มุ่งสู่สนามเลือกตั้ง การเมือง ณ คาบนี้ดูเหมือนถนนทุกสายวิ่งไปสู่จุดเดียวกันหมด คือทุกฝ่ายหันไปในทิศทางเดียวกัน คือสนามเลือกตั้ง ก็เป็นหนทางที่ดีที่สุด เพราะเวลานี้ก็เหลือไม่มากแล้วตามข้อตกลงที่ให้คำมั่นกันไว้ คือ 31 ม.ค.2569 ครบ 4 เดือนที่รัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี จะต้อง “ยุบสภา” เพื่อเลือกตั้งกันใหม่หลังจากที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญส่อเค้าว่าเส้นทางสะดวกโยธินเมื่อ กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ตั้ง 35 กมธ.ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ต้องใช้ ส.ส.ร.โดย กมธ.ยกร่างจะมาจากคนภายนอกที่สมัครแล้วให้สภาเลือกเป็นแบบ 20 หยิบ 1ทำให้พรรคประชาชนสบายใจขึ้น เนื่องจากได้ตามข้อ เรียกร้องโดยรัฐบาลจะขอเปิดสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาต้นเดือน ธ.ค.ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแท่นรอได้ก่อนสิ้นปี 2568เรื่องเปิดซักฟอกรัฐบาล “ประชาชน” ก็ไม่เอาแล้ว หยุดไว้เพียงแค่นี้มีก็แต่ “เพื่อไทย” เท่านั้นที่ยังต้องการที่จะถล่มรัฐบาลก่อนเลือกตั้ง คงไม่สามารถล้มได้ เพราะเสียงไม่พอเนื่องจาก “ประชาชน” ไม่ร่วมสังฆกรรมด้วยการเมืองมันก็อย่างนี้แหละ ถ้าสมประโยชน์กันได้ก็ไปกันได้ ถ้าไม่สมประโยชน์ก็ยุ่งเป็นเรื่องของนักการเมืองและพรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องของประชาชนแม้แต่น้อย!การเลือกตั้งครั้งนี้ หากพิจารณาจากพรรคการเมืองต่างๆแล้ว ไล่ตั้งแต่ “เพื่อไทย”-“ภูมิใจไทย” -“ประชาชน” ที่จะสู้กันเต็มที่แล้วยังมีอีก 2 พรรคที่น่าสนใจไม่น้อย!“กล้าธรรม” พรรคใหม่ที่กำลังมาแรง เพราะเจ้าของพรรค ตัวจริงใช้ลูกนักเลง และใจถึงพึ่งได้หวังดีดตัวเองขึ้นมาอยู่ชั้นแนวหน้าพยายามกวาดต้อนนักการเมืองทุกประเภทแม้กระทั่งบรรดานักการเมือง “สีเทา” เข้ามาอยู่ในสังกัดพูดง่ายๆว่าเป็นพวก “ไฟลัม” เดียวกัน ทำให้ไม่ต้องพูดกันมากความก็เข้าใจกันแล้วบรรดามีเหล่านี้ก็หวังจะขึ้นชั้นการเมือง แม้ตัวเองยังมีบาดแผลเต็มหลังก็ตาม หวังว่าถ้าได้เป็น “รัฐมนตรี” แล้วจะลบภาพเก่าได้ดูได้จากนักการเมืองที่สังกัดพรรคนี้ แต่ละคนล้วนไม่ธรรมดา แบบเสือ สิงห์ กระทิง แรด มีประวัติไม่ค่อยจะใสสะอาดนักพูดง่ายๆว่า “เทา” ในแต่ละด้านแล้วมาร่วม “มุ้ง” เดียวกันแน่นอนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้คงต้องทุ่มสุดตัว เพราะมีกระสุนเพียบอยู่แล้วทำให้ทุกคนต่างก็มีความหวังไม่ใช่แค่ชนะเลือกตั้งเท่านั้น แต่จะมีเก้าอี้ “รัฐมนตรี” รองก้นด้วยนั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาคิดหวัง!แต่จะฝ่าด้าน “เทา” ไปได้แค่ไหนต้องดูกันอีกที“ประชาธิปัตย์” พรรคเก่าแก่หวังคืนชีพอีกครั้งหนึ่ง มาครั้งนี้คนหนุ่มสาวให้ความสนใจมาก ทั้งเชียร์ทั้งอาสาเป็นผู้สมัครด้วยทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักยิ่งก็ต้องดูว่า “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” จะมีมนต์ขลังนำพาพรรคได้แค่ไหน หากเข้าล็อกก็อาจได้ สส.เข้ามามากหน่อยแต่ถ้ายังไม่ถึงขั้นก็ต้องรอไปก่อน!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม