สืบนครบาลจับแล้วครูพอล “ดีเจมือปลาหมึก” ลูกชายนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง จนมุมคาโรงแรมม่านรูดเมืองกรุงเก่า ล่อลวงหญิงสาวเรียนดีเจ และถ่ายแบบแนวเซ็กซี่ อ้างช่วยดันงาน ป้อนงานในวงการ จากนั้นลวนลามกระทำอนาจารและขืนใจเหยื่อ น.1 สอบปากคำเจ้าตัวให้การปฏิเสธ อ้างเพียงแค่ถูกเนื้อต้องตัว ด้าน ผบก.สส. เผยมีหลักฐานมัดตัวแน่น เมียผู้ต้องหามอบภาพจากกล้องวงจรปิดสถานที่ก่อเหตุในสปามาให้ เชื่อว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อหลายราย ล่าสุดมีผู้เสียหายแจ้งความแล้ว 5 ราย และอยู่ระหว่างขอหมายจับเพิ่มอีกคดีรวบดีเจมือปลาหมึกลวงหญิงสาวไปลวนลามหลายคดี เปิดเผยขึ้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 20 ม.ค. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ รอง ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.จักรพันธ์ โอสถากันต์ ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.นิมิตรใหม่ ควบคุมตัวนายกฤติวุฒิ ลูกเพชร อายุ 44 ปี หรือดีเจพอล ผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 หมาย ของศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.88-89/2569 ข้อหาพยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นและกระทำอนาจารฯ และข่มขืนกระทำชำเราฯ มาสอบปากคำที่ บช.น. โดยมี พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ร่วมสอบสวนที่ห้องปารุสกวัน 2สืบเนื่องจากวันที่ 19 ม.ค. นายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนายความได้พาน้องอาริส ดีเจสาว พร้อมหญิงผู้เสียหายรวม 5 ราย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.สส.บช.น. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีนายกฤติวุฒิ หลังถูกล่อลวงไปล่วงละเมิดทางเพศ พฤติกรรมของนายกฤติวุฒิ ใช้โปรไฟล์เป็นลูกชายนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง และเป็นดีเจตามสถานบริการ ชักชวนหญิงสาวมาเรียนเปิดเพลง อ้างว่าช่วยดันงาน หรือป้อนงานในวงการ หรือถ่ายแบบแนวเซ็กซี่ (Erotic) ทำพอร์ตโฟลิโอ จากนั้นล่อลวงไปก่อเหตุกระทำอนาจารลวนลามเหยื่อ และคุกคามทางเพศ พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้เสียหายรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอาญามีนบุรีอนุมัติหมายจับ จับกุมนายกฤติวุฒิได้ที่โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากการสอบปากคำนาน 30 นาที นายกฤติวุฒิให้การปฏิเสธตลอดข้อหา ยอมรับว่าแค่ถูกเนื้อต้องตัวผู้เสียหายไม่ตรงกับคำให้การที่ผู้เสียหายไปแจ้งความ ชุดจับกุมนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ บก.สส.บช.น.พล.ต.ต.โชติวัฒน์กล่าวว่า แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจมีพยานหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ทั้งคำให้การของภรรยาผู้ต้องหาคนล่าสุด ได้มอบหลักฐานสำคัญภาพจากกล้องวงจรปิดภายในสปาแห่งหนึ่งสถานที่ก่อเหตุอนาจารผู้เสียหาย รวมทั้งตรวจยึดคอมพิวเตอร์ที่บรรจุภาพ และคลิปวิดีโอขณะกระทำความผิดไว้เป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบทางเทคนิคพบว่า ผู้ต้องหาได้ใช้โทรศัพท์มือถือลบภาพวงจรปิดในช่วงเกิดเหตุเพื่อทำลายหลักฐาน ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการกู้ข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ใช้เป็นหลักฐานเอาผิดเพิ่มเติมผบก.สส.บช.น. กล่าวด้วยว่า ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 1 หมาย เชื่อว่ามีผู้เสียหายหลายราย แต่ไม่กล้าแจ้งความ ขอประชาสัมพันธ์ผู้เคยตกเหยื่อเข้าให้ข้อมูลและแจ้งความดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะปกปิดข้อมูลผู้เสียหาย ล่าสุดมีผู้แจ้งความดำเนินคดีทั้งหมด 5 ราย เหตุเกิดท้องที่ สน.นิมิตรใหม่ 3 ราย สน.โชคชัย 1 ราย และ สน.โคกคราม 1 รายอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่