ถ้าวัดความปึ้กคุณสมบัติ ก็ถือว่าหรูหราพอประมาณ ว่าที่รัฐมนตรีใน “รัฐบาลเงาสีส้ม” ของพรรคประชาชนที่ทยอยเปิดตัวออกมาจองเก้าอี้เป็นฝ่ายบริหารประเทศ ถ้าค่ายส้มมีโอกาสตั้งรัฐบาล รายล่าสุดคือ “อนุชาติ พวงสาลี” ถูกวางตัวเป็น รมว.ศึกษาธิการ ดีกรีอดีตประธานโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตคณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ชื่ออาจไม่ดังแต่จัดจ้านในย่านการศึกษา ถือว่าจัดคนตรงงานไม่ต่างจากที่ทยอยเปิดตัวมาก่อนหน้านี้ ทั้ง “มุนินทร์ พงศาปาน” อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ นักวิชาการกฎหมายชั้นอ๋อง ถูกวางตัวเป็น รมว.ยุติธรรม และ “พิศาล มาณวพัฒน์” อดีต สว. และอดีตทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา ได้รับการวางตัวเป็น รมว.ต่างประเทศประกอบร่างกับบิ๊กเนมส้ม นำโดย “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯ และทีมว่าที่รองนายกฯพรรค “ศิริกัญญา ตันสกุล–วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร–พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์–เดชรัต สุขกำเนิด”ภาพรวม ครม.เงาสีส้มชุดแรกไม่ปังสนั่น แต่เรียกเสียงว้าวๆพอได้วัดกันได้กับดรีมทีมสีน้ำเงิน ไม่ว่าจะเป็น “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว–เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ–ศุภจี สุธรรมพันธุ์” และยังบลู “ไชยชนก ชิดชอบ–ซาบีดา ไทยเศรษฐ์”“ส้ม-น้ำเงิน” พร้อมบริหารก่อนค่ายอื่นใด สอดคล้องเซียนๆการเมืองประเมินยกเป็นเต็ง 1 เต็ง 2 เรื่องจำนวน สส.หลังเลือกตั้ง 2 พรรคเบียดกันสูสีโดยที่อีกค่ายหลักคือ เพื่อไทย เงียบผิดปกติ ยังไม่มีโชว์ว่าที่ “ครม.สีแดง” เหมือนยอมรับสภาพ อาจเพราะวันนี้หลุดจากความเป็นต้นขั้วหลัก โอกาสชิงแชมป์ริบหรี่วางสถานะเป็นเบอร์รอง “ตัวแปร” ชิลๆ เข้าได้ทุกขั้ว มั่วได้ทุกฝ่าย ไม่ทะยานอยาก ทะยานอวดใดๆกลับมาโฟกัสที่ “ครม.เงา” สีส้ม นาทีนี้แฟนด้อมพันธุ์แท้ๆยังไงก็โดนใจ คนกลางๆก็เตะตา แต่ถ้าประเภทฝั่งฝ่ายตรงข้ามย่อม “ไม่ถูกใจสิ่งนี้” รวมทั้งบรรดานักขุดที่เริ่มงานทันที ก็เป็นเรื่องที่ค่ายประชาชนต้องตามเคลียร์โดยเฉพาะที่พุ่งเป้า “ทูตพิศาล” ทั้งเรื่องคุณสมบัติพ้นตำแหน่ง สว.ไม่ถึง 2 ปี ตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ดำรงตำแหน่งการเมืองไม่ได้ โดยปมนี้พรรคส้มสะสางทันควัน อ้างเหตุหยิบมาขายโชว์ไว้ล่วงหน้าถึงเวลาครบเกณฑ์กลางปี ปลดล็อก ทันฟอร์มตั้งรัฐบาลพอดีขณะที่เรื่องจุดยืนประชาธิปไตย ไม่ใฝ่เผด็จการทหาร ก็ชี้แจงเคลียร์ รวมทั้งปมฉาวส่วนตัว “ทูตพิศาล” ก็ยืดอกแมนๆรับความผิดพลาดครั้งอดีต ครอบครัวรับรู้และให้อภัย ไฟเขียวมาทำงานยึดคติ ไม่ยอมยกธงขาว “แพ้” ง่ายๆ ให้เป็น “ถ่าน” เดินหน้าสู้ “ผ่าน” ไปเป็น “เพชร” อะไรทำนองนั้นแต่นั่นก็มองกันแบบอวยเชียร์กันเกินไป เพราะคิวเปิดชื่อ รมต.เงาก็ไม่ใช่ไม่มีเหตุสะดุด โดยเฉพาะแรงกระเพื่อมจาก “คนใน” อดีต สส.บัญชีรายชื่อ โยนระเบิดลูกใหญ่ต้าน “มืออาชีพคนนอก”ถล่มแกนนำพรรค ด้อยค่า “คนใน”เป็นเรื่องที่คีย์แมนแกนนำ ฟลอร์โปลิตบูโรต้องหาทางสยบรอยร้าวแรงกระเพื่อม เพราะยังไงก็ย่อมมีคนเห็นต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับธงเป้าหมายสู่อำนาจรัฐอย่างที่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ผู้นำทางความคิดค่ายส้มประกาศไว้ เชื่อประเทศไทยถึงเวลาปรับธีมเกิดการ “ประนีประนอมครั้งใหญ่” อภิมหา Grand Compromiseนั่นก็สะท้อนภาพจากคิวจัด รมต. ลงรัฐบาลเงาสีส้มรอบนี้ พรรคประชาชนเฟ้นหลากหลายมืออาชีพมาร่วมจอยชนิดไม่เลือกขั้วฝ่าย แม้จะมาจากสายขวาปีกอนุรักษ์นิยม แม้คอนเซอร์เวทีฟถ้าทันสมัยก็ร่วมงานได้หลังจากเดินสายดีลทาบทาม คัดตัว โดยมีหลายข้อต่อข้อเชื่อม โดยเฉพาะมีระดับ “พระอาจารย์มือพระกาฬ” ดีลเมกเกอร์วีไอพี จัดวงแลกเปลี่ยนงานชุมนุมชาวยุทธขวา–ซ้าย หลากเจนฯหลายวงการปักหมุดยุทธศาสตร์ ถึงเวลาต้องหาทางเข้าสู่อำนาจรัฐ ได้โอกาสโชว์ฝีมือบริหารบ้านเมืองเสียทีถ้ามุ่งทางเดิมแล้วจมอยู่ที่เก่าอีกรอบ ระยะยาวก็เสี่ยงแผ่วแถมจะถูกด้อยค่าให้เสียม้าเสียแมว “มีส้มไว้ทำไม” หากต้องอยู่ในโหมด “ฝ่ายค้านตลอดกาล”.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม