“อนุทิน” จัดคิวช่วยทีมผู้สมัครชุมพร ขอเหมาทั้งจังหวัด หยอดถึงได้เมียระนอง แต่ใจอยู่ที่นี่ ยกให้เป็นพื้นที่มั่นคงค่ายน้ำเงิน ไฟเขียว “ไชยชนก” ส่งสัญญาณ ไม่จับมือเพื่อไทย แต่ต้องขอมติ กก.บห.ก่อน “ศุภจี” ลุยตลาดคลองจั่นปั่นแต้มคนกรุง ปชน.โชว์ภารกิจ 100 วันแรก รัฐบาลประชาชน ปราบทุนเทาให้เหี้ยน สร้างโมเดลเศรษฐกิจใหม่ ใช้ AI จับโกง-เปิดข้อมูลประมูลจัดซื้อแบบเรียลไทม์-ยกเลิกตั๋วช้าง-สางส่วยเว็บพนัน “ลิซ่า” เดือดการเมืองเก่าเล่นสกปรก ส่งคนข่มขู่ “ชุติพงศ์” โวยทีมงานถูกคุกคามหนัก “ยศชนัน” ประกาศดัน ม.บูรพาติดท็อปโลก ไม่สนบ้านใหญ่หวังเปลี่ยนเมืองชล ยันไม่มีดีลลับ “ผู้กอง” ปัดขัดแย้ง “เนวิน” แฉเบื้องหลัง “ศึก 2 ลุงแตกหัก” “พีระพันธุ์” ลั่นท้าชน “ทุนปิศาจ”นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย โผล่เมืองชุมพร ช่วยทีมผู้สมัคร สส.ชุมพร ขอให้ยกทั้งจังหวัด พร้อมให้ไฟเขียวนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ส่งสัญญาณไม่จับมือตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย แต่ต้องขอมติที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคก่อน“อนุทิน” หาเสียงชุมพรคนแห่รับเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 ม.ค. ที่จ.ชุมพร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อม น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภรรยา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แกนนำพรรค ลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.ชุมพร มีนายชุมพล จุลใส อดีต สส.ชุมพร นำมวลชนมารอต้อนรับ บางส่วนเข้ามาสวมกอดและขอถ่ายรูปด้วย จากนั้นนายอนุทินและคณะเดินทางมาที่ตลาดเทศบาลตำบลท่าแซะ อ.ท่าแซะ ช่วยนายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ ผู้สมัคร สส.ชุมพร เขต 2 หาเสียง ทันทีที่ลงจากรถมีประชาชน พ่อค้า แม่ค้าในตลาด คอยส่งเสียงเชียร์ดังสนั่น หลายคนเข้ามาสวมกอดมอบดอกไม้และขอถ่ายรูป พร้อมชื่นชมโครงการคนละครึ่ง นายอนุทินจึงทำท่าสัญลักษณ์พลัสตอบกลับ มีหลายคนเข้ามามอบพระเครื่องให้ ซึ่งเจ้าตัวก็เก็บใส่กระเป๋าหยอดได้เมียระนองแต่ใจอยู่นี่จากนั้นนายอนุทินขึ้นรถกล่าวปราศรัยว่า เป็นครั้งแรกที่มีวาสนาได้มาถึง อ.ท่าแซะ วันที่ 8ก.พ. อยากให้พี่น้องไปใช้สิทธิ หวังว่าจะไม่มาเก้อ ผู้สมัครของพรรคทั้ง 3 คน จับได้เบอร์ 4 หมด แสดงว่าท่าทีชาวชุมพรจะให้ภูมิใจไทยยกจังหวัด เรื่องอื่นไม่ต้องห่วงคนละครึ่งพลัสเฟส 2 มาแน่ ยังมีเรื่องสวัสดิการต่างๆ โดนทวงเรื่อง อสม. เรื่องผู้สูงอายุ ทั้งหลายนี้ให้เป็นหน้าที่พรรคภูมิใจไทย อะไรที่ให้สัญญากับประชาชนไว้ จะทำตามทั้งหมด และวันนี้ได้รับการต้อนรับอบอุ่นนึกว่ามาขอลูกสาวชาวชุมพรแต่งงาน แต่ไม่ใช่เพราะขอลูกสาวชาวระนองไปแล้ว แต่ชุมพร-ระนองใช่อื่นไกล ได้เมียอยู่ระนองแต่หัวใจอยู่ที่ชุมพรด้วย นอกจาก “สส.ลูกหมี, ลูกช้าง, นายกโต้ง” ที่ชวนให้มาอยู่ชุมพรแล้ว คนที่ลากตนมาจากเตียงเมื่อเช้าคือนายเอกนัฏเป็นคนแนะนำกลุ่มนี้ให้รู้จักชมเปาะ “ทีมลูกหมี” สายแข็งจริงนายอนุทินยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ยอมรับว่าวันนี้ชุมพรแข็งแรง เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพและพรรคภูมิใจไทยแข็งแรงได้เพราะ 3 คนนี้ “หากได้ สส.ยกจังหวัดชุมพร คนชุมพรจะเอาอะไรก็ไม่ต้องพูดแล้วทำ ทำแล้วค่อยไปพูดทีหลังยังได้ กำลังหัดพูดภาษาใต้อยู่ อยู่มา 3-4 ปีแล้ว ยังแหรงบ่ฉับ” จากนั้นนายอนุทินเดินทางมาที่ตลาดสดเขาปีบ อ.ทุ่งตะโก ตลาดนัดดอนหว้า ต.ครน อ.สวี ตลาดสดเทศบาลเมืองชุมพร และช่วงเย็นจะไปหาเสียงที่ถนนคนเดิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนกลับ กทม.ยกให้เป็นพื้นที่มั่นคงค่ายน้ำเงินนายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า อธิบายด้วยภาพคนชุมพรให้การต้อนรับพรรคภูมิใจไทยอบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง เกิดจากความเชื่อมั่นที่มีต่อผู้สมัครที่เป็นอดีต สส. และอดีต สจ. ทั้ง 3 คนมีความคุ้นเคย เข้าใจและทำงานรับใช้ชาวชุมพรมาตลอด คิดว่าเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงมาก ภูมิใจไทยคาดหวังว่าชาวชุมพรจะมอบความไว้วางใจ ความมั่นใจ เลือกยกจังหวัด วันนี้ชุมพรเป็นพื้นที่ที่มั่นคงสำหรับภูมิใจไทย เพราะมีผู้สมัครที่แข็งแรง เป็นพื้นที่มั่นคงให้กับประชาชน เพิ่งเคยมาชุมพรเพิ่งรู้จักทีมชุมพรประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา ไม่คิดว่าจะแข็งแรงกันขนาดนี้ อยากให้ทุกคนมั่นใจในตนและพรรคภูมิใจไทย เหมือนที่พี่น้องชาวชุมพรมอบให้กับ สส.ไฟเขียว “ไชยชนก” ส่งสัญญาณนายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน ระบุถ้าพรรคสีน้ำเงินได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 พรรคส้มจะเป็นฝ่ายค้านว่า ยังไม่ได้ยิน ต้องได้ยินเองก่อน ถ้าไปตอบเลยจะทำให้ขัดแย้ง ส่วนกรณีที่นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย บอกว่าถ้าเอาเฉพาะวันนี้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 พรรคที่จับได้มีทั้งพรรคประชาชนและพรรคกล้าธรรม แต่ที่จับไม่ได้คือพรรคเพื่อไทย เนื่องจากที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่ามีความเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์นั้น ยังไม่ได้คุยกับนายไชยชนก แต่มีสิทธิที่จะแสดงความเห็น เมื่อถามว่าที่นายไชยชนกพูดเป็นจุดยืนส่วนตัวหรือไม่ นายอนุทินตอบว่าทุกอย่างต้องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค แต่ทุกคนสามารถให้ความเห็นในทางส่วนตัวไปก่อน“เอกนัฏ” โอ่ภูมิใจไทยคือตัวเลือกคนกรุงนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงใน กทม.ที่ผ่านมาว่า เลือกตั้งครั้งนี้ 40-50% คนกรุงเทพฯ ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคไหน ถือเป็นข่าวดีเพราะพรรคภูมิใจไทยเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คนกรุงเทพฯ กำลังพิจารณาอยู่ บุคลิกส่วนตัวของเราคือความจริงใจ เราไม่ใช่คนพูดเยอะ แต่ทุกเรื่องที่พูดเราจะทำ และพยายามทำให้สำเร็จ นโยบายที่ทำงานช่วง 2-3 เดือน แม้ประเทศไทยประสบกับวิกฤติทั้งเรื่องชายแดนเรื่องเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล สามารถรวบรวมมืออาชีพนอกวงการการเมืองมาอยู่ในทีม ถือเป็นไม่กี่ครั้งในประวัติศาสตร์ที่จะมีพรรคการเมืองประกาศชัดเจนว่า ถ้าเข้ามาเป็นรัฐบาลฟอร์มรัฐบาลจะมอบตำแหน่งสำคัญให้กับมืออาชีพทำ“ศุภจี” ลุยตลาดคลองจั่นขอแต้มช่วงเช้าที่ตลาดคลองจั่น เขตบางกะปิ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย พร้อม น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี แกนนำรับผิดชอบเลือกตั้งพื้นที่ กทม. และคณะลงพื้นที่หาเสียงช่วย น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 14 บรรยากาศคึกคัก ได้รับความสนใจจากพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนมาขอเซลฟี่จับมือกับนางศุภจี และมอบดอกไม้ให้กำลังใจ พร้อมชมว่านางศุภจีเป็นคนเก่ง รอโครงการคนละครึ่งพลัส นางศุภจีตอบกลับว่า “หากเลือก โอ๋ ฐิติภัสร์ ก็จะได้โครงการคนละครึ่งพลัสอีกครั้ง”ทำเต็มที่ไม่ตั้งเป้า กทม.ต้องกี่เขตนางศุภจีให้สัมภาษณ์ว่า ถือว่ามาทำความรู้จักรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ นำแนวทางไปช่วยแก้ปัญหา หลายคนขอเรื่องคนละครึ่งพลัสเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เรายินดีดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว เมื่อถามว่า สนามเลือกตั้ง สส.กทม.ตั้งเป้าไว้หรือไม่ นางศุภจีตอบว่า จากเสียงตอบรับคิดว่ามีคนสนใจช่วยลงคะแนนให้ เป้าหมายเราคงไม่ได้อยู่ที่จำนวน แต่อยู่ที่ว่าจะเข้าไปช่วยประชาชนในแต่ละเขตได้อย่างไร เมื่อถามว่ามั่นใจปักธงพื้นที่ กทม.ได้หรือไม่ นางศุภจีตอบว่า ไม่มีอะไรแน่นอนอยู่แล้ว แต่เราตั้งใจเต็มที่ เมื่อถามถึงกรณีไปออกรายการและดีเบตเวทีต่างๆ มีกระแสตอบรับดีขึ้น ทำให้มั่นใจมากขึ้นหรือไม่ นางศุภจีตอบว่า ไม่เคยมองว่าเวทีนั้นๆเป็นเวทีดีเบต แต่เป็นพื้นที่ที่เราอยากอธิบายในสิ่งที่เราอยากทำ และไม่ตั้งใจจะไปคัดค้านอะไรกับคนอื่น นโยบายอะไรของใครก็ของคนนั้น เราทำหน้าที่เต็มที่ พอมีเสียงตอบรับเราก็มีกำลังใจปชน.โชว์ 100 วันเเรกปราบทุนเทาผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจเฟซบุ๊กพรรค ปชน. โพสต์เผย “ภารกิจ 100 วันแรกภายใต้รัฐบาลประชาชน” ระบุว่า โมเดลเศรษฐกิจใหม่ อุดรูรั่ว ทุนในไหลออก ทุนเทาทะลัก เริ่มใช้ Data Bureau ปราบบัญชีม้า สแกมเมอร์ ทุนเทา นอมินี ฟอกเงินทันที แบนสินค้าไม่มีมาตรฐาน ร้านค้าต่างชาติ บนแพลตฟอร์มที่เอาเปรียบผู้ประกอบการไทย ทลายขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าเถื่อน ทบทวนการนำเข้าสินค้าเกษตรอย่างเข้มงวด เช่น ข้าวโพดไม่เผา มันสำปะหลัง หมูเถื่อน ทุเรียนสวมสิทธิ์ กระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นบริโภคและรายย่อย คนละครึ่ง พร้อมหวยใบเสร็จ SMEs กระตุ้นภาคผลิต คนละครึ่ง Made in Thailand เปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้า ฟื้นฟูเมืองน้ำท่วม 10,000 ล้านบาท เร่งอนุมัติอัดฉีดเงิน เพื่อคนทุนน้อย 2.5 แสนล้านบาท บ้านหลังแรกวงเงิน 1 แสนล้านบาท สินเชื่อ SMEs 5 หมื่นล้านบาท + สินเชื่อ Transformation 1 แสนล้านบาทใช้ AI จับโกง–เปิดข้อมูลเรียลไทม์นอกจากนี้ยังมีมาตรการจูงใจการลงทุนใหม่ เปิดเสรีพลังงานสะอาด จูงใจให้อุตสาหกรรมสมัยใหม่เร่งลงทุน เริ่มเจรจาแก้ไขสัญญาโรงไฟฟ้า ลดค่าไฟ 25 สตางค์ในปีแรก ปฏิรูปรัฐทันสมัย เร่งสอบสวนและเปิดเผยผลสอบวินัยคดีเก่า เช่น ตึกประกันสังคม-ตึก สตง. บังคับเปิดเผยเงินนอกงบประมาณทั้งหมด ทุกบัญชีธนาคารหน่วยงานรัฐ ตรวจสอบได้ ทุกบาททุกสตางค์ AI จับโกง-เปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง Real Time แจ้งเตือนโครงการส่อพิรุธทุจริต ฮั้วประมูล เอื้อบริษัทครอบครัว ขึ้น Red Flag ให้ประชาชนตรวจสอบได้ทันทียกเลิกตั๋วช้าง–สางส่วยเว็บพนันด้านประชาธิปไตย ความมั่นคงใหม่ ฟื้นฟูองค์กรตำรวจ สะสางคดีส่วยเว็บพนัน ยกเลิกตั๋ว คืนทรงผมให้ตำรวจ เปิดเผยการจัดสรรโควตาสลากองค์การทหารผ่านศึก คืนผลประโยชน์ให้ทหารผ่านศึก เปิดรับทหารอาสา แทนการบังคับเกณฑ์ทหาร ด้านคุณภาพชีวิต แก้หนี้เกษตรกร หนี้เกษตรกรสูงวัย 70 ปี ที่จ่ายแต่ดอกมานาน ถ้าจ่ายเกินต้นแล้ว ยกหนี้ให้ จ่ายไม่เกินต้น ลดหนี้ให้ครึ่งนึง แก้ไขปัญหาที่ดิน ออกโฉนด ปลดล็อกมติ ครม. เริ่มการเปลี่ยนนิคมสหกรณ์เป็นโฉนด 1.5 ล้านไร่+นิคมสร้างตนเอง 3 ล้านไร่ ลด PM2.5 ห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรที่เกี่ยวข้องกับการเผาทันที เร่งดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด เข้มงวดการปล่อยมลพิษทุกต้นตอ ส่วนการศึกษา คืนครูให้ห้องเรียน ลดงานธุรการ ลดกรอกฟอร์มรายงานกระทรวง เช่น โครงการปลูกความมั่นคงอาหาร เมืองสะอาด“ลิซ่า” เดือดการเมืองเก่าเล่นสกปรกวันเดียวกัน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ช่วงหาเสียงในตลาดหรือสถานที่ต่างๆ ทุกพรรคการเมืองมีสิทธิเท่ากัน แม้แต่เดินตลาดเดียวกันช่วงเวลาเดียวกัน เดินสวนกันก็ปกติ แต่ประเภทส่งคนมาตามส่งคนมาเฝ้า นั่งกอดอกใส่แว่นดำตั้งแต่เริ่มเดินยันจบ อย่าทำค่ะ ไม่ใช่กลัวนะ แต่มันตลก ตกยุค และเก่ามาก ทั้งคนทำและคนสั่งการ พื้นที่ไม่ได้กว้าง ดิฉันก็ไม่ใช่คนไม่สาไร เช็กง่ายนิดเดียวว่าคนของใครเบอร์ไหน สร้างบรรยากาศประชาธิปไตย สร้างตัวเลือกที่หลากหลายให้ประชาชน ปรับตัวให้ได้ บริบทสังคมเปลี่ยนไปแล้ว ฝากนะคะการเมืองเป็นสิทธิของประชาชนในการตัดสินใจอย่าทำเจ้าค่ะ”“ชุติพงศ์” โวยทีมงานถูกคุกคามหนักขณะที่นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ผู้สมัคร สส. ระยอง พรรคประชาชน โพสต์คลิปวิดีโอลงเฟซบุ๊กเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา ในคลิประบุว่า “ในช่วงการหาเสียงมีคนขับรถวนหน้าออฟฟิศ คนในพื้นที่แจ้งว่ามีการวนบ่อยหลายรอบแล้ว เมื่อคืนรถของทีมงานจอดอยู่หน้าออฟฟิศ ปรากฏว่าตอนเช้าโดนทุบกระจก ไม่รู้ว่าอะไรนักหนา เกิดอะไรขึ้น ได้ให้น้องไปแจ้งความเรียบร้อยแล้ว ลงบันทึกประจำวันเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ภาพจากกล้องวงจรปิด” นายชุติพงศ์ยังเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยท่าทีอัดอั้นว่า เพิ่งลงหาเสียงมา ป้ายหาเสียงหายโดนขโมย มีรถขับตาม รถของน้องที่ออฟฟิศโดนทุบกระจก ระยองเขตสี่รอบนี้หนัก“ยศชนัน” รำลึกสมัยอนุบาลเมืองชลที่หอประชุมเทศบาลเมืองพนัสนิคม (โรงไม้ขีดเก่า) อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นำคณะลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.ชลบุรี พรรคเพื่อไทยทั้ง 10 เขต บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมารอฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่ นายยศชนันขึ้นกล่าวปราศรัยว่า ความกตัญญูเป็นคุณสมบัติของผู้นำที่ดี วันนี้ต้องมาที่ชลบุรี เคยเรียนอนุบาลชลบุรี หากไม่มีชลบุรีไม่มียศชนัน วันนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมแล้ว สส.ทั้ง 10 เขตพร้อมแล้วที่จะเดินหน้าไปพร้อมกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน มองปัญหาในสายตาเดียวกัน วันที่ 8 ก.พ.เป็นวันเริ่มต้นแห่งความหวังของชาวชลบุรี ขอให้เลือกเข้าไปทั้งหมด 10 เขต เลือกยศชนันเข้าไป ประเทศไทยเปลี่ยนทันที เปลี่ยนความหวังเป็นความจริง พร้อมมากที่จะเข้าสู่วงการการเมืองเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ถามตัวเองว่าวันนี้อนาคตชาวชลบุรีจะเป็นอย่างไร ข้าวมื้อต่อไปเป็นสิ่งที่ทุกคนถามถึง เราพร้อมประกาศเดินหน้า 8 ก.พ. คนไทยต้องไร้จน ชาวชลบุรีต้องไร้จนดัน ม.บูรพาติดระดับท็อปของโลกนายยศชนันกล่าวด้วยว่า จะทำทุกวิถีทาง นอกจากชลบุรีจะสวยงามแล้ว ยังเป็นการเรียนรู้ของประเทศไทย พร้อมเดินหน้า พ.ร.บ.อากาศสะอาด ให้คนกับอุตสาหกรรมเดินหน้าไปด้วยกันได้ รวมถึงดูแลมหาวิทยาลัยบูรพาให้สู่ระดับท็อปร้อยของโลก เราไม่เอายาเสพติด ต้องหมดไป อธิปไตยสำคัญที่สุดสำหรับประเทศไทย ขอเป็นตัวแทนและนำผู้สมัคร สส.ทั้ง 10 เขตของชาวชลบุรีเข้าสภา และขอยศชนันเบอร์ 9 เข้าสู่ทำเนียบขึ้นรถแห่ขอโอกาสเปลี่ยนชลบุรีจากนั้นนายยศชนันขึ้นรถแห่ตระเวนช่วยนายคงพัชร ไขรัศมี ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 2 หาเสียง ก่อนจะเข้าสักการะองค์พระพุทธสิหิงค์ ที่หอพระพุทธ สิหิงค์ อ.เมืองชลบุรี เพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งนี้ระหว่างที่นายยศชนันอยู่บนรถแห่ ปราศรัยไปตลอดทางขอให้เลือกคนคุณภาพ เลือกทั้งคน เลือกทั้งพรรค ขอโอกาสเปลี่ยนเมืองชลบุรีให้ดีขึ้น เมื่อรถแห่ขับผ่านโรงเรียนอนุบาลชลบุรี โรงเรียนเก่าที่เคยเรียนตอนเด็ก นายยศชนันรีบบอกด้วยความภูมิใจว่า “นี่คือโรงเรียนเก่าของผม ผมเรียนที่นี่แหละ” จากนั้นนายยศชนันได้ไปเยี่ยมชมและทักทายประชาชนที่งานพฤกษาตะวันออก the train of happiness ครั้งที่ 18 ที่สนามหน้าศาลากลาง จ.ชลบุรีไม่ห่วงบ้านใหญ่อยู่ที่ชนะใจ ปชช.นายยศชนันให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนโยบายเป็นสิ่งสำคัญ เรามีเรื่องแก้มลพิษ เรื่องทะเล ประมง รวมถึงทุนเทา ผู้สมัครทำการบ้านมาดีลงพื้นที่ต่อเนื่อง วันนี้ดีใจที่หลายคนตอบรับและพูดถึงนโยบาย เมื่อถามว่าชลบุรีการแข่งขันเข้มข้น วันนี้บ้านใหญ่ไม่ได้อยู่เพื่อไทยแล้วกังวลหรือไม่ นายยศชนันตอบว่า ผู้สมัครของเราอยู่และทำพื้นที่ตลอด มองว่าเรื่องบ้านใหญ่ไม่ได้ดีแล้ว สิ่งสำคัญคือใครสามารถชนะใจประชาชน คำตอบคือคนทำงานต่อเนื่อง และมีประสบการณ์ เรื่องการท่องเที่ยวก็มีนโยบายส่วนหนึ่ง การนำนักท่องเที่ยวเข้ามาต้องพร้อมกับการฟื้นฟูทะเล และอากาศสะอาด ส่วนการตั้งเป้าหมายขอตั้งเต็มหมดที่เมืองชลขอสัก 10 เขตปัดไม่มีดีลลับต้องรอฟังผลเลือกตั้งผู้สื่อข่าวถามว่า มีการออกมาเปิดเผยว่ามีดีลระหว่าง 3 พรรคการเมืองใหญ่ ซึ่งมีพรรคเพื่อไทยด้วย นายยศชนันตอบว่า ไม่น่ามี สิ่งสำคัญคือประชาชนต้องรู้เท่าทัน เพราะการเลือกตั้งต้องฟังเสียงประชาชน ไม่มีใครดีลได้ถ้าประชาชนไม่เลือกเข้ามา เมื่อถามอีกว่าคนที่ออกมาตั้งข้อสังเกตบอกว่าความขัดแย้งที่เห็นเป็นเพียงการจัดฉากเบื้องหน้า เพื่อหวังผลประโยชน์ในอนาคต นายยศชนันตอบว่า โชคดีที่เราไม่มีความขัดแย้ง พรรคเพื่อไทยสืบเนื่องจากการทำนโยบายให้ดี จากการลงพื้นที่ฟังเสียงประชาชน“ผู้กอง” แจงถูกโยงคดีสแกนม่านตาด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายก รัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่าคดีสแกนม่านตาพยายามโยงถึงแกนนำพรรคกล้าธรรมว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร วันนั้นตนและ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ไปธุระที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ไปหานายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดีอีขณะนั้น เพื่อพูดคุยถึงระบบคลาวด์ภาคเกษตร เขาชวนถ่ายรูปก็ถ่าย ไม่ได้เป็นสักขีพยาน คนที่เป็นสักขีพยานต้องเซ็นเป็นพยาน แต่บางคนเวลาให้สัมภาษณ์เอามัน ก็โทรศัพท์ไปด่ารุ่นน้องว่าตนเป็นรองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ มีตัวตน การพูดอะไรให้เกิดความเสียหายต้องระวังคำพูดด้วย บางครั้งเวลาพูดกระทบก็ต้องฟ้องเพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้ทำผิด ทั้งนี้ เจ้าของบริษัทในคดีนี้ได้ข่าวว่าเป็นบริษัทเครือข่ายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เท็จจริงอย่างไรต้องตรวจสอบ และกรณีดังกล่าวประเทศอื่นรวมถึงมาเลเซียก็ทำปฏิเสธไม่ขัดแย้ง “เนวิน ชิดชอบ”เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวขัดแย้งกับนายเนวิน ชิดชอบ ผู้นำจิตวิญญาณพรรคภูมิใจไทย ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า “ไม่มี ใครจะไปผิดใจขัดแย้งกับพี่เน เราอยู่คนละบ้าน คนละหลัง ให้เกียรติกัน เคารพในฐานะเป็นนักการเมืองรุ่นพี่ ผมไม่เคยไปขัดแย้ง ไม่เคยทะเลาะกับนักการเมืองด้วยกัน ยกเว้นเขามาทะเลาะกับผม ผมอยู่กับใคร ตั้งแต่สมัยยุคลุงตู่ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ถามว่าทำไมต้องทะเลาะลุงตู่ ก็พี่น้องทะเลาะกัน และใช้ผมเป็นเครื่องมือ วันดีคืนดีพี่กับน้องทะเลาะกัน พี่ใหญ่เค้าทะเลาะกันก็ใช้ผมเป็นเครื่องมือ ผมอยู่กับลุงป้อม (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ผมก็ทำตามลุงป้อมสั่ง พอลุงป้อมไม่รับผิดชอบคำพูด หรือรับผิดชอบคำพูด ผมต้องรับผิดชอบเอง เลือดกบปากต้องกลืนลงท้องตัวเอง ผมไม่พูด พอวันหนึ่งอยู่กับลุงป้อม ลุงป้อมเบื่อไม่เอาผมเพราะไปฟังคนโน้นคนนี้ ไม่ให้ผมเป็นรัฐมนตรีต่อ ผมก็ออกมาสร้างบ้านของผมไม่ได้ชวนพี่น้องมา เขามาเพราะเค้าศรัทธาผม อยู่ตรงนั้นเขามีความเชื่อมั่นว่าอนาคตไปไม่รอด แล้ว สิ่งที่เค้ามาเค้าตัดสินใจถูกต้องวันนี้ หลายคนว่ารักลุงๆ เหมือนนักการเมืองทางใต้ 5-6 คนเนี่ย โอ้โหเรียกเป็นพ่อคนที่สอง เป็นไงถึงวันสุดท้ายทิ้งลุงแบบไม่มีเยื่อใย เป็นอีแอบมาตั้งนาน”“พีระพันธุ์” ลั่นท้าชน “ทุนปีศาจ”นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทย สร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงภัยคุกคามจากกลุ่มทุนที่อันตรายยิ่งกว่า “ทุนเทา” และ “ทุนผูกขาด” หลายเท่า ว่า กลุ่มทุนนี้ทำงานอยู่ในเงามืดมายาวนาน กอบโกยกำไรมหาศาลกว่าล้านล้านบาทบนความเดือดร้อนของประชาชน เปรียบเหมือน “ทุนปีศาจ” ที่สูบเลือดสูบเนื้อคนไทย เป็นต้นเหตุฉุดรั้งให้ศักยภาพประเทศดิ่งเหว ปัญหาที่แท้จริงของประเทศไทยไม่ใช่ความขัดแย้งทางการเมือง แต่เป็นทุนปีศาจที่ควบคุมโครงสร้างประเทศทั้งระบบ ตั้งแต่พลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า แก๊ส การสื่อสาร การเงิน การเกษตร รวมถึง สาธารณูปโภคพื้นฐานทั้งหมด รวมทั้งยังแทรกแซงอำนาจรัฐ ครอบงำการเมือง และกุมสื่อสาธารณะไว้ในมือปชน.ไม่ทนเปิดอภิปรายโต้ไอโอผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมงานพรรค ปชน.แจ้งกำหนดการแถลงข่าว “พรรคส้มจะไม่ตกเป็นเหยื่ออีกต่อไป” ในวันที่ 19 ม.ค. เวลา 09.00 น. ที่อาคารอนาคตใหม่ มีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค ปชน. เป็นผู้นำอภิปรายกางสมุดเดธโน้ต ฟ้อง กกต. และแจ้งความเอาผิดบุคคล นักการเมือง เพจไอโอ ที่ใส่ร้ายป้ายสี ยืนยันต้องปกป้องประชาชนจากการใช้เทคนิคหาเสียงสายมาร สายเทาดำ ปล่อยข่าวปลอมสร้างมลพิษให้การเลือกตั้ง ส่วนกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ขอให้ประชาชนไตร่ตรองให้ดีว่านายชูวิทย์เล่นงานพรรคส้มด้วยคำพูดลอยๆ ไม่มีหลักฐาน เพราะกลัวว่าพรรคส้มเป็นรัฐบาลจะสาวถึงต้นตอคนที่อยู่เบื้องหลังนายเบน สมิท เลยมีรูปถ่ายกอดคอคู่กัน และเป็นผู้ใหญ่ระดับบิ๊กที่นายชูวิทย์นับถือหรือไม่“สุดารัตน์” เปิดชุดนโยบาย “ผู้หญิง”คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯพรรคไทยสร้างไทย แถลงนโยบายดูแลและสร้างโอกาสให้ผู้หญิงไทยว่า ผู้หญิงคือประชากรกว่าครึ่งประเทศ หากยังถูกกีดกันและเลือกปฏิบัติ เท่ากับประเทศสูญเสียศักยภาพมหาศาล พรรคเสนอแนวนโยบายแบบครบวงจร แบ่งออกเป็น 5 ด้านหลัก คือ 1.โอกาสในการสร้างอาชีพและรายได้อย่างมั่นคง อัปเกรดกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเป็นกองทุนสร้างอาชีพครบวงจร 2.สุขภาพผู้หญิงเข้าถึงง่าย ฟรีจริงยกระดับสิทธิ 30 บาท ให้เข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกได้ทุกโรงพยาบาล 3.ความปลอดภัยในชีวิตทุกรูปแบบ 4.สวัสดิการแม่และเด็ก และ 5.สวัสดิการสตรีสูงวัย เพื่อความมั่นคงตลอดชีวิต นโยบายทั้ง 5 ด้านไม่ใช่เพียง “นโยบายผู้หญิง” แต่คือการลงทุนในอนาคตของประเทศอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่