วันเสาร์สบายๆวันนี้ผมอยากชวนท่านผู้อ่านโดยเฉพาะกลุ่ม คนรักสัตว์มาร่วมขบคิดช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงที่ถูกทอดทิ้งเพราะเจ้าของต้องโทษจำคุก ซึ่งปัจจุบันมีเคสลักษณะนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเจ้าของถูกควบคุมตัวไปดำเนินคดีอาญา ชดใช้ความผิดตามกฎหมาย ทำให้สัตว์ที่เลี้ยงไว้ถูกทิ้งในบ้านที่ไม่มีใครอยู่ดูแล เผชิญภาวะไร้ที่พึ่งกะทันหัน ถือเป็นปัญหาเงียบที่ถูกมองข้ามปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับสุนัขหรือแมว แต่ยังครอบคลุมถึงสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นๆ และสัตว์เศรษฐกิจในฟาร์มขนาดเล็ก การขาดผู้ดูแลกะทันหันเช่นนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสวัสดิภาพสัตว์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขาดอาหาร ขาดน้ำ ขาดการดูแลเอาใจใส่เคสลักษณะนี้ปรากฏให้เห็นมากขึ้น โดยเฉพาะเจ้าของสัตว์เลี้ยง ที่โดน คดียาเสพติด สแกมเมอร์ บัญชีม้า เป็นอาชญากรรมที่เกิดขึ้นรายวัน เช่นกรณีล่าสุดที่ สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) ได้เข้าไปช่วยเหลือแมว 25 ตัวถูกทอดทิ้งในบ้านเช่าแห่งหนึ่งซอยเพชรเกษม 81 เขตหนองแขม ซึ่งเจ้าของถูกจับกุมดำเนินคดี แมวอยู่ในสภาพหิวโซ ผอมมากๆ สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์ฯได้เข้าไปช่วยดูแลและหาบ้านที่เหมาะสมให้สมาคมเล็งเห็นว่าเรื่องนี้เป็น ปัญหาใหม่ที่สำคัญ และยังไม่มีแนวทางออกที่แน่ชัด จึงได้จัด สัมมนาเชิงปฏิบัติการ ระดมความคิดเห็นจากเครือข่ายผู้รักสัตว์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน ผู้เชี่ยวชาญและนักกฎหมาย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังติดตามการแก้ไขปัญหา และถอดบทเรียนร่วมกันที่ผ่านมาสมาคมและเครือข่ายได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือในหลายกรณี หากเป็นเคสที่มีญาติเจ้าของเต็มใจรับสัตว์เลี้ยงไปดูแลต่อก็จะง่าย แต่ถ้าติดต่อญาติเจ้าของไม่ได้ หรือญาติปฏิเสธที่จะรับเลี้ยงดูแลต่อ ก็จะประสานงานหาผู้รับอุปการะชั่วคราวหรือหาบ้านใหม่ให้แก่สัตว์อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรคอ่อนไหวที่พบเจอเสมอ เช่น ข้อจำกัดทางกฎหมายในการส่งต่อสิทธิในการดูแลสัตว์เลี้ยงในระหว่างที่เจ้าของต้องโทษ ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อข้อพิพาททางกฎหมายในภายหลัง ระหว่างตัวเจ้าของสัตว์ ญาติ และองค์กรที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือขณะเดียวกันมีข้อเสนอให้มีการระบุสถานะสัตว์เลี้ยงในบันทึกการจับกุม เพื่อให้สามารถประสานงานส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานจัดสวัสดิภาพสัตว์ได้อย่างถูกต้อง โดยไม่กระทบต่อสิทธิความเป็นเจ้าของทรัพย์สิน เพราะการที่เจ้าของติดคุกชั่วคราวไม่ได้หมายความว่าเจ้าของสละสิทธิ์ในตัวสัตว์ หรือยินยอมให้บุคคลอื่นนำไปอุปการะถาวรนอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่อง สถานที่รองรับและงบประมาณในการดูแลระยะยาว สัตว์ที่รับมาจากเคสคดีความมักต้องการการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ มีค่าใช้จ่ายด้านเวชภัณฑ์และอาหารค่อนข้างสูง ขณะที่ศูนย์พักพิงที่มีอยู่ต่างแบกรับภาระสัตว์จรจัดจนใกล้เต็มขีดความสามารถอยู่แล้วการดึง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำ พื้นที่พักพิงชั่วคราว และ สนับสนุนงบประมาณ ถือเป็นอีกหนึ่งทางออกที่จะช่วยกระจายความเสี่ยง และลดภาระขององค์กรภาคเอกชนลงได้ อีกทั้งการจัดระบบสวัสดิภาพสัตว์ที่ดีมีความเชื่อมโยงกับความสงบเรียบร้อยและสุขอนามัยของชุมชน ช่วยป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงในบ้านกลายเป็นสัตว์จรจัดสร้างความเดือดร้อนให้แก่สังคมรอบข้างการสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี สร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชน เพราะอุปสรรคปัญหาเหล่านี้จะแก้ไขอย่างยั่งยืนได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน.ลมกรดคลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม