ฟ้าหลัว อากาศอบอ้าว หมดโปรฯฤดูหนาวของประเทศไทย อากาศเย็นมาไวเคลมไว แต่นั่นก็ช้ากว่าฝุ่นควันพิษมรณะ PM2.5 ที่แทรกคิวเข้าไปอาละวาดในปอดของประชาชนคนไทยตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาล่าสุดหลายจังหวัดครึ่งค่อนประเทศที่ค่าฝุ่นมฤตยูเกินค่ามาตรฐานตามข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข สัญญาณขึ้นขีดแดงเถือกในหัวเมืองใหญ่ จ.นนทบุรี สมุทรสาคร อยุธยา ภาคกลางและปริมณฑล ส่อหนักหนาสาหัสในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ จุดสีส้มพรึบเต็มพื้นที่หนีไม่พ้น “อุกาฟ้าเหลือง” ฝุ่นควันพิษมรณะปกคลุมเมืองทั้งๆที่เป็นเรื่อง “โคตรอันตราย” ตามมาตรฐานอากาศนานาชาติ แต่ประชาชนคนไทยต้องตกอยู่ในสภาพจำทนยอมรับ “วิถีปกติใหม่” โดยไม่มีเทวดาที่ไหนช่วยเสกฝุ่น PM2.5 ให้พ้นไปได้“มะเร็งปอด” คร่าชีวิตศพแล้วศพเล่า ไม่เว้นแพทย์ยังตกเป็นเหยื่อคนที่เหลืออยู่ก็ต้องเผชิญชะตากรรมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายแบบหนีไม่ออก ทั้งๆที่รู้ต้นตอมาจากไหน หน่วยงานรัฐ ทุกรัฐบาลก็ท่องตำรา จุดใหญ่ก็อยู่ที่โครงการก่อสร้าง ควันไอเสียรถยนต์ ไปจนถึงการเผาทำการเกษตรแต่ไม่ได้ลุยแก้ไขกันอย่างจริงๆจังๆ ปล่อยจนสภาพปัญหาลามฝังลึกกลายเป็นวิกฤติประจำถิ่น ฝุ่นควันพิษมรณะ PM2.5 ยกระดับรุนแรงขึ้นทุกปี สวนทางกับคุณภาพชีวิตประชาชนที่ลดลงทุกขณะต้องอยู่กันตามยถากรรม ใครแข็งแรงก็รอด ใครอ่อนแอก็แพ้ไปลำพังฝุ่นควันพิษ PM2.5 ก็สะท้อนคุณภาพชีวิตแย่เต็มทน แล้วยังต้องผจญกับภัยมรณะที่แฝงอยู่ทุกจุดที่มีการก่อสร้างเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาลเผลอแว่บเดียว วิญญาณหลุดออกจากร่างได้ทุกวินาทีสดๆร้อนๆเหตุสะเทือนขวัญที่ อ.สีคิ้ว โคราชเครนยักษ์โครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ถล่มลงมาทับขบวนรถไฟโดยสารด้านล่างพังพินาศ ฉากยิ่งกว่าในภาพยนตร์คนตาย 32 ศพ บาดเจ็บเกินครึ่งร้อย ความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินประเมินค่าไม่ได้ สังเวยให้กับอุบัติเหตุที่ไม่ใช่เรื่อง “สุดวิสัย” แต่มันเป็นกรณีของความมักง่าย ประมาท เลินเล่อและไม่ใช่เรื่องปาฏิหาริย์ แต่มันเกิดขึ้นจริงๆในเมืองไทยเหตุเครนถล่มทับรถไฟที่ จ.นครราชสีมา ควันไม่ทันจาง ไม่ถึง 24 ชั่วโมงก็เกิดอุบัติเหตุเครนก่อสร้างทางด่วนบนถนนพระราม 2 ช่วง จ.สมุทรสาคร ถล่มลงมาทับรถที่สัญจรไปมาด้านล่างพังยับเยิน ทำให้คนตาย 2 ศพไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เป็นผลงานของผู้รับเหมารายเดียวกันข่าวดังลั่นไปทั่วโลก สื่อยักษ์ใหญ่อย่างเดอะการ์เดียนของอังกฤษ ซีเอ็นเอ็นของสหรัฐอเมริกา พาดหัวประจานเหตุการณ์เครนถล่มที่ประเทศไทย 2 วันติดๆเพราะไร้มาตรฐานการก่อสร้างขาดความเข้มงวดในเรื่องกฎระเบียบด้านความปลอดภัย “ฝีแตก” ประจาน อาการสะดุ้งกว่าใครหนีไม่พ้น “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ต้องเทกแอ็กชันโชว์บทดุดัน สั่งการให้กระทรวงคมนาคมยกเลิกสัญญาประมูลก่อสร้างกับ บมจ.อิตาเลียนไทยฯ ผู้รับเหมาอื้อฉาวทันทีแต่กระนั้นก็ยังไม่ทันขบวนการขุดคุ้ยในโซเชียลฯที่โชว์หลักฐานมัดคอแห่แชร์ภาพข่าวเก่าที่ “นายกฯหนู” กับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม โชว์ความสำเร็จในการประมูลก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ยุครัฐบาล “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มาของโครงการคุณภาพต่ำตามธรรมชาติแบบไทยๆ “วัวหายล้อมคอก”ต้องหาคนรับผิดชอบ “สังเวยกระแส” เบรกความแค้นของผู้คนในสังคมที่แน่ๆตามเงื่อนไขสถานการณ์ อุบัติเหตุเครนยักษ์ถล่มซ้ำซากจากฝีมือห่วยๆของบริษัทรับเหมาเอกชนที่ผูกขาดการประมูลโครงการรัฐบาล ท่ามกลางอากาศขมุกขมัวจากฝุ่นควันมรณะ PM2.5“ชีวิตราคาถูก” ความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยย่ำแย่เต็มทีมันน่าจะกระตุกอารมณ์ผู้คนในสังคม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ต้องมองถึงโอกาสในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีกว่า ไม่ยอมสยบกับสภาพแบบไทยๆมุ่งมั่นกับการเลือกตั้งใหญ่ หวังได้รัฐบาลใหม่มากู้คุณภาพชีวิตตามสถานการณ์การหาเสียงของป้อมค่ายการเมืองต่างๆที่ลุยกันมาได้ครึ่งทางแล้ว เหลืออีก 20 กว่าวัน ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ผ่านโค้งแรกเข้าสู่ทางตรง เริ่มมองเห็นม้านำ ม้าตาม ม้ามืดใครมีโอกาส “เข้าวิน” พรรคไหนจะ “เข้าเพลส” วัดกันจากตัวเลขเชิงสถิติของโพลสำนักมาตรฐานสารพัดยี่ห้อ ไล่ตั้งแต่ “นิด้าโพล-สวนดุสิตโพล-บ้านสมเด็จโพล” และยังรวมถึงสื่อใหญ่อย่าง “ไทยรัฐโพล” ที่สุ่มกลุ่มตัวอย่างจากฐานผู้ติดตามหลักหมื่นแอ็กเคานต์ประกันความน่าเชื่อถือได้ ผิดพลาดไม่น่าจะถึงขั้นกลับหัวกลับหาง“เต็งหนึ่ง” คือกองทัพส้ม พรรคประชาชน ที่ขึ้นแท่นแชมป์อันดับหนึ่งทุกโพลสำรวจความคิดเห็น แปรผันตรงกับบุคคลที่อยากให้เป็นนายกฯก็คือ “กุมารเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค แคนดิเดตเบอร์หนึ่งของกองทัพส้มตามฟอร์มคนรุ่นใหม่ที่ “ขี่กระแส” แรงไม่ตก ตั้งแต่สตาร์ตออกตัวแต่นั่นก็ตามฟอร์มธรรมชาติการเมืองแบบไทยๆ พรรคประชาชนคะแนนนิยมพุ่งขึ้นเท่าไหร่ ก็ต้องเจอกับแรงเสียดทานที่พุ่งสวนทางหนักหน่วงเท่านั้นแบบที่เห็นกัน “มนุษย์ป้า-มนุษย์ลุง” ทั้งที่ถูกจัดตั้งจากฝั่งตรงกันข้าม และอีกส่วนก็คือคนที่อินกับกระแสชาตินิยม บุกปรี่เข้าประชิดทีมหาเสียงเด็กส้ม ในอาการไม่สบอารมณ์พรรคประชาชนที่ต่อต้านทหารและมุ่งแก้ไข ม.112นั่นไม่เท่ากับมอตโต้ “มีส้ม ไม่มีเทา” ที่กลายเป็นเป้าโดนย้อนศรถึงตอนนี้ผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาชนโดนตำรวจบุกรวบตัวในคดี “พนันออนไลน์” ไปแล้ว 2 คน ทั้งกรุงเทพฯและ จ.ตาก และแว่วๆอยู่ในข่ายอีก 1-2 รายกลายเป็นคราบดำที่ถูกป้ายในสีส้มให้เป็นจุดด่างพร้อยตามสภาพพรรคประชาชนเสียกระบวนท่าไม่น้อย แต่อย่างไรก็ตาม มันก็พลิกเป็นกระแส “มุมกลับ” จะเห็นได้ว่า “กุมารเท้ง” และทีมงานพรรคประชาชน ไม่ได้มีแม้แต่อาการขัดขืน แก้ตัวกับการที่ผู้สมัคร สส.โดนจับคดีพนันออนไลน์แถมยังด่าทอกันเอง ซัดทีมสรรหาผู้สมัคร สส.พลาดท่าไม่สแกนให้ดีๆ ทำก๊วนส้มเสียหายมาตรฐานการเมืองคนรุ่นใหม่ “หน้าบาง” ไม่ดื้อด้านกระแสพรรคประชาชนได้แสดงให้เห็นถึงมาตรฐาน “มีส้ม ไม่มีเทา” ทำให้เห็นในทางปฏิบัติชัดๆ รีบจัดการโละพวกมอมแมมทันที โดยไม่ต้องรอให้ศาลตัดสินเทียบกับบางพรรคการเมืองที่ผู้สมัคร สส.คนดังถูก ปปง.สั่งอายัดและลุยยึดทรัพย์จากคดีพนันออนไลน์ แต่ก็ยังเดินหน้าหาเสียงได้สบายๆ โดยที่ตำรวจไทยก็ไม่ได้ลุยไล่บี้จัดการเร่งด่วนเหมือนผู้สมัคร สส.พรรคประชาชนแต่อย่างใดมาตรฐานแตกต่างกันชัดๆ มันก็ทำให้สังคมชั่งน้ำหนักได้ถึงแม้ค่ายส้มจะสะดุดคราบเทา แต่นั่นก็ไม่มีทางที่คะแนนกองเชียร์ฝ่ายเสรีนิยมจะเทไหลข้ามขั้วไปพรรคการเมืองฝั่งตรงกันข้าม ตามรูปเกมที่ขบวนโหนอำนาจอนุรักษ์นิยมต้อง “ตัดแต้ม” กันเองในจังหวะ “นายกฯอนุทิน” ลุยปล่อยของแบบไม่กั๊ก จากช็อตโชว์ภาพเป็นคนสนิทที่ได้ทักทายใกล้ชิด “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ แบบถี่ๆ สังเกตได้ในพักหลัง ก่อนจะถึงบางอ้อพูดชัดๆ ขอโอน “แต้มบุญ” ของ “ลุงตู่” มาให้ “ลุงหนู” แทนพร้อมๆกับการเปิดหน้าของบรรดา “สลิ่มตัวพ่อ-สลิ่มตัวแม่” ทีม “เอฟซีลุงตู่” ที่ดาหน้าประกาศเทแต้มให้ “อนุทิน” ร่วมขบวนแห่ก๊วนเซราะกราว ภูมิใจไทยตีปี๊บเกมเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์ “ล็อกสลิ่มให้ติดเพื่อฟัดกับก๊วนส้ม”ถึงจุดที่ “อนุทิน” เติมโปรโมชัน ยึดสิทธิของผู้ถือตั๋วพิเศษนำธงขบวนโหนอำนาจอนุรักษ์นิยม พร้อมกับแห่ขบวนเทคโนแครต นำ “ตัวช่วยเรียกแต้ม” ทั้ง “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ “มาดามแต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ และทูตสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ตะลุยกรุง บุกหาเสียงย่านสวนลุมพินี ตลาด อ.ต.ก. ตลาดนัดจตุจักร เยาวราชยกระดับโอทอปไทยบ้านผสมอินเตอร์ มุ่งเจาะตลาดเมือง กทม.นั่นเพราะ “กุนซือเขากระโดง” อ่านขาด เซียนเลือกตั้งเขี้ยวลากดินอย่าง “เนวิน ชิดชอบ” แกะรอยตามโพลก็พอจับทิศทางกระแสภาพรวมของแนวรบชิงพื้นที่ป่าอนุรักษ์การเมืองโบราณต้องรีบเร่งเครื่องไล่บี้ปีกซ้าย เบียดตัวสอดแทรกใน “ปีกขวา”ตามฟอร์ม “เดอะมาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่รีเทิร์นกลับมากู้วิกฤติตกต่ำสุดในประวัติศาสตร์ ตีตื้นฟื้นอดีตคนรักสีฟ้าได้อย่างตื่นตาตื่นใจกลายเป็นคู่แข่ง “แชร์แต้ม” ทั้งใน กทม.และสนามปักษ์ใต้เสี่ยงฉุดคะแนนของ “ลุงหนู” ที่โอนแต้มบุญ “ลุงตู่” ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยส่อชูธงหัวขั้วอนุรักษ์นิยม บี้กองทัพส้มได้ไม่สมน้ำสมเนื้อ.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม