กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญวางกฎเหล็ก ผู้สมัครเป็น กมธ.ยกร่างฯต้องโชว์วิสัยทัศน์-อุดมการณ์ 1 หน้ากระดาษ A4 เปิดให้ประชาชนร่วมตรวจสอบประวัติ “เอกพร” แย้มมีคนเสนอเงื่อนไขชุดยกร่างฯ ห้ามยุ่งเกี่ยวการเมืองตลอดชีวิต ปชน.มั่นใจสูตรนี้ได้เลือกตรงไปตรงมา “ชลน่าน” ฉะบางพรรคจับการแก้ รธน.เป็นตัวประกัน “เท้ง” ขู่ซักฟอกแน่ถ้าไม่เปิดวิสามัญถกแก้ รธน. พร้อมเชือด รมต.สีเทาเป็นรายบุคคล เพื่อไทยเปิดตัวลอตที่ 4 ทีมผู้สมัคร สส.บ้านใหญ่นนทบุรี แต่อุบไต๋ทีมปากน้ำ-อัศวเหม “เฮ้ง” แบ่งโซน “คุณปลื้ม” ขอคุม เลือกตั้งเอง 5 เขตคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข เพิ่มเติม แจกแจงรายละเอียดสูตร 20 หยิบ 1 วางกฎเหล็กผู้สมัครเป็น กมธ.ยกร่างฯ ต้องโชว์วิสัยทัศน์-อุดมการณ์ 1 หน้ากระดาษ A4 ให้ประชาชนร่วมตรวจสอบประวัติ พร้อมเงื่อนไขห้ามยุ่งเกี่ยวการเมืองอีกตลอดชีวิตกมธ.ยกร่าง รธน.ต้องโชว์วิสัยทัศน์เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 14 พ.ย. ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. โฆษกคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา (กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ) แถลงความคืบหน้าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ที่ประชุม กมธ.เห็นชอบต่อการกำหนดที่มาของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน มาจากการสมัครของประชาชน ผ่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งนี้ผู้สมัครต้องมีประชาชนรับรองอย่างน้อย 100 รายชื่อ ต้องมีเอกสารแสดงวิสัยทัศน์และอุดมการณ์ความยาว 1 หน้ากระดาษ A4 เมื่อรับสมัครแล้วจะนำข้อมูลของผู้สมัครเผยแพร่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมตรวจสอบประวัติและอุดมการณ์ จากนั้นส่งรายชื่อให้รัฐสภาคัดเลือกแจงยิบหลักเกณฑ์สูตร 20 หยิบ 1นายนรเศรษฐ์กล่าวต่อว่า กระบวนการเลือกโดยรัฐสภา มติ กมธ.แก้รัฐธรรมนูญกำหนดให้ใช้สูตร 20 หยิบ 1 คือให้สมาชิกรัฐสภา (สส., สว.) รวมกลุ่ม กลุ่มละ 20 คน เพื่อเสนอชื่อ กมธ. 1 คน แต่หากไม่สามารถหาจำนวน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ครบ 35 คน จะให้ใช้วิธีการที่สมาชิกรัฐสภาจำนวน 10 คน เสนอบัญชีผู้จะได้รับการเลือกเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นจำนวน 2 เท่าของจำนวนที่ขาด จากนั้นให้รัฐสภาลงมติเห็นชอบด้วยเสียงที่ต้องเกิน 2 ใน 3 และต้องเลือกให้เสร็จภายใน 60 วัน หากครบกำหนดเวลาแล้วยังได้ไม่ครบ 35 คน แต่ได้ถึง 90% หรือ 33 คน ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ผู้สื่อข่าวถามถึงการกำหนดสูตร 20 หยิบ 1 ว่า กมธ.ได้หารือถึงวิธีการรวมกลุ่มหรือไม่ว่าจะรวมกลุ่มอย่างอิสระหรือมีเงื่อนไข นายนรเศรษฐ์ตอบว่าในหลักการเป็นการรวมกันของสมาชิกรัฐสภาที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ซึ่ง กมธ.เห็นว่ามีข้อดีที่จะทำให้เกิดความหลากหลายของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญปชน.มั่นใจสูตรเลือกตรงไปตรงมาผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ว่าอาจมีการล็อกโควตา โดยพรรคการเมืองที่มี สส.จำนวนมากในสภาฯ น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน โฆษก กมธ. ตอบว่า การเลือกเช่นนี้ถือเป็นหลักการที่ตรงไปตรงมา เหมือนการเลือกตัวแทนในสัดส่วนของ กมธ.พิจารณาแก้รัฐธรรมนูญในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ประชาชนจะเห็นชัดเจนว่าผู้สมัคร สส.ที่เลือกนั้นจะเป็นตัวแทนประชาชน นอกจากได้เลือกนายกฯแล้วยังได้เลือกผู้มาทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย เมื่อถามย้ำว่าเงื่อนไขการรวมกลุ่ม 20 คน อาจทำให้เกิดการจัดตั้งได้ น.ส.พนิดาตอบว่า แปลว่าสะท้อนเสียงประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ทดแทนที่ประชาชนไม่สามารถเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญด้วยตัวเองได้ เมื่อถามว่าอาจถูกติงว่าหนีไม่พ้นการครอบงำของฝ่ายการเมือง น.ส.พนิดาตอบว่า การเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่มีข้อจำกัดจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถตัดขาดจากสภาได้ ต้องใช้สมาชิกรัฐสภาเลือก แต่จะเลือกอย่างไรเพื่อสะท้อนความต้องการของประชาชนที่สุด จึงเป็นสมการนี้นายนรเศรษฐ์กล่าวเสริมว่า รับประกันได้ว่ากมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะมีความหลากหลาย และกระจายในสัดส่วนอุดมการณ์ที่มาจากตัวแทนประชาชน หลังจากยุบสภาและหาเสียง เชื่อว่าพรรค การเมืองจะสื่อสารกับประชาชนว่า แต่ละพรรคมีแนวทางอย่างไรในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ห้ามผู้ยกร่างฯยุ่งการเมืองตลอดชีวิตนายเอกพร รักความสุข สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โฆษก กมธ. กล่าวว่าการพิจารณากำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กำหนดให้ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญถูกจำกัดการเข้าสู่ตำแหน่งการเมือง 3 ปี แต่มีข้อเสนอจาก กมธ.คนอื่นว่าควรให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับการเมืองตลอดชีวิต เพื่อให้เกิดความสบายใจว่าคนยกร่างรัฐธรรมนูญจะไม่มีผลประโยชน์ใด ยืนยันว่าการทำงานใน กมธ.มีความเห็นพ้องไม่มีความขัดแย้งระหว่างผู้ที่มาจากต่างพรรคการเมืองชี้เป้าพรรคจับแก้ รธน.เป็นตัวประกันนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า การทำงานของ กมธ.เป็นไปอย่างล่าช้า เพราะมีการแก้ไขทุกมาตรา ส่วนข้อกล่าวหาว่า กมธ.จากพรรคเพื่อไทยพยายามตีรวนในที่ประชุม และดึงช้าในทุกมาตรา เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง พรรคเพื่อไทยเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 ไม่ใช่เพิ่งมาคิด แต่มีบางพรรคใช้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกัน แลกเปลี่ยนกับการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน ขณะที่พรรคประชาชนมักอ้างว่าไม่ควรยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่เสร็จ นี่น่าจะเป็นเหตุผลหลัก ทำให้พรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องได้ประโยชน์จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถึงวันนี้ กมธ.ควรเอาความจริงมาพูดกัน ไม่ควรมาสาดโคลนใส่กัน“เท้ง” ซัด “หนู” โหนกระแสชาตินิยมเมื่อเวลา 10.00 น. ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. แถลงข่าวแสดงความเสียใจกับ จ.ส.อ.เทิดศักดิ์ สมาพงษ์ ที่ต้องสูญเสียข้อเท้าขวาจากเหตุเหยียบทุ่นระเบิด พร้อมประณามการลักลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลใหม่ว่า กังวลต่อท่าทีนายกฯที่อาจทำให้ไทยเสียเปรียบ จากการเลือกโหนกระแสชาตินิยมปกป้องคะแนนนิยมตัวเอง กลบเกลื่อนการจัดการปัญหาสแกมเมอร์ กระบวนการฟอกเงินที่กระทบรัฐบาล ขอเสนอมาตรการ 3 ข้อ ได้แก่ 1.พูดคุยโดยตรงกับผู้นำสหรัฐอเมริกาและจีน ให้ตัดการสนับสนุนทางการทหาร และเศรษฐกิจต่อกัมพูชา เพื่อจบปัญหาสแกมเมอร์ 2.ตั้งผู้แทนพิเศษ หรือ Special envoy เป็นศูนย์กลางประสานงานกับนานาชาติ ด้านการปราบ ปรามสแกมเมอร์ 3.อายัดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ในไทย เพื่อสาวถึงต้นตอ เราต้องการตัวนายกฯที่แสดงออกอย่างมีวุฒิภาวะ ขอเรียกร้องในการดึงสตินายกฯให้กลับมาขู่ซักฟอกไม่เปิดวิสามัญถกแก้ รธน.นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ขอย้ำจุดยืนพรรค ปชน. กรอบการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องมีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ หากรัฐบาลไม่เปิดประชุมสมัยวิสามัญก่อนวันที่ 12 ธ.ค. พรรค ปชน.จะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที ทั้งนี้ มีการนัดหมายพูดคุยกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จริง แต่พูดคุยแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหลัก ส่วนเรื่องการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคพท.มีจำนวน สส.เพียงพอ ไม่มีเหตุต้องมาขออนุญาตจากพรรค ปชน. นับเวลาที่เหลือจากวันนี้จนถึงการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เหลือเวลาอีกไม่นาน ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำให้เราต้องรีบเร่งยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 เว้นแต่เป็นเหตุผลทางการเมืองเพื่อหวังผลอะไรหรือไม่ เช่น หวังการเปลี่ยนตัวนายกฯ เป็นสิ่งที่เราคงไปตอบแทนพรรคอื่นไม่ได้พร้อมเชือด รมต.เทาเป็นรายบุคคลเมื่อถามว่ารัฐบาลมีปัญหาร้ายแรงที่ต้องยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า ปัญหาเรื่องทุนเทาและสแกมเมอร์ เราจับตาดูมาตลอด รวมถึงการจัดการปัญหาชายแดน ยืนยันอีกครั้งว่าเราไม่ได้เอารัฐธรรมนูญมาเป็นตัวประกัน เพื่อแลกกับความเสียหายทุกเรื่องของประเทศ แต่เราต้องประเมินชั่งน้ำหนักทุกส่วนอย่างรอบด้าน เมื่อถามว่าหากพรรค พท.ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรค ปชน.จะมีแนวทางลงมติอย่างไร นายณัฐพงษ์ตอบว่า ขอดูเนื้อหาหลักการว่าอภิปรายเรื่องอะไร ถ้าซักฟอกเรื่องรัฐมนตรีสีเทา ขอดูเนื้อหาว่ากันเป็นรายบุคคล พรรค ปชน.พร้อมลงมติเป็นรายบุคคล แต่หากเป็นการอภิปรายเพื่อหวังผลทางการเมือง ขณะที่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีความสำคัญเช่นเดียวกันที่จะทำให้รัฐบาลชุดหน้ามีเสถียรภาพมากเพียงพอ เราต้องมาพิจารณาอีกทีหนึ่งว่าเหตุผลในการยื่นอภิปรายของพรรค พท. มีเหตุและผลพอสมควรหรือไม่พท.เปิดตัวลอตที่ 4 ทีมผู้สมัคร สส.ช่วงสายที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผอ.เลือกตั้งพรรค พท. นางมนพร เจริญศรี นายสรวงศ์ เทียนทอง นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ นายพงษ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรค พท. และนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมเปิดตัวผู้สมัคร สส. รอบที่ 4 นายสุริยะกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยพยายามเติมเต็มตามเป้าหมายที่ได้ประกาศไว้ในฐานะ ผอ.เลือกตั้ง ว่าจะกวาด สส.