“อนุทิน” โต้โหนกระแสชาตินิยม ปั่นเรตติ้งโกยแต้มเลือกตั้ง โบ้ย รมต.กัมพูชาพ่นชี้นำไม่ได้เชียร์ตัวเอง-ภท. ยันเลือดรักชาติบ้านเมืองมีอยู่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งมารักตอนเป็นนายกฯ “จุลพันธ์” เฉ่งไม่เหมาะสมอย่างยิ่งแทรกแซงการเมืองไทย ชี้พิรุธผิดปกติทั้งจังหวะและเวลา ใครก็อ่านออกปั่นผลลบต่อพท.-ปชน. “ธนาธร” ลุย จ.ตราดขอเสียง ปชช.ชี้ขาดเดิมพันพลังความเจริญกับพลังฉุดรั้งประเทศ เลือกให้ขาดรัฐบาลสีส้มหรือสีน้ำเงิน “วิโรจน์” ยื่นร้อง กกต.ชลบุรีสอบแก๊งคุกคามทีมผู้ช่วยหาเสียง ปลุกคนเมืองชลฯฮือต้านระบบมาเฟีย “รองเลขาฯ กกต.” รับกระแสประชามติ รธน.เงียบเหงา เร่งเปิดเวทีดีเบตอย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง เชื่อโหวตโนไม่ลามสนามเลือกตั้ง สส. “แสวง” เผยประเดิมสอบ 5 คลิปหาเสียงผิดกฎหมาย มี 34 คำร้องรอต่อคิวการปลุกกระแสชาตินิยมเรียกคะแนนนิยมในการเลือกตั้ง และกรณีรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ระบุว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.ชี้นำคนไทยไม่ให้เลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แต่ให้เลือกพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือพรรคประชาชน (ปชน.) เพื่อไม่ให้เกิดสงคราม ยังเป็นประเด็นที่หลายพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องนำมาตอบโต้กันไปมา“หนู” พาภริยาทำบุญวันเกิดก่อนถก ครม.เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 13 ม.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อม น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา ไปทำบุญตักบาตรที่วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร กทม. เนื่องในวันคล้าย วันเกิดของ น.ส.ธนนนท์ และไปทานอาหารเช้าด้วยกัน แล้วจึงเดินเท้าจากย่านโรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพ มายังทำเนียบรัฐบาล โดยนายอนุทินเปิดเผยว่า เดินมาเพื่อย่อยอาหาร หลังแวะไปทานข้าวแกงมา วันนี้ข่าวไม่มีอะไร สบายๆ วาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีไม่มาก วันนี้มาแต่เช้าตรู่ เพราะเป็นวันคล้ายวันเกิดของ น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เมื่อเช้าจึงไปทําบุญตักบาตร ที่วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหารรมต.มึนถามวุ่นอำนาจอนุมัติงบฯจากนั้นเวลา 09.50 น.นายอนุทินได้เยี่ยมชมนิทรรศการทิศทางการขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์โอทอป เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไทยที่เข้าร่วมโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก จากนั้นนายอนุทินรับมอบดอกกล้วยไม้ประชาสัมพันธ์การจัดงานวันครู ครั้งที่ 70 พ.ศ.69 จากนายองอาจ วงษ์ประยูร รมช.ศึกษาธิการ โดยคำขวัญวันครูปีนี้ว่า คนไทยทุกคนเป็นศิษย์มี “ครู” ทั้งนี้การประชุม ครม.ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 15 นาที รัฐมนตรีหลายคน อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวฯ สอบถามการขออนุมัติเรื่องต่างๆ ช่วงรัฐบาลรักษาการ บางเรื่องไม่ชัดเจนว่าจะสร้างผลผูกพันไปยังรัฐบาลชุดหน้าหรือไม่ ไม่มั่นใจว่าทำได้หรือไม่ กังวลจะขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 169 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ให้ความเห็นว่า เรื่องนี้ตอบไม่ได้และไม่มีใครให้คำตอบได้นอกจากจะถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญ แต่ศาลรัฐธรรมนูญคงไม่ตอบ เพราะไม่มีหน้าที่ตอบ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ไม่ตอบจึงต้องหารือกันให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) และหน่วยงานเกี่ยวข้องไปดูว่าจะแก้ไขอย่างไร เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไปในอนาคตโอดบางพรรคเริ่มเทศกาลสาดโคลนที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งที่เหลืออีก 26 วันว่า พยายามหาเวลาไปช่วยลูกพรรค จะไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ วันที่ 14 ม.ค.อาจแวะไป จ.สงขลา ติดตามผลเยียวยาฟื้นฟูน้ำท่วมและจะถือโอกาสเชิญเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มาพบติดตามมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจากการก่อการร้าย และการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ส่วนผลโพลต่างๆ เห็นผลโพลที่ดีขึ้นเป็นธรรมดาก็มีกำลังใจดีขึ้น ลูกพรรคคึกคักขึ้น แต่ต้องไม่ประมาท ก่อนเลือกตั้ง 2 สัปดาห์เห็นเริ่มเทศกาลสาดโคลนกัน แต่ละคนควรใช้เวลาผลักดันนโยบายพรรค สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ไม่ใช่พอรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอลงหรืออาจจะตาม แล้วเที่ยวไปนั่งซัดใส่ความคนนั้นคนนี้ เราทำงานสม่ำเสมอ ไม่สาดโคลนใคร เมื่อถามว่าบางพรรคประกาศจะจับมือกับพรรคนั้นไม่จับมือพรรคนี้ พรรค ภท.ยืนยันทำงานกับทุกพรรคใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ที่ผ่านมาเป็นอย่างนั้นไหมล่ะ เรารอให้ประชาชนตัดสินใจ บางทีพูดปากไวไป วันนี้มีดิจิทัลฟุตพริ้นต์ พูดไปต้องมานั่งแก้เก้อ พูดให้น้อยดีกว่า ห่วงเรื่องของตัวเองให้มากๆ อย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นเขา โบ้ย รมต.เขมรไม่ได้เชียร์ตัวเอง–ภท.นายอนุทินกล่าวถึงกรณีรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ระบุว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ไม่ให้เลือกนายอนุทิน แต่ให้เลือกพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือพรรคประชาชน (ปชน.) เพื่อไม่ให้เกิดสงคราม สู้กับกระแสนี้ไหวใช่หรือไม่ โดยนายอนุทินกล่าวติดตลกว่า “โห นั่นหัวคะแนนใหญ่เลยนะนั่น” เมื่อถามว่าโซเชียลตั้งข้อสังเกตรัฐบาลปลุกกระแสรักชาติเหมือนกัมพูชา นายอนุทินกล่าวว่า คนไทยทุกคนรักชาติไม่ต้องไปปลุก มีใครยอมให้เปิดด่านหรือไม่ในช่วงนี้ เมื่อถามย้ำว่ากังวลว่ากรณีนี้จะทําให้กระแสที่กำลังพุ่งอยู่ลดลงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เขาบอกให้เชียร์ใคร ไม่ให้เชียร์ตน ตนยืนหยัดต่อสู้ รักษาเกียรติภูมิ รักษาอธิปไตย รักษาแผ่นดิน ร่วมกับฝ่ายกองทัพมาตลอด การที่บอกไม่ให้เชียร์ตนหมายความว่าเขาคิดว่าเป็นผู้ที่ทําความเสียหายให้เขามาก น่าจะมีคนที่เขาควบคุมได้หรือไม่ก็แล้วแต่ยันรักบ้านเมืองอยู่แล้วไม่ใช่เพิ่งมารักเมื่อถามว่า ถือเป็นการแทรกแซงการเมืองประเทศไทยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ แต่ตนไม่ถืออะไรเลยทั้งสิ้น หากจะคุยตนคุยในระดับผู้นำประเทศ เมื่อถามว่า ต้องแจ้งไปยังองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ไม่ต้อง จะทําตัวเป็นคนขี้ฟ้องทำไม” เมื่อถามอีกว่า พูดเช่นนี้แสดงว่ากัมพูชากลัวนายอนุทินใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตนไม่ได้ต้องการให้ใครกลัว เพียงแต่ทําหน้าที่เราเต็มที่ ตนไม่ได้เป็นนายกฯแล้วถึงรักบ้านรักเมือง แต่รักบ้านรักเมืองโดยความเป็นตนอยู่แล้ว สิ่งที่เขาพูดมาแต่ละอย่าง การบอกว่าอย่าเลือกพรรคภูมิใจไทยเพื่อพลิกสถานการณ์ ตนเชื่อว่าคนไทยคิดได้ และการที่เขาพูดเช่นนี้ คนที่น่ากังวลคือพรรคที่เขาเชียร์มากกว่า เมื่อถามถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. บอกว่าจะไม่จับมือกับพรรค ภท. นายอนุทินตอบว่า ยังไม่ได้คุยกับใคร ทุกอย่างพรรคใครพรรคมัน ถึงเวลาตนฟังเสียงประชาชน พรรคอื่นจะฟังหรือไม่ฟังเป็นเรื่องของพรรคอื่น เมื่อถามว่า พรรค พท.กับพรรค ภท.กลับมาดีกันได้ใช่หรือไม่ หากโหวตเตอร์บอกให้จับมือกัน นายกฯกล่าวว่า รอให้โหวตเตอร์บอก ตอนนี้ยังไม่บอกไป จ.กระบี่หาเสียงชิงฐานเสียงใต้กระทั่งเวลา 15.00 น. ที่วัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ นายอนุทินลงพื้นที่หาเสียงในภาคใต้เป็นที่แรกด้วยรถยนต์ส่วนตัวทะเบียนรถ กข 2121 กระบี่ มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รมช.มหาดไทย ต้อนรับ ทันทีที่นายอนุทินไปถึงวัดถ้ำเสือ มีประชาชนและนักท่องเที่ยวขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก นายอนุทินเดินทักทายอย่างเป็นกันเอง ฝากเบอร์ 37 พรรค ภท.ให้ประชาชนพิจารณาด้วย จากนั้นขึ้นบันได 1,260 ขั้นไปสักการะพระพุทธรูปทองคำองค์ใหญ่ สัญลักษณ์แห่งความสงบสุข เข้าไปนมัสการพระเทพวชิรากรหรือพระอาจารย์ชัย รองเจ้าคณะภาค 17 และรักษาการเจ้าอาวาสวัดถ้ำเสือ ก่อนเชิญสื่อมวลชนออกปิดม่านสนทนาธรรมส่วนตัว จากนั้นนายอนุทินไปที่ตลาดใต้ต้นปาล์มและอ่าวนาง ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร สส.กระบี่ของพรรค“ยศชนัน” ฟังความเห็นสภาหอการค้าเมื่อเวลา 09.00 น. ที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผอ.เลือกตั้งพรรค พท.และแคนดิเดตนายกฯ เข้าพบนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นประเด็นเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศร่วมกัน โดยนายยศชนันกล่าวว่า พรรคอยากรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนและหน่วยงานว่านโยบายจะทำได้จริงหรือไม่ มาครบทั้งทีมเศรษฐกิจ พาณิชย์ ต่างประเทศและทีมที่ปรึกษานโยบาย ให้ความสำคัญถึงผู้ประกอบการด้วย พรรคให้ความสำคัญทั้งการศึกษา เศรษฐกิจและการเมือง จำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดการลงทุนใหม่ๆวางรากฐานให้ชัดเจนว่า 4 หรือ 8 ปีข้างหน้า ประเทศต้องมีรายได้สูง สร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เล็งปลดล็อก ก.ม.เอื้อธุรกิจเดินหน้าต่อมาเวลา 11.30 น. หลังการหารือสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายยศชนันกล่าวว่า ได้พูดถึงเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิมจำเป็นต้องเพิ่มมูลค่า และเพิ่มเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ สิ่งสำคัญที่สุดปัจจุบันคือการทำงานร่วมกัน บูรณาการระหว่างภาครัฐและเอกชน เปิดใจรับฟังการออกกฎหมาย เพื่อให้ทุกคนเดินหน้าไปได้ ส่วนการแก้ปัญหาทุจริตเต็มรูปแบบ จำเป็นต้องทำอย่างจริงจังให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าได้และแก้กฎระเบียบ เรื่องรัฐบาลดิจิทัลต้องทำเพื่อบูรณาการข้อมูลทั้งหมด และปรับกฎระเบียบให้ง่ายต่อการทำธุรกิจ มีธุรกิจเป็นธงนำ ทุกคนรับหลักการร่วมกัน เห็นถึงปัญหาเร่งด่วนและแนวทางตามแผนยุทธศาสตร์ เรารับหลักการทั้งหมดขณะที่นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศ ไทย กล่าวว่า เป็นแผนการที่ดีมีความก้าวหน้า เปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจไทย ได้แสดงจุดยืนทั้งวาระแห่งชาติที่เป็นปัญหาด้านเศรษฐกิจ การเมือง เราจะเป็นเวทีเปิดให้พรรคการเมืองมานำเสนอเรื่องเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตบรรยาย นศ.ชูปฏิรูปการศึกษาต่อมาที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายยศชนันร่วมบรรยายหัวข้อ “นโยบายการศึกษานวัตกรรมและไทยในเวทีโลก” มีนักศึกษาจำนวนมากให้ความสนใจมาฟังการบรรยาย โดยนายยศชนันกล่าวบรรยายตอนหนึ่งว่า วิกฤติ 4 เส้า ที่ทำให้ประเทศไทยถอยหลัง ได้แก่ 1.วิกฤติสังคมผู้สูงอายุที่แรงงานราคาถูกไม่ใช่จุดขายอีกต่อไป 2.โครงสร้างตลาดที่ทุนใหญ่ผูกขาด ปิดกั้นโอกาสเติบโตของเอสเอ็มอี และสตาร์ตอัพ 3.กับดักเทคโนโลยีระดับปานกลาง ที่ไทยเป็นเพียงผู้ซื้อเครื่องจักร แต่ขาดความสามารถการสร้างและถ่ายโอนเทคโนโลยีเอง 4.หนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนที่สูงชนเพดาน เป็นข้อจำกัดการกระตุ้นเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยพร้อมนำเสนอนโยบายเร่งด่วนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เช่น นโยบายคนไทยไร้จนที่รัฐจะเติมเงินให้ผู้มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน การยกระดับโครงการ 30 บาท รักษาทุกที่ด้วย AI นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เพื่อลดค่าครองชีพ รวมถึงการปฏิรูปการศึกษาและมหาวิทยาลัยสู่ระดับโลก เพื่อเป็นฐานสร้างนวัตกรรมให้ประเทศ เป้าหมายคือการวางรากฐานให้ไทยพ้นกับดักรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูงอย่างมั่นคง“หนิม” นำทัพ พท.ขอเสียงคนปากน้ำเมื่อเวลา 13.45 น. ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จ.สมุทรปราการ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกฯพรรค พท.และหัวหน้าพรรค พท.พร้อมผู้สมัคร สส.สมุทรปราการทั้ง 8 เขต ลงพื้นที่หาเสียงพบปะชาวสมุทรปราการ เข้าสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จ.สมุทรปราการ มีประชาชนมาต้อนรับมอบดอกกุหลาบและพวงมาลัยดาวเรือง จากนั้นเดินขอเสียงรอบตลาดปากน้ำ ได้รับการตอบรับอย่างดี ประชาชนสอบถามย้ำเบอร์ผู้สมัครและเบอร์พรรคบอกว่ารอบนี้ต้องไม่พลาด บางคนบอกพรรค พท.อยู่ในใจอยู่แล้ว ขอฝากพ่อค้า แม่ค้าด้วย อย่าลืม จากนั้นไปดูเส้นทางคมนาคมที่ท่าเรือข้ามฟากฝั่งพระสมุทรเจดีย์ มีแฟนคลับมอบขนมช็อกโกแลต โคอาล่ามาร์ชของโปรดให้นายจุลพันธ์ให้สัมภาษณ์ว่า เชื่อมั่นว่าครั้งนี้พรรค พท.จะกลับมาอย่างแข็งแรง มีสิทธิชนะทุกเขต ตั้งเป้าจะชนะยกจังหวัดให้ได้ ตรงนี้เป็นพื้นที่สีแดงมาก่อน หลังผู้สมัครลงพื้นที่กระแสนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯกำลังมา ผู้สมัครลงพื้นที่อย่างหนักจะปราศรัยใหญ่ที่บางปูแลนด์ วันที่ 16 ม.ค. เวลา 16.00 น. แคนดิเดตนายกฯ 3 คนจะขึ้นเวทีพบประชาชน อาจมีเซอร์ไพรส์ ในพื้นที่ประชาชนเรียกร้องนายกฯที่ไม่ได้อยู่ในความขัดแย้ง คนจะนำเอาเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์เข้ามาใช้ นั่นคือนายยศชนัน เมื่อถามถึงการดึงบ้านใหญ่อัศวเหมเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า พรรค พท.ไม่เคยมองว่าใครเป็นบ้านใหญ่บ้านเล็ก เรามองถึงการทำงานเพื่อประชาชน ส่วนผลโพลอย่าไปดูมาก ยิ่งดูยิ่งปวดหัว ปัจจุบันเชื่อได้ยากพอสมควร ใช้เป็นแนวทางได้ แต่ไม่ใช้เป็นตัวตัดสิน คนตัดสินอยู่ที่ประชาชนวันที่ 8 ก.พ.ฉะซัด รมต.กัมพูชาใครก็อ่านออกนายจุลพันธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ รมต.ของกัมพูชาสนับสนุนให้คนไทยเลือกพรรค พท. และพรรค ปชน. ดีกว่าเลือกพรรค ภท.ว่า เป็นการแทรกแซงชัดเจน ไม่เหมาะไม่ควรอย่างยิ่ง มีความไม่ปกติของทั้งจังหวะและเวลา ค่อนข้างเป็นห่วงเพราะสิ่งที่พูดออกมาไม่ได้เป็นผลดีกับพรรค พท.หรือพรรค ปชน. ใครก็อ่านออก ประเทศเพื่อนบ้านเราทำเราเจ็บปวดมาหลายอย่าง ต้องชั่งน้ำหนักให้ดีๆอ่านให้ถึงเจตจำนงทำไมเขาถึงพูดอะไรออกมา อ่านให้ลึกและให้ประชาชน ใช้วิจารณญาณติดตาม สิ่งที่ไม่ปกติเป็นเพราะไม่เคยพูดถึงการเมืองไทย แต่ใช้ช่องทางสื่อสารที่เป็นสาธารณะ พูดถึงประเด็นที่จะเข้าสู่การเลือกตั้ง ทั้งที่รู้ว่าความรู้สึกของประชาชนไทยขณะนี้กับรัฐบาลของประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้อยู่ในระดับที่ดี การพูดอะไรออกมาต้องดูและอ่านเจตจำนงให้ออกแฉคนไทยถูกปล้นงบฯ ปีละ 5 แสนล้านวันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวถึงวิกฤตการณ์ การทุจริตในประเทศไทยว่า คนไทยถูกปล้นเงินในกระเป๋าไปปีละ 500,000 ล้านบาท จากการทุจริตคอร์รัปชัน มากพอจะมาดูแลคนไทยตั้งแต่เกิดจนแก่ แค่ไม่โกง และปราบโกงอย่างเด็ดขาด งบฯแผ่นดินปัจจุบันเพิ่มขึ้นทุกปีจนเกือบ 4 ล้านล้านบาท แต่คนไทยกลับยากจนลงสวนทาง เพราะถูกโกง ถูกปล้นไปสร้างความมั่งคั่งให้กับนักการเมืองโคตรโกง แทนที่จะไปสร้างความมั่นคงในชีวิตให้คนไทยได้หายจน สงครามครั้งนี้เราไม่เกรงใจใคร คนไทยต้องทนกับวงจรน้ำเน่าที่นักการเมืองเข้ามากอบโกย หลายพรรคมักหยิบยกการปราบโกงมาเป็นนโยบายขายฝัน แต่พอได้อำนาจกลับทำตรงกันข้าม บางพรรคบริหารมาหลายครั้งเห็นชัดว่ามีแต่เรื่องฉาวโฉ่ บางพรรคที่ยังไม่เคยบริหาร แม้จะพูดดูดี แต่ไม่มีอะไรการันตีว่าจะไม่โกงจริง พรรค ทสท.ขออาสาเป็นมือปราบขวางนักการเมืองโคตรโกง มี 3 มาตรการเด็ดขาดทำให้คนโกงไม่มีที่ยืน คือ 1.ใครโกงกินเงินภาษีประชาชน โทษหนักสุดถึงขั้นประหารชีวิต 2.ประชาชนร่วมกันลงชื่อ 50,000 ชื่อถอดถอนและฟ้องร้องนักการเมืองที่ทุจริตได้โดยตรง ไม่ต้องรอหน่วยงานรัฐอย่างเดียว 3.จัดตั้ง “ป.ป.ช.ภาคประชาชน” ติดตามการใช้งบฯทุกโครงการให้โปร่งใส“ตุ๋ม” โวโอกาสใหม่ กทม.ดีเกินคาดเมื่อเวลา 07.00 น. ที่ชุมชนตลาดหมู่บ้าน นักกีฬา เขตสะพานสูง กทม.พรรคโอกาสใหม่ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรค แคนดิเดตนายกฯ พร้อมนายประภัสร์ จงสงวน แคนดิเดตนายกฯและคณะผู้บริหารพรรค ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้นายวรวุธ ลีลานภาศักดิ์ ผู้สมัคร สส.เขต 19 พบปะประชาชน พ่อค้าแม่ค้า นายจตุพรกล่าวว่า กระแสตอบรับผู้สมัคร สส.ของพรรคใน กทม.ดีเกินคาด แม้เป็นสนามที่แข่งขันสูงแต่ไม่หวั่นไหว เชื่อว่าคน กทม.ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ต้องการการบริหารที่แก้ปัญหาได้จริง มั่นใจนโยบายพรรคตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้รช.ชูโนโหวตปลุกปกป้อง รธน.60เมื่อเวลา 07.00 น.ที่ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา พรรครักชาติ (รช.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯลำดับที่ 1 พร้อมนายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกฯลำดับที่ 2 นำทีมพรรคลงพื้นที่หาเสียงช่วย 2 ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา ที่ตลาดเทศบาลเมืองเมืองปัก อ.ปักธงชัย ขณะที่นายเจษฎ์กล่าวถึงปรากฏการณ์เลือกตั้ง อบต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ประชาชนพร้อมใจโหวตโนชนะผู้ลงสมัคร ก่อนหน้านี้ผู้สมัครอีกคนถูกยิงเสียชีวิตว่า ชื่นชมพลังเงียบ นี่คือความสำเร็จของรัฐธรรมนูญปี 60 จุดยืนพรรค รช.รักษารัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงที่จัดทำขึ้นสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคัดค้านการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่“กัณวีร์” ทำเซอร์ไพรส์เปิดตัว “วินิจ”วันเดียวกัน นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต เปิดเผยว่า นายวินิจ เลิศรัตนชัย เข้าร่วมงานกับพรรคเป็นที่ปรึกษาพิเศษด้านนโยบายการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นเซอร์ไพรส์ที่พรรคได้คนมีความรู้ความสามารถมาช่วยพัฒนาเศรษฐกิจด้านนี้ ในอนาคตหากพรรคได้ สส.มากพอจะผลักดันนโยบายได้ จะมีคนที่ทำงานด้านนี้มาช่วยทำงานด้วย และยังมีนายอภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล ที่ทำงานด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์มากว่า 30 ปี เป็นประธานยุทธศาสตร์และนโยบาย ช่วยผลักดันเศรษฐกิจชุมชน ที่เราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากๆพปชร.ชูธงนโยบายคนไทยต้องมีงานทำวันเดียวกัน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน เลขาธิการพรรคและแคนดิเดตนายกฯพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยนโยบายพรรคด้านแรงงานภายใต้กรอบ “คนไทยต้องมีงานทำ” ควบคู่เสริมสร้างหลักประกันชีวิตให้แรงงานนอกระบบ ผ่านการยกระดับสิทธิประโยชน์ประกันสังคมผู้ประกันตนตามมาตรา 40 โดยสาระสำคัญ อาทิ เพิ่มเงินทดแทนกรณีทุพพลภาพจาก 1,000 บาท เป็น 3,000 บาทต่อเดือน เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรจาก 200 บาทเป็น 300 บาท เพิ่มค่าทดแทนการขาดรายได้กรณีเจ็บป่วยหรือหยุดรักษาตัว จาก 50 บาท เป็น 200 บาทต่อครั้ง ขยายความคุ้มครองบางกรณี และการปรับหลักเกณฑ์เงินบำเหน็จชราภาพให้ครอบคลุมทายาทมากขึ้น“ดร.เอ้” ปลุกเลือกแบบเดิม ปท.เน่าหนักนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ แคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ (ทกม.) ลงพื้นที่หาเสียงในภาคใต้ ที่ จ.นครศรีธรรมราช-พัทลุง เริ่มต้นที่ตลาดสดเทศบาลนครศรีธรรมราช พบปะรับฟังปัญหาค่าครองชีพและเศรษฐกิจชุมชน นำเสนอแนวทางแก้น้ำท่วม อยากให้ลองสิ่งใหม่ ตนก็ลูกคนใต้ ตั้งใจมาดูแลลูกหลานคนใต้ ขอคะแนนมาเปลี่ยนนครศรีธรรมราชแบบก้าวกระโดด จากนั้นจึงไปกราบสักการะขอพรศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช และแห่ผ้าห่มพระธาตุรอบพระธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นายสุชัชวีร์ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมาเศรษฐกิจซบเซา การเมืองหาเสียงด้วยประชานิยมอย่างเดียว ไม่ได้ช่วยให้ประเทศดีขึ้น พรรคตั้งใจจะผ่าตัดโครงสร้างประเทศ เริ่มที่ระบบราชการเป็นราชการอิเล็กทรอนิกส์ ลดช่องว่างการทุจริต หยุดปัญหาคอร์รัปชัน การเลือกตั้งทุกคนรู้ดีว่าการซื้อเสียงยังมีอยู่ บางเขตใช้เงินถึง 70 ล้านบาท คนจ่ายย่อมต้องเอาคืน เงินเทามาจากแหล่งไม่โปร่งใสรับไปเป็นบาป ประเทศจะถดถอย ลูกหลานเสียอนาคต สูญเสียโอกาส ถ้ายังเลือกการเมืองแบบเดิม ประเทศเน่าเหมือนเดิม“ธนาธร” ขอคนตราดส่ง “เท้ง” นั่งนายกฯเมื่อเวลา 08.30 น. ที่ จ.ตราด นายธนาธร หรือ เอก จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อม น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน.ลงพื้นที่ช่วยนายพรรณเศรษฐ์ นุ่มหนู ผู้สมัคร สส.ตราด เขต 1 หาเสียง ขึ้นรถแห่ปราศรัย เปิดวงพูดคุยกับประชาชนถึงนโยบายพรรคและแนวทางการแก้ไขปัญหาภายใน จ.ตราด ได้รับการต้อนรับอย่างดี นายธนาธรกล่าวว่า ครั้งนี้เป็นเดิมพันสำคัญอนาคตประเทศไทยอยู่ในมือทุกคน เลือกระหว่างพลังความเจริญก้าวหน้า ที่นำความรู้ความสามารถมารับใช้ประชาชนกับพลังที่ต้องการฉุดรั้งประเทศไทยให้อยู่กับที่ เลือกระหว่างรัฐบาลที่มีพรรค ภท.เป็นแกนนำ กับรัฐบาลที่มีพรรค ปชน. เป็นแกนนำ พรรค ปชน.มีความพร้อม เปิดตัวทีมผู้บริหารเป็นการเมืองแบบใหม่ มีเจตจำนงแน่วแน่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ให้ประชาชนฝากฝังอนาคตของประเทศไว้ได้ ไม่ได้จัดสรรตามโควตามุ้งการเมืองอย่างที่เคยเป็นมา พรรค ปชน.จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่งมอบสังคมไทยที่ดีกว่าให้ทุกท่านดู“มาร์ค” เจาะกลุ่มสาวออฟฟิศเมื่อเวลา 07.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำทีมผู้บริหาร พรรคลงพื้นที่ช่วยนายพงศ์พล เตมีย์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 7 เบอร์ 1 พบปะชาวราชวัตรขอคะแนนเสียงพา สส.เข้าสภาฯ ได้รับกำลังใจที่กลับมาทำงานการเมืองอีกครั้ง จากนั้นเวลา 12.00 น. ได้ไปหาเสียงที่ตลาดรวมทรัพย์ ย่านอโศกมนตรี กทม. หาเสียงให้นายพงศกร ขวัญเมือง ผู้สมัคร สส. กทม.เขต 4 เบอร์ 1 ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักพนักงานออฟฟิศที่ลงมาทานอาหารเที่ยงต่างยกโทรศัพท์มือถือมาขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กระแสพรรคเป็นไปตามที่เคยคาดหวัง ภาคใต้ยัง มั่นใจมาก พื้นที่อื่นยังต้องทำงานกันหนักอยู่ ถ้าเสียงกรี๊ดกับการกอดกลายมาเป็นคะแนนให้จะยิ่งมั่นใจมากยิ่งขึ้น สำหรับการแก้ไขยกร่างรัฐธรรมนูญ เราจะดูแลไม่ให้มีการแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 อยากเรียกร้องให้ทุกพรรคที่เคยตกลงกันได้แล้วในสภาฯ ประกาศแบบเดียวกัน ทุกคนจะสบายใจลงมติเห็นชอบ “วิโรจน์” ร้อง กกต.สอบคุกคามทีมหาเสียงที่ จ.ชลบุรี นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค ปชน. พร้อมนายวรท ศิริรักษ์ ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 1 เบอร์ 7 พรรค ปชน. ไปที่สำนักงาน กกต.ชลบุรี ยื่นเอกสารหลักฐานต่อ กกต.ขอให้สืบสวนสอบสวนขยายผลกรณีปรากฏภาพกลุ่มบุคคลแสดงอาการข่มขู่คุกคามนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรค ปชน. ที่เข้าร่วมดีเบตที่ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 11 ม.ค.เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยนายวิโรจน์กล่าวว่า มาร้องและมอบหลักฐานเพื่อให้ กกต. ขยายผลว่ามีแรงจูงใจมาจากกลุ่มบุคคลใด มีการจัดตั้งจากผู้สมัครรายหนึ่งรายใดหรือไม่ เพื่อให้บุคคลกลุ่มนี้ยุติพฤติกรรมคุกคามเสีย และไม่ใช่แค่การคุกคามผู้สมัคร สส. แต่รวมถึงการคุกคามประชาชนที่ต้องการมาฟังนโยบายของพรรคการเมืองประกอบการตัดสินใจการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. เข้าใจหัวอกคนชลบุรี งบฯลงทุนในจังหวัด 6,000 ล้านบาทต่อปี ถ้าเราเชื่อว่ามีเงินทอนตามที่ปรากฏในงานวิจัยต่างๆ ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับ 1,800 ล้านบาทต่อปี ยังไม่นับการเรียกรับผลประโยชน์จากใบอนุญาตและธุรกิจสีเทาต่างๆที่คาดว่าไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท รวมทั้ง 2 ก้อนเป็นเงินกว่า 2,400 ล้านบาทต่อปี นี่คือโอกาสของคนชลบุรีที่สูญเสียไป เชื่อว่าคนชลบุรีจะเลือกเพื่อการเปลี่ยนแปลง ไม่ยอมให้เกิดระบบมาเฟียเช่นที่ผ่านมาอีก“ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” แคนดิเดต รมว.ดีอีเมื่อเวลา 12.00 น. เพจเฟซบุ๊ก พรรค ปชน. เปิดตัวทีมบริหารรัฐบาลประชาชน แคมเปญ The Professionals EP.8 ได้แก่ นายภาวุธ พงษ์ วิทยภานุ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ลำดับที่ 7 มาเป็นแคนดิเดต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประวัตินายภาวุธคือผู้บุกเบิกวงการอีคอมเมิร์ซไทย ผู้ก่อตั้ง TARAD.com CEO & Founder ของ Pay Solutions และ Creden.co รวมถึงเป็นนักลงทุนและวิทยากรด้านดิจิทัล และ เคยลงสมัคร สว. ด้วยนโยบายที่เน้นการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานดิจิทัลเพื่อผู้ประกอบการไทยเสียงเตือนไม่ดังพอ ขอมาลงมือทำเองนายภาวุธโพสต์เฟซบุ๊กว่า เมื่อเสียงเตือนผมดังไม่พอ ขอลงมือทำเอง ตลอดหลายปีหลัง พยายามส่งเสียงในฐานะผู้เตือนภัยของเศรษฐกิจออนไลน์ไทย พูดเรื่องทุนจีนและทุนต่างชาติ ครอบครองพื้นที่อีคอมเมิร์ซไทยอย่างรวดเร็ว จนผู้ประกอบการรายย่อยของไทยเริ่มไม่มีที่ยืน การลงสนามครั้งนี้คือ เจตจำนงทางจิตวิญญาณที่แน่วแน่ในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศนี้ ต้องการเห็นเศรษฐกิจที่โอบรับทุกคน คนตัวเล็กตัวน้อยไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ความฝันของ SME ไทยไม่ถูกบดขยี้ด้วยทุนผูกขาด เศรษฐกิจที่ดอกผลของการพัฒนาตกถึงมือประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน นี่คือภารกิจเปลี่ยนผ่านประเทศไทย ที่ผมและพรรค ปชน.พร้อมที่จะลงมือทำรณรงค์เห็นชอบ—ไม่เห็นชอบแก้ รธน.ได้ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีการรณรงค์ให้โหวตไม่เห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญในการทำประชามติครั้งนี้ จะกระทบหรือไม่ว่าต้องทำตามกฎหมายประชามติ เมื่อถามว่า ตามกฎหมายแล้วนักการเมืองให้ความเห็นต่อประชาชนได้หรือไม่ว่า ต้องโหวตเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ นายบวรศักดิ์กล่าวว่า เขารณรงค์ได้ ไม่อย่างนั้นจะมีประชามติไปทำไม ทั้งโลกเป็นแบบนี้ ไปฝืนไม่ได้ เพราะประชามติคือการให้ประชาชนตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญ ใครเห็นว่าควรจะทำอย่างไรเสนอความเห็นได้ เมื่อถามถึงกรณีนายเจษฎ์ โทณะ วณิก แคนดิเดตนายกฯ พรรครักชาติ (รช.) รณรงค์ไม่เห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายบวรศักดิ์กล่าวว่า จะรณรงค์อย่างไรก็ทำไป อยู่ที่ประชาชนจะตัดสินใจอย่างไร ต่างประเทศเขาเอาเรื่องแบบนี้มาเป็นนโยบายหาเสียงรณรงค์กันกกต.รับกระแสประชามติหงอยที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกระแสการรณรงค์การลงคะแนนประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 เงียบเหงาว่า ยอมรับว่าการตื่นตัวของประชาชนในการทำประชามติไม่คึกคักเท่าที่ควร กกต.แต่ละจังหวัดอาจต้องขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายภาคประชาชนช่วยรณรงค์ตามบ้านให้มากขึ้น ให้ กกต.แต่ละจังหวัดเร่งจัดทำรายละเอียดและเปิดเวทีดีเบตประชามติอย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง พรรค การเมือง ภาคประชาชน สื่อมวลชนรณรงค์ให้ความรู้ชักชวนให้มาใช้สิทธิได้ แต่ต้องไม่ชี้นำ สัญญาว่าจะให้ ขัดขวางหรือเผยแพร่ข้อมูลการทำประชามติอันเป็นเท็จ จะเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติเชื่อโหวตโนไม่ลามสนามเลือกตั้งใหญ่นายวีระกล่าวอีกว่า กรณีการเลือกตั้งนายก อบต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ไม่มีผู้สมัครคนใด ได้คะแนนมากกว่าผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนหรือ “โหวตโน” และพบในพื้นที่อื่นๆด้วยว่า ไม่ได้ถือเป็นเรื่องแปลก หรือว่ามีปัญหาอะไรในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เป็นเรื่องดีด้วยซ้ำที่ประชาชนมีความชัดเจนว่าจะเลือกคนแบบไหน เมื่อประชาชนเห็นว่าไม่มีคนเหมาะสมก็ไม่เลือก เป็นเรื่องปกติที่ประชาชนทำได้ ส่วนจะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง สส.และการลงเสียงประชามติหรือไม่ คิดว่าการโหวตโนจะเกิดขึ้นไม่มาก การที่ประชาชนไม่เลือกผู้ใด น่าจะมีปัจจัยหลายอย่างที่กระทบความรู้สึก ในการเลือกตั้ง สส.โอกาสที่จะไม่เลือกใครหรือโหวตโนชนะน่าจะเกิดขึ้นได้น้อย เพราะผู้สมัครต้องพยายามนำเสนอนโยบาย ต้องออกไปหาเสียงสร้างคะแนนนิยม ในหลายพื้นที่ที่แข่งขันดุเดือด กกต.เฝ้าระวังให้เครือข่ายเก็บรวบรวมข้อมูล แสวงหาหลักฐานข้อเท็จจริง ตอนนี้ยังไม่พบการร้องเรียนเข้ามาขยับสอบ 5 คลิปหาเสียงผิดกฎหมายที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายแสวง บุญมี เลขาธิการฯ กกต. เปิดเผยว่า ได้ร่วมประชุมคณะทำงานติดตามการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-War Room) มีผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกระทรวง ดีอี เข้าร่วมพิจารณาคลิปภาพและเสียงเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง 5 คลิป หากเห็นว่าเข้าข่ายกระทำผิดการเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ จะเสนอ กกต.พิจารณามีคำสั่งให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือลบข้อมูล หรือถ้าเห็นว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้งและพรรคการเมือง มีผลให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายจะเสนอเลขาธิการ กกต.ให้ดำเนินการตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาดที่ประชุมยังเสนอให้คณะทำงานติดตามการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ พิจารณาอีก 34 เรื่อง แบ่งเป็น 1.อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามหาเสียงเลือกตั้ง 2561 ข้อ 17 นำสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้หาเสียง 8 เรื่อง 2.อาจเข้าข่าย ข้อ 18 (3) ใช้ถ้อยคำรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย หรือปลุกระดม 26 เรื่องระดม ตร. 1.26 แสนนายคุมเข้มเลือกตั้งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เปิดศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งของ ตร. ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 12 ก.พ.จะบูรณาการร่วมกับ กกต. ฝ่ายปกครองและทหาร ดูแลความเรียบร้อยในหน่วยเลือกตั้งกว่า 90,000 หน่วยทั่วประเทศ ใช้ตำรวจ 126,000 นายดูแลความปลอดภัย บางจุดจะใช้ตำรวจตระเวนชายแดนร่วมดูแล ที่ประชุมเน้นความสำคัญพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน ได้แก่ จ.บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี จันทบุรี สระแก้ว ตราด จะใช้แผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ประเมินสถานการณ์เลวร้ายที่สุดวันเลือกตั้ง หากปะทะในแนวชายแดน จะนำรถหุ้มเกราะอพยพประชาชน ร่วมกับทุกหน่วยงาน รวมไปถึงจะใช้เทคโนโลยีคัดกรองข่าวสาร ส่วนพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าหากมีสถานการณ์เลวร้ายสุด กำลังประสาน กกต. พอจะย้ายหรือยุบบางหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่เสี่ยงหรืออาจปรับเวลาเลือกตั้ง ให้ง่ายต่อการดูแลความปลอดภัย จะใช้ เจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดน นอกจากนี้จะมีการลาดตระเวนกรองข่าวก่อนการเลือกตั้ง พบการกระทำผิดกฎหมาย ส่วนใหญ่ทำลายป้ายหาเสียงไม่พบเหตุความรุนแรงอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่