ถ้าการเมืองไทยในเวลานี้คลอดออกมาได้ตามแนวทางที่อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย วางกรอบไว้ภายใต้ข้อจำกัดของเวลาที่มีให้ไม่มาก โดยเฉพาะเมื่อจะมีคำตัดสินเรื่องชั้น 14 ในวันที่ 9 เดือน 9ซึ่งไม่รู้ว่าเครดิตของเขาจะวูบลงไปหรือไม่ และอีกมากน้อยแค่ไหนประเทศไทยก็ยังอยู่ในวงรอบที่มีแสงสว่างทะลุอุโมงค์เข้ามามากพอจะให้เดินทางต่อไปได้ตามโครงการต่างๆที่รัฐบาลก่อนได้มีการวางแผนไว้ขณะที่ภาคเอกชนไทยก็ไม่รอว่ารัฐบาลใหม่ที่ไม่ใช่รัฐบาลเก่าจะมาเปลี่ยนแปลงโครงการใด หรือยกทิ้งโครงการที่เคยนำเสนอก่อนหน้าไปมากน้อยเพียงใด หรือไม่ตามแนวทางของอดีตนายกฯทักษิณ หรือ สทร.ของรัฐบาลที่ปรากฏต่อสาธารณชนแล้วว่า เขาได้หารือเบื้องต้นกับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานที่ปรึกษาคณะก้าวหน้า และ ผู้นำจิตวิญญาณ ของ พรรคประชาชน แล้ว ว่าถ้าพรรคเพื่อไทยกลับมาจับมือกับพรรคประชาชนอีกครั้ง จะยินดีหรือไม่?การหารือเบื้องต้นกับผู้นำจิตวิญญาณของพรรคประชาชน ทำให้แนวโน้มของการเมืองไทยมีทางออกให้หายใจหายคอกันคล่องขึ้น เพราะพรรคประชาชนมีเสียงในมือมากที่สุดถึง 143 เสียงส่วนพรรคเพื่อไทย ซึ่งบัดนี้เข้าตำราภาษิตโบราณ อันเป็นสัจธรรมที่ว่า... “ยามมั่งมี ผีผอม ตอมกันแด–ก...ยามโลงแตก ผีอ้วน ชวนกันหนี” ก็เพราะมีงูเห่าจากพรรคโดดไปร่วมสนับสนุนให้ อนุทิน ชาญวีรกูล หน.พรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ 10 คน กับกลุ่มการเมืองของ สุชาติ ชมกลิ่น จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ไปร่วมด้วย 16 คนรวมถึงพรรคกล้าธรรมของผู้กองธรรมนัส คนใกล้ชิดที่สุดของ สทร.ไปร่วมด้วยอีก 26 คน บวกกับพรรคที่ยังเอาแน่ไม่ได้ 4–5 คน บวกลบ สิริรวมเป็น 52–57 คน มีผลให้รัฐบาล ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำเหลือเสียงสนับสนุนอยู่เพียง 196 คน หรือลดลงกว่านี้ถ้า หัวหน้าเท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แห่ง พรรคประชาชน หันมาลงนามสัญญาลูกผู้ชายกับ สทร.ตามข้อเสนอ 4 ข้อที่ขอแลกเพื่อโหวตให้แคนดิเดตคนที่ 3 ของพรรคเพื่อไทยคือ ชัยเกษม นิติสิริ เป็น นายกฯคนที่ 32พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่พรรคประชาชนต้องการดังนี้ คือ1.ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ภายใน 4 เดือน หรืออาจจะเร็วกว่านั้น2.จะทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 60 ด้วยข้อเสนอที่เร็วที่สุด โดยการถามประชาชนว่า จะนำรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 ซึ่งถือเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดมาใช้เลย หรือร่างใหม่3.เพื่อให้หน้าและหลังฉากของข้อพิพาทไทย-เขมร ยุติลงเป็นการลดความขัดแย้งในหมู่คนไทยด้วยกัน จะถามไว้ในการทำประชามติคราวเดียวว่าควรคงไว้ หรือยกเลิก MOU 43 และ MOU 44ข้อสุดท้าย 4.รัฐบาลจะร่วมมือกับพรรคประชาชน และทุกฝ่ายเร่งดำเนินการในคดีฮั้ว สว.และคดีที่ดินเขากระโดงซึ่งเป็นเรื่องสำคัญและอยู่ในความสนใจของประชาชนตามกฎหมายและหลักนิติธรรมอย่างตรงไปตรงมาทั้งหมดทั้งปวงเหล่านี้ มีไทม์ไลน์ว่าจะปฏิบัติทันทีในสัปดาห์นี้ ถ้าหากพรรคประชาชน เห็นชอบด้วยกับข้อเสนอนี้ส่วนพรรคภูมิใจไทยจะแก้ประเด็นเหล่านี้ให้ตกไปได้อย่างไร ต้องติดตามดูกันต่อ.มิสไฟน์คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม