“พระอลงกต” สึกแล้ว “บิ๊กเต่า” ใช้สาลิกาลิ้นทองกล่อมไม่เกิน 20 นาที หลังถูกจับคาวัดพระบาทน้ำพุเมื่อช่วงตี 1 ขณะขึ้นรถตู้ออกจากวัดเตรียมเผ่น ถูกกองปราบฯที่เฝ้าอยู่แสดงตัวจับกุมตามหมายจับ 3 ข้อหา พฤติกรรมชัด ทุจริตยักยอกเงินบริจาคไปใช้ประโยชน์ตนและฟอกเงิน คุมตัวเข้า กทม.สอบเข้ม พร้อมยึดเอกสาร หลักฐานตรวจสอบ 8 ลัง ส่วน “หมอบี” ไม่รอดถูกล็อกคาบ้าน คุมตัวมาสอบหลังโดนหมายจับ 3 ข้อหาเช่นกัน “รองเต่า” เผยผลปฏิบัติการค้น 17 จุด กทม.- ลพบุรี คาดว่าเงินที่ใช้กระทำความผิดมีมูลค่ามากหลักพันล้าน เงินมหาศาลทำให้พระเกิดกิเลส พบมีคนเกี่ยวพันอีกนับสิบ ส่วนอดีตพระถึงขณะนี้รับสิ้นไส้ หนีทหาร ลอบไปทำงานมาเลเซียกลับเข้ามาบวชและเอาชื่อ “อลงกต พลมุข” เพื่อนสนิท มาใช้เพื่อหนีทหารจากความไม่ชอบมาพากลกรณีนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี หมอดูชื่อดังถูกกล่าวหาไปเปิดบัญชีในนามวัดพระบาทน้ำพุ อ.เมืองลพบุรี แต่นำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ รวมทั้งมีข่าวเป็นการแบ่ง 70-30 ขณะที่หมอบีออกมาแจงผ่านรายการ “แฉ” ว่า เงินทั้งหมดไม่ได้มอบให้วัด แต่มอบให้พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ “หลวงพ่ออลงกต” เจ้าอาวาส ขณะที่สังคมและสื่อโซเชียลเริ่มขุดคุ้ยเรื่องของทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะหลวงพ่ออลงกต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเลขบัตรประชาชนหลวงพ่ออลงกตตรงกับบุคคลที่เสียชีวิตและนำไปเป็นเลขบัญชีรับเงินบริจาค โดยกรมการปกครองยืนยันว่าเลข 13 หลักบนบัตรประชาชนของหลวงพ่อและข้าราชการกรมชลประทานที่เสียชีวิตเป็นคนละเลขและยืนยันว่าเป็นคนละคน ส่วนแบงก์กรุงเทพสั่งอายัดบัญชีพระอลงกต ใช้หลักฐานใบสุทธิพระมาดำเนินการ ใบสุทธิพระมีเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักของนายอลงกต พลมุข อดีตข้าราชการ มาเปิดบัญชีตั้งแต่ปี 2540 โดยห้ามโอนเงินเข้าและโอนเงินออก ส่วนการใช้พร้อมเพย์ได้ยกเลิกไปโดยปริยาย ตามที่เสนอข่าวไปนั้นป.จับแล้วพระอลงกต–หมอบีในที่สุดตำรวจจับแล้วทั้งคู่พระอลงกต-หมอบี เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 26 ส.ค. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.สั่งการ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 ก.ป. พ.ต.อ.วนัสชัย ยิ่งยงสมสวัสดิ์ ผกก.2 บก.ปปป. นำกำลังตรวจค้น 17 จุดในพื้นที่ กรุงเทพฯ ลพบุรี พร้อมจับกุมหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี ตามหมายจับ ความผิดตาม ม.147, 157 และฟอกเงินเตรียมเผ่นถูกรวบคารถตู้จุดสำคัญ เมื่อเวลา 01.00 น. ที่วัดพระบาทน้ำพุ พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.เอกรัฐ จันทร์มณี สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุมพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือนายอลงกต พลมุข อายุ 65 ปี ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ 81/2568 ลงวันที่ 22 ส.ค.68 ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานทุจริตยักยอกเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ, เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฟอกเงินและสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน รวม 3 ข้อหา จับได้ขณะขึ้นรถตู้ภายในวัดพระบาทน้ำพุ นำตัวลงประจำวันที่ สภ.ดอนตูม ก่อนนำมาสอบสวนต่อที่กองปราบฯรายงานข่าวแจ้งว่า การจับพระอลงกตกลางดึกครั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาพระอลงกตไม่เคยออกจากวัดยามวิกาลมาก่อน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป.ที่เฝ้าสังเกต เห็นพฤติกรรมดังกล่าว คาดว่าน่าจะหลบหนี ได้แสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมอ่านหมายจับให้ทราบรื้อยิบเส้นเงิน–หลักฐานในคอมจนกระทั่งช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ป.ป.ช.และเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เข้าตรวจค้นภายในอาคารโรงเรียนนาถะศาสตร์ พื้นที่ของใจฟ้าฟาร์ม ต.นิคมสร้างตนเอง อ.เมือง ลพบุรี และอยู่ในการดูแลของหลวงพ่ออลงกต เพื่อตรวจสอบเอกสารข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ที่ชั้น 4 และชั้น 5 ที่อาจเชื่อมโยงกับเงินบริจาครวมทั้งการทุจริตยักยอกเงิน มี น.ส.กอแก้ว เพชรบุตร ผอ.โรงเรียน นำตรวจค้น เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.เผยว่า การเข้าตรวจค้นครั้งนี้ ดูเส้นทางการเงิน สลิปการโอนเงิน พบว่ามีเงินบริจาคเข้ามาในมูลนิธิจำนวนมาก แต่ยังไม่ได้ตรวจสอบว่าเป็นยอดเงินเท่าไร ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้งค้น 5 จุดวัดพระบาทน้ำพุส่วนที่วัดพระบาทน้ำพุ เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นบริเวณอาคารรับบริจาคเงินและอาคารต่างๆ พร้อมดูเอกสารการรับบริจาคเงิน มีพระครูสุวัฒน์กิตติสาร เจ้าคณะตำบลเขาสามยอด รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ และนายสมพร โสมะเค็ง ไวยาวัจกร ผู้นำตรวจค้น 5 จุด ส่วนใหญ่จะดูเรื่องเอกสารการบริจาค เส้นทางการเงินว่ามีความผิดปกติอย่างไร จากการตรวจค้นวัดพระบาทน้ำพุและใจฟ้าฟาร์ม เจ้าหน้าที่ได้ยึดหลักฐานสำคัญ เช่น ฮาร์ดดิสก์ เอกสารการโอนเงิน ใบอนุโมทนาบัตร เอกสารที่ดิน จากมูลนิธิอาทรประชานาถ ของนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี 8 ลังรักษาการเจ้าอาวาสห่วงผู้ป่วยด้านพระครูสุวัฒน์กิตติสาร เผยว่าเพิ่งรักษาการได้เพียง 2 วัน ยังไม่ได้ดูว่าสิ่งของในวัดมีอะไรบ้างจนมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจค้นในวันนี้ ยินดีให้ตรวจสอบทุกเรื่อง แต่ขณะนี้กังวลและเป็นห่วงว่าต่อไปนี้คงจะไม่มีใครเข้ามาบริจาคหรือทำบุญ สิ่งของที่มีอยู่ในปัจจุบันจะหมดไป ผู้ป่วยร้อยกว่าชีวิตที่อยู่ในวัดไม่รวมธรรมรักษ์นิเวศน์ 2 จะอยู่กันอย่างไร หรือจะอยู่ได้อีกนานเท่าไหร่ เพราะคนป่วยคงไม่ค่อยมีใครเอากลับไปบ้าน คงจะเป็นที่รังเกียจของเขา ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ประสานกับหน่วยงานสาธารณสุขให้มาดูแล ตนเป็นเพียงรักษาการหากเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว จะให้ผู้ที่มีความสามารถ เข้ามาดำเนินการหรือรักษาการแทนต่อไป แต่ระหว่างนี้ยืนยันว่าจะไม่ทิ้งผู้ป่วยแน่นอนพศจ.ลพบุรี ชี้เงินวัดเหลือ 10 ล.ด้านนายวีระ จำลอง ผอ.สำนักงานพระพุทธ ศาสนา จังหวัดลพบุรี (พศจ.ลพบุรี) เผยกับผู้สื่อข่าวระหว่างสังเกตการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ว่า จากการประชุมร่วมกันทราบว่าขณะนี้ค่าใช้จ่ายของวัดในแต่ละเดือนอยู่ที่ 1.2-1.3 ล้านบาท ค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 3.5-4 แสนบาทต่อเดือน ค่าอาหารวันละ 2 หมื่นบาทเพราะมีคนที่อยู่ที่นี่ ราว 200 กว่าชีวิต ยังไม่รวมส่วนที่ต้องดูแลลิงในวัดอีก 500 กว่าตัว ตรวจสอบบัญชีวัดมีเงินเหลือราว 10 กว่าล้าน คงดูแลได้อีกไม่นาน เพราะมีทั้งผู้ป่วย กลุ่มเปราะบางเป็นความห่วงใยของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ตอนนี้ก็ได้บูรณาการกับส่วนอื่นๆ เช่น พม.เทศบาลเมืองเขาสามยอด สาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการให้ช่วยกันดูแล เมื่อถามว่าในเรื่องที่หลวงพ่อถูกออกหมายจับ หากพิสูจน์ตัวเองได้จะกลับมาครองผ้าเหลืองได้เหมือนเดิมหรือไม่ นายวีระตอบว่า ในส่วนของการดำเนินคดี พนักงานสอบสวนได้ให้หลวงพ่อไปให้ปากคำ ส่วนที่เหลือจะดูว่าให้ประกันหรือไม่ จะไปอยู่ในมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ปี 2505 หากพิสูจน์พ้นความผิดอาจจะกลับมาได้ ต้องอยู่ที่ตัวบทกฎหมายต่อไปล็อก “หมอบี” ที่บ้านประชานิเวศน์ส่วนกำลังตำรวจกองปราบฯ อีกชุดนำกำลังจับกุมนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” เจ้าของเพจ “งมงาย สไตล์หมอบี” ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และร่วมกันฟอกเงิน จับได้ที่บ้านพัก ย่านประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร เมื่อเช้ามืดวันเดียวกัน ก่อนถูกควบคุมตัวค้นหลักฐานเพิ่มเติมเจอเงินสด 3 ล.อ้างคนศรัทธาให้จากการตรวจค้นหาพยานหลักฐานในบ้านพบเงินสดที่ใส่ซองไว้ และวางไว้ภายในบ้านรวมกว่า 3 ล้านบาท เงินดังกล่าวหมอบีอ้างว่าเป็นเงินที่ได้มาจากผู้เข้ามาขอคำปรึกษาปัญหา ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับญาติพี่น้อง หรือลูกหลานที่ล่วงลับ เงินที่ตรวจพบ หมอบีระบุว่าเป็นเงินจากผู้นำมาให้ในระยะเวลาแค่ 3 วัน ส่วนใหญ่เป็นของผู้ที่ศรัทธาในตัวที่เคยเขียนจดหมายมาขอคำปรึกษาถึงญาติๆ หรือลูก-หลานที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่คนเหล่านี้ยังห่วงใย เกรงว่าผู้ล่วงลับไปแล้วอาจจะได้รับความลำบาก มาขอคำปรึกษา เพราะเชื่อว่าสื่อสารกับวิญญาณได้ เมื่อผู้ที่มาขอคำปรึกษาเข้ามาพูดคุยรวมทั้งได้รับคำแนะนำบางอย่าง ประกอบกับตนมีอะไรบางอย่างที่พอจะสื่อสารกับโลกวิญญาณได้ ทำให้ผู้มาขอคำปรึกษาสบายใจนำเงินตอบแทนมามอบให้มีทั้งมากบ้างน้อยบ้าง แต่ไม่เคยไปเรียกร้อง ส่วนเรื่องการสื่อสารกับดวงวิญญาณ เจ้าตัวไม่ยอมตอบว่ามีความสามารถพิเศษแบบนี้ได้อย่างไรยันเงินบริจาคถวายหมดรายงานข่าวระบุต่อว่า ส่วนกรณีร่วมทำบุญกับหลวงพ่ออลงกต หมอบีระบุว่า เป็นเพราะความศรัทธาที่มีมากว่า 10 ปี มองว่าหลวงพ่อเป็นคนดีจัดหาเงินบริจาคให้กับโครงการต่างๆของหลวงพ่อ เงินทุกบาททุกสตางค์ถวายให้กับหลวงพ่อไปจนหมดแล้ว นอกจากนี้ตัวหมอบียังกล่าวอีกด้วยว่า ตั้งแต่ร่วมทำบุญกับหลวงพ่ออลงกต ผลอานิสงส์ยังทำให้หน้าที่การงานของตนประสบผลสำเร็จอีกด้วยหน้าเครียดเข้า ป.–ปิดปากตอบสื่อจนกระทั่งเวลา 10.00 น. นายเสกสันน์ หรือ “หมอบี” ถูกตำรวจคุมตัวเข้ากองปราบฯในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาล มีผ้าดำคลุมข้อมือ สีหน้าเคร่งเครียดท่ามกลางสื่อมวลชนรอทำข่าวบันทึกภาพจำนวนมาก หมอบี ปฏิเสธตอบคำถามนักข่าวที่รุมล้อม ก่อนถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวขึ้นไปที่ ชั้น 3 กก.1.บก.ป.เพื่อสอบปากคำต่อไป“ผู้การอิ้ว” ยันหลวงพ่อจะหนีด้าน พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป. เผยว่า ตำรวจกองปราบฯจับกุมพระอลงกตได้เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. หลังชุดสืบสวนพบว่ากำลังออกจากวัดคาดว่าจะหลบหนี ขณะนี้ได้ควบคุมตัวมาที่กองปราบฯเรียบร้อยแล้ว ส่วนหมอบีถูกจับกุมแล้วเช่นกันกองปราบฯจัดอาหารฉันมื้อเช้ามีรายงานว่า หลังตำรวจกองปราบฯนำตัวพระอลงกตมาสอบปากคำที่ห้องทำงานของ พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์ รอง ผกก.1 บก.ป. บนชั้นที่ 3 อาคารประชา อารักษ์ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดยยังไม่ได้สึกจากการเป็นพระ โดยช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ป. ถวายอาหารเช้าเป็นข้าวสวย น้ำพริกอ่อง ไข่ดาว และต้มจับฉ่าย ขณะที่พระอลงกตเบื้องต้นไม่ยอมให้การที่เป็นประโยชน์กับตำรวจกองปราบฯแต่อย่างไรทนายระบุ “หมอบี” รู้จะถูกจับต่อมาเวลา 12.30 น. นายกสานติ์ ปัญญาชัยรักษา ทนายความนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ หมอบี เผยกับสื่อมวลชนก่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเยี่ยมหมอบี ระบุว่าเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำอย่างถูกต้องตามกฎหมายสำหรับคดีนี้ทุกอย่างด้วยความเป็นธรรม สัมผัสได้ว่าให้สิทธิผู้ต้องหาอย่างเต็มที่ตามที่ควรจะได้รับ เมื่อถามว่าหมอบีมีการเตรียมพร้อมที่จะถูกจับวันนี้หรือไม่ ทนายความระบุว่า ตัวนายบีเข้าใจว่าสักวันหนึ่งจะต้องมีกระบวนการแบบนี้เรามีหน้าที่ต้องเตรียมข้อมูลเตรียมคำตอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุน ทั้งนี้หมอบีไม่ได้กังวลเรื่องใดเป็นพิเศษเราสู้กันตามรูปคดีใช้ 6 หลักเตรียมยื่นประกันตัวนายกสานติ์ย้ำว่า เรื่องหลักฐานได้ให้ความร่วมมือตำรวจเต็มที่ ตั้งแต่ขั้นตอนการสืบสวนจนมาถึงขั้นนี้ วันนี้เป็นการชี้แจงเพิ่มเติมตามขั้นตอน นำหลักฐานทรัพย์สินมาพิสูจน์ถึงที่มาว่าได้มาจากแหล่งใด ที่ผ่านมาตำรวจและส่วนของทีมทนายทำงาน ร่วมกันมาตลอดยืนยันว่าเอกสารหลักฐานพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ส่งมอบให้ตำรวจครบถ้วนแล้ว ที่ผ่านมาหมอบีระบุถึงความสัมพันธ์กับหลวงพ่ออลงกตว่าเป็นศิษย์อาจารย์กัน ตัวของหมอบีเข้ามาทำงานกับหลวงพ่อด้วยจิตศรัทธาและหลวงพ่อชวนให้หมอบีมาเป็นสะพานบุญตามที่ปรากฏในสื่อสังคมอยู่แล้ว ส่วนหลายเหตุการณ์ที่เจออยู่ขณะนี้เหมือนบททดสอบว่าหมอบีเป็นเพชรแท้หรือไม่ ต้องพิสูจน์ต่อความดีถึงสิ่งที่ทำ ความชัดเจนอย่างเดียวตอนนี้คือหมอบีถูกจับกุม เบื้องต้นเตรียมหลักทรัพย์มาประมาณ 6 หลักเพื่อประกันตัว“บิ๊กเต่า” กล่อมยอมสึกต่อมาเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. มาร่วมสอบปากคำพระอลงกต และนายเสกสันน์ หรือหมอบีบอกว่า หลวงพ่อยังไม่ให้ความร่วมมือในบางเรื่อง ยังไม่ยินยอมสึก ตำรวจจะดำเนินการไปตามกฎหมาย เมื่อถามว่าการที่หลวงพ่อไปสวมสิทธิ์ชื่อคนอื่นในการบวชจะถือว่าเป็นการบวชจริงหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า เรื่องนั้นเป็นเรื่องย่อยเอาเรื่องหลักก่อน จากนั้นขึ้นลิฟต์ไปยังห้องสอบปากคำ ล่าสุดเวลา 14.10 น.หลวงพ่ออลงกตได้ยอมลาสิกขา เจ้าหน้าที่เตรียมเสื้อกับกางเกงสีขาวไว้ให้พระอลงกตเปลี่ยนใส่อัดคลิปเทศน์ก่อนถอดจีวรพล.ต.ต.จรูญเกียรติเปิดเผยว่า วันนี้มีการตรวจค้น 17 จุด ขณะนี้ยังไม่เสร็จสิ้น ส่วนผู้ต้องหา เบื้องต้น พระอลงกตให้ความร่วมมือ ให้ข้อมูลหลายเรื่องที่มีข้อสงสัย ตอนนี้ได้สึกแล้ว ยินดีเข้าสู่กระบวนการ โดยยอมลาสิกขา ไม่มีบังคับขู่เข็ญ ท่านแยกระหว่างพระธรรมวินัยกับเรื่องกฎหมายบ้านเมือง บางสิ่งเป็นสิ่งที่มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่บางสิ่งเป็นการผิดกฎหมายบ้านเมืองก็รับสภาพ และยอมสึก ก่อนการสึกท่านได้เทศน์ให้กับประชาชนและพระในการใช้ชีวิตในการปฏิบัติตน ได้บันทึกคลิปไว้และจะให้ผู้สื่อข่าวและประชาชนได้รับทราบรับชมเผยใช้เวลาคุยไม่ถึง 20 นาทีเมื่อถามว่า เจรจาอย่างไรพระถึงยอมสึก พล.ต.ต. จรูญเกียรติบอกว่า เราพูดถึงคุณงามความดีของท่าน ใช้เวลาเจรจาไม่เกิน 20 นาที ประโยคที่ทำให้ยอมคือสิ่งที่ท่านสร้างมาเป็นเรื่องการทำคุณงามความดี ช่วยเหลือประชาชน สิ่งที่จะทำให้เป็นบุญกุศลแก่ท่าน คือการดูแลรักษาพระพุทธศาสนาให้เดินต่อไป การกระทำอะไรก็ได้ไม่ทำให้ศาสนาเสื่อมเสีย ท่านจึงบอกว่า ท่านจะลาสิกขาเงินบริจาคมากทำให้เกิดกิเลสรอง ผบช.ก.กล่าวว่า สำหรับพฤติการณ์มีก้อนเงินเข้ามามากมาย มีการนำไปใช้จ่ายซื้อที่ดิน ทำสนามฟุตบอล ลงทุนในรูปแบบบริษัทที่มีทั้งกำไร และขาดทุน คาดว่าเงินที่ใช้กระทำความผิดมีมูลค่ามากหลักพันล้านบาท แต่ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน และรายการที่มีผู้ศรัทธามากจะมีเงินเข้ามาจำนวนมาก การยับยั้งชั่งใจในการขอรับบริจาคและนำมาใช้มันไม่ตรงกับความเป็นจริง ทำให้พระเกิดกิเลส เอาเงินไปใช้ในทางที่ผิด ช่วงแรกท่านทำด้วยจิตศรัทธา แต่ในช่วงหลังเงินมันเยอะ เลยผ่านไปทำรูปแบบอื่น ทำมา 10 กว่าปีขึ้นไป ส่วนใบสุทธิที่ใช้บวชพบแล้วแต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดจะเปิดเผยทีเดียวและขอให้หลักฐานชัดเจนก่อน โดยจะตรวจสอบตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงวันนี้ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่มีหนังสือสุทธิเล่มใหม่แล้ว รวมถึงเห็นใบสุทธิดังกล่าวแล้วรับแล้วเจ้าตัวหนีทหาร เมื่อถามถึงไทม์ไลน์ของตัวพระอลงกตที่หายไปประมาณห้าถึงหกปี พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า เขาไม่ได้คัดเลือกทหาร เรื่องนี้พระได้ให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่แล้ว ขอไปตรวจสอบก่อน รวมถึงจะต้องสอบปากคำญาติพี่น้อง คนใกล้ชิด หรือพยานที่เกี่ยวข้องช่วงเวลานั้นมาประกอบ การปลอมใบสุทธิถือเป็นความผิดทางอาญา ส่วนช่วงเวลาที่หายไปนอกจากเรื่องของการหนีทหารแล้วยังมีคดีอาญาอื่นด้วยหรือไม่ ชุดทำงานตั้งธงไว้ ขอตรวจสอบก่อนใช้บัญชีใจฟ้าเป็นสารตั้งต้นสำหรับเงินหลักพันล้านบาทเกี่ยวข้องกับหมอบี เท่าไหร่ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป. กล่าวว่า การดำเนินการเรื่องบัญชีใจฟ้าเป็นสารตั้งต้น คือตั้งเงิน 300 ล้านบาทเป็นคดีหลัก หลังจากนี้เรื่องแรกที่จะต้องขยายผล คือ คนที่เกี่ยวข้องกับบัญชีใจฟ้าว่า ตามวัตถุประสงค์เพื่อบริจาคเป็นเงินของวัดพระบาทน้ำพุ มีใครเกี่ยวข้องบ้าง 2.ขยายผลเกี่ยวกับทรัพย์สินที่คนใกล้ชิด ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิดหรือทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดหรือไม่ก็จัดการแจ้ง ปปง. เพื่อยึด และดำเนินการตามกฎหมาย ปปง. จากการประเมิน มีประเด็นความผิดปกติ ซับซ้อนพบว่า ด้านการทำธุรกรรม เส้นเงินเขาโอนใช้เงินสด โอนจากบัญชีเป็นเงินสดเพราะฉะนั้นการใช้จ่ายเคสนี้ ใช้เงินสดเกือบทั้งหมด เราต้องทำการบ้านและใช้เวลาค่อนข้างเยอะ ไม่เหมือนเคสอื่นที่มีเส้นธุรกรรมการเงินไปเชื่อมต่อตอนจับพระมีเงินสด 2 แสน บ.