นับถอยหลังอีกไม่กี่อึดใจ ใกล้จบเทศกาลฉลองยาวปีใหม่ คนไทยหมดเวลาชาร์จแบตฯ หลังไปฉลองสังสรรค์เติมพลังใจกับครอบครัว เตรียมเดินทางสู่เมืองกรุง กลับมาสู้ชีวิต ปากกัดตีนถีบต่อไปในปี 2569ขณะที่โหมดการเมือง ยังเดินหน้าไม่หยุดพักหายใจในช่วงปีใหม่คือ มหกรรมหาเสียงของทุกพรรคการเมือง แกนนำแต่ละพรรควิ่งรอกลงพื้นที่ช่วยลูกทีมปราศรัย ตุนคะแนนเต็มที่แต่ที่จู่ๆออกอาการเครื่องรวน สะดุดหัวคะมำคือ พรรคประชาชนหลังผู้สมัคร สส.กทม. ถูกล็อกคอคาบ้าน โดนหมายจับคดีฟอกเงินยาเสพติด โยงเงินสีเทากว่า 20,000 ล้านบาท ต้องรีบแก้เกมเปลี่ยนตัวผู้สมัครทันทีทันใด“หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน หัวหมุนรีบขอโทษประชาชน ยืนกรานเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่รู้มาก่อน ผู้สมัครมีปัญหาพัวพันเชื่อมโยงคดีฟอกเงินภาพลักษณ์ “มีเรา ไม่มีเทา” ถูกถากถาง โฆษณาไม่ตรงปก ปล่อยพวกสีเทามาเป็นผู้สมัคร สส.เต็งหนึ่งเลือกตั้งด่างพร้อย จุดขายด้านจริยธรรม “กาส้ม ล้มเทา” มีปัญหา พูดได้ไม่เต็มปากเหมือนเดิม อาจย้อนศรกลายเป็นจุดตาย เพราะไม่ได้เป็นโซนปลอดเทาของจริง กระทบความเชื่อมั่นด้านความโปร่งใส ตามผลสำรวจนิด้าโพลของคน กทม.และคนโคราช ช่วงปลายเดือน ธ.ค.2568 แม้ “หัวหน้าเท้ง” และพรรคประชาชนยังมีคะแนนนำคู่แข่ง แต่ความนิยมกลับลดลง ขณะที่คะแนนในส่วนผู้ยังไม่ตัดสินใจจะเลือกใครมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นพรรคประชาชนแต้มหล่นหาย ด้อมส้มลังเลชักคะแนนกลับไปอยู่ฝ่ายยังไม่ตัดสินใจลงคะแนน ขอรอดูท่าทีก่อนตัดสินใจอีกครั้งผลพวงจากความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีก มาตั้งแต่การเป็นฝ่ายค้ำตั้งรัฐบาลภูมิใจไทย ความล้มเหลวการแก้รัฐธรรมนูญ ล่าสุดก็มามัวหมองเรื่องตัวผู้สมัคร สส.กทม. ไม่รู้ความนิยมจะวูบไปอีกหรือไม่สถานการณ์ค่ายประชาชนขาลง เผชิญวิกฤติความเชื่อมั่น ต้องเร่งกู้แต้มโดยด่วน ให้ทันก่อนการเลือกตั้งใหญ่ วันที่ 8 ก.พ.2569แม้จะขอโทษและรีบเปลี่ยนตัวผู้สมัคร โชว์ความจริงใจแก้ปัญหา รักษามาตรฐานโซนปลอดสีเทา แต่ทำได้แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะประชาชนยังกังขาถึงระบบคัดกรองผู้สมัคร ไม่รู้จะเพียงพอเปลี่ยนใจแฟนคลับให้กลับมาเชื่อมั่นได้ทันเวลาเลือกตั้งหรือไม่พรรคส้มติดหล่มวิกฤติความเชื่อมั่นสะสม เสี่ยงสูญเสียฐานที่มั่นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เคยเป็นฐานเสียงหลักเริ่มลดลง เพราะตั้งความคาดหวังไว้สูง แต่ผลงานเชิงประจักษ์ยังไม่ชัดเจนต้องอาศัยระยะเวลา และเร่งสร้างผลงานมากู้กระแสความนิยมมากกว่าคำขอโทษแต่ที่ต้องเตรียมรับแรงกระแทกระยะเฉพาะหน้าแน่ๆคือ ด่านนิติสงครามที่รอมัดคอเพิ่มไม่ใช่แค่เฉพาะกรณีพรรคเสรีรวมไทยยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คัดค้านพรรคประชาชนเปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส.กทม. ดำเนินการไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.หวังผลถึงขั้นให้ กกต.ตัดสิทธิการส่งผู้สมัคร กทม.ของพรรคประชาชนรอบใหม่เป็นโมฆะยังมีกรณีนักร้องขาประจำยื่นเรื่องต่อ กกต.ตรวจสอบพรรคประชาชน กรณี นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส.กทม.พรรคประชาชน ถูกจับกุมคดีฟอกเงินเครือข่ายยาเสพติดเรียกร้องให้สอบสวนเส้นทางการเงินอดีตผู้สมัคร สส.กทม. มีการบริจาคเงินสีเทา 2 ล้านบาท ให้พรรคประชาชนหรือไม่ ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายพรรคการเมืองตั้งแท่นเอาผิด กรณีพรรคการเมืองรับเงินบริจาคผิดกฎหมาย ลากไปสู่การส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรค และตัดสิทธิการเมืองคณะกรรมการบริหารพรรค 10 ปีแม้จะตัดสิทธิอดีตผู้สมัครไปแล้ว แต่เรื่องไม่จบ ต้องมาใจหายใจคว่ำ ลุ้นคดีเงินบริจาคทุนเทา จะส่งผลกระทบ ถูกล้มกระดานในอนาคตอีกหรือไม่ ตามหนังตัวอย่างเดิมๆที่ค่ายส้มมักไม่ถูกโรคกับองค์กรอิสระหรือแม้กระทั่งคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ผิดจริยธรรมร้ายแรง กรณีการเข้าชื่อเสนอแก้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่อยู่ในชั้น ป.ป.ช. ก็ไม่รู้จะยื้อต่อได้นานแค่ไหนค่ายส้มเผชิญเส้นทางวิบากตั้งแต่ต้นปี 2569 เผชิญศึก 2 ด้าน ทั้งจากกระแสสีส้มจางลง และกลไกนิติสงครามที่ยังต้องลุ้นใจหายใจคว่ำเสี่ยงแพ้ทั้งก่อนลงสนามจากภัยนิติสงคราม หรือหากชนะไม่ขาด ก็ตั้งรัฐบาลลำบาก!!!ทีมข่าวการเมือง รายงานคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม