เหลือเวลาอีกหนึ่งเดือน จะได้ไปใช้สิทธิออกเสียง เลือกตั้งรัฐบาล ใหม่ กันแล้ว ตัวเต็งแกนนำจัดตั้งรัฐบาลยังคงเป็น 3 พรรคใหญ่ คือ พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมจะพาท่านผู้อ่านไปดู “นโยบาย 3 พรรคนี้” กันนะครับ นสพ.ฐานเศรษฐกิจ เขาสรุปย่อเอาไว้ อ่านแล้วก็สิ้นหวัง ไม่รู้อนาคตประเทศไทยอีก 4 ปี ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร วันนี้เราถูกเพื่อนบ้านเวียดนามแซงทิ้งไปไกลจนไม่เห็นฝุ่นแล้ว จีดีพีเวียดนามปี 2568 ขยายตัวสูงถึง 8% แต่ไทยตัวเลขยังไม่ออก คาดว่าจะโต 2% แบบหืดขึ้นคอ ปีหน้า 2569 เวียดนามประกาศจะโตเป็นสองหลัก 10% แต่จีดีพีไทยปีหน้าทุกสำนักคาดกันว่าจะโตได้แค่ 1.5% สาละวันเตี้ยลงกว่าปี 68 เสียอีกแล้ว คนไทย 66 ล้านคนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างไร แม้จะมีความคาดหวังกับ “รัฐบาลใหม่” ที่จะเลือกตั้งกันในวันที่ 8 ก.พ.นี้ แต่เมื่อดูนโยบายเศรษฐกิจแต่ละพรรคแล้ว ก็พูดได้คำเดียวว่า “สิ้นหวัง” เพราะมีแต่ “นโยบายประชานิยม” เต็มไปหมด โดยใช้ “ความยากจนของประชาชนเป็นเหยื่อในการหาเสียง” แต่ฟื้นเศรษฐกิจจริงไม่ได้เริ่มตั้งแต่ พรรคส้ม (ประชาชน) กันเลยนะครับ นโยบายพรรคประชาชน ที่สรุปมาอย่างย่อมีดังนี้ 1.คนละครึ่งพลัส 1,000 บาท × 12 ล้านคน 2.หวยใบเสร็จ–หนุนเอสเอ็มอี 3.สินเชื่อทุนน้อย 2.6 แสนล้านบาท 4.กวาดล้างทุนเทา/บัญชีม้า/สินค้าผิดกฎหมาย 5.แม่ตั้งครรภ์ได้เงิน 3,000 บาท 6.เด็กเล็กได้เงิน 600–1,200 บาทใน 4 ปี 7.ผู้สูงอายุได้เงิน 600–1,000 บาท และ 1,500 บาทใน 4 ปี 8.ค่ารถร่วม 8–45 บาท 9.ช่วยค่าเช่าบ้าน 1,000 บาท 1.5 ล้านครัวเรือน 10.เงินลงพื้นที่ 2 แสนล้านบาทใน 4 ปีเอาแค่ พรรคละ 10 ข้อก็พอนะครับ ให้เห็นภาพคร่าวๆนโยบายพรรคภูมิใจไทย มีดังนี้ 1.สังคมปลอดเทา 2.รั้วของชาติ/ ยาเสพติด/ออนไลน์/ทุนสีเทา 3.เปลี่ยนทหารเกณฑ์เป็นทหารอาสา 100,000 คน ได้เงินเดือน 12,000 บาท รับราชการ 4 ปี 4.คนละครึ่งพลัส วงเงิน 2,400 บาท 5.ค่าไฟไม่เกิน 3 บาท 200 หน่วยแรก 6.แก้หนี้ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” (AMC) 7.ช่วยคนตัวเล็กพลัส 13 ล้านราย 8.เอสเอ็มอีพลัส เติมทุน/ค้ำประกัน 9.การศึกษาเท่าเทียม เรียนฟรี มีงาน 10.สูงวัยพลัส มีอาชีพ มีคนดูแลพรรคภูมิใจไทยต่อยอดจากโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นนโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสนโยบายพรรคเพื่อไทย มีดังนี้ 1.ฟื้นหวยเกษียณ เสริมหลักประกันชีวิต 2.ล้างหนี้นอกระบบ/เกษตรกร/ผู้สูงอายุ/ลูกหนี้ดี 3.ฟื้นวินัยการคลัง อันดับเครดิตประเทศ 4.กระตุ้นเศรษฐกิจเงินสด/คูปอง 5.ผลักดันอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่ม AI–เทคโนโลยี 6.ยกระดับธุรกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบ 7.รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายภายใน 3 เดือน 8.รถเมล์แอร์ 10 บาท 9.โครงการบ้านเพื่อคนไทยใกล้ระบบราง 10.ดิจิทัลวอลเล็ต/สวัสดิการรายครัวเรือนทั้งหมดนี้จะเห็นว่า นโยบาย 3 พรรคการเมืองใหญ่ ล้วนเทไปในทาง “ประชาชนนิยม” เพื่อซื้อใจ “คนจน” ที่ไม่มีทางเลือกมากมายในประเทศผมยังไม่เห็นมีพรรคการเมืองไหนที่เสนอ “นโยบายสร้างงาน” อย่างเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ เพื่อให้ประชาชน “มีรายได้ถาวร” เพื่อความยั่งยืนในอนาคตสักพรรคเดียว ในขณะที่ นักลงทุนทั่วโลก ต่างรอฟัง “ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯทุกเดือน” ถ้าเดือนไหน ตัวเลขการจ้างงานออกมาดี แสดงว่าเศรษฐกิจดี นักลงทุนก็แห่ซื้อหุ้นสหรัฐฯกันใหญ่ แต่ถ้า เดือนไหนตัวเลขการจ้างงานลดลงหรือไม่เป็นไปตามคาดการณ์ ดัชนีหุ้นสหรัฐฯก็ร่วง เพราะคนแห่ขาย กลัวเศรษฐกิจจะออกมาไม่ดี เพราะมีการจ้างงานน้อยเห็นไหมครับ นโยบายการจ้างงาน มีความสำคัญมากขนาดไหนในระบบเศรษฐกิจแต่ที่น่าเศร้าใจคือ พรรคการเมืองไทยทุกพรรคกลับมองข้ามนโยบาย “การสร้างงาน” ทั้งที่ “งานคือเงิน” มีงานทำก็มีเงินใช้ เศรษฐกิจจะได้หมุนเวียน แต่ทุกพรรคกลับเลือก “นโยบายประชาชนนิยม” แจกเงินหาเสียงกับคนจนที่ไม่มีทางเลือก ที่เพี้ยนหนักคือ สร้างคุกกลางทะเล ซื้ออาวุธนิวเคลียร์ แต่ เวียดนามเขาปฏิรูประบบราชการ ปราบคอร์รัปชัน ส่งผลให้เงินทุนไหลเข้าไม่ขาดสาย ไม่เปลี่ยนไทยไปไม่รอดแน่นอน.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม