ลูกสาวเหยื่อวอนขอความเป็นธรรม สะเทือนใจแม่ถูก 2 หนุ่มเมียนมาหื่นรัดคอฆ่าขืนใจคาไร่ข้าวโพด ตำรวจโรงพักพะวอรวบตัวฆาตกรมาได้ ส่งไปควบคุมไว้ที่ห้องกัก ตม.ตาก ข้องใจจู่ๆ ทั้งคู่ถูกปล่อยตัวกลับประเทศบ้านเกิด สอบถามสองหน่วยงานโยนกลองกันไปมา “ผู้การ ตม.5” กริ้วสั่งตั้งกรรมการสอบ ตม.ตาก ปล่อยคนร้ายไปได้อย่างไร ประมาทหรือจงใจกันแน่ ลั่นไม่เว้นวินัย-อาญา สั่งประสานทางการเมียนมา เร่งติดตามตัวกลับมาดำเนินคดีในไทยหน่วยงานรัฐสะเพร่าปล่อยตัวคนร้ายฆ่าขืนใจสาวใหญ่ชาวม้งพ้นผิดรายนี้ เปิดเผยวันที่ 3 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนางเก่ง (นามสมมติ) อายุ 39 ปี ลูกสาวนางบี (นามสมมติ) อายุ 57 ปี ชาวเขาเผ่าม้ง บ้านอยู่ ต.พะวอ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อขอความเป็นธรรม กรณีนางบี มารดา ไปทำไร่ข้าวโพด ที่บ้านห้วยผักกูด หมู่ 8 ต.พะวอ อ.แม่สอด จ.ตาก ถูกคนร้ายชื่อนายโทนตาอ่อง อายุ 50 ปี และนายอะตือ อายุ 41 ปี แรงงานเมียนมา ข่มขืนและรัดคอฆ่าเมื่อวันที่ 11 พ.ย.68 และพบศพวันที่ 12 พ.ย. ต่อมาตำรวจ สภ.พะวอ คุมตัวนายโทนตาอ่อง และนายอะตือผู้ต้องสงสัย พร้อมเก็บดีเอ็นเอส่งไปตรวจสอบ แต่ก่อนผลตรวจจะออกมา ตำรวจ สภ.พะวอ ส่งตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน ไปควบคุมไว้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก พร้อมมีหนังสือกำกับไม่ให้เนรเทศตัวไป เนื่องจากยังมีคดีค้างอยู่ ขณะที่ ตม.ตาก อ้างว่าหนังสือการให้กักตัวถูกส่งมาภายหลังจาก ตม.ตาก เนรเทศทั้ง 2 คนไปแล้วนางเก่งลูกสาวผู้เสียชีวิตกล่าวว่า รู้สึกสับสนมากในการให้ข้อมูลของตำรวจ สภ.พะวอ และ ตม.ตาก ไม่ทราบว่าจะเชื่อหน่วยงานไหนดี ส่วนศพของแม่ได้ฝังไปตามประเพณีชาวม้ง เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.68 ที่สุสานบ้านเจดีย์โคะ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย หลังเกิดเหตุตำรวจจับผู้ต้องสงสัยได้แล้ว ตนติดตามสอบถามพนักงานสอบว่าผลดีเอ็นเอเป็นอย่างไร ตำรวจแจ้งว่าให้รอก่อนยังไม่ออก แต่พอผลตรวจออกมาแล้ว ตำรวจกลับบอกว่าเจ้าหน้าที่ ตม.ตาก ปล่อยตัวคนร้ายทั้ง 2 คนไปแล้ว รู้สึกตกใจและเสียใจมาก ไปพบเจ้าหน้าที่ ตม.ได้รับคำชี้แจงว่าเนรเทศไปจริง เพราะหนังสือส่งตัวมา 2 ครั้ง ไม่ได้มาพร้อมกัน ครั้งแรกวันที่ 15 ธ.ค.68 และอีกฉบับเป็นหนังสือให้กักตัว ส่งมาวันที่ 17 ธ.ค.68 คนร้ายกลับประเทศเมียนมาไปแล้วคงทำอะไรไม่ได้“เรื่องนี้อยากให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ทั้งสองหน่วยงานลงมากำกับดูแลอย่างจริงจัง ฆาตกรสังหารแม่ถูกปล่อยตัวไปอย่างลอยนวล เรื่องนี้เกิดจากความผิดพลาดในการประสานงานของทางราชการ เป็นความบกพร่องที่ไม่สมควรเกิดขึ้น ทำให้ภาครัฐและประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียหาย ควรต้องมีคนรับผิดชอบไม่ใช่โยนกลองกันไปมา” นางเก่งกล่าวผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีชี้แจงว่า คดีนี้หลังพบศพนางบีถูกรัดคอฆ่าข่มขืนกลางไร่ข้าวโพด ตำรวจ สภ.พะวอ ลงพื้นที่ค้นกระท่อมเพิงพักใกล้จุดเกิดเหตุ พบนายโทนตาอ่อง อายุ 50 ปี และนายอะตือ อายุ 41 ปี 2 แรงงานเมียนมา ผู้ต้องสงสัยท่าทางมีพิรุธ นำตัวทั้ง 2 คนมาสอบปากคำและตรวจดีเอ็นเอ เบื้องต้นทั้งคู่ปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสังหารนางบี หลังสอบสวนเสร็จ ตำรวจ สภ.พะวอ ส่งตัวทั้งคู่ไปควบคุมที่ห้องกัก ตม.ตาก เพื่อรอผลตรวจดีเอ็นเอ ระหว่างนั้นในห้องกัก ตม.ตาก มีผู้ต้องกักกลุ่มสแกมเมอร์ และแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองถูกควบคุมตัวจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่เกิดความสับสน เมื่อถึงขั้นตอนการเนรเทศกลับประเทศต้นทาง นายโทนตาอ่อง และนายอะตือ ถูกเหมารวมส่งกลับประเทศเมียนมาไปด้วย กระทั่งผลตรวจดีเอ็นเอออกมาพบว่านายโทนตาอ่องเป็นฆาตกรข่มขืนนางบีจริง ส่วนนายอะตือ ได้ร่วมชิงทรัพย์ แต่ไม่ได้ข่มขืนเหยื่อ ทำให้ไม่มีดีเอ็นเอในศพวันเดียวกัน พ.ต.อ.ศราวุธ วะเท รอง ผบก.ตม.5 ในฐานะโฆษก บก.ตม.5 เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 ได้รับรายงานเหตุเบื้องต้นแล้ว ได้สั่งการให้ ผกก.ตม.จ.ตาก ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ย.68 สภ.พะวอ จ.ตาก ได้ส่งตัวนายโทนตาอ่อง สัญชาติเมียนมา มายัง ตม.ตาก เพื่อผลักดันส่งไปนอกราชอาณาจักร และในวันเดียวกันได้มีหนังสือแจ้งขอชะลอการส่งกลับ เพราะอยู่ระหว่างเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าผู้อื่น แต่ขณะนั้นพนักงานสอบสวนยังไม่ได้ออกหมายจับ เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนรอผลตรวจดีเอ็นเอโฆษก บก.ตม.5 กล่าวต่อว่า กระทั่งวันที่ 18 ธ.ค.68 พนักงานสอบสวน สภ.พะวอ จ.ตาก ขออนุมัติหมายจับนายโทนตาอ่อง ในความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่น” และนำหมายจับพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องมาขอรับตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีทราบภายหลังว่านายโทนตาอ่อง 1 ในผู้ต้องหา ถูกส่งตัวออกนอกราชอาณาจักรแล้ว ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย.68 เจ้าหน้าที่งานผลักดัน ตม.จ.ตาก ผลักดันกลับประเทศเมียนมา พร้อมคนต่างด้าวชาวเมียนมา จำนวน 50 ราย สอบถามเจ้าหน้าที่งานผลักดันยืนยันว่าไม่ได้รับแจ้งการขอชะลอส่งกลับนายโทนตาอ่องแต่อย่างใด“ขณะนี้ ผบก.ตม.5 ได้สั่งตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ห้องกัก ตม.จ.ตาก ผลัดที่รับตัวผู้ต้องหา ในชั้นนี้ถือเป็นความบกพร่องที่ปรากฏชัดแจ้ง อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า พบสิ่งบ่งชี้เป็นความบกพร่องโดยเจตนา หรือประมาทเลินเล่อ เพื่อใช้เป็นข้อมูลดำเนินการทางวินัยและคดีอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับที่ถูกผลักดันกลับเมียนมาไปแล้ว ผบก.ตม.5 จัดชุดสืบสวนไปประสานกับทางการเมียนมา ติดตามตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยโดยเร็วที่สุด และได้กำชับการปฏิบัติไปยังหัวหน้าหน่วยในสังกัด หากผู้ต้องกักที่มีสถานะเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีอาญา และมีหนังสือประสานให้ ตม.ชะลอการส่งกลับ เจ้าหน้าที่รับเรื่องต้องรายงานหัวหน้าหน่วยทราบทันที เพื่อสั่งกำชับการปฏิบัติไม่ให้เกิดความบกพร่องเสียหายต่อไป” พ.ต.อ.ศราวุธกล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่