เริ่มสตาร์ต...พอดิบพอดีระหว่างรัฐบาลใหม่กับข้าราชการชุดใหม่ก็เนื่องมาจากรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ประกาศว่า 1 ต.ค.2568 คือวันเริ่มต้นทำงานไปจนถึงวันที่ 31 ม.ค.2569 ด้วยเวลา 120 วัน คือ 4 เดือนจะ “ยุบสภา” ตามเงื่อนไขวันที่ 1 ต.ค. ก็เช่นเดียวกันกับที่ข้าราชการชุดใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้งทดแทนผู้ที่เกษียณอายุราชการก็จะเริ่มงานวันแรกจึงเป็นอะไรที่สอดคล้องกันโดยมิได้นัดหมายแต่ความหมายก็คืองานที่จะออกมานั้นด้วยทีมใหม่ทั้งคณะคือนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีและข้าราชการใหม่ทั้งชุดนี้จะโชว์ผลงานดีแค่ไหนหรือตกม้าตายไม่เป็นท่าพร้อมกัน!แต่สิ่งหนึ่งคือความใหม่นี่แหละที่จะทำให้เกิดพลังร่วมกันเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ เพราะทุกคนต่างก็มีความหวังไม่ต่างกันรัฐบาลชุดนี้มีงานที่รอพิสูจน์อยู่ 2 เรื่องใหญ่ คือปัญหาเศรษฐกิจและความมั่นคง เนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาปัญหาเศรษฐกิจดูจากกลุ่ม “คนนอก” ที่เข้ามารับผิดชอบค่อนข้างสบายใจได้ระดับหนึ่ง เนื่องจากแต่ละคนมีประสบการณ์ ความรู้ความสามารถที่สำคัญคือสังคมให้การยอมรับจึงพอการันตีได้!แต่ปัญหาระหว่างไทย-กัมพูชานั้น แม้ผิวเผินดูไม่น่าจะยาก เพราะเรามีความพร้อมมากกว่า แต่ก็ต้องยอมรับความจริงคือกัมพูชานั้น “เก๋า” กว่าเรามากแม้จะโกหกมดเท็จก็ตามแต่ลีลาท่าทางและความกล้าบ้าบิ่นของผู้นำของเขานั้นไม่ต่างไปจาก “คนบ้า” คือไม่ยอมอะไรง่ายๆแม้รู้ว่ายังไงก็ไม่มีทางชนะไทยได้แต่ก็ยังรุงรังสร้างความวุ่นวายได้ทุกวันคำถามก็คือรัฐบาลจะแก้ไขอย่างไรเพราะความอดทนนั้นย่อมมีข้อจำกัด คือทนได้ระยะหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้ายาวออกไปและประชาชนที่อยู่บริเวณชายแดนเดือดร้อนก็ต้องทำให้หยุดให้ได้!ข้อสำคัญคือจะทำให้ไทยเกิดความเสียหายที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ที่สำคัญประชาชนก็จะเกิดความรู้สึกไม่พอใจที่รัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ย่อมส่งผลเสียต่อคะแนนนิยมที่มีต่อนายกรัฐมนตรี รัฐบาลชุดนี้ และกองทัพที่ไร้น้ำยาสร้างความสงบให้ประเทศไม่ได้ไม่มีทางเลือกอย่างอื่นนอกจากจะต้องเดินหน้าเปิดฉากเจรจา เพราะเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหาหรือมิฉะนั้นก็ต้องรบกันแต่นโยบายของไทยคือต้องการให้เกิดความสงบไม่เสียดินแดนก็ต้องมีมาตรการในการเจรจาเพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งยอมรับอยู่ที่การต่อรองที่ไทยไม่เสียเปรียบนี่คือความสามารถที่จะต้องแสดงให้ปรากฏนี่จะเป็นคะแนนในวันกาบัตรเลือกตั้ง!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม