IO หรือ Infomation Operation “การปฏิบัติข้อมูลข่าวสาร” อาทิ การสร้างข่าวปลอม การบิดเบือนข้อมูล การสร้างกระแสเพื่อปลุกปั่นมวลชน การชี้นำความคิด ความเชื่อ เพื่อให้พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายเป็นไปตามที่ต้องการ เพื่อสร้างความได้เปรียบ และโจมตีฝ่ายตรงกันข้าม กำลังถูกนำมาใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ ปฏิบัติการ IO เคยเฟื่องฟูมากในยุค “เผด็จการ 3 ป.” ที่สิ้นสลายไปแล้ว ยังไม่รู้ว่ามรดกทางการเมืองของเผด็จการ 3 ป.จะไปตลอดรอดฝั่งในการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่วันเสาร์สบายๆวันนี้ เราไปคุยเรื่อง “สงคราม IO กับการเลือกตั้ง” กันนะครับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของ IO สดๆร้อนๆสองวันก่อน ก็คือ คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง จู่ๆก็มี Fake News ในโซเชียลมีเดียโพสต์เชียร์ว่า คุณเอกนิติเป็นผู้พลิกฟื้นการบินไทย ทำให้ คุณปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการบริษัทการบินไทย โพสต์โต้ว่า ไม่เป็นความจริง ร้อนถึง คุณ เอกนิติ ซึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วย ต้องรีบโพสต์เฟซบุ๊กแก้ข่าวทันทีว่า “จากกระแสข่าวในโซเชียลมีเดียที่พาดพิงถึงผมกับการบินไทย ผมมีความไม่สบายใจและขออนุญาตชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อให้สาธารณชนทราบ ดังนี้ 1.ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในแผนฟื้นฟูการบินไทยในช่วงปี 2563–2568 2.ผมไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับข่าวที่ลงในโซเชียลดังกล่าว”โชคดีที่สื่อสายคลังตลาดเงินตลาดทุนรู้เรื่องนี้ดี และรู้จัก คณะเอกนิติ ดีด้วย ข่าวปลอมที่บิดเบือนข้อมูลขึ้นนี้ จึงไม่ได้รับการขยายต่อและจบลงอย่างรวดเร็วดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีอุดมศึกษาฯ (อว.) เพิ่งโพสต์เตือนเรื่อง “สงคราม IO กับการเลือกตั้ง” เมื่อวันก่อนว่า ศึกการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ “การแข่งขันทางการเมือง” แต่มันคือ “สงครามข่าวสาร” เพราะสนามเลือกตั้งของไทยวันนี้คือ พื้นที่ที่สองวงจรปะทะกันโดยตรงวงจรแรก คือ corruption–scammer complex : เครือข่ายเงินสกปรก อิทธิพล นอกระบบ การปฏิบัติการข้อมูลภายใต้เครือข่ายทุนเทา นักการเมืองเทา และข้าราชการเทา ที่ไม่ได้แค่โกงเลือกตั้ง แต่กัดกร่อนรัฐ ความจริง และความไว้วางใจ ไปพร้อมกันอีกวงจรหนึ่ง คือ crisis–big idea–social change : วงจรที่วิกฤติเกิดขึ้น ถูกแปลงเป็นความคิดเชิงระบบ เพื่อก้าวข้ามวิกฤติ ความคิดดังกล่าวถูกแปลงเป็นพลังสาธารณะ และพลังนั้นมีศักยภาพเพียงพอที่จะพลิกฟื้นประเทศไทยได้จริงและ สื่อมวลชน อยู่ตรงจุดตัดนี้พอดี ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่การแข่งขันนโยบาย แต่คือ สงครามข่าวสาร (lnformation War) มีเป้าหมายไม่ใช่แค่ “ทำให้คนเชื่อเรื่องเท็จ” แต่คือ ทำให้สังคมสับสนจนไม่เชื่อใคร ทำให้ความจริงดูเหมือนแค่ความคิดเห็นหนึ่ง พร้อมๆกับการบ่อนทำลายรัฐ สื่อ และการเลือกตั้ง ไปพร้อมกันดร.สุวิทย์ ระบุว่า ในสนามแบบนี้ การทำข่าวแบบเดิมเท่ากับพ่ายแพ้โดยไม่รู้ตัว IO ชนะได้เพราะ Misinformation ข้อมูลผิดที่แชร์ต่อโดยไม่เจตนา Disinformation ข้อมูลเท็จที่ถูกสร้างอย่างมีเป้าหมาย และ Fake News ซึ่งไม่ใช่ข่าว แต่คืออาวุธเมื่อสื่อให้พื้นที่ข้อมูลเหล่านี้ “เท่ากันหมด” สื่อจะไม่เป็นกลาง จะกลายเป็น “เครื่องมือขยาย IO” ซึ่ง “ความเป็นกลางแบบเท็จ” คืออาวุธของIOสื่อต้องเปลี่ยน การตรวจสอบข้อเท็จจริง เป็น ตรวจเช็กแรงจูงใจ ใครได้ประโยชน์“สื่อหลัก” ต้องเป็น “หลักยึด” เพราะ IO ทำงานเร็วบนโซเชียล บทบาทของสื่อหลักจึงไม่ใช่แข่งกับความเร็ว แต่เป็น “จุดอ้างอิงของความจริง” บทสรุปนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ผมทำเช่นนี้มา 50 กว่าปีแล้วในอาชีพสื่อ ผมบอกทุกคนที่มาปรึกษาว่า ให้ยึด “สื่อหลัก” เป็น “หลักยึด” ไม่ใช่เต้นไปตามกระแสโซเชียลที่กำลังนำหน้าสื่อในยุคนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมาก เป็นการ “เลือกอนาคต” ของคนไทยทุกคน ต้องเลือก “คนเก่งคนดี” ที่ฟื้นเศรษฐกิจได้จึงจะรอด ถ้าเลือก “คนเก่งแต่เลวโกงเก่ง” ก็ดิ่งเหวไปด้วยกัน.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม