สงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ+อิสราเอลทำให้สิ่งที่อยู่ใต้สมองของเพื่อนมุสลิมไทยที่เรารู้จักบางท่าน แทนที่จะเล่าทัศนคติของตนเองที่มีต่อสงคราม ท่านพูดประโยคแรกเลยว่า คนอิหร่านไม่ใช่มุสลิม และนี่อาจจะเป็นสิ่งเดียวกันกับสิ่งที่อยู่ใต้สมองของผู้นำซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ บาห์เรน คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฯลฯ ที่ให้สหรัฐฯไปตั้งฐานทัพในประเทศของตนเพื่อกำราบอิหร่านหลังนบีมุฮัมมัดถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ ค.ศ.632 เกิดคำถามว่า ใครควรเป็นผู้นำโลกมุสลิมท่านต่อไป มุสลิมสายซุนนีย์บอกว่าต้องเลือกผู้นำโดยฉันทามติของประชาคม สายชีอะห์เชื่อว่าผู้นำต้องสืบสายจากครอบครัวท่านนบี (สายท่านอาลี) และนี่คือความขัดแย้งที่กลายเป็นการแยกนิกายมายาวนานกว่า 1,400 ปีความต่างระหว่างศาสนาอิสลามนิกายซุนนีย์และชีอะห์ เปิดฟ้าส่องโลกไม่ขอพูดถึง ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมารับใช้เพียงแต่จะอธิบายคอมเมนต์ในโพสต์ต่างๆ ว่าทำไมบางประเทศในตะวันออกกลางจึงไม่ช่วยอิหร่าน แต่กลับช่วยสหรัฐฯตอบคำถามที่ว่า จีนและรัสเซียเอาอย่างไรกับสงครามในตะวันออกกลางครั้งนี้ โดยสถานะของจีนและรัสเซียในปัจจุบัน ผมมองว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะทำสงครามแบบเปิดหน้าสู้ และโดยธรรมชาติของรัสเซียกับจีนก็มักจะช่วยคนอยู่ข้างหลัง ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่าทั้งสองประเทศได้ส่งอาวุธยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีทางทหารบางอย่างเข้าไปช่วยอิหร่านบ้างแล้วหากสหรัฐฯและอิสราเอลชนะสงคราม ไม่เพียงแต่ทำลายอิหร่านเท่านั้น ประโยชน์ข้างเคียงของสหรัฐฯที่ตามมาคือการได้ยับยั้งการเจริญเติบโตของจีน เพราะจีนพึ่งพาน้ำมันและทรัพยากรธรรมชาติหลายประเภทจากอิหร่านรายได้ของสหรัฐฯจำนวนไม่น้อยมาจากการขายอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับประเทศต่างๆ ระยะหลังรัสเซียและจีนเริ่มขยับสถานะมาเป็นพ่อค้าอาวุธแข่งกับสหรัฐฯ สงครามครั้งนี้สหรัฐฯใช้อิหร่านเป็นโชว์รูมแสดงแสนยานุภาพให้กับโลกได้เห็นส่วนอิหร่านแม้จะเสียเปรียบเพราะโดนรุมกินโต๊ะจากช่างตัดผมสหรัฐฯที่มีความเชื่อตามช่างตัดผมทั่วไปว่า หลายหัวดีกว่าหัวเดียว แต่อิหร่านก็ได้ชื่อเสียงในเรื่องการสู้ไม่ถอย เรื่องเทคโนโลยีโดรนและขีปนาวุธที่ยิงไปในหลายประเทศในตะวันออกกลางอย่างหนึ่งซึ่งเราได้จากวันแรกของสงครามครั้งนี้ คือการทำลายคณะผู้นำของฝ่ายศัตรู สิ่งที่ซ่อนอยู่จากการทำลายก็คือการมีสายลับที่มีคุณภาพ ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลไทยในปัจจุบันลงทุนกับการสร้างสายลับมากน้อยแค่ไหน เคยได้ยินผู้ใหญ่บางคนพูดว่า อ้า ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องมีสายลับแล้วการพูดแบบนี้ทำให้การดำเนินการเรื่องสายลับและราชการลับถูกตัดงบประมาณ สมัยก่อนตอนที่ผมรับราชการเป็น ตชด.อยู่ตามชายแดนไทย–พม่า ยังได้ทำงานร่วมกับพี่บางท่านที่ในสายตาคนทั่วไปก็คือพ่อค้าธรรมดา แต่ในความเป็นจริงเป็นข้าราชการทหารที่มียศพลตรี ถูกส่งไปอยู่ในพม่าตั้งแต่เป็นร้อยตรีอย่างในสงคราม 6 วันเมื่อ ค.ศ.1967 นายเอลี โคเฮน ชาวยิวเชื้อสายอียิปต์ถูกหน่วยข่าวกรองมอสสาดของอิสราเอลให้เข้าทำงานและปลอมตัวเป็นนักธุรกิจอาหรับที่ชื่อนายคาเมล อามิน ทาเบต เข้าไปใช้ชีวิตในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของประเทศซีเรียระหว่าง ค.ศ.1961-1965จนกลายเป็นคนสนิทของชนชั้นนำฝ่ายทหารและการเมืองของซีเรีย เข้างานเลี้ยงและงานประชุมลับทางทหาร ได้ข้อมูลยุทธศาสตร์ระดับชาติ และมีการคาดหวังว่าบุคคลผู้นี้จะได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีในอนาคตนายโคเฮนแนะนำให้ทหารซีเรียปลูกต้นไม้เพื่อให้ร่มเงาแก่ทหาร และส่งแผนที่ฐานปืนใหญ่ทั้งหมดไปให้ฝ่ายอิสราเอล เมื่อเกิดสงคราม 6 วัน อิสราเอลใช้แนวต้นไม้ที่ทหารซีเรียปลูกไว้เป็นเป้าหมายโจมตี และสามารถยึดที่ราบสูงโกลันได้ภายในเวลาไม่นานต่อมาเมื่อซีเรียจับสัญญาณวิทยุลับได้จึงบุกจับโคเฮนคาหน่วยส่งข่าวและประหารชีวิตที่กรุงดามัสกัสเวลาผ่านไป 59 ปี ความสำเร็จในการฆ่าผู้นำสูงสุดและคณะผู้บริหารระดับสูงของอิหร่านก็เป็นความสำเร็จจากการลงทุนเรื่องสายลับของอิสราเอล.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม