ผลการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ปลดล็อกจะให้ขายเหล้าเบียร์ได้ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. เป็นเวลาชั่วคราว 6 เดือน คาดว่าจะเริ่มใช้ต้นเดือน ธ.ค.นั้น เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น หลังเกิดแรงสั่นสะเทือนจากการที่ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 เริ่มมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา เพราะข้อกฎหมายใหม่นี้กำหนดให้การดื่มในช่วงเวลาที่ห้ามขาย (14.00-17.00 น. และ 00.00-11.00 น.) เป็นความผิด แค่ดื่มติดลมลากยาวก็มีโทษปรับสูง 1 หมื่นบาท ทำให้เกิดแรงต้านทั้งจากลูกค้านักดื่มและผู้ประกอบการนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนไม่น้อยก็งุนงงกับกฎหมายนี้ ไม่เข้าใจว่าทำไมการดื่มเบียร์หนึ่งแก้วในช่วงบ่ายจึงกลายเป็นการกระทำผิดกฎหมาย สถานประกอบการจำนวนมากในเมืองท่องเที่ยวเจอลูกค้าปฏิเสธใช้บริการ มีหลายประเทศออกคำเตือนนักท่องเที่ยวให้ระวังเรื่องนี้ก่อนจะเดินทางมาเที่ยวไทย ยิ่งไปดูคอมเมนต์ในโลกโซเชียลจะยิ่งจี๊ดใจ มีการแอบแซะไทย แนะนำให้ไปเที่ยวเวียดนามหรือสิงคโปร์แทนผลกระทบด้านเศรษฐกิจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ผับบาร์ รวมถึงธุรกิจอื่นที่เชื่อมโยงกันแรงกดดันที่เกิดขึ้นทำให้รัฐบาลและคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำเป็นต้องตัดสินใจเร่งด่วน ปลดล็อกช่วงเวลาห้ามขาย 14.00-17.00 น. ส่วนช่วงเวลา 00.00-11.00 น. ยังห้ามขายเหมือนเดิม แต่ผ่อนผันให้นั่งดื่มต่อได้อีก 1 ชั่วโมง ซึ่งไม่ใช่การแก้ปัญหาเชิงระบบ แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบไฟลนก้น เพื่อหยุดเลือดก่อนที่เศรษฐกิจท่องเที่ยวจะย่ำแย่ไปกว่านี้ มติปลดล็อกครั้งนี้เป็นเพียงผ้าพันแผลชั่วคราว เพราะยังมีประเด็นปัญหาหลายจุดใน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ที่ยังไม่ถูกตีความอย่างชัดเจน และต้องรอการจัดทำกฎหมายลูกมารองรับประเด็นสำคัญที่สังคมและผู้ประกอบธุรกิจเฝ้าจับตาคือ เรื่องโฆษณาประชาสัมพันธ์ แม้ในกฎหมายแม่วางหลักการไว้ แต่ในทางปฏิบัติยังไม่ชัดเจนว่าการสื่อสารเผยแพร่ข้อมูลสินค้าทำได้แค่ไหน ใช้โลโก้ได้หรือไม่ ผู้ประกอบธุรกิจจำนวนมากกังวลว่าจะเผลอทำผิดโดยไม่ตั้งใจ รายใหญ่พอจ่ายค่าปรับได้ แต่ร้านเล็ก แบรนด์ใหม่ คงสู้ไม่ไหวการใช้ “ตราเสมือน” หรือการใช้โลโก้ที่สื่อถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสินค้าที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ ก็ยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่าขอบเขตอยู่ตรงไหน ทำให้หลายแบรนด์ไม่สามารถวางแผนการตลาดได้เต็มที่ขณะเดียวกัน การจัดโซนนิ่ง ก็ยังไม่มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม จะใช้หลักเกณฑ์ใดในการกำหนดพื้นที่ โซนนิ่งเดิมที่กำหนดไว้ตอนนี้อาจไม่ใช่พื้นที่เหมาะสมแล้วก็ได้เช่นรัชดาภิเษก ขณะที่ซอยนานาหรือถนนข้าวสารน่าจะถูกจัดให้เป็นโซนนิ่งมากกว่าไหมยังมีเรื่อง การขยายเวลาขายเหล้าเบียร์ ที่เป็นข้อถกเถียงกันมานาน ผู้ประกอบการเรียกร้องมาตลอดให้ขยายเวลาปิดสถานประกอบการถึง ตีสอง ส่วนพื้นที่ท่องเที่ยวเช่นภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา กรุงเทพฯ ในพื้นที่โซนนิ่ง ควรให้เปิดได้ถึง ตีสี่ ได้แล้ว ค่านิยมของนักท่องเที่ยวหลายชาติเริ่มสตาร์ตปาร์ตี้ค่อนข้างดึก ถ้าคิดจะหารายได้จากการท่องเที่ยวก็ต้องผ่อนคลายข้อจำกัดด้วยหัวใจสำคัญในการทำกฎหมายลูกคือการเปิดพื้นที่ให้ ผู้ประกอบการ เข้าไปมีส่วนร่วมด้วย เพราะเขาเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง และมีประสบการณ์จริงในพื้นที่มากกว่าผู้กำหนดนโยบาย ซึ่งจะช่วยให้กฎหมายไม่คลุมเครือ ลดปัญหาการตีความ และกฎระเบียบสอดคล้องกับการประกอบอาชีพในชีวิตจริงมากขึ้นรัฐบาลไม่ควรหยุดอยู่แค่การปลดล็อกเวลาห้ามขายเหล้าเบียร์ แต่ต้องเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง จัดทำกฎหมายลูกให้ทันต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน สร้างสมดุลระหว่างมิติด้านสาธารณสุข กับมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว.ลมกรดคลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม