“อนุทิน” บอกปมกัมพูชาให้ยึดฟังระดับผู้นำ กองทัพบกห่วงสภาพจิตใจกำลังพลตามฐานปฏิบัติการต่างๆตามแนวชายแดนหลังเสร็จศึกสู้รบไทย-กัมพูชา ส่งทหารเหล่าแพทย์เข้าประเมิน พบขวัญกำลังใจดีเยี่ยม แม่ค้าชายแดนช่องจอมฉะไม่ให้เด็กเขมรมาเรียนไทย ถึงสงสารแต่อย่าเอ็นดู เพราะเรียนจบกลับไปจับปืนมาสู้รบกับไทยเหมือนเดิม และควรสร้างกำแพงชายแดนให้เสร็จก่อนหากอยากเปิดด่าน ทหารเรือบูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและตรวจคนเข้าเมือง จับกุมแรงงานกัมพูชาลักลอบเข้าเมืองอีกระลอก รวม 71 คน ตอกย้ำแรงกดดันจากความล้มเหลวภายในประเทศเพื่อนบ้านที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเช้าวันที่ 13 ม.ค. นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กัมพูชาไม่ค่อยจะเคารพข้อตกลงที่ทำกันเท่าไหร่ว่า เรามีเอกสารที่เรายืนยันเจตนารมณ์มาทั้งคู่ คือ เราต้องฟังผู้นำประเทศ ขืนไปนั่งใส่ใจกับคนทุกระดับมันก็ไม่ใช่วันเดียวกัน กองทัพบกมีความห่วงใยสุขภาพของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สู้รบชายแดน ไทย-กัมพูชา มอบหมายให้กรมแพทย์ทหารบกและ รพ.ทหารในพื้นที่ส่งทีมแพทย์เข้าตรวจสุขภาพร่างกาย ประเมินสภาพจิตใจของกำลังพลตามฐานปฏิบัติการต่างๆ จังหวัดสุรินทร์ โดย รพ.ค่ายวิวัฒน์โยธินจังหวัดสุรินทร์ นำทีมชุดแพทย์เติมขวัญบำรุงใจทหารชายแดน กองทัพภาคที่ 2 ลงปฏิบัติหน้าที่ประเมินสภาพทางจิตใจ สุขภาพ ปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังพลจากสถานการณ์ที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อให้สามารถแก้ไข เข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที ตั้งแต่หลังมีข้อตกลงหยุดยิงที่ผ่านมา อีกทั้งมีการทำแบบสอบถามเพื่อดูแล พูดคุยให้คลายความกังวลใจขณะที่ทีมแพทย์ทหารดำเนินการด้านสุขภาพตรวจร่างกายในกลุ่มกำลังพลที่มีโรคเรื้อรัง ทีมแพทย์ทำหน้าที่ค้นหา เฝ้าระวัง ให้การช่วยเหลือกำลังพลที่เผชิญความเครียด หรือมีภาวะเสี่ยงทางด้านจิตใจ มุ่งเน้นทั้งการสังเกตอาการ ประเมินความรุนแรง ให้คำปรึกษา และบำบัดเบื้องต้น ตลอดจนหากพบผู้ที่มีอาการเสี่ยงจะส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรักษาเยียวยาสภาพจิตใจทันที โดยเฉพาะกรณีกำลังพลบาดเจ็บหรือสูญเสีย จะเข้าไปดูแลสภาพจิตใจทั้งผู้ป่วยและครอบครัว ตรวจสุขภาพซ้ำป้องกันภาวะเครียดหรือบาดแผลทางใจจากภารกิจที่ผ่านมาร.อ.พิพัฒน์ พันเลียว ทหารแพทย์ด้านจิตเวช รพ.ค่ายวิวัฒน์โยธิน กล่าวว่า ชุดแพทย์เติมขวัญบำรุงใจทหารชายแดน กองทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตามแนวชายแดนตามจุดต่างๆ ต้องการเข้าถึงการดูแลสภาพจิตใจของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในแนวชายแดนจากสถานการณ์สู้รบในห้วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่พบกำลังพลมีสภาพขวัญกำลังใจที่ดี เพราะได้รับกำลังใจจากเพื่อนทหารและกำลังใจจากผู้บังคับบัญชา รวมถึงกำลังใจจากประชาชนแนวหลังอย่างล้นหลาม ทหารทุกนายพร้อมเฝ้าปกป้องอธิปไตยไทยเต็มที่ เพราะยังไม่ไว้ใจฝ่ายกัมพูชาว่าจะจริงใจและไม่กลับมารุกรานอีกอีกด้านหลังชาวกัมพูชาออกมาโวยวายว่า ยังไม่มีที่เรียนหนังสือและต้องการให้ไทยเปิดด่านตามหลักมนุษยธรรม เพื่อให้เด็กนักเรียนชาวกัมพูชาได้กลับเข้าเรียนในไทยนั้น ผู้สื่อข่าวสอบถามความคิดเห็นกรณีดังกล่าวกับชาวบ้านในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะที่ย่านการค้าตลาดชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ นางรัตนาพร โสรเวก แม่ค้าขายกับข้าวริมทางย่านตลาดการค้าชายแดนช่องจอม กล่าวว่า ไม่อยากให้เด็กกัมพูชามาเรียนในไทย เพราะเรียบจบกลับไปก็มาสู้รบกับไทยเหมือนเดิม คนไทยสงสาร แต่เขมรไม่เคยสงสารเรา ส่วนด่าน ชายแดน ถ้ายังไม่ได้สร้างกำแพงก็ไม่อยากให้เปิด รอให้สร้างกำแพงก่อนถึงจะไว้วางใจได้ ถ้าไม่มีเหตุการณ์ ยิงกัน ชาวบ้านคนไทยสามารถค้าขายได้ตามปกติ ท้ายนี้ขอให้กำลังใจทหารไทย ขอบคุณมากที่ทำให้ไทยได้ดินแดนของเรากลับคืนมาวันเดียวกัน พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 13 ม.ค.กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี บูรณาการ กำลังร่วมกับตำรวจและตรวจคนเข้าเมือง จับกุมแรงงานชาวกัมพูชาที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย บริเวณชายแดน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ได้ 71 ราย ประกอบด้วยชาย หญิง และเด็ก ที่ลักลอบเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติช่วงกลางคืนจากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า เกิดสภาวะอดอยากในประเทศ ทำให้ต้องดิ้นรนหลบหนีข้ามแดน สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันจากปัญหาภายในประเทศ ที่รัฐบาลยังไม่สามารถดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนได้ กองทัพเรือควบคุมตัวผู้ถูกจับกุมตามหลักมนุษยธรรมและปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 อย่างเคร่งครัด ก่อนส่งมอบให้พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการตามกฎหมาย กองทัพเรือยืนยันจะยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและเฝ้าระวังตามแนวชายแดนด้านตะวันออก อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และลดผลกระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศส่วนความเคลื่อนไหวทางฝั่งกัมพูชา นายเพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา แถลงว่า กัมพูชาไม่ยอมรับ การเปลี่ยนแปลงทางดินแดนใดๆที่เป็นผลจากการใช้กำลัง พร้อมกล่าวหากองทัพไทยยึดครองและสร้างบังเกอร์ ป้อมปราการหลายแห่งในพื้นที่ 4 จังหวัดของกัมพูชาอย่างผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ประกอบด้วย จ.อุดรมีชัย พระวิหาร บันเตียเมียนเจย และโพธิสัตว์ นายเพ็ญกล่าวด้วยว่า ขอให้มีการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือจีบีซี ระหว่างกัมพูชากับไทยในช่วงสัปดาห์ที่ 2 หรือสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ม.ค. ที่ จ.เสียมเรียบ หลังจากทางการไทยขอเลื่อนการประชุมจากเดิมที่กำหนดในสัปดาห์แรกของเดือน เนื่องจากติดการเตรียมจัดการเลือกตั้งในประเทศอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่