“เท้ง” ขึ้นเชียงใหม่ลุยหาเสียงตลาดหางดง ปลื้มแรงเชียร์อบอุ่นไม่ห่างเหิน หนุนนั่งนายกฯ “ธนาธร” ปลุกคนมหาสารคามกาส้มให้ล้นหลาม ปิดทางปฏิเสธพรรคชนะที่ 1 ตั้งรัฐบาล ลั่นไม่เลือก ปชน.หนีไม่พ้น ครม.หน้าเดิมๆ “อนุทิน” ยกพลหาเสียงคลองลัดมะยม-วังหลัง ขอเสียงคนฝั่งธนฯ ย้ำ ภท.ไม่แตะหมวด 1-2 ตลอดกาล แซะบางพรรคไม่ล็อกหมวด 1 และ 2 หวั่นสอดแทรกแก้ รธน.กระทบสถาบันฯ “สาทิตย์” บี้ หน.ปชน.อย่าแทงกั๊ก จี้ทบทวนท่าทีอย่าอ้างมั่ว ม.255 ล็อกไว้แล้ว “อู๊ดด้า” ฟันธง ปชป.ปักหมุดทวงคืน สส.กทม. “พีระพันธุ์”วิ่งรอกขอเสียงคนกรุง-ชาวอุบลฯ ให้สัญญาไม่มีวันทรยศชาติ “ยศชนัน” บอก พท.พร้อมเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ตอบคำถามเด็กมหิดล ไม่ฝืนกระแสเลิกดันเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์พรรคประชาชน (ปชน.) ยังคงมีคะแนนนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งความได้เปรียบมีนโยบายโดนใจประชาชนเหนือพรรคการเมืองอื่นๆหลายด้าน แต่เรื่องการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลับตกเป็นเป้าจับจ้องของหลายฝ่าย โดยเฉพาะความไม่ชัดเจนในประเด็นการแก้ไขเกี่ยวข้องหมวด 1 และ 2 ที่ถูกมองจะส่งผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์“เท้ง” ลุยหางดงแรงเชียร์แน่นตลาดสดเมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ จ.เชียงใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ลงพื้นที่ ตั้งแต่ช่วงเช้า ที่ตลาดสดเทศบาลตำบลหางดง เพื่อช่วยหาเสียงให้นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ อดีต สส.และผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ พรรค ปชน. ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก พ่อค้าแม่ค้าและพี่น้องประชาชนมารอมอบส้มและดอกไม้ นายณัฐพงษ์ถ่ายรูปกับประชาชนหน้าตลาด ประชาชนอวยพรรอบนี้ขอให้เป็นนายกฯคนใหม่ ระหว่างนั้นนายณัฐพงษ์กล่าวขอขอบคุณทุกท่านที่มาเป็นแรงใจแรงเชียร์ คราวที่แล้วตอนสมัยพิธามาที่นี่บอกว่า หางดงไม่ห่างเหิน วันนี้ไม่ห่างเหินจริงๆ การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นความหวังของทุกคนจริงๆ เป็นภารกิจที่พวกเราทุกคนต้องร่วมสร้างรัฐบาลประชาชนไปด้วยผลโพลนิด้าออกมา ล่าสุดชาวเชียงใหม่พร้อมแล้วที่จะกาให้กับพรรค ปชน.ขอบคุณคนเชียงใหม่ยกเป็นเบอร์ 1นายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนิด้าโพลเผยผลสำรวจบุคคลที่คนเชียงใหม่จะสนับสนุนให้เป็นนายกฯอันดับ 1 ร้อยละ 31.40 ว่า ขอขอบคุณประชาชนใน จ.เชียงใหม่ ที่สะท้อนออกมาผ่านผลโพลที่ตนได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น พวกเราเชื่อว่าประชาชนทุกคนไม่มีพรรคใดเป็นเจ้าของ อีกทั้งในผลโพลยังมีส่วนอีก 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ ที่ยังไม่ตัดสินใจ เป็นหน้าที่ของตนในฐานะหัวหน้าพรรค ในการทำความเข้าใจกับประชาชนมากยิ่งขึ้น พร้อมส่งต่อนโยบาย ความตั้งใจ และภารกิจในการสร้างรัฐบาลประชาชน วันนี้ได้โอกาสลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ พอดี ช่วงเย็นจะไปที่แม่ริมพบปะประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ และยังไปอีกหลายพื้นที่ ฝากทุกคนช่วยกันติดตามการทำงานของพรรคประชาชน และช่วยกันสานต่อภารกิจเปลี่ยนประเทศไปด้วยกัน“ไหม” ทวงนนทบุรีเป็นสีส้มอีกครั้งที่ จ.นนทบุรี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้า พรรค ปชน. ลงพื้นที่ช่วยนายวุฒากร บุตยกุล ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขต 1 และนายเกียรติคุณ ต้นยาง ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขต 7 หาเสียง ได้รับการต้อนรับอบอุ่น ประชาชนให้กำลังใจตลอดทาง น.ส.ศิริกัญญาให้สัมภาษณ์ว่า มีประชาชนมาสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ตอบรับต่อการทำงานของพรรคที่ผ่านมา เช่น การปรับสูตรบำนาญประกันสังคมให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้น สอบถามนโยบายพรรค เช่น การเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอัตรา 1,000—1,500 บาทต่อเดือน สอดคล้องสถานะการคลังของประเทศปัจจุบัน ได้รับฟังทุกความคิดเห็นนำไปผลักดันเป็นนโยบายรัฐบาลประชาชนต่อไป พื้นที่นนทบุรีได้รับเสียงตอบรับอย่างดี เราทำงานบนพื้นฐานของข้อมูล จะทำงานให้หนักขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ จ.นนทบุรี เป็นสีส้มทั้งจังหวัดอีกครั้ง และจัดตั้งรัฐบาลประชาชนเข้าไปแก้ปัญหาประชาชน“ธนาธร” ขอสารคามกาส้มให้ล้นหลามที่ จ.มหาสารคาม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน. เดินสายหาเสียงหลายจุดเริ่มที่ตลาดสดเทศบาลเมืองมหาสารคาม ขึ้นรถแห่ปราศรัยช่วยนายธีระวัฒน์ พรรณะ ผู้สมัคร สส.มหาสารคาม เขต 1 พรรค ปชน.หาเสียง พบปะประชาชน แล้วขึ้นรถแห่ประชาสัมพันธ์ผู้สมัครไปตามถนนสายหลักในเมืองมหาสารคามพร้อมเปิดการปราศรัยตามจุดต่างๆ ช่วงสายไปร่วมเวทีปราศรัยที่บ้านหนองแวง ต.บรบือ อ.บรบือ ช่วยนายวันชนะ ชัยรุ่งเรือง ผู้สมัคร สส.มหาสารคาม เขต 4 หาเสียง นายธนาธรปราศรัยตอนหนึ่งว่า รอบที่แล้วพรรคก้าวไกล รวมเสียงในสภาฯได้เกิน 250 เสียง แต่ตั้งรัฐบาลไม่ได้ มี สว.มาขัดขวาง แต่รอบนี้ไม่มี สว.มาร่วมโหวตนายกฯแล้ว ขอความสนับสนุนพรรค ปชน.ให้ล้นหลามทั้ง 2 ใบ เพื่อให้เป็นรัฐบาล โพลทุกสำนักบ่งชี้ไปทิศทางเดียวกันพรรค ปชน.ได้รับความนิยมในหมู่ประชาชนสูงที่สุด แต่ยังไม่พอ ปันใจ ไม่ได้ต้องการสนับสนุนให้มากพอ เพื่อให้เขาปฏิเสธเราไม่ได้ดันตั้ง รบ.สีส้ม หนี ครม.หน้าตาเดิมๆนายธนาธรกล่าวว่า มีคนบอกอีกว่าพรรค ปชน.ตั้งรัฐบาลไม่ได้หรอก แต่เราจะทำให้ดูอีกรอบ มาร่วมกันทำสิ่งที่เป็นไปได้ให้เป็นไปได้ เป้าหมายไม่ใช่เป็นพรรคอันดับหนึ่งอย่างเดียว แต่คือการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เราเป็นพรรคแรกที่ฉีกมิติใหม่ให้การเมืองไทย เปิดโฉมหน้า ครม.ให้เห็นก่อนเลือกตั้ง เสียงของประชาชนจะทำให้เราตั้งรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากมุ้ง บ้าน หรือนามสกุล แต่มาจากความเหมาะสมและความรู้ความสามารถที่ตรงตำแหน่ง ถ้าไม่เลือกพรรค ปชน.สุดท้าย ครม.จะได้คนหน้าตาเดิมๆมาบริหารประเทศทั้งชุด ถ้าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เอาคนเดิมมาขับเคลื่อนไม่ได้ จำเป็นต้องใช้พลังและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ใช้บัตรเลือกตั้งขีดเขียนเลือกอนาคตลูกหลาน“หนู” ฉะสื่อรุ่นใหญ่หาข้อมูลให้ดีก่อนเมื่อเวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์คลิปรายการ “คุยให้คิด” พิธีกรวงการสื่อ อาทิ นายสุทธิชัย หยุ่น นายวีระ ธีรภัทร วิเคราะห์ว่าพรรค ภท. ไม่มีตัวละครใช้ดีเบตนโยบายเศรษฐกิจเมื่อวันที่ 16 ม.ค. และลงข้อความชี้แจงว่า “นี่คืออีกกรณีหนึ่งที่คุณสุทธิชัยและ อ.วีระไม่มีข้อมูลเพียงพอแล้วออกมาสื่อสารคลาดเคลื่อน ทั้งนายเอกนิติ นิติ ทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เป็นสมาชิกพรรค ภท.เป็นทีมเศรษฐกิจของพรรคด้านการเงิน การคลัง และการค้าขาย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ เป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรค เป็นผู้ที่หัวหน้าพรรค ภท.ประกาศต่อประชาชนว่าทั้ง 3 ท่านอยู่ใน ครม. แน่นอนหากพรรค ภท.เป็นพรรครัฐบาล ดังนั้นบุคคลคุณภาพเหล่านี้ไม่ใช่คนนอกพรรคตามที่คุณทั้ง 2 พยายามสื่อสาร ต้องฝากให้ติดตามข่าวสารให้ใกล้ชิดกว่านี้ทั้ง 3 ท่านออกเดินหาเสียง ขอความกรุณาตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดมากกว่านี้ ก่อนนำมาวิเคราะห์แล้วสื่อสาร รูปภาพของทั้ง 3 ท่านติดในนามพรรคได้“อ.วีระ” ขอโทษในความผิดพลาดผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระมาคอมเมนต์ผ่านโพสต์นายอนุทินว่า “ขออภัยในความผิดพลาด เรียนตามตรงว่าผมไม่ทราบว่าคุณเอกนิติและคุณศุภจีเป็นสมาชิกพรรค ภท. ทราบแต่เพียงทางพรรคสอบถามไปทาง กกต.เรื่องการเป็นผู้ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครว่าไม่ต้องเป็นสมาชิกพรรคก็ได้ เลยทำให้เข้าใจว่าสองท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ขออภัยคุณอนุทินหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และคุณเอกนิติกับคุณศุภจีสมาชิกพรรคภูมิใจไทยมา ณ ที่นี้ด้วย”ยกพลหาเสียงคลองลัดมะยม-วังหลังจากนั้นเวลา 10.15 น. ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม นายอนุทิน พร้อมนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ แคนดิเดตนายกฯ พรรค ภท. น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกฯ แกนนำพรรคหัวหน้าทีม กทม.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. ลงพื้นที่ช่วยนายธนพล ชื่นพาณิชยกุล ผู้สมัคร สส.กทม.เขตทวีวัฒนา-เขตตลิ่งชัน เบอร์ 2 หาเสียง มีกลุ่มผู้สูงอายุเข้ามาขอถ่ายรูป ขอจับมือ นายอนุทินยกมือขึ้นลูบศีรษะตัวเองบอกว่า “ให้ประชาชนคุ้มกะลาหัวหน่อย” จากนั้นนายอนุทินเดินเข้าตลาดพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้า เดินชิมขนมอาหารตามร้านต่างๆ มีแม่ค้าบอกว่า “ไม่เปิดด่านชายแดนจริงๆใช่ไหม” นายอนุทินตอบว่า “จริงครับ ไม่เปิดครับ” บางช่วงมีแม่ค้าตะโกนทวงคนละครึ่งพลัส แวะร้านผัดไทยโชว์ลีลาผัดไทย ชิมและปรุงเพิ่ม โดยมีนายเศรณี ชาญวีรกูล บุตรชายนายอนุทิน มารอให้กำลังใจพ่อด้วย มีชาวบ้านมาขอถ่ายรูป มอบผลไม้ให้ พร้อมกล่าวว่า “พ่อยังไม่มา ถ่ายกับลูกก่อน” แล้วแซวว่า “ลูกสาวป้ายังโสด” จากนั้นเวลา 12.30 น. นายอนุทินและคณะลงพื้นที่ตลาดวังหลัง ช่วย น.ส.ศุภิกา พัฒน์ธนันภู ผู้สมัคร สส.เขตบางกอกน้อย หาเสียงมี น.ส.ธนนนท์ นิรามิษภริยานายอนุทิน มาร่วมสมทบ ได้รับความสนใจเช่นเดียวกันไม่เอาด้วยวาทกรรมสาดโคลนจากนั้นเวลา 11.20 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์ภาพรวมการลงพื้นที่ว่า อบอุ่นทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รู้สึกได้ว่าเขามั่นใจที่จะให้พรรค ภท.ทำงานรับใช้ บริหารบ้านเมือง เราคาดหวังทุกพื้นที่ให้เลือกทั้งแบบ สส.เขต และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ เราโน้มน้าวให้คนเลือกพรรค ภท.ไม่ได้ แต่ต้องทำงานให้เขาเห็นและใช้วิจารณญาณมอบโอกาสให้ ช่วงโค้งสุดท้ายพรรค ภท.ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสาดโคลนด้วยวาทกรรม ก็เอาที่สบายใจไม่เกี่ยวกับพรรค ภท. ส่วนกรณีการจับกุมผู้สมัคร สส.ตาก พรรค ปชน. ไม่ยินดียินร้ายว่าใครจะโดนจับหรือไม่โดนจับ เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชน.เรียกร้องให้รับผิดชอบและจัดการคนในรัฐบาล ที่เชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทา นายอนุทินกล่าวว่า ให้ไปดูที่นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ พูดบนเวทีดีเบตเมื่อวันที่ 17 ม.ค. ทั้งนี้ในเวทีดีเบต นายจตุพรตอบคำถามหัวหน้าพรรค ปชน.ที่ถามว่าถ้าหลังจากนี้มีคนในพรรคเชื่อมโยงธุรกิจสีเทาจะทําอย่างไร นายจตุพร ตอบว่า “ถ้าเป็นผม หัวหน้าพรรคต้องลาออก เพราะเป็นคนที่คัดเลือกเข้ามา”ย้ำไม่แตะหมวด 1–2 ตลอดกาลนายอนุทินกล่าวถึงจุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญหมวด 1 หมวด 2 ว่า พรรค ภท.ไม่เคยบังอาจไปก้าวล่วงพรรคอื่น พรรค ภท.ชัดเจนไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีขั้นตอน ถ้าเสียงประชามติประชาชนเป็นอย่างไร เราไม่ค้าน แต่หมวด 1 หมวด 2 ต้องดํารงพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ต้องไม่มีผลกระทบ ตอนนี้มีข่าวเฟกนิวส์ในโซเชียลว่าพรรค ภท.จะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เราไม่ได้เป็นตัวตั้งตัวตี เราพอใจกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่เมื่อมีแคมเปญที่อยากได้รัฐธรรมนูญเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ได้มาจากการร่างของ คสช.ฟังว่ามีเหตุผล แต่หมวด 1 หมวด 2 ต้องดํารงอยู่เมื่อถามว่ามีบางพรรคบอกว่าไม่ต้องล็อก หมวด 1 หมวด 2 ไว้ จะกระทบกระเทือนต่อสถาบันหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า นี่ไงก็ไม่ได้ล็อกไว้ไม่รู้จะมีการสอดแทรกหรือไม่ ควรจะพูดให้ชัดเจน เพราะทุกพรรคพูดชัดเจนหมดแล้ว เดี๋ยวจะหาว่าไปแทรกแซงพรรคอื่น ขอย้ำว่าพรรค ภท.ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 และไม่แตะพระราชอำนาจ ความมั่นคง เรื่องของสถาบัน รายละเอียดอื่นๆ พูดคุยกันได้ เรื่องนี้ประกาศมาตั้งแต่ปี 62 ปี 66 และปี 69 และปีต่อๆไปในอนาคต จนกว่าพรรค ภท.จะไม่มีอยู่ในสารบบการเมืองขอชาวปากน้ำเลือก ภท.ถล่มทลายขณะที่เวลา 10.00 น. ที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ต.บางน้ำผึ้ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลงพื้นที่หาเสียงให้นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 6 พรรค ภท. พ่อค้าแม่ค้าเรียกร้องให้เดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัสต่อไป นายธนกรให้สัมภาษณ์ว่า แทบจะทุกพรรคยอมรับแล้วว่าโครงการคนละครึ่งพลัสช่วยลดภาระค่าครองชีพได้จริง หัวหน้าพรรค ภท.ระบุชัดเจนหากพรรค ภท.ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะขยายให้ครอบคลุมมากกว่าเดิม ขึ้นทะเบียนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราเป็นพรรคที่พูดแล้วทำ ขอคะแนนเสียงเลือกพรรค ภท.ให้ถล่มทลาย“พิพัฒน์” อ้อนคนสะเดาเลือก “อนุกูล”เมื่อเวลา 13.30 น. ที่โรงเรียนบ้านม่วง อ.สะเดา จ.สงขลา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพภาคใต้ พรรค ภท.ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงให้นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 ชาวบ้านที่มาฟังปราศรัยเรียกร้องให้นายอนุทินมาเดินตลาดเอง นายพิพัฒน์ปราศรัยว่าพรรค ภท.ให้ความสำคัญโครงการถนนและถนนวงแหวนหาดใหญ่ เป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้าและการท่องเที่ยวจ.สงขลา และนโยบายคนละครึ่งพลัสที่ประชาชนจำนวนมากเรียกร้อง นายอนุกูลเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ มีพื้นฐานจากภาคธุรกิจ แตกต่างจากนักการเมืองแบบเดิม เข้าใจการบริหารงบฯรู้ว่าทำอย่างไรให้เกิดผลลัพธ์จริงและไม่ขาดทุน จะสามารถผลักดันงบฯกระทรวงต่างๆมาพัฒนาพื้นที่ อ.สะเดาและ อ.คลองหอยโข่ง ได้เป็นรูปธรรม“อ.เชน” ไม่ฝืนเลิกดันคอมเพล็กซ์เมื่อเวลา 09.45 น. ที่มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรค พท.แสดงวิสัยทัศน์หัวข้อ “นโยบายด้านการศึกษา ยกระดับวิจัยและนวัตกรรมไทย” มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา ร่วมรับฟัง นายยศชนันกล่าวว่า พรรคมีนโยบายกำหนดทิศทางอนาคตประเทศไทย ผ่านการปรับโครงสร้างการศึกษา สร้างแรงงานใหม่ รายได้ใหม่ รีสกิล-อัปสกิล มีอุตสาหกรรมรองรับจริง ประเทศเปลี่ยนแปลงและเริ่มได้ทันที ช่วงหนึ่งนักศึกษาถามถึงเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ นายยศชนันกล่าวว่า คนจะโจมตีว่าเอากาสิโนหรือไม่ เราไม่เอาอยู่แล้วพนันออนไลน์ ตอนนั้น พรรค พท.พูดเรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ดึงดูดเม็ดเงินจากต่างประเทศ กาสิโนเป็นเพียงส่วนเล็กๆ กาสิโนมีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว แต่เราฟังเสียงประชาชน เมื่อคนบอกว่าไม่สบายใจแนวโน้มคนไม่เห็นด้วยเราก็ไม่ทำ ไม่ดึงดันที่จะทำด้วย ทำเรื่องอื่นเพื่อดึงเม็ดเงินเข้ามาได้ มีโปรเจกต์ใหม่เข้ามา เช่น wellness center อยากย้ำว่าเรื่องเทา คอร์รัปชันและการพนันอย่างไรก็ไม่เอา ปัญหาชายแดนอีก จะประนีประนอมเช่นเดิมหรือจะสู้กลับ ยิงมายิงกลับ เรื่องสำคัญสุดคืออธิปไตย และคนในพื้นที่ต้องปลอดภัยปั้นไทรโยคน่าเที่ยว–ปลอดภัยต่อมาเวลา 15.20 น.ที่โรงเรียนไทรโยคมณีกาญจน์วิทยา จ.กาญจนบุรี นายยศชนัน พร้อมนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ไปปราศรัยช่วยนายพนม โพธิ์แก้ว (สส.ไก่) ผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี เขต 5 เบอร์ 2 หาเสียง มีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เข้าร่วม บรรยากาศคึกคัก นายยศชนันปราศรัยว่า เหมือนได้กลับมาบ้านเคยทำงานวิจัยมาต่อเนื่อง ต้องเอา สส.ไก่กลับมาให้ถล่มทลาย เราไม่ต้องโจมตีใคร ทำนโยบายสู่ประชาชนอย่างเดียว ประกาศสงครามความยากจน แก้หนี้ทั้งระบบ จะทำให้ไทรโยคเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายคนอยากมาเที่ยว สะอาด ปลอดภัย ขอคืนความยุติธรรมให้คนที่ไม่ได้รับความยุติธรรมที่ดิน ส.ป.ก.ต่างๆเยาวชนบอกคะแนนบริสุทธิ์เลือก พท. จากนั้นเวลา 16.40 น.ที่ตลาดชุกกระโดน จ.กาญจนบุรี นายยศชนันลงพื้นที่ช่วยนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี เขต 1 เบอร์ 5 หาเสียง ชาวบ้านรุมล้อมส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ ตะโกนเรียกชื่อนายยศชนันและเบอร์ 5 บางคนบอกชอบมาก ชอบตั้งแต่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะเลือกทั้งตระกูลเลย และยังมีเยาวชนมาชูป้ายว่า “เลือกตั้งครั้งแรกคะแนนบริสุทธิ์ ผมจะเลือกเบอร์ 5 พรรคเพื่อไทยเบอร์ 9” ทำให้นายยศชนันเข้าไปอ่านป้ายพร้อมถ่ายรูปด้วย จากนั้นเวลา 17.25 น.นายยศชนันไปเดินตลาดนัดสนไผ่ช่วยนายชูศักดิ์ แม้นทิม ผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี เขต 2 เบอร์ 4 หาเสียง กองเชียร์มายืนรอต้อนรับมอบดอกไม้และพวงมาลัยดาวเรืองให้ แม่ค้าบอก “ขอให้อาจารย์เชนเป็นนายกฯของประเทศไทย” จากนั้นนายยศชนันไปวัดพระแท่นดงรัง ปราศรัยช่วย น.ส.พลอย ธนิกุล ผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี เขต 3 เบอร์ 4 หาเสียง มีประชาชนรับฟังการปราศรัยเนืองแน่นลั่น พท.พร้อมเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล นายยศชนันให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการรักษาพื้นที่ จ.กาญจนบุรีว่า ไม่หนักใจ การเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมาแพ้พรรค ภท.ครั้งที่แล้วรวมหลายฐาน ครั้งนี้ถ้าได้คะแนนใกล้เคียงเดิมน่าจะชนะได้ขอทั้ง 5 เก้าอี้ เมื่อถามถึงนิด้าโพลชาวเชียงใหม่เลือกพรรคและแคนดิเดตนายกฯพรรค ปชน. นายยศชนันกล่าวว่า ยังไม่กังวลอะไร มีหลายโพลพอสมควร ยังไม่ได้เปิดเผย เป็นโพลที่พรรค พท.นำอยู่เยอะพอสมควร ทำให้เรามั่นใจ ผู้สมัคร สส.ทุกคนต้องทำงานเพิ่มเติมอย่างหนัก เพื่อสื่อสารกับประชาชน สัปดาห์สุดท้ายจะสื่อสารนโยบายจริงๆ หลายคนยังไม่ได้ตัดสินใจเลือก ฉะนั้นโอกาสยังมีอยู่ มั่นใจเราพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ประกาศว่าจะไม่จับมือตั้งรัฐบาลกับพรรค พท. นายยศชนันกล่าวว่า อีกวันหนึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. บอกเป็นความเห็นส่วนตัว เลยไม่แน่ใจว่าอันไหนเป็นความจริง จึงยังไม่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม“มาร์ค” ชูธงสุจริตความหวังสังคมไทยเมื่อเวลา 06.30 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายสกลธี ภัททิยกุล ลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.กทม. 3 เขตเลือกตั้งที่สวนหลวง ร.9 นายกิตพล เชิดชูกิจกุล เขต 21 เบอร์ 14 พื้นที่เขตประเวศ-เขตสะพานสูง นายปรินต์ ทองปุสสะ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 22 เบอร์ 5 เขตสวนหลวง-เขตประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน) และ น.ส.วีร์ ศรีวราธนบูลย์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 23 เบอร์ 17 เขตพระโขนง-เขตบางนา นายอภิสิทธิ์เดินเท้าพบปะกลุ่มคนรักสุขภาพและจัดรายการวิ่งเพื่อสุขภาพในสวน มีคนให้กำลังใจ ขอถ่ายรูปจำนวนมาก จากนั้นไปที่ตลาดอยู่สะอาด แขวงบางบอน เขตประเวศต่อ บรรยากาศคึกคัก นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า ประชาชนอยากให้พรรคมาเป็นที่พึ่งและความหวังปราบปรามกลุ่มทุนสีเทา ทิศทางจัดตั้งรัฐบาล เงื่อนไขสำคัญที่สุดคือความซื่อสัตย์สุจริต เน้นย้ำมาตลอดว่ารัฐบาลต้องยึดหลักปราบปรามคอร์รัปชันจริงจัง ต้องทำงานเป็นอิสระ ไม่ยอมให้ใครมาครอบงำ เป็นรัฐบาลสร้างความสมานฉันท์ ไม่สร้างความแตกแยกในสังคม ช่วงบ่ายนายอภิสิทธิ์ไปที่ตลาดธนบุรีช่วยหาเสียงให้ พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 31 (เขตทวีวัฒนา-ตลิ่งชัน) เบอร์ 13 มีประชาชนทักทายขอถ่ายรูปและให้กำลังใจจำนวนมาก“อู๊ดด้า” ฟันธง ปชป.ปักธงทวงคืน กทม.ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชป.นายราเมศ รัตนเชวง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ปชป. ลงพื้นที่เขตลาดพร้าว-บึงกุ่มช่วยหาเสียงให้นายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฏ์ “ก๊อด” หลานชายผู้สมัคร สส.กทม.เขต 13 เบอร์ 8 ที่ตลาดโพธิ์สุวรรณ นวลจันทร์ 56 เดินแจกเอกสารแนะนำตัวได้รับการตอบรับอบอุ่น จากนั้นขึ้นรถแห่ไปตามถนนนวลจันทร์-มัสยิดมิฟตาฮุ้ลยีนาน-หมู่บ้านสวนทอง สิ้นสุดที่วัดนวลจันทร์นายจุรินทร์กล่าวว่า พรรคไม่มีที่นั่งใน กทม.ติดต่อกัน 2 ครั้งแล้ว แต่คราวนี้มีโอกาสเป็นไปได้มากที่จะปักธงได้ ดูจากเสียงตอบรับดีขึ้นจากชาวกรุงเทพฯและผลการสำรวจ ผลการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ขอให้ชาว กทม.ให้โอกาสพรรคมาร่วมกันสร้างการเมืองสุจริต จะเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ประเทศดีขึ้นได้บี้ “เท้ง” แทงกั๊กแก้ รธน.หมวด 1–2 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงการลงประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าชาวบ้านยังสับสนกังวลมาก เพราะคำถามที่รัฐบาลพรรค ภท.ตั้งคำถามไม่ชัดเจน ตีความได้หลายทาง เกรงว่าจะแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 จากการดีเบตที่ผ่านมาหัวหน้าพรรค ปชน.ไม่ได้ยกมือ เมื่อถูกถามว่าพรรคไหนไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 อ้างว่ารัฐธรรมนูญมีมาตรา 255 ล็อกไว้แล้ว พูดกำกวมให้เสมือนว่า เมื่อมีมาตรา 255 ล็อกไว้แล้วจะแก้หมวด 1 หมวด 2 ไม่ได้ เข้าใจคลาดเคลื่อนมาก รัฐธรรมนูญมาตรา 255 แม้เขียนบังคับไว้ว่าจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐมิได้ แต่ในกระบวนการทำประชามติจะมีการเพิ่มหมวดใหม่ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ จึงมิใช่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญในความหมายของมาตรา 255จี้ทบทวนท่าทีให้คนมั่นใจลงประชามติ“ยิ่งไปกว่านั้นการแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 อาจกระทบกับสถานะสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ โดยไม่ขัดกับมาตรา 255 การแก้ไขมาตรา 256 ครั้งล่าสุด ก่อนยุบสภายังมีเงื่อนไขกำกับว่าไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 เพิ่มเติมโดยเสียงข้างมากของคณะ กมธ.ที่มี สส.ของพรรค ปชน.เป็นประธานด้วย และได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาอีกด้วย ดังนั้นการยอมให้มีการแก้หมวด 1 หมวด 2 ของหัวหน้าพรรค ปชน.โดยอ้างว่ามีมาตรา 255 ล็อกไว้แล้ว ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จะทำให้มีผู้ลังเลที่จะให้ความเห็นชอบลงประชามติเพิ่มขึ้น ขอเรียกร้องให้พรรค ปชน.ทบทวนท่าทีให้ประชาชนมั่นใจในการลงประชามติวันที่ 8 ก.พ.” นายสาทิตย์กล่าว“พีระพันธุ์” อาสาลุยแก้ปัญหาปากท้องเมื่อเวลา 06.00 น. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และ น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรค รทสช.ลงพื้นที่ช่วยนายสกลภัทร ประยูรรัตน์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 4 (คลองเตย—วัฒนา) เบอร์ 12 ที่ตลาดคลองเตย แนะนำนโยบายด้านพลังงานของพรรค มีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน เข้ามาสอบถามผลงานตอนเป็น รมว.พลังงานที่ตรึงราคาแก๊สหุงต้มถังละ 423 บาท ลดภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนได้มาก จากนั้นไปชุมชนนวลจิต เขตวัฒนา แนะนำนายสกลภัทรว่าเป็นคนรุ่นใหม่มีคุณภาพ จบการศึกษาและเคยทำงานมีประสบการณ์การใช้ชีวิตในสหรัฐฯ เชี่ยวชาญระบบอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยี พร้อมทั้งหน้าที่การงานและธุรกิจบริหารจัดการได้ มั่นใจจะมาทำงานการเมืองด้วยความมุ่งมั่นเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ตนเคยได้รับโอกาสจากชาวชุมชนนวลจิตมาตั้งแต่ปี 39 ครั้งนี้ขอโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นกำลังสำคัญสานต่อการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวคลองเตย-วัฒนาต่อไปไปอุบลฯ สัญญาไม่มีวันทรยศชาติช่วงบ่าย นายพีระพันธุ์ พร้อมนายวิทยา แก้วภราดัย พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา รองหัวหน้า พรรคและนายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร (เคนโด้) รองโฆษกพรรค รทสช. ลงพื้นที่ชุมชนราชธานีอโศก จ.อุบลราชธานี พบปะชาวอโศกนำเสนอนโยบายพรรค นายพีระพันธุ์กล่าวว่าได้รับแรงบันดาลใจจากคำสอนของพ่อ ให้ใช้ความรู้ช่วยเหลือผู้อื่น เหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี 35 คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ลาออกจากผู้พิพากษามาสมัคร สส.ปี 39 ด้วยความเชื่อว่าหากคนดีไม่เข้าสู่การเมือง ประเทศชาติจะพังเพราะนักการเมืองไม่ดี เมื่อเป็นหัวหน้าพรรค รทสช.จึงชูนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน อาทิ รื้อระบบพลังงานมุ่งลดภาระค่าครองชีพและค่าไฟฟ้าปราบ ปรามทุจริต กวาดล้างคอร์รัปชันจริงจัง ปกป้องอธิปไตย สัญญาจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่มีวันทรยศต่อแผ่นดินนี้“ดร.เอ้” สะกิดไม่รีบแก้ กทม.ยิ่งแย่กว่านี้เมื่อเวลา 07.00 น. นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยก้าวใหม่ (ทกม.) ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้นายวิเชียร กันทาทรัพย์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 26 บางขุนเทียน-จอมทอง เบอร์ 8 นายสามารถ คุ้มทรงธรรม ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 27 บางบอน- จอมทอง เบอร์ 10 และ น.ส.ทิพย์รัมภา วิธูชุลีโชติ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 28 บางบอน-หนองแขม เบอร์ 6 โดยเข้าสักการะพระวัดบางบอน ก่อนเดินพบประชาชนที่ตลาดวัดหนองแขมและตลาดพระปิ่นห้า มีชาวบ้านทักทายให้กำลังใจและขอถ่ายรูปคึกคักเป็นกันเองจากนั้นเวลา 10.00 น. นายสุชัชวีร์นำคณะพบปะประชาชนพื้นที่บางขุนเทียน จอมทอง บางบอนและหนองแขม รับฟังปัญหาน้ำทะเลหนุนและการกัดเซาะชายฝั่ง มีตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา ตัวแทนชมรมคนรักลิงหัวใจแกร่งสะท้อนผลกระทบต่ออาชีพ รายได้และวิถีชีวิตคนในพื้นที่ นายสุชัชวีร์กล่าวว่า พื้นที่หนองแขม-บางบอนเผชิญปัญหาฝุ่น PM 2.5 น้ำท่วมซ้ำซากและน้ำเน่าเสียมายาวนาน ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรม ขอให้ไว้วางใจทีมงาน ทกม.และคนรุ่นใหม่ เข้าไปแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำเน่า และภัยพิบัติในกรุงเทพฯ อย่างจริงจัง คนหนองแขม-บางบอนเสี่ยงน้ำทะเลหนุน น้ำกัดเซาะ น้ำท่วมหนักทุกปี ถ้าไม่แก้จริงกรุงเทพฯ จะหนักกว่านี้ดันกองทุน ดบ.ต่ำ พ้นหนี้นอกระบบนายสุชัชวีร์ยังกล่าวถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจและสังคมและปากท้องค่าครองชีพครัวเรือนของชาวบ้านว่า พรรคมีแนวทางแก้ไขและช่วยเหลือด้วยนโยบายกองทุนเงินกู้ 20,000 บาท เข้าถึงได้ทุกอาชีพอิสระ ใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียว ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยลดปัญหาหนี้นอกระบบ รวมถึงช่วยกลุ่มแรงงานอิสระและไรเดอร์ซ่อมแซมอุปกรณ์ทำมาหากินได้เอง ไม่ต้องติดหนี้นอกระบบ ดอกเบี้ยสูง ส่วนการสร้างคนด้วยการศึกษา ปลดหนี้ กยศ. ทุกบัญชี 100% ผลักดันนโยบายเรียนฟรีจริงตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงปริญญาโทและปริญญาเอก ขอให้เลือกผู้สมัครพรรค ทกม.และกาเบอร์ 49 เปลี่ยนกรุงเทพฯ และประเทศด้วยแนวคิดใหม่ คนใหม่ และการทำงานที่จริงจัง“ปวีณา” ฟังเสียงคนไทยเชื้อสายอินเดียเมื่อเวลา 10.00 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พรรค กธ.ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรค กธ.และนายนิกร ซัจเดว์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ทีมนโยบายเศรษฐกิจ นำคณะผู้สมัคร สส.กทม. พบปะชาวไทยเชื้อสายอินเดีย ศาสนิกชนชาวฮินดูและซิกข์ รับฟังข้อเสนอแนะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม จุดแรกไปที่วัดเทพมณเฑียรหรือสมาคมฮินดูสมาช เขตพระนคร กราบสักการะองค์เทพศักดิ์สิทธิ์ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบทบาทชุมชนชาวไทยเชื้อสายอินเดียขับเคลื่อนเศรษฐกิจย่านเมืองเก่า การส่งเสริมสวัสดิการสังคมให้เข้าถึงคนทุกกลุ่ม จากนั้นไปยังคุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภาหรือวัดซิกข์ ย่านลิตเติ้ลอินเดีย พาหุรัด เขตพระนคร วัดซิกข์แห่งแรกในไทย เข้ากราบพระมหาคัมภีร์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และร่วมพูดคุยกับคณะกรรมการวัดรับฟังปัญหาเชิงลึกการประกอบอาชีพ ข้อเสนอแนะต่างๆจากคนในชุมชน นางปวีณากล่าวว่า พรรค กธ.จะนำไปกลั่นกรองเป็นนโยบายที่จับต้องได้จริง“สุดารัตน์” ปลุกชาวอุบลฯ ร่วมปราบโกงคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เดินหาเสียงย่านเศรษฐกิจ จ.อุบลราชธานี พบปะพ่อค้าแม่ค้า ประชาชนขอคะแนน เสียงให้ “ครูอ๊อฟ” นายวิศรุต สวัสดิ์วร ผู้สมัคร สส.อุบลฯ เขต 1 เบอร์ 4 ได้พูดคุยปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจซบเซา สะท้อนปัญหาค่าครองชีพสูง รายได้ลดลง ต้นตอสำคัญมาจากการทุจริตคอร์รัปชันที่ฝังรากลึกระบบการเมืองและราชการ คุณหญิงสุดารัตน์ย้ำว่าจุดยืนพรรคเน้นปราบปรามการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ สนับสนุนให้อำนาจประชาชน 50,000 คน ถอดถอนนักการเมืองโกงชาติ ทั้งนายกฯ รัฐมนตรี สส. สว. และองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญปฏิบัติหน้าที่ไม่สุจริต ถ้าโกงต้องหลุดจากตำแหน่ง ควบคู่เปิดเผยงบฯแบบเรียลไทม์ สร้างความโปร่งใส ปิดช่องทุจริตเป็นระบบ คนไทยถูกโกงเงินจากคอร์รัปชันปีละกว่า 500,000 ล้านบาท ประเทศยากจนด้อยพัฒนา หากไม่แก้ปัญหาคอร์รัปชัน เศรษฐกิจไทยจะเติบโตต่ำไม่เกินร้อยละ 2 ต่อปียาวนาน OECD ประเมินคอร์รัปชันไทย ทำให้ GDP ประเทศหดหายไปถึง 3% ต่อปีนโยบาย ปชน.นำโด่งครองใจคนวันเดียวกัน สวนดุสิตโพลสำรวจความคิดเห็น เรื่อง “นโยบายกับพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง 69” จากกลุ่มตัวอย่าง 2,586 คน วันที่ 13-16 ม.ค. พบว่า พรรค ปชน.เป็นพรรคที่ได้เปรียบมากที่สุดถึง 4 นโยบายคือการเมืองและความมั่นคง ร้อยละ 38.14 การศึกษา ร้อยละ 43.93 การเกษตร ร้อยละ 35.82 และการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 39.89 ส่วนพรรค พท.ได้เปรียบ 1 นโยบายปากท้อง/ ค่าครองชีพ ร้อยละ 35.63 ขณะที่การเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ กลุ่มตัวอย่างจะเลือกพรรค ปชน. ร้อยละ 34.11 พรรค พท.ร้อยละ 18.37 ส่วน สส.เขต ส่วนใหญ่เลือกพรรค ปชน.ร้อยละ 33.14 พรรค พท.ร้อยละ 19.49 พรรค ภท.ร้อยละ 17.63 บุคคลที่อยากให้เป็นนายกฯ นายณัฐพงษ์ พรรค ปชน. ร้อยละ 34.34 นายยศชนัน พรรค พท. ร้อยละ 19.91 และนายอนุทิน พรรค ภท.ร้อยละ 16.13คนเชียงใหม่เทใจหนุน “เท้ง” นายกฯนิด้าโพลเปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง 69 ของคนเชียงใหม่” วันที่ 9-14 ม.ค.จาก 1,067 หน่วยตัวอย่าง พบว่าบุคคลที่คนเชียงใหม่จะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ อันดับ 1 ร้อยละ 31.40 ระบุนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรค ปชน. อันดับ 2 ร้อยละ 19.40 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พรรค พท. อันดับ 3 ร้อยละ 15.65 นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรค ภท. อันดับ 4 ร้อยละ 12.09 ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 5 ร้อยละ 4.12 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรค ปชป. สำหรับพรรคการเมืองที่คนเชียงใหม่มีแนวโน้มเลือก สส.เขต อันดับ 1 ร้อยละ 37.39 พรรค ปชน. ร้อยละ 31.68 พรรค พท. ร้อยละ 13.50 พรรค ภท. และร้อยละ 5.15 ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 4.03 พรรค ปชป. ส่วน สส.แบบบัญชีรายชื่อ ร้อยละ 37.39 พรรค ปชน. ร้อยละ 30.08 พรรค พท. ร้อยละ 14.06 พรรค ภท. ร้อยละ 5.25 ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 3.85 พรรค ปชป.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่