เจ้าสาวคนหนึ่งเปรียบเทียบไว้อย่างเฉียบคมว่า การแต่งงานก็เหมือนกับการลงทุนระยะยาว การลงทุนระยะยาวต้องใช้เวลา ต้องใช้ความอดทน และใช้ความเชื่อมั่น แม้กระทั่งเวลาตลาดขึ้นและเวลาตลาดลง ชีวิตเราเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ถ้าความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนอยู่บนพื้นฐานที่หนักแน่นมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นวันดีหรือวันร้าย ก็ไม่มีวันจะ Cut Loss ขายตัดขาดทุน แล้วทิ้งคู่ชีวิตไปเด็ดขาดหุ้นแบบไหนที่เรียกว่าเป็นหุ้นสมบูรณ์แบบ เหมาะกับการลงทุนระยะยาว ต้องถามจาก “ปีเตอร์ ลินซ์” อดีตผู้จัดการกองทุนใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งสามารถเอาชนะดัชนี S&P 500 ได้ถึง 11 ปี จาก 13 ปี โดยได้ผลตอบแทนเฉลี่ยถึง 29% ต่อปี และไม่เคยขาดทุนเลยแม้แต่ปีเดียวหลักการลงทุนของ “ปีเตอร์ ลินซ์” เน้นที่จะหา “หุ้นสิบเด้ง” หรือหุ้นที่จะขึ้นไป 10 เท่าตัว ด้วยการนำสิ่งที่รู้อยู่แล้วมาใช้ให้เป็นประโยชน์ โดยสำรวจการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ และตั้งข้อสังเกตในสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน แล้วนำมาเป็นข้อได้เปรียบในการลงทุนนอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าของทฤษฎี “หุ้นสมบูรณ์แบบ... อะไรจะถูกขนาดนั้น” หุ้นสมบูรณ์แบบที่ “ปีเตอร์ ลินซ์” ฝันถึงมากที่สุด คือหุ้นประเภทที่ว่าคนทึ่มคนไหนก็สามารถบริหาร ธุรกิจนี้ได้ เช่น โรงงานผลิตหลอดและช้อนส้อมพลาสติก ยิ่งเป็นธุรกิจที่ดูน่าเบื่อและน่าขันก็ยิ่งชอบ นั่นเป็นเหตุผลที่เขาอยากลงทุนในธุรกิจถุงน่องมากกว่าดาวเทียมสื่อสาร หรือลงทุนในโรงแรม และร้านอาหารมากกว่าใยแก้วนำแสง เขายังชื่นชอบในธุรกิจที่น่าขยะแขยงและเป็นที่รังเกียจสำหรับคนส่วนใหญ่ เช่น การกำจัดคราบน้ำมันเครื่องที่เปรอะเปื้อนตามเครื่องจักรต่างๆ หรือไม่ก็เป็นธุรกิจที่มีอะไรโศกเศร้าและชวนหดหู่ เช่น การจัดงานศพอีกหนึ่งธุรกิจที่เข้าข่ายหุ้นสมบูรณ์แบบสำหรับเขาคือ มันเป็นอุตสาหกรรมที่ไม่โต คนจำนวนมากชอบลงทุนในอุตสาหกรรมที่โตเร็ว ฟู่ฟ่า คึกคัก เพื่อเอาไว้คุยกับเพื่อนได้ แต่สำหรับ “ปีเตอร์ ลินซ์” แล้ว เขาชอบลงทุนในอุตสาหกรรมที่โตช้า เช่น โรงงานผลิตมีดและช้อนส้อมพลาสติก ยิ่งถ้าเจอหุ้นในอุตสาหกรรมที่ไม่โตเลย เช่น การจัดงานศพ การันตีว่ามันจะเป็นหุ้นที่ให้กำไรสูงที่สุดเขายังอยากลงทุนในบริษัทที่คนต้องซื้อมันเรื่อยๆ เช่น บริษัทที่ผลิตยา, น้ำอัดลม, ใบมีดโกน และบุหรี่ มากกว่าบริษัทที่ผลิตของเล่นเด็ก ใครบางคนอาจจะสามารถทำตุ๊กตามหัศจรรย์ที่เด็กทุกคนต้องมี แต่เด็กทุกคนก็มีได้แค่คนละตัว ไม่กี่เดือนต่อมาสินค้ายอดฮิตจะถูกถอนออกจากชั้นวางสินค้า เพื่อต้อนรับตุ๊กตาตัวใหม่ที่มาแรงกว่า ซึ่งอาจผลิตโดยคู่แข่งอื่น“ซื้อหุ้นเหมือนซื้อถุงเท้า” คือวลีอมตะของ “คุณปู่วอร์เรน บัฟเฟตต์” เป็นการเปรียบเทียบการลงทุนในหุ้นกับการซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเน้นย้ำว่าควรซื้อหุ้นที่มีคุณภาพในช่วงเวลาที่ราคาถูก เหมือนกับการเลือกซื้อถุงเท้าที่ดีในช่วงลดราคา การลงทุนที่ดีคือการมองหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้น ซึ่งอาจไม่สัมพันธ์กับราคาปัจจุบันเสมอไป หากเราเลือกซื้อหุ้นคุณภาพดีในช่วงราคาตกต่ำ ก็ย่อมมีโอกาสทำกำไรในระยะยาวขณะที่ปรมาจารย์ด้านการลงทุนอย่าง “เบนจามิน เกรแฮม” ซึ่งเป็นกุนซือของคุณปู่บัฟเฟตต์ เคยสอนว่า “ราคาคือสิ่งที่คุณจ่าย แต่คุณค่าคือสิ่งที่คุณได้มา” เน้นให้เห็นความแตกต่างระหว่างต้นทุนกับมูลค่าที่แท้จริง สิ่งที่ต้องจ่ายไปคือราคา แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือคุณค่าที่วัดได้ในระยะยาวไม่ว่าจะเป็นการแต่งงาน หรือการลงทุน ก็ควรเน้นไป ที่คุณค่าที่ได้รับในระยะยาว มากกว่าแค่ราคาที่ต้องจ่ายไป.มิสแซฟไฟร์คลิกอ่านคอลัมน์ “คนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์” เพิ่มเติม