ให้ได้ 200 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งที่จะมาถึง พรรคได้เปิดตัวผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้งไปแล้ว 260 คน วันนี้อีก 11 คน รวมเป็น 271 คน คิดเป็น 65% ของจำนวนเขตเลือกตั้งที่มีอยู่ เชื่อว่าบุคลากรที่พรรคเพื่อไทยพยายามคัดเลือกเข้ามามีแนวทางเดียวกับพรรค คือยึดถือประชาชนเป็นหลัก จุดแข็งของพรรคคือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ หากผู้สมัครสามารถนำจุดที่พรรคเพื่อไทย และพรรคไทยรักไทยเคยทำ ไปเสนอประชาชนจะได้รับการตอบรับที่ดียังอุบไต๋ทีมปากน้ำ–บ้านอัศวเหมนายจุลพันธ์กล่าวว่า เชื่อว่ายังไม่มีพรรคไหนพร้อมเท่าพรรคเพื่อไทย บุคลากรเหล่านี้เป็นคนทำงานในพื้นที่ ทำงานกับประชาชนจริง การตอบรับจากประชาชนย่อมเป็นไปในทางที่ดี ภายในเดือนธ.ค. เราวางว่าจะเปิดตัวให้ครบทั้งหมด 400 เขต วันนี้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.นนทบุรี ทั้ง 8 เขต เป็นบุคลากรที่เข้มแข็ง ทั้งอดีต สส. สจ.ปัจจุบัน เป็นเครือข่ายทำงานให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับการยอมรับ การเลือกตั้งท้องถิ่นก็ชนะมาถล่มทลาย เพราะความเป็นพรรคเพื่อไทยยังคงขายได้ เชื่อว่าพื้นที่นนทบุรีพรรคเพื่อไทยจะประสบชัยชนะ และจะเปิดตัวทีมผู้สมัคร จ.สมุทรปราการ เร็วๆนี้ ยังไม่ขอลงรายละเอียดการแบ่งพื้นที่หลังดึงบ้านอัศวเหมมาร่วม ขอให้ถึงวันเปิดตัวก่อนปิดเงียบไม่มีหลุดแคนดิเดตนายกฯเมื่อถามว่า มีการทาบทามบุคคลที่จะมาเป็นแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทยบ้างหรือยัง หลังมีกระแสข่าวว่านายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ก็เป็นหนึ่งในรายชื่อแคนดิเดตด้วย นายจุลพันธ์ตอบว่า รายชื่อที่ปรากฏออกมายังไม่ผ่านกระบวนการของคณะกรรมการบริหารพรรค ยังคงมีขั้นตอนที่พูดคุยกัน การที่สื่อยังสนใจรายชื่อที่วนเวียนอยู่ แสดงว่าพรรคเพื่อไทยยังอยู่ในความสนใจของสังคมและประชาชน ส่วนจะมีชื่อใครบ้างนั้น อย่างแรกพรรคต้องไปเชื้อเชิญ สองเขาต้องตอบรับ และสามต้องผ่านกระบวนการพรรค ยังมีขั้นตอนอีกมาก ยังไม่มีการพูดคุยกันถึงรายละเอียดในส่วนนี้ ย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีการเชิญบุคคลใด แต่มองไว้เยอะ โดยเฉพาะบุคลากรที่มีความพร้อม มีแนวคิดและอุดมการณ์ตรงกัน แต่ไม่มีทางหลุดวันนี้เด็ดขาดแกนนำบ้านใหญ่นนท์สังเกตการณ์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัคร สส.วันนี้ประกอบด้วย นายวิทยา มาลา เสนอตัวลงสมัคร สส.พิจิตร นายจอมจักรภพ วัชระจินดาวัฒนะ เสนอตัวลงสมัคร สส.ชัยภูมิ น.ส.ณิชาภา โกวิทานนท์ เสนอตัวลงสมัคร สส.สมุทรสงคราม และทีมผู้สมัคร สส.นนทบุรีทั้ง 8 คน ดังนี้ นายวิรัตน์ เกียรติสันติกุล นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ น.ส.ดาราวรรณ อัจฉริยะประสิทธิ์ นายมนตรี ตั้งเจริญถาวร นายวัชยธนันท์ อัศวนิโครธร นายประถมการ อ่วมอ่อง นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ และนายจำลอง ขำสา เป็นที่น่าสังเกตว่าการเปิดตัวในวันนี้ มีนายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี ที่อยู่ในตำแหน่งมากว่า 45 ปี และมีความสนิทสนมกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาร่วมสังเกตการณ์ด้วยยืนยัน “สส.กานต์” ยังอยู่เพื่อไทยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สส.อุบลราชธานี พรรค พท. ออกจากกลุ่มไลน์ สส.พรรค เตรียมย้ายตามนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ออกจากพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ว่าการออกจากกลุ่มไลน์ไม่ได้สื่ออะไร น.ส.สุดารัตน์เป็นบุคลากรที่มีคุณค่าของพรรค กล้าพูดว่า น.ส.สุดารัตน์รักพรรคเพื่อไทย ใจอยู่ที่นี่ ส่วนเรื่องอื่น ที่เป็นปัจจัยแทรกซ้อนเข้ามาต้องปรับความเข้าใจกัน ส่วนพ่ออยู่พรรคหนึ่งลูกอยู่พรรคหนึ่ง อาจทำให้มีแรงกดดันเกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เป็นปกติ ทางการเมือง เมื่อพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาล นายชูวิทย์ก็มองโอกาสในการทำงานจึงไปร่วมเป็นที่ปรึกษาให้รัฐมนตรีเท่านั้น แต่เรื่องอุดมการณ์ยังเชื่อมั่นในตัว น.ส.สุดารัตน์ ว่าพร้อมทำงานกับพรรคเพื่อไทย มีคนไปคุยกับ น.ส.สุดารัตน์ยืนยันว่ายังไม่ ไปไหน ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย เรื่องนี้เป็นเรื่องภายใน ที่พวกเราจัดการได้“เฮ้ง” แบ่งโซน “คุณปลื้ม” คุมเลือกตั้งขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แกนนำกลุ่ม 16 สส. พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวนายสนธยา คุณปลื้ม อดีต รมว.วัฒนธรรม เตรียมย้ายมาอยู่พรรค ภท. ว่า นักการเมืองเมื่อมีสัญญาณเลือกตั้งก็ต้องพยายาม หาสังกัดที่มั่นคง ที่ จ.ชลบุรี เราไม่ได้มีประชาชนรู้จัก ทั้งจังหวัด เราอาจชำนาญบางพื้นที่ ยินดีถ้าคนมีความรู้ ความสามารถพร้อมมาทำงานร่วมกัน แต่วันนี้เท่าที่ ทราบยังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรมชัดเจน แต่ทุกคนพูดคุยกันได้หมด เมื่อถามว่ายังไม่มีการพูดคุยกับกลุ่มนายสนธยาใช่หรือไม่ นายสุชาติตอบว่า เป็นผู้น้อยกว่า ขอให้ผู้บริหารพรรคเป็นผู้พิจารณา เมื่อถามว่า ถ้าพรรค ภท.ให้นายสนธยาเป็นผู้คุมเลือกตั้งใน จ.ชลบุรี รับได้หรือไม่ นายสุชาติตอบว่า การเมืองเขาคงรู้อยู่แล้วว่าใครถนัดตรงไหน อย่างตนอยู่ อ.เมือง ชลบุรี จะให้ไปดู อ.บางละมุง สัตหีบ ก็ไปไม่ได้จริงๆ ที่วางตัวไว้แล้วมี เช่น เขต อ.เมืองชลบุรี, พานทอง, พนัสนิคม, บ้านบึง, บ่อทอง, หนองใหญ่, เกาะจันทร์ ประมาณ 5 เขต เป็นผู้สมัครเก่า จ.ชลบุรีมี 10 เขต และมีขนาดใหญ่ ไม่เชิงจอง แต่เป็นเขตที่เราช่ำชองและชำนาญ คนที่เราวางไว้เป็น สส.เก่าทั้งหมด ถ้าไม่ให้เขาลงจะให้เขาไปอยู่ตรงไหน “สุริยะ” ฟ้อง “ไทกร” โพสต์ใส่ความที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ว่าที่ร้อยเอกปรเมศวร์ สุริยวรรณ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ให้เป็นทนายความยื่นฟ้อง นายไทกร พลสุวรรณ ต่อศาลอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีนายไทกร โพสต์เฟซบุ๊กใส่ความกล่าวหาว่าคนตระกูล “จึง” บีบ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ให้ลาออกจากหัวหน้า พรรคเพื่อไทย นายสุริยะเห็นว่าข้อความต้องการให้ หมายถึงท่าน ซึ่งเป็นความเท็จ ความจริงนายสุริยะไม่ได้บีบ น.ส.แพทองธาร และไม่มีใครบีบได้ เป็นการ ตัดสินใจเอง มีการยื่นใบลาออกอย่างเป็นทางการ การกระทำของนายไทกรทำให้นายสุริยะเสียหายอย่างมาก จึงแต่งตั้งตนเป็นทนายยื่นฟ้องนายไทกรในวันนี้ทส.ถกทูตศรีลังกานำ 2 พลายกลับอีกเรื่อง นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการประสานนำพลายประตูผา และพลายศรีณรงค์กลับประเทศไทยว่า วันที่ 19 พ.ย.ได้เชิญเอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศไทย มาประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพูดคุยแนวทาง เป็นเรื่องระดับรัฐบาลกับรัฐบาล ไม่ใช่ระดับกระทรวงกับกระทรวงด้าน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายสุชาติยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ติดตามงานใกล้ชิดทุกวันเพื่อให้กระบวนการทั้งหมดเป็นไปอย่างรอบคอบ โดยให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับศรีลังกา และสวัสดิภาพของช้างเป็นหลักอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่