“พิธา” ยอมขอโทษทหารสนามรบกลางวงคนไทยในสหรัฐฯ กับวาทกรรม “ทหารมีไว้ทำไม” ยอมรับเอาต์เดตมาก ชวนคนไทยกลับบ้านร่วมกันพัฒนาชาติ หนุน ปชน. ผุด “แพลตฟอร์มพลังสมอง” “ไอซ์” ปลุกด้อมส้มสู้พวกที่รอเหยียบ “ไหม” ไม่รังเกียจยกระดับคนละครึ่ง ย้ำเจ็บแล้วจำขอประชาชนเลือกรัฐบาลพรรคเดียว เปิดตัว “เพียงพนอ” คุมปฏิรูปภาครัฐ “เสี่ยหนู” ตีปี๊บเร่งปราบทุนสีเทา เสียงแข็งไม่เกี่ยวอยู่ในช่วงเลือกตั้ง “ไชยชนก” ชี้ 10 นักการเมืองเทาเส้นเงินชัด ปัดเตะสกัดพรรคคู่แข่ง “รุทธพล” อึกอักอ้างกำลังสอบสวน “ยศชนัน” ตะลุยสวนลำไย ทวงคืน “อธิปไตยล้งของคนไทย” “สุริยะ” ย้ำคนละครึ่ง 70-30 ทำได้แน่ ปชป.หวังปักธง กทม. 10 เขต กกต.จับมือไปรษณีย์ไทย-สตช.-กรมการกงสุล จัดส่งบัตรเลือกตั้งพร้อมอุปกรณ์กระจาย 67 ประเทศ 95 สถานทูต-สถานกงสุล “แสวง” ฮึ่มพรรคการเมืองซื้อสื่อต้องมีใบเสร็จนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวกลางวงพบปะคนไทยในสหรัฐฯ กับกิจกรรม Pita US Tour ที่วัดไทยลอสแอนเจลิส ขอโทษทหารสนามรบ ทหารชั้นผู้น้อย ทหารมืออาชีพจริงๆ ที่เสียสละเพื่อปกป้องแผ่นดินของเรา ยอมรับว่าสิ่งที่พูดไปตอนนั้นมันเอาต์เดตมากกับสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน“พิธา” ชวนคนไทยในสหรัฐฯกลับบ้าน เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 8 ม.ค.ตามเวลาท้องถิ่นรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ช้ากว่าประเทศ ไทย 15 ชั่วโมง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล จัดกิจกรรม Pita US Tour ที่วัดไทยลอสแอนเจลิส เป็นวงพบปะแลกเปลี่ยนกับคนไทยในสหรัฐฯ เกี่ยวกับอนาคตประเทศไทย และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาชน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้สนใจเข้าร่วมจำนวนมาก นายพิธากล่าวว่า จากการพูดคุยกับคนไทยไกลบ้านในเมืองต่างๆที่ผ่านมา มีเสียงสะท้อนว่าหลายคนไม่อยากกลับประเทศ เพราะกลัวไม่สามารถทำงานที่ตัวเองอยากทำได้ ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ขอชวนคิดว่าคนไทยไกลบ้าน จะได้อะไรจากการไปเลือกตั้ง ตอนนี้เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยยังไม่ดึงดูดใจให้คนไทยอยากกลับไป ระบบในประเทศเรายังมีปัญหา ดังนั้นทางเลือกหนึ่งที่รัฐบาลต่อไปต้องพิจารณา คือทำอย่างไรให้สามารถดึงศักยภาพของคนไทยที่อยู่ไกลบ้านมาร่วมพัฒนาประเทศได้ เช่น คนไทยที่ย่าน Bay Area แคลิฟอร์เนีย ทำงานในอุตสาหกรรมไฮเทค คนไทยในนิวยอร์กที่ทำอุตสาหกรรมไฮทัช ชู ปชน.ผุด “แพลตฟอร์มพลังสมอง”นายพิธากล่าวว่า สนับสนุนนโยบายพรรคประชาชน ที่จะสร้าง “แพลตฟอร์มพลังสมอง” (Thai Global Talent & Ideas) เป็นช่องทางระดมความคิดจากคนไทยทั่วโลก ที่มีความเชี่ยวชาญในประเด็นต่างๆ เชื่อมโยงข้อเสนอสู่หน่วยงานรัฐโดยตรง เช่นเดียวกับที่เอสโตเนียมีสิ่งที่เรียกว่า Talent pool รวมถึงการมีหน่วยงานที่ดูแลชีวิตคนไทยในต่างประเทศอย่างครบวงจร เชื่อมโยงระบบพิสูจน์ตัวตนดิจิทัล ลดขั้นตอนการเดินทางและเอกสารซ้ำซ้อน พัฒนาระบบการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรให้สะดวกโปร่งใส จัดตั้งระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน (Thai SOS) ที่รวมศูนย์การแจ้งเหตุและติดตามผลการช่วยเหลือไว้ในจุดเดียวขอโทษวาทกรรม “ทหารมีไว้ทำไม”นายพิธายังกล่าวถึงวาทกรรมที่เคยพูด “ทหารมีไว้ทำไม” ขณะปราศรัยเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ว่า ในตอนที่พูดนึกถึงทหารสนามกอล์ฟ ไม่ได้นึกถึงทหารสนามรบ “มันเป็นความผิดของผมเอง จนถึงทุกวันนี้ผมยังรู้สึกเสียใจ แล้วก็อยากจะขอโทษทหารสนามรบ ทหารชั้นผู้น้อย ทหารมืออาชีพจริงๆ ที่เขาเสียสละเพื่อปกป้องแผ่นดินของเรา เพราะตอนที่พูดพูดในช่วงที่ทหารมีนาฬิกาแพงๆ ทหารที่ทำการรัฐประหาร ทหารสนามกอล์ฟ แต่ไม่ได้พูดออกมาให้ชัดว่าผมเคารพทหารสนามรบ แต่ทหารที่ปกครองประเทศเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เราก็รู้สึกได้เลยว่าสิ่งที่พูดไปตอนนั้นมันเอาต์เดตมากกับสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน”“ไอซ์”ปลุกด้อมสู้พวกรอเหยียบส้มที่บริเวณวงเวียนหน้าทางเข้าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ พร้อม น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ลงพื้นที่ช่วยนายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขต 3 หาเสียง น.ส.รักชนกพูดปราศรัยบนรถหาเสียง แนะนำนโยบาย และรัฐมนตรีของพรรค ปชน. ที่ไม่ต้องรอโควตา ไม่ใช่กล่องสุ่ม ตั้งเป้าอยากได้ยกจังหวัดในหลายพื้นที่ ไม่ใช่ว่าหลงตัวเองประเมินตัวเองสูงเกินไป แต่เพราะรู้ดีว่าถ้าไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอย่างท่วมท้น โอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จค่อนข้างยาก กลุ่มก้อนการเมืองหรือกลุ่มทุนที่เสียประโยชน์ พร้อมจะกระทืบเรา พร้อมขัดขวางไม่ให้เราไปถึงจุดหมาย ส่วนเสียงเรียกร้องให้ตรวจสอบนายพิศาล มาณวพัฒน์ แคนดิเดต รมว.ต่างประเทศ พรรค ปชน. รับประกันได้ว่าการทำงานของตนตรวจสอบทั้งคนนอกพรรค และในพรรค ถ้าประชาชนรับไม่ได้ หรืออยู่ในมาตรฐานที่รับไม่ได้ ก็ไม่เอาไว้ ถ้าครอบครัวเขาให้อภัยแล้วจะให้ทำอะไรได้“ไหม” ไม่รังเกียจยกระดับคนละครึ่งขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่ช่วยนายชยพล สท้อนดี ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 8 จตุจักร และ น.ส.ภัสริน รามวงศ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 7 บางซื่อ หาเสียงที่ตลาดประชานิเวศน์ ขณะกำลังจะพาผู้สมัครทั้งสองคนเดินแจกใบปลิวแนะนำตัว มีชายสูงอายุสวมหมวกสีเหลืองเดินเข้ามาถามเรื่องมีทหารไว้ทำไม แต่ น.ส. ศิริกัญญาไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่ยิ้มรับ และเดินแนะนำผู้สมัครนำเสนอนโยบายต่อไป ตลอดทางมีแม่ค้าและประชาชนเข้ามาให้กำลังใจ นำดอกไม้ ชาเย็น และน้ำส้มมามอบให้ พร้อมบอกว่าน้ำส้มหวานเจี๊ยบและขอถ่ายรูปด้วย ทั้งนี้ น.ส.ศิริกัญญากล่าวถึงนโยบายประชานิยมของพรรค พท. ที่รัฐบาลจะออกให้ 70% ประชาชนออกเอง 30% ในโครงการ คนละครึ่งว่า อยู่ที่ประชาชนจะตื่นเต้นกับนโยบายนี้หรือไม่ พรรค ปชน.ทราบดีเช่นกันว่าเศรษฐกิจต้องการการกระตุ้น และพรรคมีนโยบายกระตุ้นระยะสั้นเช่นกัน คือหวยใบเสร็จ พรรคไม่รังเกียจที่จะทำคนละครึ่งต่อ เพียงแต่ต้องทำควบคู่กันไป เพื่อให้ SME อยู่ได้ตลอดไป ไม่ใช่อยู่ชั่วคราวเหมือนคนละครึ่งที่มาเพียงช่วงสั้นๆย้ำเจ็บแล้วจำเลือกรัฐบาลพรรคเดียวเมื่อถามว่าพรรค ปชน.เคยพูดว่าจะไม่โหวตนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯอีก แต่หากพรรคประชาชนได้ที่หนึ่งจะให้นายอนุทินมาร่วมรัฐบาลได้หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญาตอบว่า ยืนยันคำเดิมถึงวันนั้นจะเป็นการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกัน จะเป็นรัฐบาลพรรค ปชน. กับพรรค ภท. ถ้าเราเป็นพรรคอันดับหนึ่ง คงไม่ไปโหวตใครเป็นนายกฯนอกจากณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เมื่อถามว่าแต่จะมีโอกาสที่จะให้เขามาโหวตเราหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญาตอบว่า ขึ้นอยู่กับวันนั้นว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร แล้วยินดีทำตามเงื่อนไข วิธีการทำงาน นโยบายของพรรค ปชน.หรือไม่ เมื่อถามว่าต้องมี MOA อีกฉบับหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญาตอบว่า พูดแล้วก็สะท้อนใจ แต่เรายังยืนยันว่าคงต้องมีการจัดทำอย่างโปร่งใสเปิดเผยต่อประชาชนอยู่แล้ว ว่าตกลงกันอย่างไรระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล “เราเจ็บแล้วจำ คงไม่มีไปเจรจาลับๆล่อๆ หรือไปคุยกันบนโต๊ะจีนแน่นอน จะเปิดเผยให้พี่น้องประชาชน แต่ถ้าไม่อยากให้เราต้องถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็เลือกพรรค ปชน.ให้เป็นรัฐบาลพรรคเดียว”เปิดตัว “เพียงพนอ” ดูปฏิรูปภาครัฐผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจพรรค ปชน. เปิดตัวทีมผู้บริหารรัฐบาลประชาชน ตามแคมเปญ The Professionals เป็นคนที่ 5 คือ น.ส.เพียงพนอ บุญกล่ำ ทนายความและนักธุรกิจ ในด้านการปฏิรูปรัฐ พร้อมระบุวิสัยทัศน์ว่า “ปฏิรูปภาครัฐและกฎหมาย ด้วยเจตจำนงการเมือง (Political Will) และเจตจำนงมืออาชีพ (Professional Will) น.ส.เพียงพนอเพิ่งเกษียณจากการทำงานประจำเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2568 ที่ผ่านมา เร็วกว่ากำหนดเวลาปกติเก้าเดือน และถือเป็นการจบการทำงานประจำที่รู้สึกดีกับผลงานที่มีส่วนร่วมสร้างขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนานักกฎหมายรุ่นหลัง ทั้งสมัยที่อยู่ Law Firm และองค์กรธุรกิจที่เป็นบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ของไทย มีกิจการครอบคลุมทั่วโลก”“เสี่ยหนู” ตีปี๊บเร่งปราบทุนสีเทาเวลา 10.00 น. ที่อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานประชุมเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (Data Bureau) มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับการจัดเก็บฐานข้อมูลธุรกรรม และเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ Data Hub เพื่อนำไปใช้ในการติดตามธุรกรรมทางการเงินได้ เชื่อสามารถปกป้องผลประโยชน์ ประชาชนได้ รวมถึงสกัดกั้นป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินทุกรูปแบบเสียงแข็งไม่เกี่ยวอยู่ในช่วงเลือกตั้งนายอนุทินให้สัมภาษณ์สั้นๆถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลเร่งตรวจสอบเรื่องทุนสีเทาในช่วงนี้ เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ เพราะอยู่ในช่วงเลือกตั้งว่า ไม่มี เมื่อถามย้ำว่าตอนนี้มีรายชื่อของนักการเมืองหลุดออกมา 10 ชื่อ นายกฯตอบว่า “ก็บอกแล้วไงว่าปิดชื่อถือพฤติกรรม ให้พูดหลายทีอีกแล้ว”“ไชยชนก” ชี้ 10 นักการเมืองเส้นเงินชัดนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงกรณี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ระบุพบฐานข้อมูลนักการเมือง อดีต สส. และผู้สมัคร สส. เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน สแกมเมอร์ ยาเสพติด ประมาณ 10 รายว่า รอให้ รมว.ยุติธรรม อัปเดตเพิ่มเติม ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการ ตรวจสอบข้อเท็จจริง และต้องพิสูจน์หลักฐานเพิ่มเติม มีทั้งผู้สมัครปัจจุบันและผู้ที่เป็น สส.มาก่อน และมากกว่า 1 พรรค ต้องถาม รมว.ยุติธรรมว่าพร้อมจะเปิดเมื่อไหร่ แต่เบื้องต้นพบหลักฐานและเส้นทางการเงินชัดเจน ไม่อย่างนั้นไม่ออกมาพูด และที่ยังไม่ชัดเจนยังมีเยอะกว่านี้ แต่เราจะเอาแค่ที่พิสูจน์ทราบชัดเจนก่อน ยังไงทุกอย่างก็ต้องขยายไปจนสุดอยู่แล้ว เมื่อถามว่ายังมีทยอยออกมาอีกใช่หรือไม่ นายไชยชนกตอบว่า “มีครับ”ปฏิเสธเตะสกัดพรรคการเมืองคู่แข่งผู้สื่อข่าวถามว่าในช่วงสถานการณ์ที่กำลังเลือกตั้งจะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ นายไชยชนกตอบว่า ไม่ได้เกี่ยวว่าทำอะไร ถ้าเราตรวจสอบและเจอก็ต้องดำเนินการ ไม่ใช่ว่าพอเลือกตั้งหมายความว่าเราไม่สามารถดำเนินการได้ คิดว่าจะเป็นปัญหาในเชิงกระบวนการยุติธรรม เรื่องพวกนี้หากเจอเบาะแสแล้วไม่ดำเนินการ ก็จะเปิดช่องเปิดเวลาให้หาแนวทางหลีกเลี่ยง หรือทำความสะอาดตัวเองได้ ดังนั้นในเชิงกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องสแกมเมอร์ ทุนสีเทา สีดำ ยังไง ก็ต้องเดินตลอดเวลา ถ้าเจอเบาะแสเมื่อไหร่ต้องเดิน ต้องพิสูจน์ เมื่อถามย้ำว่าไม่ใช่การตัดเกมคู่แข่งใช่หรือไม่ นายไชยชนกตอบว่า ไม่ใช่ อันนี้แล้วแต่คนจะมอง เราอยู่ในตำแหน่งบริหารตอนนี้มีหน้าที่รับผิดชอบ ถ้าเราไม่ทำจะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เรามี หลักฐานและเบาะแส แล้วไม่ดำเนินการไม่พิสูจน์ทราบ เป็นตรรกะที่ผิด แค่ประจวบเหมาะบังเอิญ“รุทธพล” อึกอักอ้างกำลังสอบสวนอยู่ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการสืบสวนและจับกุมนักการเมือง และอดีต สส.ที่เข้าข่ายเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน สแกมเมอร์ และยาเสพติดประมาณ 10 ราย โดยมีทั้งผู้สมัคร สส. และอดีต สส.รวมอยู่ด้วยว่า อยู่ระหว่างการสืบสวน ไม่สามารถกำหนดวันได้ว่าเป็นเมื่อใด ต้องรอพยานหลักฐานให้ชัดเจนจากฝ่ายสืบสวน จึงจะเริ่มปฏิบัติการได้ เมื่อถามย้ำว่ามีข้อมูลชัดเจนว่าเป็น สส. เข้าข่ายเกี่ยวข้องเว็บพนัน สแกมเมอร์ และยาเสพติดหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลปฏิเสธที่จะตอบคำถาม“ยศชนัน” ตะลุยตลาดเช้าสารภีเวลา 06.30 น. ที่ตลาดสุขาภิบาล อ.สารภี จ.เชียงใหม่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายก รัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วย นพ.เพทาย เตโชฬาร ผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ เขต 2 หาเสียงเดินทักทายประชาชนในตลาด มีประชาชนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี นำมาลัยดอกดาวเรืองรวมถึงพวงแคบหมูที่เป็นของขึ้นชื่อ จ.เชียงใหม่ มาคล้องคอ ก่อนที่นายยศชนันและผู้สมัครจะร่วมรับประทานอาหารเช้า และกาแฟโบราณ ที่ร้านข้าวต้มหน้า อ.สารภี นายยศชนันกล่าวว่า สิ่งที่จะทำให้คนเชียงใหม่คือเรื่องคมนาคม การแก้ไขปัญหาน้ำ การขุดลอกแม่น้ำปิง ทำถนน เรื่องการท่องเที่ยวก็เป็นเรื่องสำคัญ เรื่องสินค้าเกษตรเรื่องลำไย อยากให้เชียงใหม่เป็นที่ที่ทุกคนอยากมา เราพยายามทำร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ที่ สส. พรรคเพื่อไทยเป็นประธานดำเนินการมาต่อเนื่อง ขอพี่น้องทุกคนให้โอกาสพรรคเพื่อไทย เราจะทำให้ประเทศเปลี่ยนแปลง เริ่มจากเชียงใหม่ทวงคืน “อธิปไตยล้งของคนไทย”จากนั้นนายยศชนัน พร้อมแคนดิเดตนายกฯอีกสองคน คือ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่สวนลำไย ต.แม่แรง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ช่วยนายรังสรรค์ มณีรัตน์ ผู้สมัคร สส.ลำพูน เขต 2 หาเสียง มีการรับฟังปัญหาเรื่องต้นทุนการเพาะปลูก และราคาผลผลิตลำไย กับเกษตรชาวสวนลำไยในพื้นที่ รับฟังเสียงสะท้อนปัญหาราคาลำไย และมะม่วงในช่วงที่ผ่านมา แต่การช่วยเหลือของรัฐบาลไม่ตอบโจทย์ ขอให้ผลักดันร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ลำไยต่อเนื่องจากที่กฎหมายดังกล่าวผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว แต่ยุบสภาไปก่อน ทำให้ยังค้างอยู่ในชั้นวุฒิสภา ยืนยันจะเดินหน้าต่อ และยังจะมีนโยบายเกี่ยวกับห้องเย็นทั่วประเทศ สำหรับการส่งออก เห็นว่ามีล้งต่างชาติเข้ามาอยู่ในไทยจำนวนมาก เราจะทวงคืนอธิปไตยล้งต้องเป็นของคนไทย และคิดเพิ่มมูลค่าลำไยด้วยการนำไปผลิตเป็นเวชสำอาง ยารักษาโรค จากนั้นทั้งหมดพากันเดินชมสวนและเด็ดลำไยกินจากต้น มีประชาชนมาร่วมถ่ายภาพกับนายยศชนันด้วยอ้อนชาวลำพูนขอเป็นนายกฯต่อมาที่กาดลำพูนจตุจักร อ.เมืองลำพูน นายยศชนันและคณะ ลงพื้นที่ช่วยนายชัยณรงค์ ภู่พิสิฐ ผู้สมัคร สส.ลำพูน เขต 1 หาเสียง ทันทีที่นายยศชนันและคณะมาถึง ประชาชนที่มารอฟังการปราศรัยต่างกรูกันเข้าไปต้อนรับ มอบพวงมาลัยข้าวเหนียว น้ำพริกหนุ่ม และแคบหมูให้นายยศชนัน ขึ้นเวทีปราศรัยว่า เมื่อ 20 ปีก่อนมาภาคเหนือกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หลายคนบอกว่าไม่ได้รับความเท่าเทียมในการรักษาอาการเจ็บป่วย พรรคไทยรักไทยจึงทำโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค พอมาเป็นพรรคเพื่อไทยจึงเป็นรักษาทุกที่ จนมาถึงตนเป็น 30 บาทเอไอ สามารถวิดีโอคอลมาได้สามารถส่งยาไปได้ เรามีนโยบายสนับสนุนสวัสดิการ อสม.เต็มรูปแบบ พร้อมผลักดันให้ อสม.อยู่อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีความสุข วันนี้ตนเข้าไปคนเดียวไม่ได้ ขอนายรังสรรค์กับนายชัยณรงค์เข้าไปด้วย และสองคนไม่พอขอเบอร์ 9 เข้าไปทั้งพรรคด้วย“สุริยะ” ย้ำคนละครึ่ง 70—30 ทำได้แน่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงนโยบายคนละครึ่งของพรรคเพื่อไทยที่รัฐจะช่วย 70% ประชาชนออกเอง 30% ว่า รัฐบาลปัจจุบันดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัส แต่สภาพปัจจุบันรู้อยู่ว่านักท่องเที่ยวต่างประเทศลดน้อยลง ทำให้ร้านค้า โรงแรม ได้รับผลกระทบ หากหวังพึ่งคนไทยไปเที่ยว ตอนนี้เศรษฐกิจรัดตัวจะหาเงินมาเติมอีก 50% แทบจะไม่ไหว จึงคิดว่าอาจให้รัฐเพิ่มเป็น 70% แต่เงื่อนไขอื่นยังคงเดิมในเรื่องคุณสมบัติการเข้าร่วมโครงการ เมื่อถามว่ามีตัวเลขแล้วใช่หรือไม่ว่าการจ่ายแบบรัฐ 50% ประชาชน 50% ไม่ประสบความสำเร็จ นายสุริยะตอบว่า คนที่จะไปท่องเที่ยว หรืออยากไปจับจ่าย ตอนนี้เศรษฐกิจแย่ ให้จ่าย 50% เขาบอกว่าอยู่บ้านดีกว่า แล้วจะไปช่วยร้านค้า โรงแรมได้อย่างไร“การดี—องอาจ” ลุยช่วยผู้สมัคร ปชป.วันเดียวกัน นางการดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่ กทม. ลงพื้นที่ช่วยนายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 8 หาเสียงที่ตลาดประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร จากนั้นไปช่วย น.ส.พิมชนก เก่าเจริญ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 12 หาเสียงที่ตลาดถนอมมิตร เขตบางเขน นางการดีกล่าวว่า พรรค ปชป.มีนโยบายลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง โดยใช้ตั๋วร่วมรถไฟฟ้าบวกรถเมล์ จ่ายตามระยะเริ่มต้น 5 บาท ถึงสูงสุด 30 บาท เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้คน กทม. และเชื่อว่าตอบโจทย์ที่เราเน้นเรื่องความสะดวกสบายในการเดินทาง และมุ่งเน้นลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ“สกลธี” หวังปักธง 10 เขตบวก—ลบนายสกลธีกล่าวเสริมว่า ในอดีตเคยเป็นการต่อสู้ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ ระหว่างประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย วันนี้มีหลายพรรคเข้ามาแข่งขันเพิ่ม แต่ครั้งนี้คนกรุงเทพฯต่างมั่นใจในตัวหัวหน้าพรรค ปชป. เชื่อว่าจะกลับมาช่วยพรรค ปชป. เมื่อถามว่าที่คาดหมายว่าผลเลือกตั้งใน กทม. พรรค ปชป.ได้ 10 บวก-ลบ นายสกลธีตอบว่า ถามตนในฐานะคลุกคลีกับพื้นที่ คิดว่าเรามีโอกาสได้ 10 บวก-ลบ แต่ยังมีความไม่แน่นอนเพราะพื้นที่ กทม. มีความเปราะบางและไวต่อกระแสมาก ไม่มีใครเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง“ดร.เอ้” ชู “การศึกษาคือยาแก้จน”ที่ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน เขตลาดกระบัง นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯพรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมนายกิติ วงษ์กุหลาบ รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ช่วยนายพงศ์ปณตพล รักสกุลกานต์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 20 หาเสียง โดยเยี่ยมเยียนครูและเด็กเล็ก มอบกำลังใจและปลูกฝังโอกาสทางการศึกษาต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ นายสุชัชวีร์กล่าวว่า ในฐานะพ่อที่มีลูกเล็ก เข้าใจดีว่าเด็กต้องการโภชนาการที่ครบถ้วน แต่วันนี้เด็กไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีรายได้น้อย ยังขาดแคลนอาหารเช้า บางคนได้ดื่มเพียงนมกล่องเดียวซึ่งไม่เพียงพอต่อวัยที่กำลังเจริญเติบโต พรรคไทยก้าวใหม่มีนโยบายเร่งด่วน ผลักดัน สวัสดิการอาหารเช้าฟรีพร้อมอาหารกลางวันแก่เด็กไทยทุกคนจนจบชั้นประถมศึกษา เพื่อสร้างความพร้อมทั้งร่างกายและสมอง ปัจจุบันประเทศไทยเผชิญวิกฤติเด็กเกิดต่ำที่สุดติดอันดับโลก เหลือเพียงปีละกว่า 3 แสนคน ดังนั้น เด็กทุกคนที่เกิดมาจึงเปรียบเสมือนลูกหลานที่ต้องดูแลให้ดีที่สุดกกต.จับมือพันธมิตรจัดส่งบัตรอีกเรื่อง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมกับบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แถลงความพร้อมการจัดส่งอุปกรณ์ออกเสียงเลือกตั้งและประชามติ สำหรับการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ทั้งในและนอกราชอาณาจักร นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า กกต.และพันธมิตร มีความพร้อมในการส่งบัตร มีไปรษณีย์ไทยเป็นเจ้าภาพหลัก และได้รับความร่วมมือจาก สตช. ดูแลความปลอดภัย มั่นใจ 100% ว่าระบบการขนส่งและสถานที่เก็บบัตรมีความปลอดภัย และพร้อมสำหรับวันเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 ก.พ. รวมทั้งการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยจัดเตรียมรถขนส่งไม่น้อยกว่า 600 คัน และบุคลากรกว่า 9,000 คน ทำภารกิจนี้ให้สำเร็จลุล่วง จัดส่งบัตรเลือกตั้งออกไป 95 ปลายทาง 67 ประเทศ ขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบการขนส่งมีความปลอดภัย มีระบบติดตามได้แบบเรียลไทม์ทั้งหมด รวมถึงการซีลหีบบัตรให้มั่นใจว่าจะไม่ถูกเปิดก่อนถึงจุดหมายปลายทาง มีตำรวจนำขบวนตลอดการขนส่ง กระบวนการ จัดส่งบัตรจะเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้กรมการกงสุลกระจายต่อไป 67 ปท.นายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า วันนี้จะมีการจัดส่งอุปกรณ์เลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ไปยัง 67 ประเทศ 95 สถานทูตและสถานกงสุล สถานทูตในแต่ละประเทศ ตามที่แต่ละสถานทูตกำหนด มีทั้งการออกเสียงที่สถานทูต การออกหน่วยเคลื่อนที่ และการออกเสียงทางไปรษณีย์ การจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะมีประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิค่อนข้างสูง เกือบ 140,000 คน ขณะที่ประชามตินอกราชอาณาจักร มีผู้ลงทะเบียนเกือบ 100,000 คน แต่ก็มีความท้าทายที่สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่กว่า 50 แห่งทั่วโลก ต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส“แสวง” แจงปมแก๊งเอี่ยวสแกมเมอร์นายแสวงยังกล่าวถึงกรณี รมว.ยุติธรรมเปิดเผยว่า มีผู้สมัคร สส.และนักการเมือง 10 คน มีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บพนันและสแกมเมอร์ว่า หากมีผู้สมัคร สส. ถูกจับกุมจริง ยังไม่ถือว่าขาดคุณสมบัติ แม้ถูกคุมขัง และได้รับการปล่อยตัวก่อนวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งเป็นวันลงคะแนนเลือกตั้ง แต่หากในวันนั้นยังคงถูกคุมขังอยู่ จะถือว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้ง ขณะเดียวกันหากผู้สมัครรายนี้ลาออกจากสมาชิกพรรค ก็จะถือว่าเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้งเช่นกัน เมื่อถามถึงกรณีมีการนำเงินสแกมเมอร์มาใช้จ่ายในการเลือกตั้ง กกต.จะมีการตรวจสอบอย่างไรหรือไม่ นายแสวงตอบว่า เงินสแกมเมอร์ผิดกฎหมายอยู่แล้ว และเงินไม่ว่ามีที่มาอย่างไร หากเอามาซื้อเสียงก็ถือว่าผิดกฎหมายพรรคการเมืองซื้อสื่อต้องมีใบเสร็จนายแสวงกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีไลน์หลุดในพรรคการเมืองหนึ่ง ปรากฏมีรายชื่อสื่อหลายสำนัก เป็นการซื้อสื่อโดยไม่ผ่านองค์กร และไม่มีใบเสร็จว่า การดำเนินการดังกล่าวน่าจะไม่ถูกต้อง ต้องขอตรวจสอบก่อน ตามหลักการกฎหมายการเลือกตั้ง พรรคการเมืองและผู้สมัคร สส.ต้องลงรายละเอียดค่าใช้จ่ายในการหาเสียง และค่าใช้จ่ายนั้นต้องถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะมีใบเสร็จหรือไม่ และต้องนำหลักฐานมาแจ้งต่อ กกต. หากไม่นำมารายงานถือว่าเป็นการรายงานเท็จ อาจถูกเพิกถอนสิทธิ “พรรคการเมืองจะทำการหาเสียงโดยที่ใช้พื้นที่สื่อ แล้วไม่มีใบเสร็จไม่ได้ เพราะพรรคการเมืองต้องลงรายการอย่างน้อย 2 รายการ คือ บัญชีรายชื่อ และค่าใช้จ่ายในการทำประชามติ ซึ่งต้องลงรายละเอียดทุกอย่าง”ให้บุตรหลาน ขรก.นั่งเก้าอี้นายกฯที่ตึกบัญชาการ 2 ทำเนียบรัฐบาล สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เผยแพร่ผลงานภาพและคลิปกิจกรรม “เรื่องที่อยากบอกประเทศไทย” เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 ที่เปิดให้เยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี ส่งผ่านเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า รูปแบบต่างๆ เช่น กรอกข้อความในแบบฟอร์ม หรือแนบไฟล์รูปการ์ดที่วาดเอง หรือ E-Card และคลิปวิดีโอสั้น ทั้งนี้ เด็กๆส่วนใหญ่ขอให้ประเทศไทยสงบสุข ทุกคนไม่ทะเลาะกัน ขอให้ธุรกิจสีเทา ยาเสพติด การพนันออนไลน์ บุหรี่ไฟฟ้าหายไป พร้อมข้อความให้กำลังใจ “ลุงทินสู้ๆ” ในการปกป้องชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ยังเปิดโอกาสให้บุตรหลานข้าราชการและเจ้าหน้าที่ หน่วยงานภายในทำเนียบรัฐบาล นั่งเก้าอี้นายกฯ โดยนายอนุทินมารอรับเด็กๆที่ห้องทำงานด้วยตัวเอง ก่อนลงจากตึกไทยคู่ฟ้ามาร่วมกิจกรรมวันเด็กที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมกล่าวกับเด็กๆว่า “ขอเป็นกำลังใจคุณพ่อคุณแม่ที่จะอำนวยพรให้ลูกๆหลานๆทุกคนมีอนาคตที่ดี มีความรู้ ความสามารถ นำมารับใช้ชาติบ้านเมือง” จากนั้นนายกฯเดินทักทายเด็กๆ และเดินดูการเตรียมจัดซุ้มกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมปีนี้ที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้าจัดแสดงรถไมโครคาร์ และหุ่นจำลองไดโนเสาร์อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่