พล.ต.ต.วิทยายังกล่าวด้วยว่า ยอดเงินที่หลวงพ่อพกติดตัวขณะถูกจับกุม เบื้องต้นที่รับรายงานมีประมาณ 1-2 แสนบาท ส่วนจะนำไปทำอะไรนั้นยังไม่ทราบ ขณะนี้ทั้งคู่ยังไม่ได้ยื่นประกันตัว ยังอยู่ในขั้นตอนสอบสวน ตามหลักต้องพิจารณาอีกทีว่าจะมีการคัดค้านการประกันตัวหรือไม่ ส่วนการไปทำธุระตอนตีหนึ่งกว่านั้น พล.ต.ต.วิทยา บอกว่า เอาเป็นว่าเราได้เฝ้าติดตามพฤติการณ์ และมีพฤติการณ์ที่อาจจะหลบหนี จึงต้องดำเนินการจับกุมตามหมายจับ ส่วนที่อ้างว่าไปทำธุระนั้นก็เป็นข้ออ้างพบคนเกี่ยวข้องอีกนับ 10รอง ผบช.ก.กล่าวอีกว่า ขณะนี้พบว่ามีเงินหมุนเวียน หลัก 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ขอทำงานก่อน ตอนนี้ให้รายละเอียดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องใหญ่เกิดขึ้นมาร่วม 30 ปี ตรวจย้อนหลังไป ถ้าให้ไปเดี๋ยวข้อมูลผิดพลาด เสียหายกับหน่วยงาน ขอเวลาทำงานแล้วจะแถลงข่าวอีกครั้ง ส่วนการไปเอาเอกสารจากทางวัดพบบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกเป็นจำนวนมากหลาย 10 คน ต้องใช้เวลา ในกลุ่ม 10 คนมีสถานะเกี่ยวพันเกี่ยวกับเรื่องเงิน การถือครองทรัพย์การบริหาร จัดการเรื่องที่ดินต่างๆที่เกี่ยวพัน บริษัท ตอนนี้ภาพที่เราเห็น ยังเป็นกลุ่มของวัดอยู่ ส่วนของหมอบี ยังอยู่ระหว่างการให้การ แต่ว่ายังให้การไม่เป็นประโยชน์เท่าไหร่แฉยอดเส้นเงิน “มหาศาล”ด้านนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการ ป.ป.ท. บอกว่า ตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการจนถึงวันนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เบื้องต้นที่พอจะกล่าวได้มีเข้าไปเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์เกี่ยวกับบุคคลหลายบุคคล ยอดจำนวนเงินต้องใช้คำว่า “มหาศาล” ไม่ใช่หลัก 10 ล้านบาท หรือ 100 ล้านบาท แต่เป็นหลักมหาศาล ในชั้นนี้ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ และ ปปง.ได้ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เป็นที่ยุติก่อนรับเปลี่ยนใช้ชื่อเพื่อนหนีทหารรายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำอดีตพระอลงกต ให้การรับสารภาพ และให้ความร่วมมืออย่างดีโดยเฉพาะข้อมูลยืนยันตัวบุคคล ระบุว่า เดิมชื่อ นายเกรียงไกร เพ็ชรแก้ว ชื่อเล่นจอร์จ เป็นชาวขอนแก่น เกิดปี 2503 เรียนที่ ร.ร.แก่นนครวิทยาลัย ก่อนไปเรียน ปวช.ที่เกษตรบ้านกร่าง แต่ไม่จบ ระหว่างนั้น ขึ้นทะเบียนทหารกองเกินที่ อ.เมืองขอนแก่น แต่ไม่ได้เกณฑ์ทหาร เพราะช่วงปี 2524 ไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย เป็นคนเขียนแบบสร้างตึกปิโตรนาส โดยออกทางช่องทางธรรมชาติ ก่อนที่ปี 2529 จะกลับเข้าไทยผ่านช่องทางธรรมชาติเช่นกัน และมากับคณะผู้แสวงบุญ เพื่อมาศึกษาพระธรรมก่อนที่จะบวชเมื่อวันที่ 1 มี.ค.2529 ที่วัดลำนารายณ์ ก่อนจะมาอยู่ที่วัดพระบาทน้ำพุ วันที่ 25 พ.ค.2536 ถึงปัจจุบัน พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็นนายอลงกต พลมุข เพื่อหนีทหาร ส่วนสาเหตุที่เปลี่ยนไปใช้ชื่อดังกล่าวเนื่องจากส่วนตัวรู้จักกับนายอลงกต สมัยอยู่ที่ขอนแก่นเป็นเพื่อนรักกัน โดยที่นายอลงกตไม่ทราบว่าตนสวมรอยใช้ชื่อ รวมทั้งนายอลงกต ตัวจริงเสียชีวิตไปแล้ว เช่นเดียวกับกรณีรายละเอียดของใบสุทธิที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงนั้น ยอมรับว่าเป็นผู้เขียนเองทั้งหมดมีรายงานข่าวอีกว่า ระหว่างการสอบปากคำ อดีตพระอลงกตไม่ได้ป่วยหรือไม่สบายถึงขั้นเดินไม่ได้อย่างที่เห็น ซ้ำยังลุกเดินคล่องปรื๋อคุกเข่าได้เหมือนคนปกติ ต่างจากภาพเวลาที่อยู่ในวัด ต้องนั่งรถเข็นตลอดเวลาทหารระบุไม่มารายงานตัววันเดียวกัน พล.ต.กิตติพงษ์ เนื่องชมภู ผบ. มทบ.23 เผยว่า กรณีชายไทยชื่อนายเกรียงไกร เพ็ชรแก้ว เบื้องต้นไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับพระอลงกตที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ แต่ในข้อมูลชายไทยชื่อที่เรามีนั้นไม่มารับหมายเรียกตั้งแต่ปี 2524 ถึง 2532 และไม่ได้มารายงานตัว เมื่อไม่มารับหมาย จะเข้าไปอยู่ในบัญชีผ่อนผันจนผ่านไปไม่มีการรับหมายหรือมารายงานตัวจนกระทั่งหมดเหตุผ่อนผัน กลายเป็นบุคคลที่ไม่มาเข้ารับการตรวจเลือกทหารและหมดอายุความไปเมื่อปี 2532พี่สาวห่วงน้องชายหลังตำรวจกองปราบฯเข้าจับกุมพระอลงกต ผู้สื่อข่าวได้ไปพบพี่สาวอดีตพระอลงกต หรือนายเกรียงไกร ที่บ้าน จ.ขอนแก่น ยินดีให้ข้อมูลและพูดคุยแต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ พี่สาวนายเกรียงไกร เปิดเผยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงว่า ทราบข่าวตั้งแต่ช่วงเช้า ตกใจและเป็นห่วงน้องชายอย่างมาก แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรนอกจากปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย เพื่อความกระจ่างเพราะไม่ทราบข้อเท็จจริงโดยตรง เพียงแต่ติดตามข่าวจากสื่อและสอบถามข้อมูลจากลูกศิษย์ที่ใกล้ชิด ล่าสุด ทราบว่า กำลังดำเนินการเรื่องขอประกันตัว ส่วนจะลงไปหาท่านหรือไม่นั้น ก็ขอคุยกันในครอบครัวก่อน เป็นห่วงเพราะจะดีจะชั่วยังไงก็น้อง ขอรอดูสถานการณ์อีกสักพัก ค่อยตัดสินใจ ยืนยันว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อดีตพระอลงกตยังคงเป็นน้องชายที่ครอบครัวยังคงห่วงใยเสมออ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่