3 ตัวเต็งนายกฯขึ้นเวทีประชันวิสัยทัศน์ “ทิศทางโลกทิศทางไทย” ค่ายช่อง 3 “ยศชนัน” ฉายภารกิจด่วนขับเคลื่อนประเทศ เร่งช่วยคนจมน้ำให้หายใจได้ก่อน เริ่มจากล้างหนี้ ปลดล็อกกำลังซื้อ ดันระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน เดินหน้าเศรษฐกิจอนาคต ชี้ พท.ไม่เลือกกระทรวง แต่ขอเก้าอี้เดียวคือนายกฯ “อนุทิน” ยันไม่ใช่นายกฯฝึกงาน หวัง ปชช.จะให้ผ่านโปรได้ไปต่อ ไม่ปิดกั้นจับมือใคร แต่ถ้าค่ายส้มได้ที่ 1 ไม่ต้องยกมือให้ โต้ครหาปั่นสงครามชายแดนสร้างกระแสนิยม ชี้ รมต.กัมพูชายังบอกอย่าเลือกตนไปเลือกคนอื่น “ณัฐพงษ์” ย้ำ 12 วาระ 4 คานงัดเปลี่ยนประเทศ ดีลตั้ง รบ.ต้องโปร่งใสอยู่ในสายตา ปชช. ยืนกรานไม่เอา กธ. ไม่โหวตให้ “หนู” รู้ทัน รมต.เขมรสกัด ปชน.ล้มดีลสีเทา “โรม” ฉะนายกฯยืมปากศัตรูมาโกยคะแนน “มาร์ค” สวมบทตัวแปร โอ่เลือก ปชป.ประเทศปลอดภัย เป็นหลักประกันประเทศสะอาดและสงบแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน (ปชน.) พรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ร่วมกันครั้งแรก โดยต่างแสดงท่าทีทางการเมือง การจับมือเลือกขั้วในการจัดตั้งรัฐบาล หลังการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.69“เชน–หนู–เท้ง” ขึ้นเวทีอวดวิสัยทัศน์เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 12 ม.ค.ที่ศูนย์ การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 จัดเวที “ทิศทางโลกทิศทางไทย” Global Dynamics and Thailand’s Future หัวข้อ Thailand Vision 2035 “เปิดวิสัยทัศน์แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จาก 3 พรรคเต็งหนึ่ง” มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย แคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน (ปชน.) เข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์และตอบคำถาม“ยศชนัน” ย้ำช่วยคนจมน้ำหายใจได้ก่อนนายยศชนันกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนจุดหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หากตัดสินใจผิดอาจต้องถอยหลังเหมือนหลายประเทศ กุญแจสำคัญคือการสื่อสารให้สังคมเห็นทิศทางร่วมกัน และสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า แนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจ พรรคพท.เสนอการช่วยคนที่กำลังจมน้ำให้หายใจก่อน เริ่มจากล้างหนี้และเคลียร์หนี้ในคราวเดียว ปลดล็อกกำลังซื้อและทำให้ระบบเศรษฐกิจกลับมาหมุนเวียน จากนั้นจะเดินหน้าเพิ่มผลิตภาพเศรษฐกิจทั้ง 3 ภาคหลัก ได้แก่ ภาคเกษตร อุตสาหกรรมการผลิตและภาคบริการ เน้นใช้เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมมายกระดับ และเสนอผลักดันเศรษฐกิจอนาคต โดยเฉพาะ Wellness Economy และการแพทย์ครบวงจร ด้วยจุดแข็งด้านบริการการแพทย์ ต่อยอดสู่เป็น Wellness Hub การพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพร อาหารเป็นยา เครื่องมือแพทย์และการวิจัยด้านชีวการแพทย์ การสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม ดึงเงินลงทุนนักลงทุนและกองทุน Venture Capital ให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ที่แข่งขันได้ระดับโลก ไม่ขอเลือกกระทรวง แต่ขอนายกฯผู้ดำเนินรายการถามนายยศชนันว่า หากเป็นรัฐบาลผสม ถ้าไม่ได้กระทรวงไหนจะไม่ร่วม นายยศชนันกล่าวว่า เรื่องนี้สำคัญ เราพยายามสื่อสารเรื่องวิสัยทัศน์ จำเป็นต้องทำหลายอย่างพร้อมกัน เพราะปัญหาขณะนี้มีเยอะ เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งมันไม่ได้ จำเป็นต้องทำงานร่วมกับทุกพรรคโดยทุกคนมองเป้าหมายว่าอยากทำให้ประเทศไทยมีรายได้สูง การอยู่กระทรวงไหนไม่เป็นไร หากมีเป้าหมายร่วมกันแล้ว ขอเก้าอี้เดียวคือตำแหน่งสูงสุด เมื่อถามว่าดูแนวนโยบายแล้วมีพรรคใดใกล้เคียงกับ พท.มากที่สุด นายยศชนันกล่าวว่า ทุกพรรคมีเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ มั่นใจว่าการจะเลือกคนมา พรรคมา มันไม่ยาก แต่ต้องเป็นคนไม่คอร์รัปชันหากเข้ามารับตำแหน่งสีส้มย้ำ 12 วาระ 4 คานงัดเปลี่ยน ปท.นายณัฐพงษ์กล่าวว่า พรรค ปชน.เสนอ 12 วาระเปลี่ยนประเทศ สรุปเป็น 4 คานงัด ดูแลโดยรองนายกฯ 4 คน ภายใต้รัฐบาลประชาชน เพื่อรื้อระบบสีเทา คือ 1.ปฏิรูปรัฐ สร้างความเชื่อมั่น 2.ปลุกเศรษฐกิจฐานราก สร้างการเติบโตที่ทั่วถึง 3.ปั้นทุนมนุษย์ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า 4.ปรับยุทธศาสตร์ สร้างความมั่นคงและการต่างประเทศใหม่ให้ประเทศ จะเร่งลงทุนทำเมกะโปรเจกต์ สีส้ม ตั้งเป้าลงทุนไว้ 6.3 แสนล้านบาทภายใน 8 ปี เช่น ลงทุนรถเมล์ไฟฟ้าทั่วประเทศ “Nano Bus” เชื่อมต่อการเดินทางไร้รอยต่อ น้ำประปาดื่มได้ทั่วประเทศ ปรับสูตรค่าแรงขึ้นตามค่าครองชีพและทักษะที่เพิ่มขึ้น จะสร้างกองทัพทันสมัย โปร่งใสอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน เปลี่ยนการบังคับเกณฑ์ทหารเป็นทหารอาชีพ การทูตโปรไทย ไม่โปรมหาอำนาจใด ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ทำลายวงจรตั๋วและส่วย ขจัดการซื้อขายตำแหน่ง ฟื้นฟูศรัทธาองค์กรตำรวจ ขอดีลตั้ง รบ.โปร่งใสอยู่ในสายตา ปชช.ผู้ดำเนินรายการถามว่าพรรค ปชน.จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารประเทศ ต้องเป็นรัฐบาลพรรคเดียวใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่เชิงอย่างนั้น หากเราได้เกิน 250 ที่นั่งทำได้ แต่ถ้าไม่ถึงโจทย์ของเราคือการตั้งรัฐบาลประชาชนที่จะเอาวาระเป็นตัวตั้ง พรรคที่จะมาร่วมต้องทำงานข้ามกระทรวงโดยยึด วาระเป็นตัวตั้ง ยึดภารกิจเป็นตัวตั้ง โครงสร้างทีมบริหารจะมีรองนายกฯ ดูภาพรวมให้ งานทำข้ามกระทรวงได้ รัฐมนตรีที่ถูกเสนอชื่อมาควรเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถตรงสาย การทำงานยึดวาระเป็นตัวตั้งไม่แบ่งกระทรวงใครกระทรวงมันหรือต่างคนต่างทำ หลายพรรคออกมาพูดตรงกันการตั้งรัฐบาลครั้งหน้า ต่างรับหลักการที่พรรคอันดับหนึ่งควรได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน และอยากให้มีความโปร่งใสในการจัดตั้งรัฐบาลอยู่ในสายตาประชาชน“อนุทิน” ชี้ไม่ใช่ผู้นำฝึกงานหวังว่าผ่านโปรขณะที่นายอนุทินกล่าวตอนหนึ่งว่า ตนไม่ได้ฝึกงานแล้ว เข้ามาทำงาน 3 เดือนกว่า เห็นช่องทางจะทำให้นโยบายพรรค ภท.พูดแล้วทำได้จริงๆ ช่วง 3 เดือนที่บริหารทำงานสำเร็จไปหลายอย่าง การแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบพรรค ภท. ไม่ได้ถมเงินเข้าไป กับโครงการประชานิยม ประเทศไทยไม่ได้ขาดทรัพยากร ไม่ได้ขาดคนเก่ง รัฐบาลชุดนี้มีคนเก่งหลายคน เป็นคนเก่งที่เรียกร้องของประชาชน แต่สิ่งที่เราขาดคือระบบการบริหารประเทศที่มีประสิทธิภาพ พรรค ภท.ไม่เน้นแจกปลา เราเน้นให้เบ็ดตกปลาให้คนไทย เรื่องการทหารเราให้ความสำคัญรั้วของชาติ ที่หมายถึงกำแพงความมั่นคงของชาติ ป้องกันการรุกรานใช้กำแพงนี้ป้องกันการลักลอบนำเข้ายาเสพติด สินค้าเถื่อน แรงงานเถื่อน นโยบายต่างประเทศตั้งอยู่บนคำว่าไทยต้องเป็นไท เป็นอิสระจากข้อจำกัดทั้งปวง ขอยืนยันว่ารัฐบาล ภท. ทุนเทาจะไม่มีอีกต่อไปมีแต่ทุนดำที่ต้องถูกกำจัด เพราะว่าพรรค ภท.จะไม่มีกาสิโน ไม่พึ่งทุนเทา ไม่เอาสแกมเมอร์ เราพูดแล้วทำได้จริง เพราะมีคน มีของ มีเอกภาพ ดีใจหรือไม่ที่ไม่เสียแผ่นดินแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ถ้าท่านพึงพอใจขอโอกาสให้พรรค ภท.เข้ามาทำงานรับใช้ประชาชนต่อไป แต่ถ้าท่านบอกไม่พึงพอใจ ก็มีตัวเลือกอื่น วันนี้ประชาชน ได้ให้โอกาสตนทำหน้าที่นายกฯมา 3 เดือนครบกำหนดทดลองงานพอดี หวังว่าประชาชนจะให้ผ่านโปรโต้ไม่ใช้สถานการณ์สร้างกระแสนิยมเมื่อถูกถามกรณีใช้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา สร้างความนิยมทางการเมือง สร้างความได้เปรียบทางการเมืองหรือไม่ นายอนุทินตอบว่าประชาชนเป็นผู้ให้คำตอบนี้ได้ หน้าที่ความเป็นรัฐบาลคือการรักษาอธิปไตยและแผ่นดินจนสุดความสามารถ คงเห็นว่าวันนี้ รมต.กัมพูชา บอกอย่าเลือกตน ให้ไปเลือกคนอื่น เลือกตนจะมีโอกาสเกิดสงคราม อันนี้ไม่ใช่แต่มีโอกาสที่เขาจะแพ้เราราบคาบ เขาไม่สามารถมาคุกคามอธิปไตยของประเทศไทย เขาจึงไม่สามารถให้ตนมาเป็นนายกฯ เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันไม่เกี่ยวกับการใช้สถานการณ์นี้มาสร้างความนิยมทางการเมือง นายอนุทินตอบว่า ไม่เกี่ยว เวลาทํางานในทำเนียบฯ ตนคือนายกฯของคนไทยทุกคน ตอนนี้ไม่เปิดด่านแน่นอน จนกว่าเราจะแน่ใจว่าบูรณภาพแห่งดินแดนเกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ปิดกั้นแต่ถ้า ปชน.มาที่ 1 ไม่ต้องโหวตให้ผู้ดำเนินรายการถามต่อว่า นายณัฐพงษ์บอกจะไม่ยกมือให้นายอนุทินเป็นนายกฯอีกแล้ว นายอนุทินหันไปทางนายณัฐพงษ์ตอบว่า “ถ้าท่านเข้ามาที่หนึ่ง ท่านต้องไม่ยกมือให้ผม” เมื่อถามอีกว่าถ้าพรรค ปชน. มาเป็นที่ 2 เขาก็จะไม่ยกมือให้ นายอนุทินตอบว่า ยังไม่ได้คุยกันขนาดนั้น คิดว่าเราทั้ง 3 คน อายุไม่ห่างกันสักเท่าไหร่ แต่ความคิดความรักชาติ รักแผ่นดิน มองเห็นประโยชน์ประเทศชาติเหนือสิ่งอื่นใด คิดว่าเรา 3 คนมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ต้องให้ประชาชนตัดสิน เมื่อถามว่า ถ้าเขาได้มาอันดับ 1 นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าทั้งพรรค ปชน.และพรรค พท.เห็นว่าพรรค ภท.มีประโยชน์ รับนโยบายพรรค ภท.ได้ เราค่อยมาว่ากัน เหมือนที่ผ่านมา ไม่เคยปิดกั้นอะไรอยู่แล้ว ต้องถอดความต้องการของประชาชนออกมาให้ได้ ถอดจากจำนวน สส.ที่ได้รับเลือก ครั้งนี้จะดูจากคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ที่พรรค ภท.ได้มา ไปถูกทางแน่นอนไม่ต้องห่วง“ณัฐพงษ์” ยันไม่เอา กธ.ไม่โหวตให้ “หนู”นายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์หลังร่วมแลกเปลี่ยนกับแคนดิเดตจากพรรคอื่นๆได้กลับมาเจอนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรค ภท.ครั้งแรก หลังลงนาม MOA ว่า รู้สึกไม่แตกต่างจากเดิม ก่อนหน้านี้ทำงานร่วมกันในสภาฯ ทำบนข้อตกลงที่ประชาชนรับทราบ วันนี้กลับมาเจออีกครั้ง ไม่ได้มีอะไรที่รู้สึกแตกต่างออกไปกรณีอื่นๆยืนยันจุดยืนเดิมว่าเราไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรมได้ และตนรวมถึง สส. พรรค ปชน.ไม่สามารถโหวตให้กับแคนดิเดตของพรรค ภท.ได้ ทั้งนี้ยังมีความมั่นใจเต็มร้อยว่าจะได้รับความไว้วางใจจากชาวกรุงเทพฯ มากขึ้น เป้าหมายเราคืออยากได้ครบทั้ง 33 เขตรู้ทัน รมต.เขมรสกัด ปชน.ล้มดีลเทาๆเมื่อถามถึงกรณีสมเด็จฮุน เซน ออกมาเชียร์พรรค ปชน.กับพรรค พท.ให้เป็นรัฐบาล มีการวิเคราะห์ว่าจะทำให้ฮุน เซน ได้เปรียบ เพราะบงการบีบบังคับนายกฯคนใหม่ของไทยได้ นายณัฐพงษ์ตอบว่า อยาก ให้มองเรื่องนี้ 2 ชั้น ฝั่งกัมพูชารู้ดีว่าบริบทการเมืองไทยเป็นอย่างไร การแสดงความเห็นแบบนั้นย่อมส่งผลต่อคะแนนนิยม พรรค ปชน.มีจุดยืนชัดเจนต้องการกำจัดเครือข่ายสแกมเมอร์ หัวใจของระบอบฮุน เซน และเครือข่ายของเขาในปัจจุบัน หากมองอีกมุมหนึ่งถ้าเขาต้องการสกัดไม่ให้พรรคส้มไปล้มดีลเทาๆ หรือสกัดไม่ให้พรรค ปชน.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล การแสดงออกของเขาที่ผ่านมาเห็นวัตถุ ประสงค์ได้ชัดเจน อยากให้คิด 2 ชั้น อย่าคิดชั้นเดียว“โรม” ฉะ “อนุทิน” ยืมคำศัตรูมาหาแต้มเมื่อเวลา 17.15 น. นายรังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊กเตือนว่า อย่าหลงกลฮุน เซน คำพูดของรัฐมนตรีกัมพูชาที่ชี้นำว่าควรเลือกพรรค ปชน.และพรรค พท.ไม่ควรเลือกพรรค ภท.คือ การแทรกแซงกิจการภายในของไทยโจ่งแจ้ง แท็กติกตื้นๆที่คนในรัฐบาลกัมพูชานำมาใช้ พยายามสร้างแนวร่วมมุมกลับนี่คือลูกไม้การเมืองราคาถูกที่ “บอสแก๊งสแกมเมอร์” อย่างฮุน เซน คงเชื่อว่าชาวไทยจะหลงเชื่อได้โดยง่าย เป็นตลกร้ายที่วันนี้ศาลของประเทศอันเป็นที่รักของตน มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีอาญาที่ปรึกษาของฮุน เซน เป็นผู้ยื่นฟ้องตน ขอเรียกร้องทุกฝ่ายอย่านำประเด็นนี้มาใช้ดิสเครดิตพรรค ปชน. เพราะเท่ากับกำลังเดินตามเกมที่ฮุน เซน วางไว้ น่าผิดหวังอย่างยิ่งที่คุณอนุทินกลับเลือกหยิบถ้อยคำจากรัฐมนตรีกัมพูชามาใช้โหนกระแสเรียกคะแนนนิยมให้ตนเอง ทั้งที่ในฐานะผู้นำรัฐบาล สิ่งที่ควรทำคือการออกมาประณามการแทรกแซงกิจการภายในของไทย เป็นเรื่องร้ายแรงและไม่อาจยอมรับได้ แต่ท่านกลับใช้จังหวะนี้เพื่อหวังผลทางการเลือกตั้ง การกระทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกันแน่ หน้าที่ของนายกฯ คือปกป้องประเทศ แต่กลับไม่ทำหน้าที่ตัวเอง ดันไปยืมคำศัตรูมาหาคะแนน ทำแบบนี้ไปเพื่อใคร“วิโรจน์” ลุยตลาดขายนโยบายผู้สูงอายุก่อนหน้านี้เวลา 09.30 น. ที่ตลาดใหม่จอมทอง กทม. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค ปชน. พร้อมนายพงษ์สรณัฐ ทองลี ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 26 พรรค ปชน. รณรงค์หาเสียงแนะนำตัวผู้สมัคร สส. มีแม่ค้ารายหนึ่งตะโกนให้กำลังใจว่า สู้เขาอย่าไปยอม จากนั้นคณะนายวิโรจน์เดินจากตลาดใหม่จอมทอง ไปแยกจอมทอง-วุฒากาศ นายวิโรจน์กล่าวว่า ได้บอกพ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้าน ถึงนโยบายการปรับเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุจาก 600 บาท เป็น 1,000 บาท เราจะขยับเป็น 1,500 ในอีก 2-3 ปี ได้รับการตอบรับอย่างดี ที่ผ่านมาพรรค ปชน.ลงพื้นที่โดนชาวบ้านตำหนิเป็นเรื่องธรรมชาติ จะมีคนรัก 100% เป็นไปไม่ได้ เมื่อถามว่ามองว่าทำไมประชาชนถึงเข้าใจว่าพรรค ปชน. ด้อยค่าทหาร จะสื่อสารให้มากขึ้นกว่านี้หรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า เราสื่อสารเพียงพอแล้ว ประชาชนที่เข้าใจก็เข้าใจ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่ามีไว้เพื่อปกป้องประเทศ ไม่ใช่เพื่อปกครองประเทศ เราตั้งคำถามกับความไม่เป็นธรรมกับทหารชั้นผู้น้อยอยู่เสมอ หากพูดตรงๆคนที่เข้าใจก็เข้าใจ คนที่ ไม่เข้าใจ เราเคารพไม่เป็นไรถ้าจำเป็นจับมือพรรคชูปราบทุนเทานายวิโรจน์ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสตอบรับภายหลังเปิดทีมบริหารรัฐบาลพรรค ปชน.ว่า ถือว่าเป็นนิมิตหมายใหม่ของทีมบริหารของเรา คือเราเอาภารกิจเป็นตัวนำ ไม่ได้เอาตัวบุคคลหรือหัวหน้ามุ้งเป็นตัวนำ ถ้าเรามีความจำเป็นต้องจับมือกับใคร เราจะจับมือกับพรรคที่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนภารกิจร่วมกัน ไม่เป็นอุปสรรคต่อภารกิจที่เราให้คำมั่นไว้กับประชาชน เช่น การปราบสแกมเมอร์ เราต้องดูทิศทางนโยบายของแต่ละพรรคว่า ตรงกันหรือไม่ ในการปราบทุนเทา หากนโยบายตรงกันเราไปด้วยกันได้ก็ว่ากัน เรายังดูถึงหน้าตาของผู้บริหาร ถ้าผู้บริหารเป็นอุปสรรคไม่ว่าจะประวัติที่ผ่านมาหรือท่าทีต่างๆในการขับเคลื่อนนโยบาย ก็อาจจะร่วมงานกันลำบาก แต่เอาไว้หลังวันที่ 8 ก.พ. ค่อยตัดสินใจ ส่วนกรณีเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงเผาปั๊มน้ำมันใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 11 จุด ที่นายกฯบอกได้รับรายงานจากฝ่ายความมั่นคงประเมินว่า เป็นการส่งสัญญาณสอดรับกับการเลือกตั้งท้องถิ่น ไม่ได้มุ่งหวังก่อการร้าย เร็วเกินไป ไม่อยากให้ด่วนสรุป อยากให้กระบวนการสืบสวนสอบสวนทำงาน ไปเร่งสรุปผลไม่น่าเป็นผลดี เหมือนฝ่ายบริหารตัดจบเสียเองปักหมุด “รชพร ชูช่วย” ว่าที่ รมว.วธ.เมื่อเวลา 12.00 น.เพจเฟซบุ๊กพรรค ปชน.เปิดตัวทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ในแคมเปญ The Professionals EP.7 ได้แก่ น.ส.รชพร ชูช่วย อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาเป็นแคนดิเดต รมว.วัฒนธรรมของพรรค ปชน. เพจพรรค ปชน.เปิดประวัติพร้อมวิสัยทัศน์ของ น.ส.รชพรว่า ศิลปวัฒนธรรมของเราอยู่ข้างในตัวคน น.ส.รชพร หนึ่งในทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ในฐานะที่ปรึกษานโยบายด้านศิลปวัฒนธรรม เสนอว่าสิ่งที่ผลักดันอยู่ตอนนี้ เช่น การท่องเที่ยว นับเป็นเพียงส่วนน้อยจากทุนวัฒนธรรมไทยอันมหาศาลที่เรามักมองข้าม ด้วยประสบการณ์การสอนร่วม 2 ทศวรรษทั้งในและต่างประเทศ เจ้าของปริญญาเอกด้านประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยโตเกียว สถาปนิกและนักออกแบบ เจ้าของผลงานพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งแรกของไทยที่เชียงใหม่ ทั้งนี้ น.ส.รชพร สะท้อนมุมที่ชาวต่างชาติมองเข้ามาในไทย เข้าข่ายยืมแว่นของคนนอก อาจทำให้เราเห็นแง่งามที่ซ่อนอยู่ได้แจ่มชัดกว่าที่เคยงัดทุนวัฒนธรรมอาวุธลับกู้เศรษฐกิจน.ส.รชพรยืนยันว่าวัฒนธรรมไทยยังมีพื้นที่ให้เติบโตและต่อยอดไปได้ไกลมาก เพียงส่งเสริมให้ถูกจุด ในยุคผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเศรษฐกิจปีนี้เผาจริง คงถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องงัดทุนวัฒนธรรม อันรุ่มรวยมารับมือสักตั้ง ทำอย่างไรให้วัฒนธรรมไทยไม่เพียงขายได้ แต่ยังแข็งแกร่งประหนึ่งอาวุธลับของประเทศพท.หาช่องหนุนอุตสาหกรรมเกมไทยเมื่อเวลา 09.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย คณะกรรมการ บริหารสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) และตัวแทนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเกม ทั้งกลุ่ม ผู้พัฒนา ผู้จัดจำหน่าย เข้าพบนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ผลักดันให้อุตสาหกรรม เกมก้าวขึ้นเป็น New S-Curve ตัวใหม่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ตัวแทนสมาคมกล่าวว่า อุตสาหกรรมเกมไทยมีมูลค่าตลาดสูงถึงเกือบ 40,000 ล้านบาท มีศักยภาพของไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค หากได้รับการสนับสนุนตรงจุด จำเป็นเร่งด่วนที่จะผลักดันร่าง พ.ร.บ.อุตสาหกรรมเกมเพื่อแยกอุตสาหกรรมเกมออกจากกฎหมายภาพยนตร์และวีดิทัศน์เดิม ที่เริ่มล้าสมัย ไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบันด้านนายยศชนันกล่าวว่า การขับเคลื่อนอุตสาห กรรมนี้ให้ยั่งยืน จำเป็นต้องมองให้ครบทั้งลูป โดยเฉพาะ การเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมเข้ากับภาคการศึกษาอย่างจริงจัง ปัจจุบันความต้องการของผู้เรียนในหลักสูตร เกี่ยวข้องกับเกมมีสูงมาก สะท้อนว่าเด็กรุ่นใหม่พร้อมจะกระโดดเข้ามาในสายงานนี้ ตนและทีมงานยินดีให้ความร่วมมือและสนับสนุนการทำงานในทุกมิติ“มาร์ค” โอ่เลือก ปชป.ประเทศปลอดภัยเมื่อเวลา 12.00 น. ที่อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการเมืองไทยหลังการเลือกตั้งว่า รัฐบาลสมัยหน้าจะเป็นรัฐบาลผสม บทบาทของพรรค ปชป.คือการเป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะคอยการันตีความสะอาดและความสงบของบ้านเมือง ดังนั้นการสนับสนุนพรรคครั้งนี้ เปรียบเสมือนสร้างหลักประกันให้คนไทยมั่นใจได้ว่าไม่ว่าใครจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรค ปชป.จะทำหน้าที่เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันและกลุ่มทุนเทาอย่างจริงจัง รวมถึงจะไม่ยอมให้หยิบยกประเด็นที่สร้างความแตกแยกในสังคม มาทำให้บ้านเมืองต้องหยุดชะงัก เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองต่างๆ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรามีบรรทัดฐานของพรรคว่าจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงมากกว่าความสงสัย มีเงื่อนไขเหล็ก 3 ข้อคือ 1.ต้องไม่มีมลทินเรื่องทุนเทา และการทุจริตที่ชัดแจ้ง 2.ต้องไม่อยู่ภายใต้การครอบงำของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง จนผลประโยชน์ส่วนตัวอยู่เหนือผลประโยชน์ชาติ 3.ต้องไม่สร้างความแตกแยก หรือนำประเด็นละเอียดอ่อนมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองชูธงลงดาบปฏิรูป สว.–องค์กรอิสระเมื่อถามถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราจะเดินหน้าเป็น 2 ประเด็นเร่งด่วน คือการแก้ไขที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้ยึดโยงกับหลักการที่เป็นที่ยอมรับของประชาชนมากขึ้น และการปฏิรูปการทำงานขององค์กรอิสระ ที่ต้องมีความโปร่งใส และต้องถูกตรวจสอบได้เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นจากสังคมให้กลับคืนมา พรรคจะเป็นคนเข้าไปดูแลเรื่องเหล่านี้จริงจัง เพื่อให้การเมืองไทย เดินหน้าไปอย่างมีคุณภาพและสุจริตถกหอการค้าไทยพลิกโฉม ศก.สู่เวทีโลกต่อมาเวลา 14.00 น. นายอภิสิทธิ์ นำคณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคชุดใหญ่ เข้าหารือกับนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่ห้องประชุม 3201 ชั้น 2 อาคารบรรเจิด ชลวิจารณ์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำเสนอนโยบาย “พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย” เน้นแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืน เสนอโรดแม็ป 7 ด้าน 1.ปฏิรูประบบราชการ ลดขั้นตอนอุปสรรคการเติบโต 2.เพิ่มประสิทธิภาพทรัพย์สินรัฐ ใช้ Fintech เข้ามาช่วยบริหารจัดการ ลดหนี้สาธารณะและดันไทยสู่ศูนย์กลาง Healthcare Wellness 3.ปฏิรูปเกษตรกรรม : ประกันรายได้คู่ขนานไปกับการลดหนี้เรื้อรัง และยกระดับสหกรณ์สู่ “วิสาหกิจขนาดใหญ่” 4.ศูนย์กลางพลังงานสะอาด : ตั้งเป้าลดค่าไฟเหลือ 3.5 บาท โดยใช้กลไกพลังงานสีเขียวโดยไม่เบียดบังภาษีประชาชน 5.เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เร่งสปีดอุตสาหกรรม EV อาหาร และเทคโนโลยีขั้นสูง 6.การค้าเสรี (FTA) เร่งเจรจาการค้าและเดินหน้าเข้าสู่กลุ่มประเทศ OECD และ 7.การเมืองสุจริต ใช้แพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” (Open Data) และ AI ตรวจสอบการทุจริตในทุกมิติ ทั้งนี้ตัวแทนสภาหอการค้าฯ ฝากประเด็นสำคัญ ทุนสีเทาที่แทรกซึมระบบการเมืองและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เป็นตัวการบ่อนทำลายขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ“เสี่ยหนู” ลุยบ่อนไก่ยิ้มผลตอบรับดีเมื่อเวลา 17.10 น.ที่ชุมชนบ่อนไก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรค ภท.ลงพื้นที่ช่วย น.ส.พัชรินทร์ ซำสิริพงษ์ ผู้สมัคร สส.เขต 2 หาเสียง ชาวบ้านขอจับมือและขอถ่ายภาพ นายอนุทินจึงบอกว่า จับมือแต่ไม่กา ทำให้ชาวบ้านยืนยันว่าจะกาให้ ภท.แน่นอน ขณะที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนจำนวนมากมาต้อนรับคึกคัก ชื่นชมโครงการคนละครึ่งพลัส อยากให้กลับมาทำต่อ พร้อมขอบคุณการทำงานที่ผ่านมาโดยเฉพาะการแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ได้คะแนนเต็ม 100 นายอนุทินแซวกลับว่า “ไม่ต้องถึง 100 ขอแค่ 37 ก็พอ” ขณะที่แม่ค้าขายลอตเตอรี่ผู้พิการอยากให้ช่วยดูแลจัดสรรเพิ่มสวัสดิการผู้พิการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ นายอนุทินกล่าวว่า ประชาชนสะท้อนอยากให้ทำอะไรให้จะกลับไปพิจารณา แม่ค้าลอตเตอรี่สะท้อนปัญหา ถามจี้จนตนเกือบไปไม่เป็น รู้เลยว่าเขาโกรธที่หลายคนสัญญาแล้วทำไม่ได้โวเขมรกลัวต้องเลือกกลับมาเป็นนายกฯต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการที่รัฐมนตรีกัมพูชาบอกว่าอย่าเลือกนายอนุทิน ให้เลือกพรรค พท.และพรรค ปชน. ว่า ตามที่ รมต.กัมพูชาพูดสิ่งที่เราสร้างกันมา ความภาคภูมิใจที่อยู่ในสายเลือดเรา ใครก็ไม่มีสิทธิ์มาพูดแบบนี้ และไม่มีสิทธิ์มาบอกว่าใครจะเลือกใคร ประชาชนคนไทยทราบดีว่าเลือกคนไหน เลือกพรรคไหน ความเป็นเอกราชและอธิปไตยของไทยเป็นอย่างไร ไม่จำเป็นต้องพูด ผลงานและสิ่งที่กระทำไปเป็นผลงานที่ประจักษ์อยู่แล้ว เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนมั่นใจ เพราะบอกหากเลือกนายอนุทินจะเกิดสงครามครั้งที่ 3 นายอนุทิน กล่าวว่า “ผมว่านี่แหละ เขากลัวว่าอนุทินจะมาเป็นนายกฯมาก ฉะนั้นประชาชนต้องให้อนุทินกลับมาเป็นนายกฯจะได้ไม่มีใครมาใช้วาทกรรมข่มขู่ ไม่มีทางที่คนอย่างตนจะยอม อย่าว่าแต่ประเทศกัมพูชา ใครก็ไม่สามารถมารุกล้ำก้าวล่วงอธิปไตยและเอกราชของไทยได้ สิ่งเหล่านี้มีมาตั้งแต่เกิดเหมือนกัน” เมื่อถามว่าเป็นการปั่นกระแสดิสเครดิตพรรค ภท.หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ทำไม่ได้หรอก ใครจะดิสเครดิต หรือมีชัยชนะเหนือประเทศไทย ทำไม่ได้สักอย่าง มีแต่ประเทศไทยที่ได้ชัยชนะ เพียงแต่เราไม่พูด เพราะเป็นประเทศไม่ซ้ำเติมใคร คนไทยทราบดีว่า เราไม่มีอะไรเสียเลย เรามีแต่ได้ความเข้มแข็ง และได้รับความยำเกรงกับคนที่คิดจะมาท้าทายเรา นี่ต่างหากเป็นสิ่งที่สำคัญ“แสวง” รับสถานที่จำกัดอาจไม่ 100%เมื่อเวลา 09.30 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าและการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรว่า กกต.จัดส่งบัตรเลือกตั้งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา การออกเสียงลงคะแนนมีอยู่ 3 รูปแบบทั้งออกเสียงทางไปรษณีย์ จัดหน่วยเคลื่อนที่และลงคะแนนที่สถานทูตแต่ละประเทศ น่าจะเรียบร้อย ส่วนการส่งบัตรเลือกตั้ง สส.กลับมานับที่ประเทศไทย และการส่งต่อไปยังเขตเลือกตั้งต่างๆต้องดีขึ้นไปเรื่อยๆ ครั้งที่ผ่านมาไม่ผิดพลาด ส่วนบัตรออกเสียงประชามติที่จะนับที่ต่างประเทศจะส่งคะแนนกลับมารวมที่ไทยใน 48 ชั่วโมง ภาพรวมการออกเสียงลงคะแนนวันที่ 1 ก.พ. บางแห่งไปลงทะเบียน 2-3 หมื่นคน และด้วยสถานที่ จำกัด ต้องยอมรับว่าอาจไม่สะดวก 100% แต่จะอำนวยความสะดวกให้ดีขึ้นมีแค่ 6 พรรค ส่งนโยบายให้ตรวจสอบนายเกรียงไกร พานดอกไม้ รองเลขาธิการ กกต.กล่าวถึงการตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมืองที่ใช้หาเสียงว่า ยังมีเพียง 6 พรรคที่ส่งนโยบายมาให้ กกต.ตรวจสอบแล้ว คาดว่าภายในสัปดาห์นี้น่าจะทยอยส่งมาให้ตรวจสอบเพิ่มภายในวันที่ 19 ม.ค.วันสุดท้ายน.ส.ธีราภา ไพโรหกุล กรรมการบริหาร พท.กล่าวว่า พรรคจัดทำนโยบายกว่า 50 นโยบาย ครอบคลุมการบริหารประเทศทุกด้าน ระบุตัวเลขงบฯ ที่จะใช้ ที่มางบฯ วิธีการจัดสรรงบฯ ความคุ้มค่า ความเสี่ยง และประโยชน์ที่ประชาชนที่ได้รับชัดเจน อยู่ระหว่างการตรวจทานแก้ไขครั้งสุดท้าย คาดว่าจะนำส่งได้ก่อนวันที่ 19 ม.ค.นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท.กล่าวว่า ทีมนโยบายที่นำโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ จัดทำร่างนโยบายเกือบเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว พร้อมส่งได้ภายในสัปดาห์หน้า ยืนยันนโยบายที่ต้องใช้เงินงบฯ ไม่ใช่นโยบายประชานิยม และไม่ใช้งบฯแบบลด แลก แจก แถม ทุกนโยบายทำได้จริงอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่