพล.ต.ท.ฉัตรชัยเปิดเผยเพิ่มอีกว่า ส่วนปมสาเหตุการฆ่าสังหารโหดตั้งไว้ 2 ประเด็น คือ การ ฆ่าทวงหนี้และเรียกค่าไถ่ ส่วนอาวุธที่ใช้ชำแหละศพเป็นเลื่อยเหล็กพบถูกฝังอยู่ในดินบริเวณจุดเกิดเหตุ เลื่อยมีลักษณะรอยตัดตรงกันบนกระดูกร่างของผู้ตาย ส่วนบริเวณที่มีการหั่นศพเชื่อว่าใช้ห้องน้ำในบ้านหลังดังกล่าวเป็นจุดชำแหละศพ เนื่องจากพบรอยคราบเลือดจำนวนมากอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่