หาดใหญ่วิปโยค ฝนถล่มซ้ำ น้ำจากสะเดา ไหลท่วมอีกระลอก ผู้ว่าฯสงขลาสั่งอพยพด่วน ขณะที่ชาวบ้านหลายพันคนร้องระงม หลังติดค้างในบ้านตั้งแต่น้ำท่วมวันแรก ยังออกไปไหนไม่ได้ โวยไม่มีหน่วยงานไหนเหลียวแล ด้าน 3 จังหวัดชายแดนใต้ อ่วมไม่แพ้กัน ยะลาน้ำท่วมเขตเศรษฐกิจ ดินสไลด์ฝังหนุ่มทั้งเป็น ส่วนปัตตานีโกลาหลน้ำทะลัก รพ. ยะหริ่ง ต้องเร่งย้ายผู้ป่วยวุ่น ด้านนายกฯ “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” ดูแลน้ำท่วมอุทกภัย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา น่าเป็นห่วง หลังฝนยังตกลงมาไม่หยุด น้ำในคลองอู่ตะเภาเอ่อท่วมขยายวงกว้าง หนักสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่อำเภออื่นๆอ่วมไม่แพ้กัน เช่นเดียวกับอีกหลายจังหวัดในภาคใต้ต่างประสบอุทกภัยอย่างรุนแรง ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสฝนถล่ม-เร่งอพยพชาวหาดใหญ่สถานการณ์น้ำท่วมวันที่ 24 พ.ย.ที่ จ.สงขลา เกิดฝนตกหนักกระจายทุกอำเภอตั้งแต่เย็นวันที่ 23 พ.ย. โดยเฉพาะใน อ.หาดใหญ่ ฝนตกบริเวณเทือกเขาคอหงส์ ส่งผลให้น้ำในอ่างเก็บน้ำแก้มลิงเอ่อล้นสปิลเวย์ไหลทะลักเข้าตัวเมืองหาดใหญ่ที่มีน้ำท่วมขังอยู่แล้วเพิ่มสูงขึ้นไปอีก ประกอบกับมวลน้ำจาก อ.สะเดา จ.สงขลา ไหลหลากลงคลองอู่ตะเภาเข้ามาสมทบ จากการประเมินจากหลายหน่วยงานคาดการณ์ว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงเกินกว่า 3 เมตร นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผวจ.สงขลา มีคำสั่งด่วนที่สุดให้ทุกหน่วยงานเร่งอพยพประชาชนในเมืองหาดใหญ่ไปยังศูนย์อพยพหลักที่จัดเตรียมไว้ 3 จุด ประกอบด้วยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และทัพเรือภาคที่ 2 ให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 16.00 น. ของวันนี้น้ำท่วมวัดเขารูปช้างครั้งแรกมีรายงานว่า มวลน้ำที่เข้าท่วม อ.หาดใหญ่ ไหลหลากมาจากพื้นที่ อ.สะเดา ล่าสุดในพื้นที่น้ำท่วมหมดทั้ง 9 ตำบลประกอบด้วย สำนักขาม สำนักแต้ว สะเดา ปริก พังลา เขามีเกียรติ ปาดังเบซาร์ ทุ่งหมอ และท่าโพธิ์ โดยเฉพาะ ต.ปาดังเบซาร์น้ำไหลท่วมเข้าวัดเขารูปช้าง ทั้งที่ไม่เคยถูกน้ำท่วมมาก่อน แต่ปีนี้ฝนตกมากสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้น้ำไหลท่วมบริเวณวัด ขณะที่หมู่บ้านต่างๆถูกน้ำท่วม ชาวบ้านไม่สามารถหนีออกมาได้ เนื่องจากไม่มีเรือ ทหารร้อย ร. 5021 พร้อมด้วยตำรวจ ตชด.437 และฝ่ายปกครองอำเภอสะเดาพยายามเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่ บางจุดน้ำไหลเชี่ยวต้องใช้เชือกผูกโยงให้ชาวบ้านไต่ฝ่ากระแสน้ำออกมาอย่างทุลักทุเลเผยน้ำใหม่มาตีสามสูงกว่าเก่าด้านนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผวจ.สงขลา เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ว่า หลังจากน้ำลดลงตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา ประชาชนบางส่วนเริ่มกลับเข้าบ้าน กระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมาเวลา 03.00 น. มวลน้ำจาก อ.สะเดา เริ่มไหลเข้าท่วมพื้นที่หาดใหญ่ผ่านคลอง ร.1 และคลองอู่ตะเภา ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมีระดับสูงกว่าครั้งที่ผ่านมา ช่วงเช้าได้ประชุมประเมินสถานการณ์น้ำที่ศูนย์บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 สั่งการให้อพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทั้งหมดไปยังศูนย์พักพิงอย่างเร่งด่วน ศูนย์หลักตั้งอยู่ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รองรับประชาชนได้ประมาณ 5,000 คน ส่วนศูนย์สำรองที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลารองรับได้ราว 2,000 คน นอกจากนี้ยังมีศูนย์สำรองเพิ่มเติมจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กองทัพเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ ปชช.อพยพจากพื้นที่เสี่ยง“ขอเน้นย้ำว่าการอพยพเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ขอให้พี่น้องประชาชนอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงทั้งหมด เนื่องจากระดับน้ำคาดว่าจะสูงขึ้นในช่วงเวลา 16.00 น.ของวันนี้ ขณะนี้มีการระดมกำลังจากหน่วยทหารกว่า 100 คัน พร้อมเรือลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ รวมถึงการสนับสนุนจากกองทัพเรือ ส่วนการระบายน้ำหากฝนหยุดตกและน้ำทะเลไม่หนุน การระบายน้ำจะคล่องตัวมากขึ้น น้ำจากคลอง ร.1 จะไหลลงทะเลได้รวดเร็วขึ้น” ผวจ.สงขลากล่าวและว่า ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำดื่ม สามารถแจ้งมายังศูนย์บัญชาการ มทบ.42 ได้โดยตรง และขอความร่วมมือเทศบาล อบต.และผู้นำชุมชน ประสานข้อมูลประชาชนที่ตกค้าง เพื่อให้ความช่วยเหลือครอบคลุมทุกพื้นที่นับพันตกค้าง-โวยโดนทอดทิ้งขณะที่ในตัวเมืองหาดใหญ่วิกฤติหนัก หลังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและมีประชาชนอีกหลายพันคนที่ติดค้างอยู่ในบ้านและไม่สามารถหนีออกจากบ้านตั้งแต่ถูกน้ำท่วมวันแรก หลายคนโพสต์ลงโซเชียลขอความช่วยเหลือ เฉพาะในชุมชนเทศาพัฒนา มีคนตกค้างนับพันคน ล่าสุดยิ่งมีข่าวการแจ้งเตือนมวลน้ำระลอกใหม่จาก อ.สะเดา จะไหลลงมาสมทบในตัวเมืองหาดใหญ่ ชาวบ้านพากันแตกตื่น แต่เนื่องจากในพื้นที่ไม่มีเรือ และไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปเหลียวแลนำเรือไปช่วยอพยพผู้ประสบภัย ทั้งหมดต่างเฝ้ารอคอยด้วยความหวัง ที่ผ่านมามีเพียงตำรวจน้ำนำข้าวกล่องไปให้แต่ไม่เพียงพอ อีกทั้งที่บ้านไม่มีทั้งไฟฟ้าและน้ำดื่ม สัญาณโทรศัพท์ก็ถูกตัดน้ำไหลทะลักเข้า รพ.หาดใหญ่วันเดียวกัน เพจโรงพยาบาลหาดใหญ่โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า “ประกาศสถานการณ์โรงพยาบาลหาด ใหญ่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.30 น. มวลน้ำหนุนเข้ามาภายในโรงพยาบาล แนะนำให้ผู้รับบริการใช้บริการผ่านระบบโทรเวช (Telemedicine)” ทั้งนี้ นพ.วิโรจน์ โยมเมือง ผอ.รพ.หาดใหญ่ เผยว่าโรงพยาบาลยังให้บริการผู้ป่วยใน ผู้ป่วยวิกฤติ แผนกฉุกเฉินได้ตามปกติ โดยมีผู้ป่วยในประมาณ 800 คน ญาติผู้ป่วยและประชาชนพื้นที่ข้างเคียงอีกประมาณ 700-800 คน บุคลากรเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานประมาณ 600 คน ยังมีเตียงรองรับผู้ป่วยได้อีก 100 เตียงจัดทีมแพทย์ให้บริการในห้างนพ.วิโรจน์กล่าวว่า ขณะนี้ได้ปรับแผนบริการด้วยการจัดทีมสำรองดูแลที่แผนกผู้ป่วยนอกและใช้ระบบการแพทย์ทางไกลในการเลื่อนนัด สั่งยา ส่งยา ให้คำปรึกษากับผู้ป่วย รวมถึงมีจุดบริการในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ที่น้ำไม่ท่วม ในส่วนของทรัพยากร เช่น อาหาร น้ำดื่ม น้ำมัน ออกซิเจน โรงพยาบาลยังมีสำรองใช้ได้อีก 3 วัน หลังจากนั้นหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายได้ประสานนำเข้าทรัพยากรจาก อ.นาหม่อม จ.สงขลา ที่อยู่ข้างเคียง ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ภายใน 48 ชั่วโมง สถานการณ์จะอยู่ในระดับทรงตัวหรือแย่ลง หากน้ำเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 50 ซม. จะเกิดวิกฤติของระบบไฟฟ้าสำรอง เนื่องจากมีเครื่องปั่นไฟอย่างน้อย 2 เครื่องจาก 6 เครื่องได้รับผลกระทบจากน้ำนำเจ็ตสกีขนชาวบ้านติดเกาะด้านอาสาชุดทีมตอบโต้ภัยพิบัติกู้ภัยสยาม อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เข้าช่วยอพยพประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองควนลัง อ.หาดใหญ่ ไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว หลังจากวันนี้ฝนตกลงมาอย่างหนักน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆจนถึงพื้นบ้านชั้นสอง นอกจากนี้ทีมตอบโต้ภัยพิบัติกู้ภัยสยามยังได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจาก อบต.พะตง อ.หาดใหญ่ ขอสนับสนุนเจ็ตสกีและเรือท้องแบนอพยพชาวบ้าน หลังหมู่บ้านถูกน้ำท่วมล้อมรอบต้องติดเกาะอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา ทีมกู้ภัยเข้าไปช่วยชาวบ้านออกมาทั้งหมด 183 คน ไปไว้ อบต.พะตง ที่ทำเป็นศูนย์อพยพชั่วคราว ระหว่างช่วยชาวบ้าน 1 ในผู้ประสบภัยเกิดโรคประจำตัวกำเริบชักเกร็ง ทีมกู้ชีพช่วยกันปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนนาทวีอ่วมน้ำทะลัก 10 ตำบลส่วนที่ อ.นาทวี จ.สงขลา ฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงวันที่ 23 พ.ย. ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ทั้ง 10 ตำบล ครอบคลุม 92 หมู่บ้าน นายวรินทร ทองขาว นายอำเภอนาทวี นำเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากนั้นเปิดเผยว่า ขณะนี้อำเภอนาทวีขาดแคลนอุปกรณ์ช่วยเหลือเร่งด่วน โดยเฉพาะเรือท้องแบนที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่น้ำท่วมสูง รวมถึงการอพยพประชาชนจำนวนมากออกจากจุดเสี่ยง นอกจากนี้ยังต้องการ อาหารกล่อง น้ำดื่ม และของใช้จำเป็น เพื่อนำไปแจกจ่ายผู้ประสบภัยที่ยังติดค้างในพื้นที่ต่างๆ ถึงแม้หน่วยงานในพื้นที่ทุกภาคส่วนจะระดมความช่วยเหลือเข้าไป แต่ไม่เพียงพอต่อสถานการณ์น้ำท่วมที่รุนแรง ต้องรับการสนับสนุน เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเร่งด่วนและทั่วถึงที่สุดทันต่อสถานการณ์วิกฤติเขตเศรษฐกิจยะลาเสียหายยับส่วนสถานการณ์น้ำท่วม 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่ จ.ยะลา แม่น้ำปัตตานีเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมเขตเทศบาลตำบลท่าสาป อ.เมืองยะลา ขณะที่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลนครยะลาได้รับผลกระทบอย่างหนัก น้ำเอ่อท่วมพื้นที่เศรษฐกิจบริเวณถนนพิพิธภักดี ย่านตลาดเก่า ถนนธนวิถี โรงแรมยะลารามา หน้าโรงเรียนยะลาบำรุงผดุงประชาและชุมชนสิโรรส 8 รวมถึงบริเวณสถานีรถไฟยะลา นายก้องสกุล จันทราช รอง ผวจ.ยะลา ลงพื้นที่ติดตามระดับน้ำพบว่าหลายจุดน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร นายก้องสกุลเผยว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนัก มวลน้ำจากเทือกเขาบอยอไหลท่วมพื้นที่เศรษฐกิจได้รับความเสียหาย ขณะนี้ได้เตรียมศูนย์พักพิงรองรับภายในโรงเรียนเทศบาล 3 โรงเรียนเทศบาล 5, TK PARK อาคารศรีนิบง และโรงเรียนเทศบาล 4ดินสไลด์ฝังร่างหนุ่มทั้งเป็นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา เกิดเหตุดินสไลด์ทับบ้านมีผู้เสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 94 หมู่ 1 บ้านพิกุลทอง ต.คีรีเขต หลังเกิดเหตุ นายรุ่งโรจน์ สะท้าน นายอำเภอธารโตนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ บ้านเกิดเหตุปลูกติดเชิงเขา ถูกดินบริเวณไหล่เขาสไลด์ลงมาทับบ้านรถจี๊ปและรถ จยย.พังเสียหาย ส่วนผู้เสียชีวิตทราบชื่อนายสุภโชค แก้วทอง อายุ 22 ปี ถูกดินทับร่างฝั่งอยู่ด้านล่าง ต้องนำรถตักมาขุดนำศพออกมา สอบถามพ่อผู้ตายทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีฝนตกติดต่อกันหลายวัน จังหวะผู้ตายออกไปนั่งเล่นบนแคร่หน้าบ้าน จู่ๆดินบนเขาสไลด์ตัวถล่มลงมาทับผู้ตาย ส่วนตนยืนอยู่คนละฝั่งรอดหวุดหวิดปัตตานีถนนกลายเป็นคลองด้าน จ.ปัตตานี ฝนที่ตกหนักและน้ำเหนือจาก จ.ยะลา ไหลมาสมทบ ทำให้แม่น้ำปัตตานีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมเขตเทศบาลเมืองปัตตานี กระแสน้ำทลายแนวป้องกันทะลักเข้าสู่ถนนแทบทุกสายในพื้นที่เศรษฐกิจ ประกอบด้วย ถนนพิพิธ ถนนกะลาพอ ถนนฤาดี ถนนปรีดา ถนนอุดมวิถี ถนนรามโกมุท ถนนยะรัง ถนนนาเกลือ และถนนปัตตานีภิรมย์ ระดับน้ำสูงประมาณ 40-50 ซม. รถเล็กสัญจรไม่ได้ บรรดาร้านค้าในย่านเศรษฐกิจต้องปิดกิจการชั่วคราว บางร้านขนย้ายสินค้าหนีน้ำไม่ทันจมน้ำเสียหาย ส่วนที่บ้านปะกาฮะรัง ต.ปะกาฮะรัง อ.เมืองปัตตานี น้ำท่วมหนักที่สุดสูงถึง 2 เมตร ประชาชนที่มีบ้านชั้นเดียวต้องย้ายไปอาศัยบ้านญาติรพ.ยะหริ่งป่วน-น้ำเข้าตึกผู้ป่วยส่วนที่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง ทำให้น้ำระบายไม่ทันเอ่อท่วมพื้นที่โดยรอบโรงพยาบาลยะหริ่งสูงกว่า 30 ซม.ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ช่วงเช้าปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นทะลักเข้าท่วมภายในตึกผู้ป่วย หลังเกิดเหตุผู้อำนวยการโรงพยาบาลยะหริ่งประสานแจ้งไปยังโรงพยาบาลปัตตานี เพื่อขอสนับสนุนรถบรรทุกหกล้อและรถพยาบาลอพยพผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลปัตตานีอย่างเร่งด่วนน้ำซัดทางเบี่ยงสะพานขาดจ.นราธิวาส เกิดฝนตกหนักหลายอำเภอ หนักสุด อ.บาเจาะ วัดปริมาณน้ำฝนสะสมได้ถึง 447 มม. ส่งผลให้น้ำไหลหลากท่วมถนนหลายสายที่ อ.ระแงะ 1 ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก น้ำท่วม 2 ตำบลคือ ต.ตันหยงมัส และ ต.บาโงสะโต กระแสน้ำไหลเซาะสะพานบาโงสะโตที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและเจ้าหน้าที่ปรับใช้ทางเบี่ยงทดแทนถูกน้ำซัดคันดินเส้นทางเบี่ยงได้รับความเสียหาย รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ประชาชนหลายร้อยครอบครัวต้องถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ส่วน อ.ยี่งอ เกิดเหตุดินภูเขาพังถล่มลงมาทับถนนทางหลวงสาย 4066 เส้นทางนราธิวาส-รือเสาะ-เขายือลาแป ช่วงทางลาดชันระยะทางประมาณ 2 กม. มีก้อนหินขนาดใหญ่ตกลงมาขวางถนน รถต้องสัญจรด้วยความระมัดระวังปิดตลาดชุมชนต้นแบบหนีน้ำส่วน จ.พัทลุง พื้นที่ริมทะเลสาบลำปํา (ทะเลสาบสงขลาตอนใน) ยังคงได้รับผลกระทบน้ำเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะในเขตเทศบาลตำบลมะกอกเหนือ อ.ควนขนุน น้ำไหลเข้าท่วมชุมชนประดู่เรียงและชุมชนหลังสถานีรถไฟปากคลอง พระครูโสภณ กิตติยาทร รองเจ้าคณะอำเภอควนขนุนและเจ้าอาวาสวัดภูเขาทอง ต.มะกอกเหนือ ตั้งโรงครัวทำอาหารแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัย ขณะที่ชุมชนบ้านออกและชุมชนบ้านท่าน้ำหัวนอน อ.เมืองพัทลุง ตั้งอยู่ริมคลองลำปําและเป็นที่ตั้งตลาดชุมชนยลวิถีบ้านลำปําที่กระทรวงวัฒนธรรมเลือกเป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ผลวิถี” ประจำปี 2568 ถูกน้ำท่วมหนักจนต้องปิดตลาดไปโดยปริยายมวลน้ำเขาบรรทัดจ่อถล่มซ้ำขณะที่ทางเทศบาลเมืองพัทลุงแจ้งเตือนชาวบ้านที่อาศัยริมคลองลำปําทั้ง 5 ชุมชนเร่งย้ายสิ่งของมีค่าไปไว้ในที่สูงโดยด่วน เนื่องจากขณะนี้กระแสน้ำป่าจากพื้นที่ริมเทือกเขาบรรทัดไหลทะลักลงมาทางน้ำตกโตนแพรทองใน อ.ศรีนครินทร์ และน้ำตกไพรวัลย์ อ.กงหรา จ.พัทลุง น้ำมีปริมาณมากจนเอ่อท่วมถนนสายเพชรเกษมช่วงพัทลุง-ตรัง บริเวณหน้าโรงพยาบาลศรีนคินทร์ อ.ศรีนครินทร์ รถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้ สำหรับชุมชนเทศบาลเมืองพัทลุงที่น่าห่วงคือชุมชนบ้านออก เนื่องจากเป็นชุมชนที่ใหญ่ที่สุด ขณะนี้มีน้ำท่วมสูง คาดว่าหากมวลน้ำระลอกใหม่ไหลลงมาเพิ่มจะทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก20 ชุมชนเมืองสตูลจมบาดาลที่ จ.สตูล น้ำท่วมหมดทั้ง 7 อำเภอ หนักสุดในเขตเทศบาลเมืองสตูล น้ำไหลท่วมตลาดสดเทศบาลและบ้านเรือนในชุมชนเขตเทศบาลเมืองสตูลได้รับผลกระทบแล้ว 20 ชุมชน ประชาชนเร่งขนย้ายข้าวของเครื่องใช้หนีน้ำไปไว้ที่สูง บางบ้านขนย้ายไม่ทันจมน้ำเสียหาย ส่วนถนนทางขาเข้าตัวเมืองสตูลจุดรอยต่อระหว่างเทศบาลตำบลคลองขุดและเขตเทศบาลเมืองสตูลน้ำท่วมสูง รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ล่าสุดจังหวัดรายงานความเสียหายจากน้ำท่วม 7 อำเภอ 26 ตำบล 171 หมู่บ้าน รวม 7,632 ครัวเรือน ประชาชนเดือดร้อน 21,920 คน มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ โรงเรียนได้รับผลกระทบต้องปิดการเรียนการสอนชั่วคราวกว่า 80 แห่งทหารเรือช่วยคนป่วยติดเตียงส่วนที่ อ.ละงู จ.สตูล ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักน้ำท่วมสูง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นบริเวณกว้าง พลเรือตรีเอตม์ ยุวนางกูร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้กับอากาศยานและรักษาฝั่ง (ผบ.สอ.รฝ.) ส่งกำลังชุดช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยหน่วยปฏิบัติการ สอ.รฝ.452 เร่งให้การช่วยเหลืออพยพประชาชน เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียงที่บ้านปากปิง หมู่ 10 ต.กำแพง รวมถึงยกสิ่งของเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้บนที่สูง ป้องกันน้ำท่วมเสียหายเมืองคอนสังเวยน้ำท่วมอีกศพจ.นครศรีธรรมราช น้ำท่วมขยายวงกว้าง โดยเฉพาะ ต.ปากนคร และ ต.ท่าซัก อ.เมืองนครศรีธรรมราช เนื่องจากพื้นที่เป็นที่ลุ่มต่ำและเป็นจุดรับมวลน้ำในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช พระครูปลัดบุญฤทธิ์ วิชฺชาธโร เจ้าอาวาสวัดนางพระยา ต.ปากนคร ร่วมกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดโรงครัวช่วยผู้ประสบอุทกภัยนำข้าวกล่องและน้ำดื่มไปแจกจ่ายให้ประชาชนและผู้ป่วยติดเตียง ส่วน อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช มีชาวบ้านจมน้ำเสียชีวิตขณะออกหาปลาในสวนปาล์มน้ำมัน หมู่ 8 ต.ควนพัง ที่ถูกน้ำท่วม ทราบชื่อนายเปรม แก้วนวล อายุ 71 ปี นับเป็นศพที่ 7 ของจังหวัดนครศรีธรรมราชโจรงัดบ้านซ้ำเติมทุกข์ชาวบ้านส่วน อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้แม่น้ำปากพนังเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับมีน้ำทะเลหนุนเอ่อท่วมบ้านในเขตเทศบาลเมืองปากพนัง ระดับน้ำสูงระดับหัวเข่าและระบายได้ช้า นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผวจ.นครศรีธรรมราช ประสานเจ้าหน้าที่กรมชลประทานที่ 15 เปิดประตูเขื่อนอุทกวิภาชประสิทธิ์ เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลอ่าวไทย ขณะเดียวกันตำรวจ สภ.ปากพนัง นำกำลังไปไล่ล่าคนร้ายฉวยโอกาสน้ำท่วมบ้านบุกเข้าไปลักทรัพย์บ้านนางสุวรรณี แก้วตาทิพย์ อายุ 84 ปี อดีตข้าราชการครู เลขที่ 78/4 ซอยประชาวัฒนา 1 เขตเทศบาลเมืองปากพนัง ได้ทองคำรูปพรรณ สร้อยคอ เลสข้อมือ แหวนทองหนัก 10 บาท แหวนเพชร 1 วง และเงินสด 3 หมื่นบาท เป็นการซ้ำเติมทุกข์ประชาชนในช่วงวิกฤติน้ำท่วมนายกฯสั่งเร่งช่วยน้ำท่วมภาคใต้ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เวลา 14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 5/2568 นายอนุทินกล่าวก่อนประชุมว่า ขอมอบเป็นข้อสั่งการและนโยบายการช่วยเหลืออุทกภัยภาคใต้ หนักสุดที่ อ.หาดใหญ่ มอบให้หน่วยงาน ต่างๆในพื้นที่เรื่องดำเนินการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและช่วยเหลือเยียวยากับผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ ส่วนที่ยังควบคุมสถานการณ์ไม่ได้คือปริมาณน้ำที่ยังคงเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพายุฝนยังไม่ได้หยุด ตั้งแต่ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาฝนตกตลอดเวลา ทำให้น้ำไหลเข้าหาดใหญ่ กรมชลประทานเร่งบริหารจัดการสถานการณ์น้ำอย่างเต็มที่ตั้ง “ธรรมนัส” คุมศูนย์ดูแลน้ำด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (คอภ.) ลงนามจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ เพื่อกำกับดูแลการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ ช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยพิบัติได้อย่างทันที ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอุตุฯเตือนฝนถล่มภาคใต้ซ้ำเวลา 17.00 น. วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยฉบับที่ 20 ว่า ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล เนื่องจากมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคใต้ตอนล่างและประเทศมาเลเซีย ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันยังคงมีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 25 พ.ย.ยอดดอยอากาศหนาวเย็นจัดสำหรับประเทศไทยตอนบนเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้าในภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง บริเวณยอดดอยมีอากาศเย็นถึงหนาวจัด และยอดภูมีอากาศเย็นถึงหนาว ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจจะเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้ง รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่