โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯประกาศภาวะฉุกเฉินเกี่ยวกับอาชญากรรมในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อให้รัฐบาลกลางของแกไปควบคุมตำรวจท้องถิ่น ในขณะเดียวกันก็ส่งกองกำลังพิทักษ์ชาติหรือ National Guard รวมทั้งหน่วยราชการกลางเข้ามาจัดการอย่างที่ผมรับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพไปแล้วว่า ตอนนี้ทรัมป์กวาดล้างคนไร้บ้านที่อยู่ตามสถานที่สาธารณะในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ไล่ผู้อพยพ แกอ้างว่าอาชญากรรมในเมืองหลวงของประเทศมีสูงขึ้น แม้จะขัดกับข้อมูลจากกระทรวงยุติธรรมว่าอัตราอาชญากรรมใน ดี.ซี.อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 30 ปีหลังจากรัฐบาลกลางของทรัมป์ส่งกองกำลังพิทักษ์ชาติเข้าไปเพ่นพ่านในลอสแอนเจลิสและกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แล้ว นครชิคาโกคือเป้าหมายถัดไป ภายใต้ยุทธศาสตร์ปราบอาชญากรรมกำจัดคนไร้บ้านและผู้อพยพผิดกฎหมาย โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เตรียมแผนส่งกองกำลังพิทักษ์ชาติจำนวนหลายพันนายไปยังชิคาโกภายในเดือนกันยายน 2025รัฐบาลทรัมป์กำลังทำ continuous vetting หรือ ‘การตรวจสอบผู้ถือวีซ่าสหรัฐฯอย่างต่อเนื่อง’ กับคนจำนวนมากกว่า 55 ล้าน เพื่อสอดส่ายสายตาค้นหาการละเมิดกฎหมาย ผู้ที่เข้าข่ายพำนักเกินเวลา มีกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เป็นภัยต่อความมั่นคง หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายจะถูกเพิกถอนวีซ่าและส่งตัวออกนอกประเทศจากการตรวจสอบข้อมูลของ AP Fact Check พบว่าตัวเลข 55 ล้านคนนั้นถูกตีความผิด เพราะตัวเลขนี้อาจจะรวมถึงผู้ถือวีซ่าที่อาจจะไม่เคยเข้าสหรัฐฯ เพราะฉะนั้นตัวเลขคนต่างชาติที่ได้วีซ่าซึ่งอาศัยอยู่ในสหรัฐฯโดยไม่ได้เป็นพลเมืองทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายน่าจะมีอยู่แค่ 22 ล้านคนจากมาตรการกวาดล้างคนต่างชาติของทรัมป์ ทำให้มีการเพิกถอนวีซ่านักศึกษากว่า 6,000 ราย ด้วยสาเหตุจากการพำนักเกินเวลา ละเมิดกฎหมาย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายผู้อ่านท่านครับ ยังมีอีกอาชีพหนึ่งที่สำคัญต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯคือคนขับรถบรรทุกเชิงพาณิชย์ หรือ Commercial truck drivers กว่าร้อยละ 70 ของสินค้าในสหรัฐฯจะถูกขนส่งทางรถบรรทุกเป็นหลัก ตอนนี้รัฐบาลสหรัฐฯหยุดออกวีซ่าทำงานให้กับคนขับรถบรรทุก โดยอ้างถึงภาวะความปลอดภัยและกระทบธุรกิจคนขับรถในประเทศคนขับรถบรรทุกในสหรัฐฯร้อยละ 85-90 เป็นพลเมืองอเมริกันซึ่งเกิดและเติบโตในสหรัฐฯ ข้อมูลจากสมาคมการขนส่งทางรถบรรทุกแห่งอเมริกา (ATA) และ Pew Research รายงานว่า คนขับรถบรรทุกในสหรัฐฯร้อยละ 15-18 เป็นผู้อพยพ แต่ในบางเมือง เช่น แคลิฟอร์เนียและนิวเจอร์ซีย์ มีคนขับรถผู้อพยพร้อยละ 30-40คนขับรถบรรทุกต่างชาติมาจากเม็กซิโกและละตินอเมริกา + เอเชียใต้ (อินเดีย ปากีสถาน และบังกลาเทศ) ปัจจุบันมีคนขับรถบรรทุกเชื้อสายอินเดียหลายแสนคนในระบบการขนส่งของสหรัฐฯ + แอฟริกา และยุโรปตะวันออกการระงับการออกวีซ่าสำหรับคนขับรถบรรทุกเชิงพาณิชย์จะกระทบอุตสาหกรรมขนส่งของสหรัฐฯ เพราะอุตสาหกรรมนี้พึ่งพาแรงงานทั้งในประเทศและแรงงานอพยพจำนวนมากผู้อ่านท่านครับ และตามความเป็นจริง สหรัฐฯขาดแคลนคนขับรถบรรทุกต่อเนื่องมาหลายปีสมาคมการขนส่งทางรถบรรทุกแห่งอเมริกาบอกว่า ค.ศ.2023-2024 ขาดแคลนกว่า 6-8 หมื่นคน และอาจถึง 1 แสนคนในทศวรรษหน้า การระงับวีซ่าจะทำให้ดึงแรงงานจากต่างประเทศทำได้ยาก การขาดแคลนแรงงานจะรุนแรงขึ้นเมื่อแรงงานลดลง บริษัทขนส่งก็ต้องเสนอค่าจ้างที่สูงขึ้นเพื่อดึงดูดแรงงานอเมริกัน ทำให้ต้นทุนขนส่งสินค้าจะเพิ่มขึ้น แล้วก็จะทำให้ราคาสินค้าในตลาดตั้งแต่ของใช้ประจำวันไปจนถึงสินค้านำเข้าสูงขึ้นด้วยความที่ร้อยละ 70 ของสินค้าภายในสหรัฐฯถูกขนส่งโดยรถบรรทุก หากแรงงานมีไม่พอ จะทำให้สินค้าขนส่งล่าช้า ท่าเรือและคลังสินค้าจะค้างสต๊อก กระทบเป็นวงกว้างตั้งแต่สินค้าเกษตร การค้าปลีก อุตสาหกรรมการผลิตไปจนถึงอีคอมเมิร์ซทรัมป์กวาดล้างผู้อพยพในนามความมั่นคงและปกป้องงานของคนอเมริกัน แต่การกำจัดแรงงานเหล่านี้อาจจะทำให้ผู้บริโภคชาวอเมริกันยิ่งต้องจ่ายมากขึ้นจนกระเป๋าฉีก เสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจและสังคมอเมริกันในระยะยาวยุคผู้นำบ้าอำนาจ อเมริกันชนคนมีกรรมก็ต้องก้มหน้ารับสภาพกันไปครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม