กล้าธรรมโดน 2 รายซ้อน ศาลฎีกามีคำสั่งถอนชื่อ “ชลสิทธิ แก้วยะรัตน์” ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต เขต 2 เข้าลักษณะต้องห้ามถือหุ้นสื่อ อีกราย “ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ” ผู้สมัคร สส.นคร ศรีธรรมราช เขต 7 ถูก กกต.ลงมติถอนชื่อจากผู้สมัคร ให้ ผอ.กกต.นครศรีธรรมราช ส่งศาลฎีกาวินิจฉัย เหตุเคยต้องคดีทุจริตลักทรัพย์ เจ้าตัวโวยลั่นไม่เหนือคาดหมาย ตั้งทีมทนายสู้คดี “แสวง” เสียงแข็งไม่พบซื้อเสียง แค่เสียงลือเสียงเล่าอ้าง “อนุทิน” จัดคิวลุยโคราช แสดงตัว “นายกฯปากช่อง” ดีใจด้วย “ภูมิธรรม-ทวี” พ้นบ่วง “ดร.เชน” ฟีเวอร์ที่อุดรฯ เจอทั้งกอดทั้งหอม ตั้งเป้าได้ 200 ที่นั่ง “ยิ่งกว่าพลัส 70/30” ทำได้จริง “เท้ง” อ้อนชาวลำปางกาส้มให้ขาด สานฝันตั้งรัฐบาล โหมแคมเปญ “เชื่อในประชาชน” ลุ้น “พิธา” โผล่แจมสามย่านมิตรทาวน์ “ไอซ์” รณรงค์คว่ำระเบียบใหม่เลือกตั้งประกันสังคม ถลุงเงินสุรุ่ยสุร่ายศาลฎีกามีคำวินิจฉัยและมีคำสั่งให้ถอนชื่อนายชลสิทธิ แก้วยะรัตน์ ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต เขต 2 หมายเลข 1 พรรคกล้าธรรม (กธ.) อีกราย หลังพบว่าเข้าลักษณะต้องห้ามมาตรา 42 (3) กรณีเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการสื่อ นับเป็นรายที่ 2 ต่อจากนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 7 พรรค กธ.สั่งถอนชื่อผู้สมัครภูเก็ต กธ.อีกรายเมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 22 ม.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต (กกต.ภูเก็ต) น.ส.อรพิน อาชีวะสุข ผอ.กกต.ภูเก็ต เปิดเผยว่า ศาลฎีกามีคำวินิจฉัยและมีคำสั่งให้ถอนชื่อนายชลสิทธิ แก้วยะรัตน์ ผู้สมัคร สส. ภูเก็ต เขต 2 หมายเลข 1 พรรคกล้าธรรม (กธ.) เนื่องจากเข้าลักษณะต้องห้ามมาตรา 42 (3) กรณีเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใดๆ ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งให้ถอนชื่อ เป็นไปตามคำร้อง กกต.ภูเก็ต หลังตรวจพบว่านายชลสิทธิเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชน ภายหลังประกาศรับรองผู้สมัคร สส.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 7 ม.ค.69 ถือว่า นายชลสิทธิสิ้นสภาพการเป็นผู้สมัครเรียบร้อยแล้ว จะมีประกาศถอนชื่อเป็นทางการอีกครั้ง หากยังมีผู้กากบาทหมายเลข 1 จะกลายเป็นบัตรเสีย“ก้องเกียรติ” โวยหลังโดนตัดสิทธินายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 7 พรรคกล้าธรรม โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเพจเฟซบุ๊ก ชี้แจงกระแสข่าวถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถอนชื่อจากการเป็นผู้สมัคร สส. เนื่องจากเคยต้องคดีทุจริตลักทรัพย์ว่า ไม่เหนือความคาดหมาย เป็นขบวนการตัดสิทธิคุณสมบัติตนลงสมัคร สส. ที่เกิดขึ้นหลังจากการต่อรองย้ายพรรคไม่สำเร็จ เรื่องนี้ผู้ใหญ่ของพรรค ฝ่ายกฎหมาย และทีมทนายเตรียมข้อมูลต่อสู้หลัง กกต.มีมติให้ใบแดง หรือถอดถอนรายชื่อผู้สมัคร มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ฝากถึงผู้สมัคร สส.ทุกพรรคขอให้อยู่ในกติกา เรามาสู้กันด้วยนโยบาย การเมืองแบบเดิมๆ เราจะไม่ทำกัน พร้อมโพสต์ข้อความว่า “กกต.มีอำนาจแจกใบแดง ผมก็มีสิทธิยื่นขอความเป็นธรรมจากศาลฎีกาฯ ทวงคืนความเป็นธรรม”มีรายงานล่าสุดว่า สำนักงาน กกต.มีหนังสือแจ้งไปยังสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราชว่า กกต.ได้พิจารณาและสั่งให้ถอนชื่อนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ขณะนี้ ผอ.กกต.นครศรีธรรมราชกำลังดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาตามขั้นตอน“แสวง” เสียงแข็งไม่พบการซื้อเสียงที่สำนักงาน กกต. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการซื้อสิทธิขายเสียงว่า ขณะนี้เป็นกระแสมีคนพูดเยอะ แต่ข้อเท็จจริงตามข้อมูลช่วงนี้ยังไม่มีการกระทำ จะไปเข้มข้นในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง ส่วนจำนวนเงินที่พูดกันน่าจะเป็นเรื่องการถามความเห็นมากกว่า แต่ขณะนี้ยังไม่มี อาจมีกระแสหรือเป็นการเตรียมการ แต่ก็อยู่ในสายตาของ กกต. ที่เราทำได้คือป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น เมื่อถามว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมามีการระบุว่าประชาชนเห็น แต่ กกต.ไม่เห็น ครั้งนี้จะลบภาพจำแบบนี้ได้หรือไม่ นายแสวงตอบว่า ไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่มี แต่อย่างที่บอกเรามีมาตรการป้องกัน คนที่ไม่ชนะก็จะมีมุมพูดเหมือนเดิม เมื่อถามว่าพบผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรได้รับบัตรเลือกตั้งไม่ครบ นายแสวงตอบว่า ยังอยู่ในเวลา บอกว่าได้รับไม่ครบคงไม่ได้ แต่ละประเทศส่งไม่เหมือนกัน ต้องดูว่าผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิได้ลงทะเบียนทั้ง 2 ประเภทหรือไม่ ต้องตรวจสอบแจกแจงเจียดจ่ายงบ 7,824 ล้านบาททั้งนี้ สำนักงาน กกต. ยังเผยแพร่งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 งบกลาง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการควบคุมและจัดการเลือกตั้ง สส. เป็นการเลือกตั้งทั่วไป และการออกเสียงประชามติ ที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. วันที่ 8 ก.พ.2569 ให้ประชาชนทราบตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งมาตรา 61 กกต.มีมติเห็นชอบงบประมาณจำนวน 7,824,040,100 บาท มีรายละเอียด ดังนี้ 1.สำนักงาน กกต. จำนวน 6,174,315,500 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในการควบคุมและจัดการเลือกตั้ง สส. การออกเสียงประชามติและงบประมาณในส่วนของหน่วยงานสนับสนุน จำนวน 1,649,724,600 บาท จำนวน 14 องค์กร “อนุทิน” โคราชช่วยลูกชาย “วิรัช”ที่อาคารโดมเทศบาลตำบลโนนสูง อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย นำคณะลงพื้นที่ช่วยนายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ผู้สมัคร สส. นครราชสีมา เขต 5 หาเสียง มีนายวิรัช รัตนเศรษฐ บิดานายทวิรัฐมาให้กำลังใจ นายอนุทินกล่าวปราศรัยว่า ที่ผ่านมาภูมิใจไทยยังไม่เคยมี สส.จาก อ.โนนสูง ต้องขอครั้งนี้มอบ สส.ให้พรรค ภท.เป็นครั้งแรก เราหาผู้สมัครที่มีความสามารถมากที่สุด มีความรู้มีพื้นฐานที่ดี และไม่ใช่คนอื่นไกลมาใช้ชีวิตอยู่ที่ปากช่อง 20 กว่าปีแล้ว ถือว่าเป็นคนโคราชได้ ชาวโคราชเคยมีนายกฯชื่อ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ วันนี้พูดได้ไม่ผิดว่านายกฯอยู่โคราชเหมือนกัน อยู่ปากช่องนี่เองอ่อยมาสานต่อคนละครึ่งพลัสนายอนุทินกล่าวอีกว่า เข้ามา 3-4 เดือนถือว่าโชคดี ที่มีพี่น้องชาวโคราช บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อีสานใต้ที่อยู่แนวเขตกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ช่วงหลังเป็นศัตรูบ้านกันมากกว่า แต่มั่นใจว่าพ่อแม่พี่น้องอยู่ข้างตนทุกคน ถึงกล้าตัดสินใจให้ฝ่ายกองทัพต่อสู้อย่างเต็มที่ปกป้องบ้านเมืองของเรา วันนี้ขอประกาศว่าในช่วง 4 เดือนทวงคืนผืนแผ่นดินทุกตารางนิ้วกลับคืนมาเป็นของไทยเรียบร้อย วันนี้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ไปต่างประเทศเจรจาค้าขายข้าว เราไม่มีข้าวเถื่อนแล้ว จะขายเฉพาะข้าวที่คุณกินเป็นข้าวเท่านั้น ไม่ใช่เอาข้าวไปทำแป้ง ไม่ใช่เอาข้าวไปทำอาหารสัตว์ เลือกพรรคภูมิใจไทยกลับเข้าไปคนละครึ่งพลัสเฟส 2 จะกลับมาหาท่าน คำว่า พลัส พลัส พลัส ไม่มีวันหยุดดีใจด้วย “ภูมิธรรม—ทวี” พ้นบ่วงนายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า คราวที่แล้วภูมิใจไทย ได้ สส.โคราชมาแค่ 1 ที่ ครั้งนี้เรามั่นใจว่าได้มากกว่าเดิม เมื่อถามว่าพื้นที่นี้ถือว่าเป็นพื้นที่ค่อนข้างยาก นายอนุทินตอบว่า เราได้นายทวิรัฐ ลูกชายนายวิรัช รัตนเศรษฐ ผู้คร่ำหวอดในแวดวงการเมืองโคราช เราได้ผู้สมัครที่แข็งแรง มีความรู้ความสามารถมานำเสนอให้กับประชาชนในเขตนี้ เมื่อถามว่าจากการเป็นบ้านใหญ่เชื่อว่าจะสามารถปักธงได้หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เราไม่ได้เสนอบ้านใหญ่ นายทวิรัฐ มีความรู้ความสามารถ มีความทุ่มเทตั้งใจมาทำงาน ไม่ได้พิจารณาเพราะเป็นลูกบ้านใหญ่ ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ และอดีต รมว.มหาดไทย และ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม ไม่มีความผิดกรณี แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว. นายอนุทินตอบว่า “ดีแล้ว เป็นไปตามคำพิพากษา พรรคภูมิใจไทยไม่มีส่วนเกี่ยวโยง ดีใจด้วย”“ชาดา” ส่งไม้ “ซาบีดา” ทายาทตัวจริงนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า เป้าหมายของนักการเมืองคือการเป็นรัฐมนตรี เคยเป็นมาแล้ว 8 เดือน ตอนนี้ไม่อยากเป็นแล้ว เพราะเชื่อว่าสามารถทำประโยชน์ในด้านอื่นได้ดีกว่า ปัจจุบัน น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ดี ได้รับการยอมรับจากประชาชน และเชื่อในแนวคิดว่าหากพัฒนาหมู่บ้านดีตำบลก็ต้องดี อำเภอดีจังหวัดก็ดี สุดท้ายประเทศชาติก็จะดีตามไปด้วย ตั้งเป้าพัฒนาอุทัยธานีให้เป็นจังหวัดที่ดี ทั้งเรื่องการท่องเที่ยว และสาธารณูปโภคพื้นฐาน เริ่มต้นการเมืองจากเด็กเลี้ยงวัวไม่ได้เป็นลูกนักการเมืองมาก่อน จ.อุทัยธานีเป็นจังหวัดเล็กๆท่ามกลางความขาดแคลน แต่เราพยายามทำให้การเลือกตั้งได้รับการยอมรับจากประชาชนก็รู้สึกภาคภูมิใจพท.เปิดเวทีอุดรฯเหมาทั้ง 10 เขตช่วงสายที่ทุ่งศรีเมืองบ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมนายภูมิธรรม เวชยชัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ แกนนำพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยนายไตรภพ คำเพชร ผู้สมัคร สส.อุดรธานี เขต 4 หาเสียง นายยศชนันกล่าวปราศรัยว่า กลับมาเมืองหลวงของเพื่อไทยแล้ว รอบนี้ประมาทไม่ได้ขอ 10 เขต วันนี้ได้เห็นคนสุดลูกหูลูกตา พรรคเพื่อไทยพร้อมเดินไปกับพ่อแม่พี่น้องทุกคน พร้อมเข้าไปแก้ปัญหา อุดรฯมีดีหลายอย่าง ขาดเพียงผู้นำที่จะพาไปในระดับนานาชาติ มั่นใจจริงๆว่าในประเทศไทยทุกอย่างเป็นไปได้ และวันนี้จะไปให้ทั่วอุดรฯ ให้ทุกคนเห็นว่าพรรคเพื่อไทยกลับมาแล้ว“เต้น” สั่งสอนงูเห่าให้รู้ “ไผเป็นไผ”นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวปราศรัยว่า วันที่ 8 ก.พ.ขอให้พี่น้องชาวอุดรธานีตัดสินใจให้เด็ดขาด ยืนยันในสิ่งที่เราเชื่อร่วมกันว่าเพื่อไทยทำงานได้ มีนโยบาย และแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง ใครที่ย้ายไปแล้วให้บทเรียนให้เขารู้จักคนอุดรฯ ให้เขารู้จักคนบ้านดุง นายไตรภพคนมีคุณภาพอยู่เขตนี้ ซึ่งเกือบไปถ้าหาคนมาลงไม่ทันเสียหาย เลือกตั้งครั้งนี้นอกจากเลือกเพื่อไทย 2 ใบ เอาเพื่อไทยไปทำงานแล้ว ยังเป็นการสั่งสอนคนที่เล่นการเมืองแบบนี้ให้รู้ด้วย กาเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ ให้รู้ว่า “ไผเป็นไผ” “ยศชนัน” ฟีเวอร์เจอทั้งกอดทั้งหอมต่อมานายยศชนันและคณะมาที่โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม จ.อุดรธานี ช่วยนายสมัคร บุญปก ผู้สมัคร สส.อุดรธานี เขต 3 หาเสียง ทั้งนี้ ก่อนขึ้นเวทีปราศรัย นายยศชนันเดินพบปะทักทายประชาชนที่มาฟังปราศรัย ซึ่งประชาชนทั้งกอด ทั้งหอม และขอถ่ายภาพคู่ บางจังหวะนายยศชนันถึงกับขึ้นเก้าอี้กล่าวทักทายประชาชน ให้ทั่วถึง นายยศชนันกล่าวปราศรัยย้ำขออุดรฯ ทั้ง 10 เขต เพราะถ้าไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง เพื่อไทยไม่ได้เข้าไปแบบถล่มทลาย นโยบายต่างๆก็ทำไม่ได้ ท่ามกลางบรรยากาศมีประชาชนมาร่วมรับฟังการปราศรัยจำนวนมากจนคนล้นสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ ก่อนจะเดินทางต่อมาที่วัดศรีนคราราม อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ช่วยนายธีรชัย แสนแก้ว ผู้สมัคร สส.อุดรธานี เขต 7 หาเสียง กระทั่งช่วงบ่าย นายยศชนันและคณะเดินทางมายังวัดโพนงาม อ.สระใคร จ.หนองคาย ช่วยนายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ผู้สมัคร สส.หนองคาย เขต 1 หาเสียงตั้งเป้าชนะ 200 ที่นั่งนายยศชนันให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงเสียงวิพากษ์ วิจารณ์นโยบายยิ่งกว่าพลัส 70/30 อาจทำไม่ได้จริง เหมือนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตว่า เป็นการกระตุ้นทีละครั้ง มีการคำนวณเรื่องงบประมาณ และมีโมเดลเพิ่มเติม มั่นใจว่าสามารถส่งมอบและทำนโยบายได้ เมื่อถามย้ำว่าจะไปสะดุดข้อกฎหมายหรือมีปัญหาแบบเดียวกันหรือไม่ นายยศชนันตอบว่า เราถอดบทเรียนและมีประสบการณ์ในเรื่องนี้ เป็นกลไกที่ทำได้เลย และพรรคเพื่อไทยตั้งเป้าไว้ 200 ที่นั่ง เพื่อความเป็นเอกภาพ หากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะดูพรรคการเมืองที่มีนโยบายที่สามารถเข้ากับนโยบาย ของพรรคเพื่อไทยได้ เมื่อถามย้ำว่าแกนนำพรรคภูมิใจไทยยังคงหยิบยกเรื่อง “อังเคิล” ขึ้นมาโจมตี นายยศชนันตอบว่า เรื่องนี้ไม่มีปัญหา เห็นได้ชัดเจนอยู่แล้วว่าพรรคเพื่อไทยพยายามปราบปรามสแกมเมอร์อย่างจริงจัง และเดินหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน ยาเสพติด และสื่อสารเรื่องนี้ในทุกเวที“พิชัย” ยันทลายผูกขาดข้าวกับมือด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีมีดราม่าเรื่องสต๊อกข้าว จากการดีเบตระหว่าง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อยากชี้แจงว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยกระทรวงพาณิชย์ ได้ทำลายการผูกขาดการส่งออกข้าวและปรับเปลี่ยนกฎระเบียบให้สะดวกกับการส่งออกข้าวของผู้ส่งออกรายย่อย ตามแนวทางที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯให้นโยบายไว้ ได้แก่ ลดระยะเวลาการขึ้นทะเบียนผู้ส่งออกข้าว จากเดิม 3 วัน เหลือเพียง 30 นาที ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ลดสต๊อกข้าวขั้นต่ำสำหรับผู้ส่งออกรายย่อย จาก 500 ตัน เหลือ 100 ตัน ปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมใบอนุญาตส่งออกข้าว ให้สอดคล้องกับขนาดทุนจดทะเบียน ลดภาระผู้ประกอบการรายย่อย ยกเว้นค่าธรรมเนียมทั้งหมดสำหรับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และสหกรณ์ที่จดทะเบียนถูกต้อง และพรรคยังมีแผนดำเนินการเพิ่มเติม ได้แก่ ลดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำสำหรับบริษัทส่งออกข้าว จาก 5 ล้านบาท ให้เหลือไม่เกิน 1 ล้านบาท ฯลฯ ตัวเลขสะท้อนผลลัพธ์ ข้อมูลจากกรมการค้าต่างประเทศระบุว่า ในปี 2568 มีผู้ประกอบการรายใหม่ขึ้นทะเบียนผ่านระบบ DFT SMART—I จำนวน 47 ราย คิดเป็นกว่า 20% ของผู้ส่งออกข้าวที่ขึ้นทะเบียนทั้งหมด สะท้อนความสำเร็จเบื้องต้นของนโยบายทลายการผูกขาด ซึ่งตนเป็นผู้ดำเนินการและทำเสร็จตั้งแต่ต้นปี 2568“เท้ง” อ้อนคนลำปางกาส้มให้ขาดช่วงบ่ายที่ร้านลื่นคาเฟ่ อ.เสริมงาม จ.ลำปาง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน พร้อม น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และ นพ.บอนด์ สุริยะ ผู้สมัคร สส.ลำปาง เขต 4 ลงพื้นที่พบปะประชาชน นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ครั้งนี้เหลืออยู่อย่างเดียวคือตั๋วใบที่หนึ่งที่ต้องมีมากพอ เราสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้แน่ จากนี้จนถึงวันเลือกตั้งเราต้องทำความคิดกับคนที่ยังลังเล ถ้าเราอยากได้รัฐบาลประชาชนจริงจะกาใบเดียวไม่ได้ ต้องกา 2 ใบ ถ้าเราชนะไม่ขาดก็จะได้รัฐบาลหน้าตาแบบเดิม ถ้าอยากได้การเปลี่ยน แปลงจริง ไม่อยากได้รัฐมนตรีสีเทา ไม่เอาทุจริตคอร์รัปชัน ต้องช่วยกัน ขณะที่ชาวบ้านที่เข้าร่วมพูดคุยถามว่ากระสุนเยอะมากทำอย่างไรดี นายณัฐพงษ์ตอบว่า ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาสับปะรด พรรคเคยสอบถามไปยัง กกต. ได้รับคำตอบว่า ถ้าไม่มีหลักฐานยึดโยงไปถึงทีมงานหรือผู้สมัคร เขาก็โยงไปถึงผู้สมัครไม่ได้ มันก็ยากใครจะยอมรับปลอบชาวบ้านอย่าเพิ่งหมดหวังผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงที่เปิดให้ชาวบ้านที่มานั่งล้อมวงคุยแสดงความเห็น มีชาวบ้านรายหนึ่งลุกขึ้นแสดงความเห็นด้วยเสียงสะอื้นว่า เลือกตั้งรอบที่แล้วได้คะแนนเสียงเยอะ ก็ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล พร้อมถามถึงนโยบายด้านการศึกษาของพรรค นายณัฐพงษ์ชี้แจงว่า ขอบคุณที่ยังไม่หมดหวัง การที่เราเลือกเดินหน้าต่อมันเป็นพลังให้กันและกัน นโยบายด้านการศึกษาต้องเข้าไปแก้ที่รายละเอียด เช่น ลดภาระงานครู เราต้องพยายามออกแบบปรับปรุงงบประมาณที่จะให้กับโรงเรียน บางส่วนต้องให้เป็นพื้นฐาน บางส่วนต้องไปรายหัว ถ้าเรารู้สึกหมดหวังเท่ากับเขาชนะ ถ้าประชาชนมีหวัง เขตแดนทางอำนาจของประชาชนจะมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเราทำสำเร็จแล้วมาทุกครั้ง นอกจากเชื่อในพลังของพวกเราแล้ว อีกอย่างที่สำคัญคือการที่เราเชื่ออำนาจสูงสุดของประชาชนในประเทศนี้ “ผมไม่ได้แคร์ว่าจะถูกตัดสินในอนาคตอันใกล้ แต่สิ่งที่เชื่อมั่นมากคือสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง”“ธนาธร” ชี้ไม่อยากได้ “หนู” เลือก ปชน.ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ลงพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้า ไปแลกเปลี่ยนความเห็นกับกลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ถึงแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และการฟื้นฟูพื้นที่หาดใหญ่หลังประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ ช่วงบ่ายนายธนาธรเดินทางมาร่วมงาน “ปลุกพลังสงขลาเมืองสีส้ม” พูดคุยกับสมาชิกพรรคในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ โดยนายธนาธรหวังว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้จะเปลี่ยนใจชาวหาดใหญ่ ให้กาพรรค ปชน.ทั้ง 2 ใบได้ พรรค ปชน.จะทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นได้อีกครั้ง โดยจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ รอบในนี้ไม่มี สว.มาร่วมโหวตนายกฯแล้ว ครั้งสุดท้ายที่เสียงของประชาชน มีความหมาย คือ 15 ปีที่แล้ว ที่ผลการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลไปในทิศทางเดียวกัน หากจะให้ผลเลือกตั้งกำหนดโฉมหน้ารัฐบาลได้จริง พรรค ปชน.ต้องชนะพรรคอันดับ 2 ขาดลอย การเลือกตั้งครั้งนี้จึงมีอนาคตไทยเป็นเดิมพัน หากเลือกพรรคอื่นจะได้ภูมิใจไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่หากประชาชนไม่อยากได้นายกฯคนเดิม ทางออกคือเลือกพรรค ปชน. ขอพลังจากทุกคนช่วยเป็นปากเป็นเสียง เดินทางไปพร้อมกับพรรค คำสัญญาที่พรรคให้ประชาชนทุกคนได้ในวันนี้ คือหากเป็นรัฐบาลจะไม่มีการทุจริต คอร์รัปชัน และหากประชาชนเชื่อว่าต้องการส่งต่อสังคมที่ดีกว่านี้ให้กับลูกหลาน ขอให้เดินทางไปพร้อมกับพรรค ปชน.ให้รอลุ้น “พิธา” โผล่แจมสามย่านฯด้านเพจทางการพรรคประชาชน เผยแพร่กำหนดการเวทีปราศรัยใหญ่ กทม. ที่สามย่านมิตรทาวน์ 25 ม.ค. หัวข้อ “เชื่อในประชาชน” จะมีการปราศรัยตั้งแต่ช่วงเย็นเวลา 16.00 น. ทั้งผู้สมัครแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ ต่อด้วยแกนนำพรรค อาทิ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล น.ส.พรรณิการ์ วานิช น.ส.รักชนก ศรีนอก และทีมผู้สมัคร สส. ได้แก่ นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ นายนฤพล เลิศปัญญาโรจน์ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ทั้งนี้มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีแนวโน้มว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล จะมาร่วมปราศรัยใหญ่ครั้งนี้ด้วย แต่ในรายชื่อผู้ปราศรัยปัจจุบัน (22 ม.ค.) ยังไม่ปรากฏชื่อนายพิธา แต่ทางพรรคแจ้งว่าให้รอติดตามหน้างาน “ไอซ์” รณรงค์คว่ำระเบียบประกันสังคมขณะที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) และคณะ อาทิ นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 1 ร่วมกันเดินรณรงค์เชิญชวนประชาชนร่วมโหวตไม่เห็นด้วย ในการประชาพิจารณ์ของสำนักงานประกันสังคม กรณีการแก้ไขระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ที่มีสาระสำคัญเป็นการเปลี่ยนสัดส่วนคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างมีนัยสำคัญ โดยคณะของ น.ส.รักชนกเริ่มเดินรณรงค์ที่สถานีรถไฟฟ้าบางหว้า และนั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานีศาลาแดง เดินรณรงค์ต่อที่ซอยละลายทรัพย์ ตลอดกิจกรรมได้รับความสนใจจากประชาชนที่สัญจรไปมาจำนวนมากกำหมัดกัดฟันโกรธแต่ต้องจ่ายทุกเดือนน.ส.รักชนกให้สัมภาษณ์ว่า นี่คือเงินที่ทุกคนต้องจ่ายทุกเดือน เวลาเห็นบิลใบเสร็จเงินเดือนมันตัดไป 750-875 บาท ทุกคนหวังว่านี่จะเป็นหลังพิงสุดท้ายในช่วงบั้นปลายชีวิต แต่เงยหน้าขึ้นมาเจอตึกสกายไนน์ เจอปฏิทิน เจอโรงอาหารที่กระทรวงแรงงาน เจอเว็บ แอป 850 ล้านบาท ที่ทุกวันนี้ใช้งานไม่ได้ ที่ผ่านมาหลายสิบปีถูกปิดหูปิดตาไม่ให้รู้อะไรเลย ที่เจ็บกว่านั้นคือถึงรู้ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่กำหมัดกัดฟัน โกรธแต่ต้องจ่าย ขอฝากถึง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงานด้วยว่า มีคนที่รอใช้เงินอยู่ และฝากไปถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ เรื่องตึกสกายไนน์ ข้อเท็จจริงชัดเจนจนทิ่มตาจะบอด ทั้งประเทศรู้หมดแล้วว่าไม่ชอบมาพากล เมื่อไหร่จะตั้งคณะกรรมการสอบแล้วลากคอคนผิดมาลงโทษ หรือตอนนี้จะรวมกันหมดแล้ว หรือกลัวว่าถ้ารื้อไปแล้วจะเจอคนรู้จักหรือไม่ ในรัฐบาลพรรค ปชน. จะไม่มีใครสามารถเป็นเห็บหมัดกัดกินสำนักงานประกันสังคมได้อีก“เพชร” ย้ำสัมพันธ์ “เพื่อนน็อต” ยังดีนายกรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีปรากฏภาพในสื่อออนไลน์ ทำนองเกือบฟาดปากกับเพื่อนซี้ดาราดัง “น็อต วรฤทธิ์” พิธีกรรายการแฉว่า “เดี๋ยวนี้การทำภาพปลอมจาก Ai ไม่ใช่เรื่องยาก ผมกับน็อตสนิทกันจนการด่ากันแรงๆเป็นเรื่องปกติ แต่จะอย่างไรผมไม่เคยเลิกคบใครเพียงเพราะเห็นต่างทางการเมืองครับ เคารพทุกความเห็นต่าง แต่อย่า ใส่ร้ายกันด้วยภาพปลอมเลยครับ”“ตรีนุช” ลงกาฬสินธุ์ช่วยลูกพรรคที่ตลาดทุ่งศรีเมือง จ.กาฬสินธุ์ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำนายสนั่น พงษ์อักษร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วยนายปภัทร เฮงไพบูลย์ ผู้สมัคร สส.กาฬสินธุ์ เขต 1 หาเสียงพบปะพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า รับฟังปัญหาค่า ครองชีพ บรรยากาศเป็นกันเอง พร้อมนำเสนอนโยบายหลัก “เกิดดี ดูแลดี แก้หนี้ไม่ทิ้ง แก้ให้ตรงจุด หมดภาระที่หนักใจ” และต่อยอดผลงานที่ได้ทำมา โดยการเพิ่มความช่วยเหลือด้านค่าครองชีพผ่านบัตรประชารัฐ จาก 300 บาท เป็น 700 บาทต่อเดือน“อภิสิทธิ์” เปิดลานปราศรัยกลางทุ่งที่ทุ่งนาหน้าอ่างเก็บน้ำเขาหลวงท่าดินแดง จ.สุโขทัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรค ร่วมลงพื้นที่ จ.สุโขทัย รณรงค์ช่วยผู้สมัคร สส.สุโขทัย หาเสียง โดยเปิดลานปราศรัยกลางทุ่งนา มีประชาชน และเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมจำนวนมาก นายอภิสิทธิ์กล่าวปราศรัยว่า ความตั้งใจแรกที่กลับมาที่ จ.สุโขทัย คืออยากกลับมาทำให้บ้านเมืองสุจริต เพราะช่วงที่ไม่อยู่มีคนบ่นว่าการเมืองทุจริต เหลือเวลาไม่ถึง 20 วัน อย่าให้การเมืองเป็นเรื่องการนำเงินมาซื้อขายกัน การคอร์รัปชันปัจจุบันร้ายกว่าเดิม เพราะมีทุนเทาจากสแกมเมอร์ หลอกลวงเอาเงินมาซื้ออำนาจ แลกไม่ถูกดำเนินคดี หากอยากได้บ้านเมืองสุจริตและนโยบายของพรรค ขอให้พี่น้องช่วยเลือกและให้โอกาสผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ เข้าไปทำงาน รทสช.จุดยืนเดิมปกป้อง รธน.ปี 60วันเดียวกัน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พร้อมนายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค ร่วมแถลงจุดยืนไม่เห็นชอบต่อการทำประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า การตั้งคำถามแบบปลายเปิดไร้กรอบ เท่ากับการ “เซ็นเช็คเปล่า” อาจนำไปสู่การฉีกรัฐธรรมนูญปี 2560 ทั้งฉบับ โดยไม่มีหลักประกัน ทำให้หมวดสำคัญๆ รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างรัฐ และสถาบันหลักของชาติถูกเปิดช่องให้เปลี่ยนแปลงทั้งหมดได้โดยไร้หลักประกัน อีกประเด็นที่พรรคกังวลคือผลกระทบทางกฎหมาย หากรัฐธรรมนูญปี 2560 ถูกยกเลิก อาจทำให้บุคคลที่เคยถูกตัดสิทธิหรือขาดคุณสมบัติ ได้รับสิทธิกลับคืนทั้งหมด สวนทางกับเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญปราบโกง ต่อมานายพีระพันธุ์ และแกนนำพรรคร่วมกันปล่อยคาราวานรวมไทยสร้างชาติ “ภาคเหนือต้องดีกว่านี้” ขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจและการเกษตรลงพื้นที่ภาคเหนือ ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคัก“ปวีณา” นำผู้สมัครพบจุฬาราชมนตรีวันเดียวกัน นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม (กธ.) นำคณะลงพื้นที่ตลาดมีนบุรี เพื่อขอคะแนนเสียงช่วยนายจิรัฎฐ์ เชาว์อริยรัฐ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 19 มีพ่อค้าแม่ค้า ประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า ให้การตอบรับอย่างคึกคัก ต่อมานางปวีณานำทีมนั่งรถสองแถวไปสักการะศาลหลักเมืองมีนบุรี เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นนางปวีณานำนายศรราม ศรีบุญเรือง ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 14 เข้าเยี่ยมคารวะนายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี ที่สำนักงานจุฬา ราชมนตรี ภายในโรงเรียนมิฟตาฮุ้ลอุลูมิดดีนียะห์ (บ้านดอน) นางปวีณากล่าวว่า เข้าพบจุฬาราชมนตรีเพื่อแสดงความยินดีในโอกาสได้รับปริญญาดุษฎี บัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พร้อมทั้งพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านสังคม และนโยบายสำคัญของพรรคโดยเฉพาะการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งท่านเห็นด้วยอย่างเต็มที่“ทักษิณ” ชวน ปชช.ไปเลือกตั้ง 8 ก.พ.อีกเรื่องที่เรือนจำกลางคลองเปรม นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ เป็นตัวแทนครอบครัวชินวัตร เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พร้อมนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายส่วนตัวนายทักษิณ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที นายวิญญัติเผยว่า นายทักษิณยังกำลังใจดี สบายดี เฝ้าติดตามการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. อยากให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิใช้เสียงกันให้มากขึ้น แต่ไม่ได้พูดลงลึก มีแต่ฝากขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ยังให้กำลังใจ ส่วนขั้นตอนการพักโทษเข้าใจว่าน่าจะอยู่ในขบวนการคัดกรองรายชื่อของผู้ต้องขังว่ามีใครเข้าเกณฑ์บ้าง อย่างที่ รมว.ยุติธรรมให้สัมภาษณ์ รายละเอียดน่าจะเป็นไปตามนั้น เรื่องการพักโทษคือประโยชน์ของผู้ต้องขัง ใครเข้าเกณฑ์ก็จะได้เป็นไปตามกฎหมาย และเป็นไปตามระยะเวลาที่ถูกคุมขังมา“วิญญัติ” ถาม คปท.ได้ค่าจ้างหรือไม่นายวิญญัติยังกล่าวถึงกรณีกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ยื่น หนังสือถึง รมว.ยุติธรรมคัดค้านการพักโทษนายทักษิณว่า อยากถาม คปท.ไปเกี่ยวอะไร แม้เป็นสิทธิ ของเขา แต่มองว่าการไปขวางการใช้กฎหมาย หากเกิดขึ้นกับตนเองหรือครอบครัวให้คิดดู การขวางกฎหมายไม่มีใครทำกัน อยากถามว่าทำแล้วได้อะไร ได้ค่าจ้างหรือไม่คปท.จี้ รมว.ยุติธรรมค้านการพักโทษก่อนหน้านี้ที่กระทรวงยุติธรรม เครือข่าย คปท. นำโดยนายพิชิต ไชยมงคล ยื่นหนังสือคัดค้านกรณีคุณสมบัติของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่จะได้รับการพักการลงโทษในเดือน พ.ค. มีนายกิตติวิทย์ คงบุญรักษ์ หัวหน้าศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม เป็นตัวแทนรับเรื่อง นายพิชิตกล่าวว่า มายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบเรื่องพิจารณาพักการลงโทษทั่วไปต่อนายทักษิณ เนื่องจากก่อนหน้านี้ รมว.ยุติธรรมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกรณีดังกล่าว เนื่องจากเข้าเงื่อนไขการพักการลงโทษจากการรับโทษ 2 ใน 3 ตามระเบียบการพักการลงโทษของกรมราชทัณฑ์ และจะได้พักโทษในเดือน พ.ค.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่