“อนุทิน” เตรียมควง “บิ๊กเล็ก” ตระเวนชายแดนเยี่ยมทหารให้กำลังใจ ปัดเมืองคู่แฝด “บ้านหนองจาน-บันเตียเมียนเจย” แค่แนวคิดของ รมว.กลาโหม “สีหศักดิ์” ย้ำ “ไทย” รอ “กัมพูชา” จริงใจ พร้อมถกแก้ข้อพิพาทเขตแดน ลั่น “บัวแก้ว-ทหาร” ต้องมีเอกภาพ TMAC เผยชุดปฏิบัติการเก็บกู้และกวาดล้างทุ่นระเบิด สนับสนุนกองทัพภาคที่ 2 ในพื้นที่ภูมะเขือ ช่องอานม้า ช่องบก ได้ทุ่นระเบิดเกือบ 3 พันรายการ ชาวบ้านชายแดนสุรินทร์ผิดหวัง หลังกองทัพบกย้ำการตอบโต้กับกัมพูชาต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในทุกมิติ ทำชาวบ้านชายแดนที่ค้าขายปิดร้านหนีไปหาที่ทำมาหากินใหม่ หลังทนไม่ไหวต้องแบกภาระอื้อหลังย่านการค้าชายแดนซบเซาหนักหลังจากเฟซบุ๊กกองทัพภาคที่ 2 โพสต์ข้อความระบุว่า กองทัพบกเผยกัมพูชาใช้กลยุทธ์สร้างสถานการณ์หวังทำลายภาพลักษณ์ไทย ย้ำการตอบโต้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในทุกมิติ ส่งผลให้ชาวบ้านชายแดนในพื้นที่ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ แสดงท่าทีถึงการโพสต์ดังกล่าวของกองทัพภาคที่ 2เมื่อเช้าวันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ย่านการค้าตลาดชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ดูท่าทีของชาวบ้านชายแดนเกี่ยวกับเรื่องนี้ พบชาวบ้านหลายคนแสดงความเห็นว่า การโพสต์ของกองทัพภาคที่ 2 เช่นนี้เสมือนเป็นการส่งสัญญาณออกมาว่า จะไม่มีสงครามเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ ยิ่งจะทำให้สถานการณ์ชายแดนคลุมเครือยาวนาน ส่งผลต่อการดำรงชีวิตของประชาชนชายแดนอย่างไม่จบสิ้น ชาวบ้านส่วนใหญ่อยากให้กองทัพและรัฐบาลจัดการให้จบ เพราะกัมพูชาเจรจาไม่รู้เรื่อง รวมทั้งไว้ใจไม่ได้ มองว่ารัฐบาลและกองทัพน่าจะไม่สร้างสงครามรอบที่ 2 แล้ว แต่เน้นหลักการสันติวิธีและการทูต ทำให้ชาวบ้านชายแดนเริ่มผิดหวัง กังวลว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อยิ่งจะส่งผลให้การใช้ชีวิตความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพของชาวบ้านย่ำแย่ นอกจากต้องอยู่อย่างหวาดระแวง ชายแดนช่องจอมก็ไร้ผู้คนมาเที่ยว โดยเฉพาะเรื่องดินแดนที่ไทยยังได้มาไม่หมด เช่น ที่ปราสาทตาควาย การเจรจาอย่างสันติกัมพูชาคงไม่ยอมถอยออกจากจุดนี้ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าสถานการณ์ชายแดนที่ยืดเยื้อดังกล่าว นอกจากร้านค้า ร้านสะดวกซื้อปิดตัวลงจำนวนมากแล้ว ร้านอาหารหลายร้านก็ทยอยปิดตัว เจ้าของร้านหลายคนพากันไปหาทำเลเปิดร้านใหม่นอกพื้นที่ อาทิ นางศิริภา บูรณ์เจริญ แม่ค้าร้านอาหารตามสั่งและส้มตำปูปลาร้าแซ่บนัวร์ ตรงข้ามตลาดชายแดนช่องจอม ได้ปิดร้านหลังขายมานานกว่า 20 ปี ไปเปิดร้านใหม่ที่หมู่บ้านขนาดมอญ ต.ตาตุม อ.สังขะ เนื่องจากทนแบกรับภาระหนี้สิน ค่างวดรถยนต์ ค่าครองชีพ ค่าเรียนของลูกหลานและค่าเช่าร้านไม่ไหว เจ้าตัวกล่าวว่า ถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อต่อไปแบบนี้ เศรษฐกิจชายแดนจะยิ่งทรุดหนักลงเพราะไร้คนมาเที่ยว จะรอให้สถานการณ์จบคงไม่ได้ ต้องไปหารายได้ที่อื่น เพราะมีภาระต้องรับผิดชอบมากมายขณะที่ช่วงบ่าย หน่วยเฉพาะกิจที่ 12 (ฉก.12) กองกำลังบูรพา จัดกำลังพลเข้าคุมเข้มพื้นที่ชายแดนบ้านหนองจาน สนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสระแก้ว สาขาอรัญประเทศ ในการรังวัดแปลงที่ดินของราษฎร หลังได้รับการร้องเรียนและมีข้อพิพาทด้านสิทธิครอบครองในบางแปลงที่เป็นพื้นที่อ่อนไหว ภารกิจครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจากจุดรังวัดอยู่ระหว่างหลักเขตที่ 46-47 เป็นเขตชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เคยมีปัญหาการอ้างสิทธิที่ดินมาก่อน ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวในพื้นที่ดังกล่าว เป็นที่จับตาของทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการปฏิบัติการด้านกฎหมาย หรือการรังวัดอย่างเป็นทางการ หน่วย ฉก.12 ได้จัดกำลังชุดระวังป้องกัน พร้อมด้วยชุดเก็บกู้และตรวจค้นวัตถุระเบิด (EOD) 2 ชุด เข้าปฏิบัติการตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ กระจายกำลังรอบจุดรังวัด ตั้งจุดสังเกตการณ์ ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด ป้องกันการลอบวางสิ่งกีดขวางหรือวัตถุอันตรายวันเดียวกัน พ.อ.ศิวะ หว่างอากาศ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) รายงานการปฏิบัติของชุดปฏิบัติการเก็บกู้และกวาดล้างสนับสนุน กองทัพภาคที่ 2 ในพื้นที่ภูมะเขือ ช่องอานม้า ช่องบก ว่าตั้งแต่วันที่ 10-23 ส.ค. เก็บกู้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลได้ 122 ทุ่น ทุ่นระเบิดต่อต้านยานพาหนะ 4 ทุ่น เก็บระเบิดที่ยังไม่ระเบิด 50 รายการ เก็บสรรพาวุธระเบิดที่ถูกละทิ้งไว้ในพื้นที่ 1,575 รายการ ช่วงวันที่ 29 ส.ค.-21 ก.ย. เก็บกู้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลได้ 592 ทุ่น เก็บสรรพาวุธระเบิดที่ยังไม่ระเบิด 30 รายการ เก็บระเบิดที่ถูกละทิ้งไว้ในพื้นที่ 506 รายการ และกวาดล้างพื้นที่ให้ปลอดภัยจากทุ่นระเบิดได้ 236,537 ตร.ม. รวมทั้งหมดสามารถเก็บสรรพาวุธระเบิดได้ทั้งสิ้น 2,879 รายการ ทำพื้นที่ให้ปลอดภัยได้ทั้งสิ้น 236,537 ตร.ม.อีกด้านหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ดำเนินการทำถนนเลียบแนวชายแดนเป็นการเร่งด่วน ระยะทาง 15 กม. เพื่อเป็นเส้นทางส่งกำลังบำรุงและลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบเพื่อป้องกันการละเมิดอธิปไตย ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.-29 ก.ย. ระหว่างการสร้างถนนตรวจพบวัตถุระเบิดกับทุ่นระเบิดจำนวนมาก ชุดตรวจพิสูจน์ฯได้เคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยเพื่อทำลายต่อไป ส่วนเส้นทางได้ปรับเปลี่ยนไปตามสภาพพื้นที่ ที่เครื่องจักรสามารถดำเนินการได้ ยังคงเหลือระยะทางจริงอีก 4 กิโลเมตร ของการสร้างถนนที่รัฐสภาบ่ายวันเดียวกัน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ลุกขึ้นกล่าวชี้แจงถึงนโยบายการต่างประเทศกรณีปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ปัญหาไทยกับกัมพูชาตอนนี้มีหลายมิติมาก ทั้งมิติชายแดน ความมั่นคง อาชญากรรมข้ามชาติ เศรษฐกิจ การทหารและโยงการเมืองภายในประเทศที่ผ่านมา ที่สำคัญความรู้สึกของประชาชนทั้งสองประเทศ เราต้องทำให้ความสัมพันธ์กลับสู่สภาวะปกติ ต้องพยายามก้าวข้ามความขัดแย้งที่มีอยู่ให้ได้ แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย การเจรจาประเทศไทยต้องเจรจาอย่างสันติ แต่เราไม่ยอมในเรื่องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน สิ่งสำคัญเรายังแก้ไขปัญหาแต่ละวันเฉพาะหน้าที่ต้องมียุทธศาสตร์ข้อมูลข่าวสาร ที่ฝ่ายกัมพูชาใช้เป็นประโยชน์อย่างมาก สร้างความได้เปรียบของเขา นำเวทีทวิภาคีไปสู่นานาประเทศ แต่ไม่ใช่ว่าตนปิดประตูสำหรับการเจรจา ถ้าเขาพร้อมเมื่อไหร่ เราก็ต้องพร้อม ปัญหาตอนนี้คือเขายังไม่แสดงความจริงใจที่จะเจรจากับเรานายสีหศักดิ์กล่าวต่อว่า สำหรับการเจรจาเราต้องเจรจาหยุดยิงถาวร การเก็บทุ่นระเบิด การกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติทั้งหลาย การนำอาวุธหนักออกจากพื้นที่ เพื่อนำความสงบและปลอดภัยสู่ชายแดน จากนั้นเราจะพูดเรื่องปัญหาต่างๆที่เราประสบอยู่ตอนนี้ ในสถานการณ์ปัจจุบันที่เราเจอกับปัญหาสลับซับซ้อน เจอวิธีการกลับไปกลับมาของกัมพูชา ที่สำคัญที่สุด การต่างประเทศต้องเริ่มภายในบ้านของเรา ที่ต้องมีเอกภาพในการทำงานร่วมกัน กระทรวงการต่างประเทศในช่วงที่ตนดูแล จะเน้นการทำงานที่เป็นเอกภาพกับฝ่ายทหาร คุยกับ รมว.กลาโหม ทุกวัน ไม่เช่นนั้นเราจะดูอ่อนแอในสายตาอีกฝ่าย ขณะนี้การทูตต้องสนับสนุนการทหาร แต่ต่อไปถ้าพื้นที่เปิด การทหารต้องสนับสนุนการทูต ตนเน้นเรื่องเอกภาพอย่างมากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา กรณี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม มีแนวคิดทำเมืองคู่แฝด บ้านหนองจาน-บันเตียเมียนเจย แก้ปัญหารุกล้ำเขตชายแดนไทย-กัมพูชา คิดว่าจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ว่า “ตอนนี้ยัง ตอนนี้เน้นเรื่องการรักษาอธิปไตยและดินแดนของประเทศ และดำเนินการตามกฎหมายให้เคร่งครัด อันนั้นเป็นแนวคิดเมื่อพูดคุยได้แล้ว แต่ตอนนี้ยังพูดคุยไม่ได้ ก็ยังไม่ต้องไปคิดเรื่องนั้น” เมื่อถามว่าต้องถามความเห็นคนในพื้นที่ก่อนหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า คนในพื้นที่ถ้าเป็นคนไทยก็ไม่ต้องถามอะไรเพราะมีความชัดเจนอยู่แล้ว ถ้าเป็นคนไทยอยู่ในประเทศไทยช่วงเย็น นายอนุทินให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา ถึงการเตรียมลงพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชาว่า จะลงพื้นที่วันที่ 3 ต.ค. พร้อมกับ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม รวมถึงจะนำฝ่ายปกครองไปด้วยเพื่อไปแบ่งหน้าที่กันให้ชัดเจน ช่วงนี้อยากให้ทหารได้ทำหน้าที่ในการป้องกันชายแดนอย่างเต็มที่ ฝ่ายปกครองจะได้ดูแลพี่น้องประชาชน เรื่องการอพยพหากมีอันตรายในพื้นที่ น่าจะทำได้คล่องตัวขึ้นแล้วเพราะเรามีประสบการณ์เมื่อถามว่าสำหรับศูนย์อพยพ พร้อมแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า พอดีอยู่ในจังหวัดเดิมๆ ไม่ได้ขยายวงไปไหนการจัดเตรียมสามารถทำได้โดยเร็ว กระทรวงมหาดไทยมีความพร้อมอยู่แล้ว เมื่อถามว่าจะลงพื้นที่กี่จังหวัด นายอนุทินตอบว่า ไล่ไปเรื่อยๆ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี เน้นไปในพื้นที่ขัดแย้งสูงเพื่อไปให้ขวัญกำลังใจทหาร ส่วน จ.สระแก้วจะไปสัปดาห์หน้า เมื่อถามถึงกรณีมีการนำเสนอข่าวอาหารของทหารขาดแคลน นายอนุทิน กล่าวว่า ตนถาม ผบ.ทบ.ได้รับคำยืนยันว่าไม่มีขาดแคลนแน่นอนไม่ได้กินแต่ปลากระป๋อง ไวไว เท่านั้น มีทั้งอาหารสด อาหารร้อน ผู้ใหญ่ของกองทัพยืนยันมาว่าไม่มีเหตุเหล่านี้แน่นอนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่