กองทัพบกเปิดไทม์ไลน์แฉเขมรสร้างสถานการณ์ป่วน กล่าวหาไทยยิงใส่แบบยิงปุ๊บเจ็บปั๊บ ส่งโรงพยาบาลแบบไวเว่อร์ ฉะสื่อกัมพูชาและมาลี โฆษกกัมพูชาปล่อยเฟกนิวส์ กล่าวหาทหารไทยใช้ปืน RPD ยิงพลเมืองกัมพูชา ดับ 1 เจ็บ 3 ด้าน “อนุทิน” บอกไม่ต้องห่วงบินจีนเปิดทางติดต่อ 24 ชม. ยันกองทัพพร้อมปกป้องอธิปไตย ส่วนผู้อพยพดูแลเต็มที่ “บิ๊กเล็ก” ไม่ทน ยกหูหา “เตีย เซยฮา” หลังเกิดเหตุเขมรยิงยั่วยุ ยันไทยยิงตอบโต้ตามกฎการใช้กำลัง เชื่อเขมรจัดฉากใส่ร้ายตามสไตล์ ผบ.กกล.บูรพาเยี่ยมชาวบ้านกลางดึกเขมรชั่วเล่นบทเหยื่อไม่เลิก สร้างสถานการณ์ป่วนไทยด้วยการเปิดฉากยิงจากบ้านเปรยจัน จ.บันเตียเมียนเจย ฝั่งกัมพูชา ที่อยู่ตรงข้ามบ้านหนองหญ้าแก้ว ต.โคกสูง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว มากว่า 30 นัด เมื่อเย็นวันที่ 12 พ.ย. แล้วใส่ร้ายป้ายสีว่า ถูกทหารไทยยิงปืนข้ามแดนเข้าไปในพื้นที่บ้านเปรยจัน ทำให้มีชาวกัมพูชาบาดเจ็บและเสียชีวิต หวังเรียกร้องความเห็นใจจากประชาคมโลก เหตุการณ์ดังกล่าวมีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน ภายหลังจากสร้างสถานการณ์ยิงกันเองเสร็จแล้ว กัมพูชาได้เชิญคณะ AOT ฝ่ายกัมพูชาลงพื้นที่ดูเหตุการณ์ทันที ขณะที่วันเดียวกันกระทรวงการต่างประเทศของไทย เชิญคณะทูต 59 ประเทศ แจงหลังไทยระงับถ้อยแถลงร่วม“อนุทิน” ยันไทยไม่รุกรานใครความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 13 พ.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างเดินทางไปต่างประเทศว่า ได้เปิดช่องทางสื่อสารกับส่วนที่เกี่ยวข้อง หรือรับผิดชอบต่อสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนที่ประชาชนมีความกังวลต่อสถานการณ์ชายแดน เนื่องจากเมื่อวันที่ 12 พ.ย. มีเหตุการณ์บริเวณบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว เราจะทำให้ดีที่สุด ยืนยันเราไม่มีเจตนาไปรุกรานใคร แต่ก็ไม่ยอมให้ใครมาคุกคามอธิปไตยของเรา จะไม่ยอมให้ประชาชนและทหารต้องประสบภัยอันตราย ผู้สื่อข่าวถามว่าเหมือนกัมพูชาใช้ปืนเล็กยิงก่อกวนเข้ามาในฝั่งไทย นายอนุทินกล่าวว่า ทหารมียุทธวิธี รัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ หากมีความจำเป็นต้องอพยพ เรื่องของศูนย์พักพิง เงินเยียวยา เราเตรียมพร้อมไว้หมดแล้วพร้อมรับมือสถานการณ์เมื่อถามว่าเรื่องเงินเยียวยาต้องให้ ผวจ.เบิกจ่ายได้ทันทีหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตนนั่งควบ รมว.มหาดไทย ดำเนินการเรื่องศูนย์อพยพในอีสาน ใต้ สามารถดูแลประชาชนที่ต้องย้ายมายังศูนย์อพยพได้และมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังได้รับน้ำใจจากประชาชนทั้งประเทศเข้าไปช่วยเหลือ รัฐบาลจะใช้รูปแบบดังกล่าวดูแลประชาชนตามความจำเป็น เมื่อถามว่ามีการประเมินสถานการณ์อย่างไร เนื่องจากบรรยากาศตอนนี้เข้าใกล้สู่การปะทะ นายอนุทินกล่าวว่า “แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ” มีคำสั่งสอนมาตั้งแต่บรรพบุรุษแล้ว ยืนยันให้อำนาจทหารตัดสินใจตั้งแต่วันแรกที่มาเป็นนายกฯแล้ว ส่วนการเตรียมความพร้อมชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณ จ.ศรีสะเกษ จะสั่งการผ่าน สมช.มีข้อสั่งการที่มีกรอบอยู่แล้ว การประชุม สมช.แต่ละครั้งถือเป็นการรับฟังรายงานความพร้อมและปฏิบัติงานที่ต้องปรับไปตามสถานการณ์และความเหมาะสม รวมถึงให้การสนับสนุนสิ่งที่กองทัพร้องขอมา ยืนยันกองทัพมีความพร้อมรับมือสถานการณ์และปกป้องแผ่นดิน อธิปไตย ความปลอดภัยของประชาชน ที่นายฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา โพสต์อ้างว่าทหารไทยยิงใส่พลเรือนกัมพูชาบาดเจ็บและเสียชีวิต ได้อ่านแล้ว แต่เราก็มีแนวทางของเรา“บิ๊กเล็ก” เผยยกหูหา “เตีย เซยฮา”ด้าน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 13 พ.ย. ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว หลังกัมพูชายิงเข้ามายังฝั่งไทยว่า ได้เน้นย้ำไป 2 มาตรการ คือระงับปฏิบัติการตามปฏิญญาและต้องปกป้องพื้นที่ที่อยู่ในเขตอธิปไตยของไทยตามกฎการใช้กำลัง เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการยั่วยุ กองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 ใช้ความระมัดระวังดำเนินการในพื้นที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่ได้แต่ยิงตอบโต้ไปว่าอย่ากระทำอย่างนี้อีก เนื่องจากพื้นที่นั้นมีพลเรือนอาศัยอยู่ ได้โทรศัพท์หา พล.อ.เตีย เซยฮา รมว.กลาโหมกัมพูชา ถึงการปฏิบัติการในพื้นที่พลเรือน แม้จะบอกว่าไม่เจตนาแต่ก็เป็นพื้นที่พลเรือน เมื่อถามย้ำว่า พล.อ.เตีย เซยฮา ชี้แจงอย่างไร พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า เขาพูดเหมือนกับที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชาแถลงออกมายิงโต้เป็นไปตามกฎการใช้กำลังเมื่อถามถึงกรณีกัมพูชาอ้างว่ามีพลเรือนกัมพูชาบาดเจ็บ 3 ราย เสียชีวิต 1 ราย พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า เราไม่ได้รับทราบว่ามีพลเรือนอยู่ในบริเวณ เมื่อทหารกัมพูชายิงเข้ามาฝั่งเรา เราก็ต้องตอบโต้ ครั้งก่อนจะเห็นว่าการยั่วยุเป็นการยิงปืนขึ้นฟ้า ครั้งนี้ยิงมาระดับบุคคลแสดงว่ามุ่งหวังชีวิต เรามีหลักฐานคือรอยกระสุนบริเวณบังเกอร์ ดังนั้น ต้องยิงตอบโต้เป็นไปตามกฎการใช้กำลัง สิ่งที่เขาไม่ควรกระทำอย่างยิ่งคือการปฏิบัติในพื้นที่ที่มีพลเรือนอยู่ กัมพูชาทราบดีอยู่แล้วว่าบริเวณนั้นมีพลเรือนอยู่เชื่อเขมรจัดฉากเพื่อใส่ร้ายเมื่อถามว่ากัมพูชาต้องการยั่วยุให้เกิดสงครามใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ไม่คิดถึงขนาดนั้น ไม่อยากให้เรียกว่าสงครามดูหนักเกินไป แต่เป็นการจัดฉากเพื่อให้เกิดการปะทะว่าเขาเป็นฝ่ายถูกกระทำ เมื่อถามว่าเขาหวังใส่ร้ายฝ่ายไทยเพื่อหวังผลหรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า คิดว่าอย่างนั้น มุ่งหวังให้ประชาคมโลกหันกลับมาตรงนี้ เพราะเขาทำลักษณะนี้มาเรื่อยๆในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว บ้านหนองจาน นำพลเรือนมาออกหน้า แม้รัฐบาลกัมพูชาออกมาระบุว่าไม่ได้มีนโยบายเช่นนั้น แต่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นเรามองว่าเป็นเช่นนั้นลั่นเลิกถก JBC แล้ว เปลืองภาษีเมื่อถามย้ำว่าเขาได้บอกเหตุผลหรือไม่ว่าเหตุใดยิงปืนกลเข้ามาฝั่งไทยถึง 60 นัด พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า เขาไม่ยอมรับ เมื่อถามว่า พล.อ.เตีย เซยฮา ขอให้มีการเจรจาหรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ขออนุญาตไม่พูด เพราะเป็นการพูดคุยกันส่วนตัว แต่จุดยืนของเรายังคงเหมือนเดิม คือจะไม่มีการประชุมจีบีซีที่จะเกิดขึ้นปีละ 1 ครั้ง ต่อจากนี้ไปจะไม่มีอีกแล้ว มองว่าไม่มีประโยชน์ รวมถึงปีหน้าก็คงไม่มี ต่อไปให้ใช้กลไกของรัฐบาลหรือ รมว.ต่างประเทศ ว่ากัน ในส่วนจีบีซีไม่มีอะไรคืบหน้าและไม่ปฏิบัติตามปฏิญญา ประชุมไปก็เปลืองภาษีประชาชน ขณะที่คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ยังคงปฏิบัติงาน เหตุการณ์ที่บ้านหนองหญ้าแก้วก็ต้องพิสูจน์ทราบต่อไป เป็นข้อตกลงของประเทศอาเซียน ไม่เกี่ยวกับปฏิญญาสันติภาพกองทัพบกเปิดไทม์ไลน์เขมรยิงยั่วยุวันเดียวกัน กองทัพบกได้เปิดไทม์ไลน์ เหตุการณ์ที่กัมพูชาสร้างสถานการณ์ เริ่มต้นจากเมื่อเวลา 16.10 น. วันที่ 12 พ.ย. กัมพูชาใช้อาวุธปืนยิงจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาฝั่งไทย ที่บริเวณ บ.หนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว คาดว่าเป็นอาวุธปืนเล็ก AK-47 ประมาณ 30 นัด โดย กกล.บูรพาได้ยิงเตือนและดำเนินการโต้ตอบเหตุการณ์ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก่อนสถานการณ์จะสงบลง ตรวจสอบฝ่ายไทยไม่ได้รับการสูญเสีย ขณะที่กัมพูชาได้ก่อเหตุตั้งแต่เวลา 16.05 น. โดยใช้อาวุธปืนยิงข้ามแดนจาก บ.เปรยจัน เข้ามายังฝ่ายไทย บริเวณบังเกอร์ จต.ส.34-35 พื้นที่ บ.หนองหญ้าแก้ว ฝ่ายไทยยิงตอบโต้กลับไป 22 นัด เวลา 16.20 น. ผบ.ร้อย.ลว.5 แจ้ง มว.1 ร้อย.ลว.5 พื้นที่ บ.โจกเจย กำลังพลชุดสนับสนุนมาถึงและให้กำลังพลเข้าประจำหลุมบังเกอร์สื่อกัมพูชา-มาลี ร่วมปล่อยเฟกนิวส์เวลา 16.32 น. สำนักข่าว Grand News ของกัมพูชารายงานว่า ทหารไทยเปิดฉากยิงพลเรือนในหมู่บ้านเปรยจัน ต.อูเบโจน อ.อูชรอฟ จ.บันเตียเมียนเจย ส่งผลให้พลเรือนบาดเจ็บ 5 ราย เวลา 16.40 น. นายอุม เรียไตร ผวจ.บันเตียเมียนเจย เปิดเผยกับสำนักข่าว Fresh News ของกัมพูชาว่า ทหารไทยใช้อาวุธปืนยิงข้ามแดนเข้าสู่ดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา ในพื้นที่ บ.เปรยจัน ประชาชนกัมพูชาบาดเจ็บ 5 คน เวลา 17.00 น. หน่วย ปชด.503 พื้นที่ตรงข้าม อ.โคกสูง จ.สระแก้ว สั่งการหน่วยขึ้นตรงว่าให้เตรียมพร้อมรบ 100% พร้อมกับโฆษก จ.บันเตียเมียนเจย แถลงข่าวระบุว่าทหารไทยใช้ปืน RPD ยิงประชาชนกัมพูชา ตามด้วย พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาแถลงว่า ไทยเปิดฉากยิงโจมตีใส่พลเรือนชาวกัมพูชามีผู้บาดเจ็บ 5 คน หลังจากที่กองทัพไทยกระทำการยั่วยุต่อเนื่องกล่าวหาไทยยิงคนกัมพูชาดับ 1เวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่กัมพูชาอพยพราษฎร บ.เปรยจัน ออกไปยังพื้นที่หลุมหลบภัยริมถนนหมายเลข 58 และเปรยจัน มีรถยนต์พยาบาล รถยนต์หน่วยงานรัฐ หลายคันจอดรอในวัดเปรยจัน เวลา 18.30 น. กลุ่มสื่อมวลชนกัมพูชาทยอยเดินทางมา ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่วัดเปรยจัน พร้อมกับดร.ปานแข็ม บุนทอน รมช.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระบุว่า ตนสังเกตการณ์ในพื้นที่ดังกล่าว ทหารไทยได้ตะโกนด่าฝ่ายกัมพูชา ต่อมาได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในเขตกัมพูชา เวลา 18.37 น. ฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา ออกแถลงการณ์ประณามไทย ระบุ ว่า การกระทำดังกล่าวขัดกับความตกลง เรียกร้องให้ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศเข้ามา เวลา 18.48 น. เพจข่าว “Koh Santepheap Daily” โพสต์ข้อความระบุว่า ทหารไทยใช้ปืน RPD ยิงพลเมืองกัมพูชา ดับ 1 เจ็บ 3ผบ.กกล.บูรพาเยี่ยมชาวบ้านขณะที่ช่วงกลางดึกวันที่ 12 พ.ย. พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผบ.กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ในฐานะ ผบ.กองกำลังบูรพา พร้อมด้วย พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ กองกำลังบูรพา ลงพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ตรวจสอบความเรียบร้อยและให้กำลังใจชาวบ้านที่อพยพเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัย มีนายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา นอภ.โคกสูง รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ พล.ต.เบญจพลเดินเยี่ยมชาวบ้านที่อพยพพบหญิงชราวัย 80 ปีคนหนึ่ง ที่ต้องละทิ้งบ้านมาหลบในที่ปลอดภัยและกล่าวว่า สถานการณ์ฉุกเฉินครั้งนี้สร้างความลำบากให้กับชาวบ้าน หากขาดเหลือสิ่งใดให้แจ้งกองกำลังบูรพาทันที ทหารจะทำอย่างเต็มที่เพื่อให้ทุกอย่างกลับสู่ความสงบ จากนั้นหญิงชราได้ไหว้ขอบคุณและอวยพรให้ทหารปลอดภัยทหารเฝ้าระวังบ้านหนองหญ้าแก้วส่วนบรรยากาศที่ บ.หนองหญ้าแก้ว ช่วงเช้าวันที่ 13 พ.ย.อยู่ในความเงียบสงบ หลังทหารกัมพูชาเปิดฉากยิงปืนเข้ามายังฝั่งไทยในลักษณะยั่วยุ จนกองกำลังบูรพาต้องยิงเตือนตอบกลับตามกฎการปะทะ ส่วนความเคลื่อนไหวจากฝั่งกัมพูชาไม่มีให้เห็น แหล่งข่าวทางทหารเผยว่าเป็นเพราะ “ฝั่งเขมรยังไม่ตื่น” หรือยังไม่มีการเคลื่อนกำลังเพิ่มเติมเข้ามาในแนวชายแดน หลังเหตุวุ่นวายเมื่อคืนวันที่ 12 พ.ย. ส่วนที่บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้วไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ พบทหารกัมพูชาประจำการอยู่ประปรายบางจุด แต่ไม่มีการเสริมหรือวางกำลังเพิ่มแต่อย่างใด ขณะที่กองกำลังบูรพาจัดกำลังลาดตระเวนทางภาคพื้นดินและใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้วและบ้านหนองจาน ประเมินสถานการณ์เชิงลึก พร้อมตรึงกำลังเข้มในพื้นที่และเพิ่มระดับการเฝ้าระวังในช่วงกลางวันต่อเนื่องถึงกลางคืนตั๊น–จิตภัสร์นำสิ่งของเยี่ยมที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สก.2 (หนองแวง) อ.โคกสูง เวลา 09.45 น. น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ประธานคณะที่ปรึกษา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะเดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของให้แก่ จนท.กองกำลังบูรพา และ จนท.ป่าไม้ ที่ร่วมกันปกป้องอธิปไตยไทย น.ส.จิตภัสร์กล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯและ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ตน พร้อมนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ลงพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว พร้อมด้วย พล.ต.ต.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผบก.ตชด.ภาค 1 พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ร.12 รอ. นำเครื่องอุปโภคบริโภคสิ่งของจำเป็นมามอบให้ทหารกองกำลังบูรพา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ทหาร เจ้าหน้าที่ป่าไม้และเจ้าหน้าที่อุทยานฯในพื้นที่รวมกว่า 100 นาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวง ในการสนับสนุนสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงภัยทุกภาคส่วนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่