อุณหภูมิการเมืองโลกระอุเดือดสวนทางหิมะฤดูหนาวจากดีกรีความห้าวเป้งของมนุษย์ชื่อ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่กดปุ่มปฏิบัติการ “เดลตาฟอร์ซ” ส่งกองกำลังทหารบุกเข้าถล่มและล็อกตัว “นิโกลัส มาดูโร” ผู้นำเวเนซุเอลา ถึงกลางกรุงการากัสยึดสิทธิบริหารจัดการอภิมหาขุมทรัพย์บ่อน้ำมันปริมาณมหาศาลสไตล์ “บิ๊กบราเธอร์” เบอร์หนึ่งโลก ผู้ทรงอิทธิพล ไม่สนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ อาการหูทวนลมใส่ “องค์กรโลกบาล” ไม่ได้ยินเสียงนกเสียงกาจากองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่อู้อี้ๆ ไม่กล้าเตือนแบบเต็มปากเต็มคำแหยงกับลูกบ้ารอบล่าสุดของ “คาวบอยทรัมป์” ที่บ๊อง บวม แต่ไม่ได้โม้บทบู๊ดุดันถึงมือถึงตีนไม่ล้อเล่นเหมือนลีลาบ้าๆบอๆนั่นก็ทำให้ร้อนๆหนาวๆ กับสัญญาณล็อกเป้าช็อตต่อไป เตรียมตัวไว้ทั้งโคลอมเบีย เม็กซิโก คิวบา ส่อหนีไม่พ้นโดนไล่กำจัดเสี้ยนหนามในถิ่นอเมริกากลาง โดยเงื่อนชะตากรรมคงไม่แตกต่างจากเวเนซุเอลาลัทธิจักรวรรดินิยมฟื้นกลับมา เกมการล่าอาณานิคมยุคดิจิทัลแต่ที่ตึงเครียดกว่าก็คือแนวรบข้ามทวีป ตามการพุ่งเป้าปักหมุด “เกาะกรีนแลนด์” ในกรรมสิทธิ์ของประเทศเดนมาร์ก จับอารมณ์ขึงขังต้องเอาให้ได้ ผู้นำสหรัฐฯไม่สนเปิดเกมหักดิบพันธมิตรกลุ่มนาโต“อเมริกัน เฟิสต์” ไม่สนบ้านใครเมืองใคร“คาวบอยทรัมป์” โชว์พลัง “จัดระเบียบโลกใหม่” ภายใต้ “ระบบกำปั้น”โดยความถูกต้องชอบธรรมขึ้นอยู่กับอำนาจทางการทหาร กองทัพที่ศักยภาพสูง ตัดสินข้อพิพาทกันด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ในเกมรบพร้อมสรรพคนตัวโต ขาใหญ่ ทุบโต๊ะเสียงดังกว่าเอาเป็นว่าถึงตรงนี้ ไม่มีพื้นที่ไหนในโลกที่ “พี่เบิ้ม” จะแทรกซึมไม่ได้ไม่เว้นแม้แต่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกไกล “คาวบอยทรัมป์” ก็ปักหมุดไว้แล้ว จากการเจาะจงบินตรงมาเป็นสักขีพยานในการตั้งเวทีเจรจาหยุดยิงชายแดนไทย-เขมร ตั้งแต่เกิดเหตุในห้วงแรกๆการเมืองโลกโยงนัวเนียกับการเมืองในประเทศไทย “หนีไม่ออก”ภายใต้เงื่อนไขเชื้อโรคเน่า “เงินเทา-แผ่นดินบาป” ลามข้ามจากประเทศกัมพูชามาระบาดในกรุงเทพฯ ผ่านแก๊งโจรสแกมเมอร์ระดับโลกที่เป็นกุนซือข้างตัวของ “จิ้งจอก” ฮุน เซน ผู้นำจอมโจรเขมรแดงแฝงตัวมาทำลับๆล่อๆกับบิ๊กการเมือง มาเฟียทหารเฒ่าคนดัง“คราบสีเทา” เปื้อนหน้า หลับตายังเห็นใครเป็นใครยิ่งมาถึงจังหวะหักดิบสะท้านโลก รัฐบาลจอมโจรเขมรแดงทนแรงบีบไม่ไหว จำใจต้องจับกุมตัว “เฉิน จื้อ” บอสใหญ่ “ปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป” ราชาอาชญากรสแกมเมอร์เบอร์หนึ่งใน “แบล็กลิสต์” สหรัฐอเมริกา ส่งให้ทางการจีนแผ่นใหญ่ส่อโดนล็อกเข้าเครื่องประหาร “หัวสุนัข” ลงทัณฑ์โหดๆสไตล์แดนมังกรสถานการณ์มันก็ย้อนกลับมาประเทศไทย แบบที่ “มือปราบสแกมเมอร์” อย่าง “รังสิมันต์ โรม” รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ตั้งคำถามดังๆออกอากาศ กัมพูชาส่ง “เฉิน จื้อ” ให้ทางการจีนสำเร็จโทษแล้วทำไมตำรวจและเจ้าหน้าที่ทางการไทยถึงยังเมินเฉยไม่รู้ร้อนรู้หนาวไม่มีการออกหมายจับหรือแม้แต่การแสดงความกระตือรือร้นในการไล่ล่าตัว “เบน สมิท-ยิม เลียก” ตัวพ่อแก๊งโจร สแกมเมอร์เบอร์ใหญ่ เครือข่ายของ “เฉิน จื้อ” ที่หนีลอยนวลออกจากไทยไปแล้วส่อแวว “คุณขอมา” จากขาใหญ่ที่ปรากฏภาพประจานนั่นแหละและถึงเวลา “คาวบอยทรัมป์” อ้างเป็นเหตุตีตั๋วเสือกเข้ามาลุยจัดการอาชญากรไซเบอร์โลก ล้างคราบเทาในเมืองไทย โดยไม่ต้องมีวีซ่าแบบที่เข้าไปจัดการอาชญากรในเวเนซุเอลา มันก็จะพูดกันไม่ออกยิ่งเป็นอะไรที่ “ตอกย้ำ” คราบเทาดำฝังลึกกลบไม่สนิทล่าสุดพนักงานสอบสวนคดีพิเศษของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้บุกเข้าตรวจค้นเป้าหมายในคดีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสแกนม่านตาคนไทย 1.2 ล้านคนแลกเหรียญดิจิทัล โยงกับโครงการเวิลด์คอยน์ที่บริษัทเอกชนสิงคโปร์ในเครือข่ายของ “เบน สมิท” ประมูลได้งานล็อกเป้าเค้นนายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต รมว.ดีอีของพรรคเพื่อไทยและจ่อเรียก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและ รมว.เกษตรฯ กับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เข้าชี้แจง กรณีปรากฏตัวในภาพวันลงนามเซ็นเอ็มโอยูไปยืนอยู่ร่วมเฟรมกับ “เบน สมิท” ในสถานะอะไร เกี่ยวข้องอย่างไรพร้อมๆกับจังหวะที่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดข้อมูลร้อนเองเลยว่า เร็วๆนี้จะมีการเปิดปฏิบัติการจับกุมผู้สมัคร สส.หรืออดีต สส.ที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์และสแกมเมอร์ รวมกว่า 10 รายโดยการสืบสวนเชิงลึกของดีเอสไอและตำรวจไซเบอร์แน่นอนว่า มันต้องต่อเนื่องกับคิวที่คณะกรรมการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สั่งอายัดทรัพย์อดีต สส.คนดัง“วัยรุ่นสร้างตัว” ที่ประกาศชัด พร้อมเคลียร์คดีเพื่อจ่อคิวเป็นรัฐมนตรีทั้งหมดทั้งปวง มันก็ชัดแจ่มแจ้งแดงแจ๋ ประเทศไทยเป็นแหล่งฟอกเงินของอาชญากรไซเบอร์ แผ่นดินบาปของแก๊งสแกมเมอร์ ก๊วนพนันออนไลน์“เงินเทา” จ่อเข้ามายึดอำนาจการบริหารประเทศ ผ่านเกมการเลือกตั้งอย่างที่มีปฏิบัติการแฉประจาน ตีกันดักทางจากคนยี่ห้อประชาธิปัตย์นำโดยปรมาจารย์ “ชวน หลีกภัย” ปล่อยทุ่นระเบิดตามน้ำ ชี้เป้าปักษ์ใต้จ่ายซื้อเสียงปาไปหัวละ 3-5 พันบาทแล้วตามแนวโน้มสถานการณ์ที่สังเกตได้ว่า วันนี้มีแค่กองทัพส้ม พรรคประชาชน นำโดย “กุมารเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ “ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก “ลิซ่า” ภคมน หนุนอนันต์ ที่ “วิ่งสู้ฟัด” ขอ “แต้มฟรี” กันตีนพลิก พกน้ำมันมวย ยาหม่องยาดม เป็นลมสะบักสะบอมล่อ “มนุษย์ป้า-มนุษย์ลุง” ดักถามชาตินิยมทหาร ต้านรื้อ ม.112พรรคประชาธิปัตย์ที่แห่ “เดอะมาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รีเทิร์นมากอบกู้วิกฤติตกต่ำสุดในประวัติศาสตร์ พรรคเพื่อไทยที่ต้องแห่ “ลูกเจ๊แดง” แจ้งเกิดชื่อของ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” หล่นไปอยู่ในโซนพรรคตัวแปรตามวิสัยธรรมชาติของฤดูเลือกตั้งที่แต่ละค่ายต้องช่วงชิงกระแสแต่นอกนั้นต่างเก็บตัวนิ่งอยู่ในอาณาจักรบ้านใหญ่ ไม่มีการออกมาเพ่นพ่านบนถนนเหมือนมั่นใจใน “พลังมุมมืด” หลบเป้าสแกนคราบเทาแก๊งสแกมเมอร์ แค่รอเวลาจัดทีมสไนเปอร์ซุ่มยิงซื้อเสียงทีเดียวใน “คืนหมาหอน” สไตล์ “นักเลือกตั้งอาชีพโบราณ”ไม่สนกระแส ไม่แคร์เสียงยี้ เน้นกระสุนดินดำฝ่าด่านชาวบ้านร้านตลาดรู้หมดหัวคะแนนพรรคไหน เบอร์อะไร ปั่นราคาสู้กันยังไง แม้กระทั่งเหลี่ยมสลับซับซ้อน ซื้อเสียงผ่านราคาต่อรองพนัน ตั้งราคาให้ตัวเองแพ้แบบต่อขาด เพื่อล่อให้คนแทงเต็งมาเลือกกาเบอร์ให้ไปรับเดิมพันแต่แปลกที่ “อรหันต์ กกต.” หูหนวกตาบอดมองไม่เห็นเปิดทางอำนวยความสะดวกให้ “ทุนเทาสแกมเมอร์” เข้ายึดเมืองผ่านเกมเลือกตั้งสบายๆอย่าว่าแต่ไล่จับขบวนการซื้อเสียงที่เป็นเรื่องเกินความสามารถของคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดปัจจุบันที่แทบไม่เห็นการไล่แจกใบแดงใบเหลืองพวกทุจริตเลือกตั้ง“ปล่อยผี” กันจนล้นป่าช้า เพ่นพ่านเต็มสภาก็แม้แต่งานง่ายๆที่เป็นภารกิจหลักของ กกต.ในการรณรงค์ให้ประชาชนคนไทยออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ยกระดับการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยกันตามพันธกิจกกต.ยังทำสวนทาง มาตรฐานย้อนแย้งกันชัดๆแบบที่ “เดอะแหวงเซราะกราว” นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. โดนนายสมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุด กับนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ประธานไอลอว์ บุกเข้ายิงคำถามเค้นคอถึงสำนักงาน ให้แสดงความชัดเจนในเรื่องห้ามพรรคการเมืองรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ เพราะเลขาธิการ กกต.ทำให้เกิดความสับสนเดี๋ยวห้าม เดี๋ยวไม่ห้าม เหมือนเตะสกัดการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญมัวจ้องแต่จะจับผิดปมเล็กปมน้อย ดักเจาะยางพรรค การเมือง เล่นเกมนิติสงคราม ท่ามกลางเสียงโห่เสียงวิจารณ์เครือข่ายคนบุรีรัมย์ ลากเข้าทาง “นายฮ้อยเขากระโดง”และเมื่อ กกต.เล่นกันไม่กั๊ก ก็เจอคนไทยไม่ผ่อนดีกรีเหมือนกันตามตัวเลข 2.4 ล้านคนที่ กกต.สรุปยอดผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงล่วงหน้า ระหว่างวันที่ 20 ธ.ค.2568 ถึงวันที่ 5 ม.ค.2569 ทั้งหมด 17 วัน มีคนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง 2,262,643 คน ผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร 139,535 คนดัชนีชี้วัดคนไทยตั้งใจใช้สิทธิมากกว่าปีที่แล้วมา ไม่ได้เงียบเหงาอย่างที่พวกหวังให้คนใช้สิทธิบางตานี่แหละที่จะ “ปราบเซียน” คะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าจุดพลิกผันหัวคะแนนจัดตั้งตัวเลขคนขวนขวายลงทะเบียนล่วงหน้า อยากใช้สิทธิจำนวนมาก เพื่อหักขบวนการซื้อเสียง ล็อกโหวตหักหน้า กกต.หย่อนมาตรฐานสกัด “เงินเทา” ยึดสนามเลือกตั้ง.ทีมการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม