การทำเรื่องง่ายให้กลายเป็นเรื่องยาก ทำเรื่องสั้นให้กลายเป็นเรื่องยาว ถือเป็นงานถนัดของ กกต. ตัวอย่างล่าสุดคือ การที่ กกต.แยกการลงคะแนนเลือกตั้งกับการลงประชามติรัฐธรรมนูญเป็น 2 ขยัก ทำให้ประชาชนต้องเสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวแทนที่ กกต.จะอำนวยความสะดวก กลับอำนวยความไม่สะดวกยิ่งกว่าเดิม“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าหาก กกต.กำหนดให้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งแสดงตัวเพียงครั้งเดียว แล้วรับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ บวกบัตรลงประชามติอีก 1 ใบพร้อมกันไปเลยประชาชนเมื่อรับบัตร 3 ใบ ก็จะเดินเข้าคูหากาเบอร์เลือก สส.เขต 1 ใบ กาเบอร์เลือก สส.บัญชีรายชื่ออีก 1 ใบ และลงประชามติเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่รวดเดียวจบเลยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1 คนจะใช้เวลาไม่เกิน 5 นาทีเท่านั้นเองแต่ กกต.กลับกำหนดขั้นตอนให้ประชาชนผู้ใช้สิทธิต้องแสดงบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวบุคคลต่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เพื่อรับบัตรเลือกตั้ง สส. 2 ใบ เซ็นชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง สส.เขต และบัตรเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ ก่อนเดินเข้าคูหากาเบอร์ที่ประสงค์ลงคะแนน 2 ใบ แล้วจึงออกจากคูหามาหย่อนบัตรเลือกตั้งด้วยตัวเองขยักที่ 2, หลังลงคะแนนเลือกตั้งเสร็จแล้ว ประชาชนต้องไปยื่นบัตรประชาชนต่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งซํ้าอีกครั้งเพื่อรับบัตรลงประชามติอีก 1 ใบเพื่อลงประชามติเห็นชอบ? หรือไม่เห็นชอบ? รัฐธรรมนูญการกำหนดให้ประชาชนต้องแสดงตนซํ้าสองรอบ ต้องยื่นรับบัตรซํ้า 2 ครั้ง ต้องเซ็นชื่อต้นขั้วบัตร 2 ครั้ง ต้องเดินเข้าคูหากาบัตร 2 ครั้งคือการขยันทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก และขยันทำเรื่องสั้นให้เป็นเรื่องยาวของ กกต.ทำให้ประชาชนต้องเสียเวลาเพิ่มขึ้นจาก 5 นาที เป็น 10 นาที“แม่ลูกจันทร์” ยํ้าว่าการแยกการลงคะแนนเลือกตั้ง สส.กับการลงประชามติเป็น 2 ขยักยังต้องแบ่งกรรมการประจำหน่วย เลือกตั้งเป็น 2 ทีมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่กำหนดไว้ 9 คน บวกตำรวจอีก 1 คน รวมเป็น 10 คน อาจไม่เพียงพอต้องเพิ่มจำนวนกรรมการประจำหน่วยอีก 5 คน เป็น 15 คน??ถ้าใช้ฐานข้อมูลเลือกตั้งใหญ่ปี 2566 กกต.จัดหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศมากถึง 94,913 หน่วยต้องใช้กรรมการประจำหน่วยมากถึง 854,217 คนหากต้องเพิ่มกรรมการอีกหน่วยละ 5 คน จะต้องใช้กรรมการเพิ่มอีก 474,565 คน รวมเป็น 1,328,782 คนแถม กกต.ต้องจ่ายเบี้ยเลี้ยงกรรมการประจำหน่วย (500 บาทต่อคน บวกค่าพาหนะอีก 200 บาทต่อคน) จากเดิม 597 ล้านบาท เพิ่มเป็น 930 ล้านบาทสรุปว่าการที่ กกต.แยกการลงคะแนนเลือกตั้งกับลงประชามติเป็น 2 ขยัก ต้องแยกกรรมการประจำหน่วยเป็น 2 ทีมต้องสิ้นเปลืองงบจัดเลือกตั้งอีกก้อนโตหากการเลือกตั้งใหญ่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ มีประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และลง ประชามติ 70 เปอร์เซ็นต์ หรือ 37 ล้านคนพี่น้องประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง 37 ล้านคนต้องเสียเวลาเพิ่มอีกคนละ 5 นาที รวมเป็น 185 ล้านนาทีหากคิดค่าเสียเวลาเพียง 5 บาทต่อนาทีจะเป็นเงินค่าเสียเวลาถึง 925 ล้านบาทเชียวนะโยม.“แม่ลูกจันทร์” คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม