ป.ป.ส.แฉเคยจับแอร์โฮสเตสสาวที่แปดริ้วซุกผง 20 กก. ไปออสเตรเลีย เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา เชื่อเป็นเครือข่ายเดียวกันกับที่ส่งให้ “มีนา” ส่วนเคส “มีนา” พบผู้จะมารับของปลายทางชื่อ “เดียร์” เผยมีนาแชตคุยกับผู้ว่าจ้างหิ้วตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. ด้านเฟซอวตาร “Rose Rose” ตำรวจเร่งแกะรอย ชี้เครือข่ายยาอีสานชอบซุกผงไว้กับผ้า เคสซอยรางน้ำที่ จนท.บุกล็อกพร้อมกันกับที่รามคำแหง เมื่อเย็นวันที่ 1 ก.ค. พบเฮโรอีน9.98 กก. ซุกซ่อนในซองกาแฟและเสื้อกันหนาวปลายทางส่งออสเตรเลีย มีแอร์โฮสเตสเป็นผู้จ่ายเงินจ้างคนในซอยรางน้ำให้หิ้วไปแดนจิงโจ้ ส่วนที่รามคำแหงพบเฮโรอีน 6.23 กก. ซุกซ่อนในชุดผ้าไหมสีชมพูเตรียมส่งไต้หวัน ป.ป.ส.เตรียมประสาน DSI รับเป็นคดีพิเศษ ขณะที่ ป.ป.ส.ผนึกกำลังตำรวจชุดสืบสวน ภ.จ.เลย จับผัวไทยเมียลาวส่งพัสดุให้ “มีนา” นำตัวเค้นสอบปากคำหนักความคืบหน้าการติดตามกระชากหน้ากากขบวนการค้ายาเสพติด ที่ล่าสุดทางการออสเตรเลียมีผลสืบสวนคืบหน้า จนพบชื่อผู้ที่จะมารับของจาก น.ส.มีนา ที่ปลายทางแล้ว ขณะที่ ป.ป.ส.เปิดโปงจับแอร์โฮสเตสสาวที่ “แปดริ้ว” เตรียมหิ้วผง 20 กก.ออกนอกประเทศ โดยจับได้ก่อนขึ้นเครื่อง ส่วนปฏิบัติการล่าแก๊งค้าเฮโรอีนที่ซอยรางน้ำ พบซุกซ่อนอยู่ในเสื้อกันหนาวกับในห่อกาแฟรวม 9.98 กก. ปลายทางคือออสเตรเลีย อีกรายพบที่ย่านรามคำแหงซุกในเสื้อ ผ้าชุดไทยเตรียมนำส่งไปไต้หวันเผยหญิงชื่อ “เดียร์” รอรับของปลายทางเมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 2 ก.ค. นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยถึงคดี น.ส.มีนา ว่าหลังจากสำนักงาน ป.ป.ส.พูดคุยหารือกับตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) เมื่อวันที่ 1 ก.ค.แลกเปลี่ยนข้อมูลให้เบาะแส พบเบาะแสชื่อผู้รับพัสดุปลายทาง ที่ น.ส.มีนาให้การไว้กับตำรวจออสเตรเลีย ระบุว่าเมื่อ น.ส.มีนาหิ้วสินค้าไปถึงออสเตรเลียแล้ว จะมีหญิงชื่อ “เดียร์” มารอรับของที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แต่ น.ส.มีนาต้องไปส่งพัสดุถึงมือผู้รับเลย ยังไม่มีข้อมูลยืนยันมา เพราะเจ้าตัวถูกจับก่อน และคนชื่อ “เดียร์” จะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ ทางการออสเตรเลียไม่ได้แจ้งข้อมูล ขณะนี้มีการนำโทรศัพท์ของ น.ส.มีนาไปตรวจสอบขยายผล ส่วนเรื่องการแกะรอยบัญชีเฟซบุ๊กอวตาร์ ชื่อ “Rose Rose” ได้ประสานสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐฯ (DEA) ประจำประเทศไทยให้ช่วยดำเนินการไล่ตรวจสอบวงจรปิดย่านคอนโดฯมีนานายคณิศร กล่าวด้วยว่า ได้ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกมุม ตลอดเส้นทางแถวคอนโดฯที่พักของ น.ส.มีนา ดูว่าบุคคลที่นำกล่องพัสดุยาเสพติดมาส่งให้ น.ส.มีนาที่คอนโดฯคือใคร เบื้องต้นพบคนที่ขับรถเก๋งนำพัสดุมาส่งที่คอนโดฯ เป็นผู้ชายใส่เสื้อฮู้ดสีดำ ยกลังออกจากท้ายกระโปรงรถนำส่งให้ จนท.รักษาความปลอดภัยของคอนโดฯ และ จนท.ได้จดข้อความใส่สมุดรายงานว่า พัสดุดังกล่าวถูกนำส่งโดยพนักงานแกร็บ จึงยังไม่ชัดเจนว่าชายรายนี้เป็นพนักงานขนส่งพัสดุของบริษัทดังกล่าวจริงๆ หรือเป็นการแอบอ้าง และกล่องพัสดุที่พบในห้อง น.ส.มีนาระบุเพียงชื่อนาม-สกุล น.ส.มีนา แต่ชื่อ-สกุลของผู้ส่งไม่มี จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าพัสดุยาเสพติดนี้ ถูกส่งมาจากภาคเหนือหรือภาคอีสานแก๊งยาดัดแปลงซุกผงในพรมเช็ดเท้าผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด กล่าวต่อว่า ในทางการข่าวยังสืบสวนพบว่า มีลักษณะการซุกซ่อนยาเสพติดคล้ายกับกรณี น.ส.มีนา โดยเฉพาะเฮโรอีนที่ซุกซ่อนดัดแปลงทำเป็นแผ่นบางๆ แนบไปกับเสื้อผ้า พบว่า มีกลุ่มที่ลักลอบค้าลักษณะนี้มาจากภาคอีสานของไทยหรือฝั่งลาว ก่อนเข้ามายังกรุงเทพฯชั้นใน เพื่อเตรียมส่งต่อไปยังประเทศปลายทาง ตอนนี้พบเครือข่ายบ้างแล้ว การข่าวยังพบร่องรอยสิ่งห่อหุ้มหีบห่อบรรจุภัณฑ์ของยาเสพติด มีการนำเฮโรอีนมาปรับเปลี่ยนแปลงสภาพให้บางที่สุด เพื่อซุกซ่อนในเสื้อผ้าหรือพรมเช็ดเท้า ตอนนี้อยู่ระหว่างสืบสวนเครือข่ายที่มาจากภาคอีสาน 2 เครือข่าย คาดว่าน่าจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เนื่องจากในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน จะอยู่แนวชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนพื้นที่แหล่งพักยาของ 2 เครือข่ายนี้ มักจะพักอยู่ในกรุงเทพฯชั้นในและปริมณฑลยังไม่ชัดต้นตอผงเคส “มีนา” จากไหนเมื่อถามว่า เคยพบคดีที่มีการใช้กระเป๋าผ้าลายปักรูปช้าง สินค้า OTOP ของไทยซุกซ่อนยาเสพติดและนำส่งผ่านลูกเรือสายการบินเพื่อไปยังประเทศออสเตรเลียหรือไม่ นายคณิศรกล่าวว่า ที่เคยจับกุมได้ส่วนใหญ่จะเป็นผ้าแบบชนเผ่าหรือทำเป็นพรมเช็ดเท้า กรณีของ น.ส.มีนา ถูกดัดแปลงทำเป็นลายปักรูปช้างไทย ลักษณะเนื้อผ้าจะบ่งชี้ได้ว่า จัดทำโดยประเทศเพื่อนบ้านหรือเป็นงานฝีมือคนไทย ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ชัดได้ว่า ต้นตอเฮโรอีนคดี น.ส.มีนา มาจากภาคเหนือหรือภาคอีสาน เพราะเจอแค่กล่องพัสดุต้องสงสัยและคนขับรถเก๋งที่เข้าไปส่งกล่องพัสดุดังกล่าวที่ยังไม่ได้เข้าพบให้ข้อมูล ส่วนเมื่อคืนวันที่ 1 ก.ค. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.เปิดปฏิบัติการขยายผลตรวจค้นจับกุมเครือข่ายยาเสพติดแถวซอยรางน้ำ ไม่เกี่ยวกับกรณี น.ส.มีนา เป็นการปูพรมตรวจสอบกลุ่มเครือข่ายที่ลักลอบลำเลียงยาเสพติดปฏิบัติการ “รางน้ำ” ไม่เกี่ยวคดีมีนาขณะที่ น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ในฐานะโฆษก ป.ป.ส.เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 1 ก.ค. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ พบเป็นเครือข่ายยาเสพติด ที่มีต้นตอมาจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำประเทศเพื่อนบ้าน คดีดังกล่าวเป็นเพียงคดีทั่วไป ยังไม่มีความเกี่ยวข้องกับคดี น.ส.มีนาโดยตรง ป.ป.ส.กำลังเร่งขยายผลขบวนการนี้ในอีกหลายส่วน คาดว่า 1-2 วันนี้จะมีความชัดเจน ส่วนกรณีรถยนต์ต้องสงสัย ที่อาจเกี่ยวข้องกับการขนส่งพัสดุยาเสพติด มั่นใจว่าพื้นที่กรุงเทพฯ มีกล้องวงจรปิดจำนวนมาก แม้เจ้าตัวจะไม่เข้ามารายงานตัว เจ้าหน้าที่ก็สามารถติดตามตัวมาสอบสวน เพื่อพิสูจน์ความเชื่อมโยงได้อย่างแน่นอนสังคมกังขาทำไมไว้ใจเฟซอวตารสำหรับเป้าหมายสำคัญของการขยายผลภายใน 1-2 วันนี้ น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวว่า คือ การตัดวงจรและหาเส้นทางลำเลียงยาเสพติดจากไทยไปยังประเทศปลายทางออสเตรเลีย พฤติการณ์ของเครือข่ายนี้ จะมีกลุ่มที่ทำหน้าที่เป็น “นักบิน” หรือคนวิ่งของ คอยลำเลียงยาเสพติดมาพักไว้ ก่อนส่งออกนอกประเทศ ป.ป.ส.ทราบข้อมูลและเส้นทางบางส่วนแล้ว ทั้งทราบตัวกลุ่มผู้ร่วมขบวนการและผู้รับปลายทางในออสเตรเลีย ข้อมูลทั้งหมดจะนำไปต่อจิ๊กซอว์ร่วมกับทางการออสเตรเลียต่อไป ส่วนที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใด น.ส.มีนาจึงหลงเชื่อไว้ใจเจ้าของเฟซบุ๊ก ชื่อ “Rose Rose” จนยอมรับหิ้วของข้ามประเทศ ผู้ที่จะให้คำตอบได้ดีที่สุดคือตัว น.ส.มีนา ขณะนี้ทางการออสเตรเลียกำลังอยู่ระหว่างสรุปและรวบรวมคำให้การส่งมาให้ ป.ป.ส.เผยมีนาแชตคุยคนจ้างหิ้วต้น มิ.ย.รองเลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวอีกว่า ป.ป.ส.ทราบแหล่งที่มาของขบวนการยาเสพติดและกระเป๋าผ้าที่เกี่ยวข้องกับคดีของแอร์สาวแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ยืนยันเพียงว่ามีต้นทางมาจากต่างประเทศแน่นอน จะเป็นพื้นที่ใดอยู่ระหว่างไล่เส้นทาง เนื่องจากขบวนการค้ายาเสพติดใช้เส้นทางลำเลียงหลัก 3 เส้นทาง ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ จ.กาญจนบุรี ขบวนการมักใช้ไทยเป็นจุดบรรจุและเปลี่ยนพัสดุภัณฑ์ ก่อนส่งต่อไปถึงมือ น.ส.มีนา ส่วนความชัดเจนเกี่ยวกับพัสดุที่ถูกนำมาส่งและการแชตพูดคุยกับผู้ว่าจ้างนั้น จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของนิติบุคคล พบว่าพัสดุต้องสงสัยถูกนำมาส่งเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ขณะที่แอร์สาว แชตพูดคุยกับผู้ว่าจ้างมาตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. มีการพูดคุยต่อเนื่องก่อนตกลงทำธุรกิจร่วมกันและนัดให้นำพัสดุมาส่งในวันที่ 22 มิ.ย. คาดว่าแอร์สาวน่าจะมีความสับสนเรื่องวันและให้การกับทางการออสเตรเลียว่าเป็นการรับงานลักษณะนี้ครั้งแรก แต่จากข้อมูลพบว่าการเดินทางเข้า-ออก ออสเตรเลียครั้งล่าสุดนับเป็นครั้งที่ 14 ต้องตรวจสอบว่าคำให้การดังกล่าวสอดคล้องกับพยานหลักฐานหรือไม่aได้เบาะแสเจ้าของผงขาวอยู่ ปท.เพื่อนบ้านบ่ายวันเดียวกัน พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. น.ส.ขวัญกมล ศรีชัยวรรณ รักษาการตำแหน่งนักสืบสวนสอบสวนเชี่ยวชาญ ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุมเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ พ.ต.ต.สุริยากล่าวว่า หลังเกิดคดีของ น.ส.มีนา ได้ทำข้อมูลการข่าวในกลุ่มเครือข่ายที่เป็นผู้ส่งยาเสพติดไปยังออสเตรเลียและขยายผลมาเรื่อยๆ เพราะเข้าใจว่าเครือข่ายที่กำลังสืบสวนอยู่นั้น มีประวัติเกี่ยวข้องมาตั้งแต่ปี 2568 กระทั่งวันที่ 30 มิ.ย.พบกลุ่มเครือข่ายขบวนการส่งพัสดุมายังพื้นที่ กทม. แถวบางเขน หลักสี่ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ไปพิสูจน์ทราบ ตรวจยึดเฮโรอีน 8 กก.ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้า จากนั้นได้สืบสวนขยายผลว่าจะมีการส่งพัสดุที่ไหน จนเย็นวันที่ 1 ก.ค.เข้าตรวจค้นอีก 2 จุด คือ ซอยรางน้ำและย่านรามคำแหง ที่ซอยรางน้ำตรวจยึดเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ในเสื้อกันหนาวกับในห่อกาแฟรวม 9.98 กก. ปลายทางคือออสเตรเลีย ส่วนที่รามคำแหง ตรวจพบเฮโรอีนอยู่ในเสื้อผ้าไทยสีชมพูจะนำส่งไปไต้หวัน ตอนนี้ทราบตัวแล้วว่าใครเป็นเจ้าของยาเสพติดที่ประเทศเพื่อนบ้านเตรียมให้ DSI ลุยขบวนการผงขาวเลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวอีกว่า ได้เชิญดีเอสไอมาร่วมประชุมหารือและจะให้รับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ เพราะเป็นกลุ่มเครือข่ายใหญ่มากทำกันเป็นขบวนการ อีกทั้งมีคนเกี่ยวข้องทางด้านการโอนเงิน การนำพา การบรรจุสิ่งของเฮโรอีนลงในเเพ็กเกจต่างๆ ลักษณะคดีประเภทนี้ดีเอสไอจะมีความเชี่ยวชาญ ความสามารถในการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศได้ด้วย นอกจากนี้ เมื่อเช้าวันที่ 2 ก.ค. เจ้าหน้าที่บูรณาการร่วมกับ กอ.รมน.และตำรวจ เข้าตรวจค้นควบคุมตัวคนที่ส่งพัสดุทั้งหมดจากเชียงคาน จ.เลย ลงมาที่กรุงเทพฯ ตอนนี้กำลังขยายผลมีใครเกี่ยวข้องอีก ส่วนปลายทางอย่างประเทศออสเตรเลีย ทราบตัวบุคคลที่วางแผนและเตรียมรับพัสดุที่มีเฮโรอีนบรรจุไว้เผยผงซอยรางน้ำมีแอร์จ้างหิ้วไปออสพ.ต.ต.สุริยากล่าวด้วยว่า กรณี น.ส.มีนา เหมือนถูกหลอกให้หิ้วของเข้าออสเตรเลียหรือไม่นั้น ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสที่จะพูดคุยกับ น.ส.มีนาและทนายความ ต้องให้โอกาสออสเตรเลีย ถ้าเขาพิสูจน์ได้ว่า น.ส.มีนาไม่ได้มีเจตนาแต่ถูกหลอกลวงอาจจะไม่ฟ้องได้ ส่วนเป้าหมายที่เราเชิญตัวมาทั้ง 2 เป้าหมายนี้ ประกอบด้วย หญิงแอร์โฮสเตส 1 ราย ในส่วนพื้นที่ซอยรางน้ำที่พบเฮโรอีน 9.98 กก. แอร์รายนี้จ่ายเงินจ้างคนในซอยรางน้ำให้หิ้วของไปออสเตรเลีย ตอนนี้สอบปากคำร่วมกับดีเอสไอ พวกนี้เป็นกลุ่มที่ทำกันมาอยู่แล้วและส่งกันก่อนหน้านี้เปิดโปงจับแอร์ก่อนขึ้นเครื่องซุกยาเลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวอีกว่า สำหรับกลุ่มคนปลายทาง ที่รอรับพัสดุเฮโรอีนจาก น.ส.มีนาที่ออสเตรเลีย ยืนยันว่าไม่ได้มีแค่ชื่อ “เดียร์” เพียงรายเดียว มีข้อมูลเป็นคนไทยปรากฏชื่อมาแล้ว 2-3 ราย เราสืบสวนทั้งเครือข่ายมีหลายคนไทยทำกันเป็นขบวนการ ยอมรับว่าเครือข่ายค้ายาข้ามชาติเหล่านี้เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหาที่เคยจับกุมที่ จ.สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา เคส จ.ฉะเชิงเทรา เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มี.ค.69 เป็นกรณีแอร์โฮสเตสเช่นเดียวกัน ป.ป.ส.ภาค 2 จับกุมได้ก่อนขึ้นเครื่อง ปริมาณยาเสพติดสูงถึง 20 กก. แบ่งเป็นตรวจเจอในกระเป๋า 10 กก.ตรวจค้นเจอที่บ้านพักอีก 10 กก. พบแผนประทุษกรรมคล้ายกันคือ นำยาเสพติดซุกซ่อนไว้ในพรม หากมองผิวเผินจะไม่ทราบ ส่วนเส้นทางการลำเลียงยา มีความเกี่ยวข้องกับในพื้นที่จังหวัดหนองคายและเชียงใหม่ด้วยเหมือนกันเตรียมลุยจับให้ได้ทั้งขบวนการเมื่อถามว่าการตรวจค้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค.มีความเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเดียวกันกับที่ส่งยาเสพติดเฮโรอีนให้ น.ส.มีนาหรือไม่ เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า เชื่อว่าเป็นเครือข่ายเดียวกัน เพราะการพูดคุย ชักชวน มีแอร์โฮสเตสมาเกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน ดังนั้น กรณีของแอร์โฮสเตสที่ถูกจับกุมที่ จ.ฉะเชิงเทราก่อนหน้านี้ จะเกี่ยวกับคดีของ น.ส.มีนาหรือไม่ ตนมองและเเบ่งเป็นกลุ่มรับ-ส่งของ วันนี้ได้ตัวมา 1 ราย มีการส่งของจากต้นทางชายแดนเข้าไทย ตัวบรรจุภัณฑ์ทำสำเร็จรูปเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือชา กาแฟ โถ แจกัน ล้วนทำมาจากนอกประเทศ แล้วส่งพัสดุเข้ามาในไทย จ้างคนไทยเพื่อให้ของถูกส่งไปถึงคนรับหิ้ว แล้วคนรับหิ้วมีหน้าที่ถ่ายใส่กระเป๋าเดินทาง นำไปส่งประเทศปลายทางที่สาม ขณะนี้เรากำลังใช้ความพยายามทั้งหมดเพื่อให้จับได้ทั้งขบวนการล่าตัวผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Rose Rose”พ.ต.ต.สุริยากล่าวว่า สำหรับบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Rose Rose” ที่ทักแชตหา น.ส.มีนา เพื่อติดต่อขอให้รับหิ้วสินค้าไทยไปประเทศออสเตรเลียนั้น เรากำลังตามตัวอยู่ รวมทั้งคนที่ใส่เสื้อฮู้ดสีเข้มที่ไปส่งพัสดุให้ น.ส.มีนาด้วย ในส่วนรูปพรรณสัณฐานของไรเดอร์ขนส่งพัสดุ มีส่วนสูงเกือบ 170 ซม.ใส่ฮู้ดสีเข้ม พบว่าขับรถเก๋งสีดำคันเล็กเหมือนอีโคคาร์ อาจจะมีหลากหลายยี่ห้อ แต่ใกล้เคียงสุด คือ ยี่ห้อโตโยต้า แต่เห็นป้ายทะเบียนไม่ชัด ไรเดอร์รายนี้จอดรถไกลจากคอนโดฯ หยิบของออกมาแล้วค่อยเดินมาคอนโดฯ ส่งพัสดุไว้ แต่เรายังไม่ปฏิเสธว่าใช่หรือไม่ใช่อย่างไร แต่ถ้าไรเดอร์รายนี้กำลังดูข่าวอยู่ ให้รีบเข้ามาให้ข้อมูล เพราะเรายังเชื่อว่าคนส่งก็คือคนส่ง แต่อยากได้รับความร่วมมือตรงนี้ สำหรับ น.ส.มีนาพบว่า ยังไม่ได้รับเงินค่าจ้างสักบาท เพราะของยังไม่ถูกส่งไปถึงปลายทางผู้รับ เนื่องจากถูกจับกุมก่อนหัวขบวนค้ายาข้ามชาติเป็นคนลาวเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวปิดท้ายว่า หัวขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ พบว่าอยู่ต่างประเทศ เป็นคน สปป. ลาว จ้างคนไทยให้หิ้วให้พายาเสพติดไปประเทศที่สาม ย้ำว่าไทยไม่ใช่ทางผ่านของยาเสพติดจากสามเหลี่ยมทองคำเพียงประเทศเดียว เครือข่ายที่เราสืบสวนพบว่าทำมานานกว่า 4-5 ปี บางส่วนมีหมายจับอยู่แล้ว เชื่อว่ากรณีแอร์โฮสเตสที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ น่าจะเป็นขบวนการเครือข่ายเดียวกับคดียาเสพติดเฮโรอีนลอตที่ น.ส.มีนาพัวพันเชื่อมโยงจับสองผัวเมียส่งพัสดุให้ “มีนา” อีกด้าน บ่ายวันเดียวกัน จนท.สำนักงาน ป.ป.ส. พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน กก.ภ.จ.เลย ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เชียงคาน ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เอราวัณ และตำรวจชุดสืบสวน ภาค 4 ระดมกำลังออกติดตามบุคคลที่ส่งพัสดุไปให้ น.ส.มีนาและจับกุมนายอาทิตย์ ตรงดี อายุ 43 ปี กับนางทัดสะพอน วันนะสวน อายุ 42 ปี อยู่หมู่ 5 ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย สองผัวเมีย โดยจับนายอาทิตย์ได้ขณะทำงานก่อสร้าง ที่วัดถ้ำผาหมากฮ่อ ต.ศรีสงคราม อ.วังสะพุง ส่วนนางทัดสะพอน ชาวลาว ภรรยานายอาทิตย์ ถูกจับขณะขับรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ ทะเบียน บม 1445 เลย มาจอดที่สวนยางในพื้นที่ผานาง-ผาเกิ้ง ต.ผาอินทร์แปลง อ.เอราวัณ เพื่อหลบซ่อนตัว คุมตัวมาสอบที่ สภ.เอราวัณ เบื้องต้นให้การว่าไม่เกี่ยวข้อง ส่วนนายอาทิตย์ยอมรับว่ารับจ้างส่งพัสดุไปกรุงเทพฯมาแล้ว 6 ครั้ง โดยส่งที่ร้านรับส่งพัสดุรายหนึ่งที่ อ.เชียงคาน 3 ครั้ง ที่บ้านธาตุ ต.ธาตุ อ.เชียงคาน 2 ครั้ง และที่ อ.เอราวัณ 1 ครั้ง ได้รับค่าจ้างครั้งละ 8,000 บาทจากชาวลาว ครั้งสุดท้ายส่งเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.692 ผัวเมียเป็นคนบรรจุหีบห่อค่ำวันเดียวกัน น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ในฐานะโฆษก ป.ป.ส. เปิดเผยว่า กรณีของสองสามีภรรยาไทย-ลาว ผู้ร่วมขบวนการผงขาว ที่ถูกจับได้ใน จ.เลย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ป.ป.ส.ขยายผลติดตามต่อเนื่องมาตลอด 2 ปี เพราะพบข้อมูลว่าทั้งคู่เป็นหนึ่งในเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ มีหน้าที่บรรจุหีบห่อพัสดุภัณฑ์ ที่รับมาจาก สปป.ลาว แล้วนำส่งไปรษณีย์ไทยในร้านส่งพัสดุพื้นที่ตัวเอง ไปยังที่อยู่ผู้รับปลายทาง พฤติการณ์ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ มักมีการนำยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาพื้นที่กรุง เทพฯชั้นใน ด้วยการซุกซ่อนผ่านกระเป๋าผ้า เสื้อผ้า ผ้าไหม เป็นต้น สินค้าเหล่านี้มาจากที่พักอาศัยของผัวเมียคู่นี้ในจังหวัดเลย ขบวนการนี้จะมีการตัดตอนเส้นทางการลำเลียง แบ่งหน้าที่กันทำเพื่ออำพรางตบตาเจ้าหน้าที่ไม่ให้ถูกจับ ตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปผลได้ทันทีว่าสองสามีภรรยาคู่นี้จะเกี่ยวข้องกับกล่องพัสดุซุกซ่อนยาเสพติดเฮโรอีนปริมาณ 1 กิโลกรัม ที่มีไรเดอร์ผู้ชายนำส่งไปให้ น.ส.มีนายังคอนโดมิเนียมย่านบางนาเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.หรือไม่ อย่างไร“อนุทิน” ลั่นต้องเข้มขึ้นหลังเกิดเหตุแอร์สาวเมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีแอร์โฮสเตสการบินไทย ถูกตำรวจออสเตรเลียจับกุมจากการลักลอบนำเข้ายาเสพติดว่า ได้รับรายงานแล้ว เมื่อถามว่าเรื่องนี้กระทบความเชื่อมั่นของประเทศมากน้อยเพียงใด นายอนุทินกล่าวว่า การขนยาเสพติดออกไปไม่ใช่เรื่องที่ดีอยู่แล้ว ต้องเข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกรณีนี้เป็นลูกเรือ ต้องมีการกำหนดวิธีการและกฎเกณฑ์ต่างๆเพิ่มมากขึ้น เมื่อถามว่าจะสามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถามเลขา ป.ป.ส. ยืนยันว่าไทยไม่ใช่ทางผ่านของยาเสพติด เพราะไทยปราบเยอะมาก เวลาปราบได้ทำไมสื่อมวลชนไม่ถาม ปราบครั้งหนึ่งได้จำนวนยาเยอะมาก นี่ก็รอให้ตนเองไปเป็นประธานเผายาเสพติดอยู่ แอร์โฮสเตสคนนี้ต่อให้กลับมาที่เมืองไทย โทษก็ไม่ได้เบาลง เพราะเคยบอกแล้วยาเสพติดเพียงไม่กี่เม็ดติดคุกตลอดชีวิตแล้ว และการประชุมเรื่องยาเสพติดวงใหญ่ในวันที่ 3 ก.ค. เชิญผู้อำนวยการใหญ่บริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) หรือ AOT และผู้อำนวยการสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) มากำหนดกฎเกณฑ์เรื่องสายการบินอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่