ผลประชุม RBC ไทย-กัมพูชาลงนาม 13 ข้อตกลงหยุดยิงที่เห็นพ้องกัน จากการประชุม GBC ที่มาเลเซีย และฝ่ายกัมพูชายังตอบรับ 3 ข้อเสนอเพิ่มเติมของไทยคือ เก็บกู้ทุ่นระเบิด-ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์-ตั้งชุดประสานงานร่วม ตำรวจกัมพูชายอมร่วมมือปราบสแกมเมอร์ ส่วนการละเมิด MOU กัมพูชาไม่รับข้อเสนอจัดระเบียบชายแดน ขอใช้กลไกอื่น กระทรวงการต่างประเทศยันบ้านหนองจานเป็นของไทยเคยทำเรื่องประท้วงมาตลอดหลังกัมพูชารุกล้ำเข้ามาไม่เลิก แต่กัมพูชากลับเมินแถมขยายชุมชน ชักธงชาติกัมพูชาในดินแดนไทย ด้านผู้นำกัมพูชาพอใจผลประชุม RBC หลายภาคส่วนร่วมเคลียร์พื้นที่ทำความสะอาดร้านสะดวกซื้อในปั๊ม ปตท.ที่ถูกจรวดเขมรบอมบ์ใส่ ด้านเจ้าของปั๊มยังเฝ้ารอการเยียวยาจากภาครัฐและเงินประกัน เผยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบจิตใจพนักงานและชาวบ้านในพื้นที่การประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา (RBC) สมัยวิสามัญระดับเลขานุการ ที่จัดขึ้นที่สโมสรนายทหาร มณฑลทหารบกที่ 19 จ.สระแก้ว ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว เมื่อวันที่ 22 ส.ค. หลังล่าช้าจากกำหนดเดิมที่นัดประชุมช่วงเช้าวันที่ 21 ส.ค. แต่กัมพูชาไม่มาตามนัด จนถึงเวลา 00.05 น.วันที่ 22 ส.ค. ถึงเดินทางมาแต่ยังลีลาขอเวลาตรวจเอกสารอีก 1 ชม. ทำให้การประชุมล่าช้าออกไปอีก ที่สุดก็ได้ข้อสรุปเห็นพ้องกันใน 13 ข้อตกลงหยุดยิงจากที่ประชุม GBC และกัมพูชายังตอบรับข้อเสนอใหม่ของฝ่ายไทย 3 ข้อด้วยมาช้าแล้วยังให้รอตรวจเอกสาร ทั้งนี้ พล.ท.ซอ กึมปะ รองผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 ในฐานะประธานคณะทำงานและคณะฝ่ายกัมพูชา เดินทางมาถึงสโมสรนายทหารมณฑลทหารบกที่ 19 จ.สระแก้ว ในเวลา 00.05 น. วันที่ 22 ส.ค. มี พล.ต.สุรวิชญ์ แดงจันทร์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 ในฐานะประธานคณะทำงานฝ่ายไทย ให้การต้อนรับนำเข้าห้องรับรองตรวจเอกสารอย่างละเอียดทีละแผ่นอีกครั้ง แต่ปรากฏว่ากัมพูชานำเอกสารมาผิดชุด ทำให้ต้องใช้เวลาอีกกว่า 1 ชั่วโมง ในการตรวจ เอกสาร กว่าที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะเข้าสู่ห้องประชุมขึ้นโต๊ะเจรจาได้ ก็เป็นเวลา 01.15 น.ทภ.1 เสนอจัดพื้นที่ชายแดนให้ถูกต้องต่อมาเวลา 10.00 น. การประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา (RBC) ในระดับแม่ทัพได้เริ่มขึ้น ฝ่ายไทยนำโดย พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 ขณะที่ฝ่ายกัมพูชา นำโดย พล.อ.แอก ซอมโอน ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 ใช้เวลาการประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง ช่วงต้นได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ ก่อนเชิญออกเพื่อเข้าสู่วาระการประชุม มีรายงานข่าวยืนยันว่า ในวงประชุมวันที่ 22 ส.ค. เป็นการหารือ 13+3 ข้อตกลง คือ 13 ข้อจากเดิมในการประชุม GBC ที่มาเลเซีย เพื่อนำสู่การปฏิบัติและข้อเสนอใหม่ของฝ่ายไทย 3 ข้อ 2 ข้อแรกเป็นจุดยืนที่ไทยเสนอต่อ GBC มาแล้ว คือ 1.ให้ 2 ฝ่ายเก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกัน 2.ร่วมปราบสแกมเมอร์ ข้อ 3 เป็นข้อเสนอใหม่ จากปัญหาชุมชนที่รุกล้ำพื้นที่ จ.สระแก้ว เสนอจัดสรรพื้นที่ชายแดนให้ถูกต้องร่วมกันตอบรับร่วมกู้ระเบิด–ปราบแก๊งคอลฯจากนั้น พล.ท.อมฤต นำแถลงสรุปผลการประชุม คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา (RBC) ในระดับแม่ทัพว่าทั้ง 2 ฝ่าย ตกลงด้วยดี ตอบรับ 13 ข้อตกลงหยุดยิงจากการประชุม GBC ที่ผ่านมา นอกจากนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบเพิ่มเติม 3 ประเด็น จากที่ไทยเสนอ 4 ประเด็น คือ 1.ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ดำเนินการร่วมมือกำจัดทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม โดยพิจารณาให้หารือร่วมกันในการประชุม GBC ครั้งต่อไป 2.ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ร่วมมือประสานงานกัน แก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ให้ใช้เวทีมหาดไทยกัมพูชา หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย เห็นควรให้เสนอหารือร่วมกันใน GBC ครั้งต่อไปละเมิด MOU เขมรขอใช้กลไกอื่นพล.ท.อมฤตแถลงต่อว่า 3.ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบให้มีกลไกแก้ปัญหาด้วยการจัดตั้งชุดประสานงาน Coordination Group (CG) และคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นกลไกรองรับคณะ RBC ในการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่ 4.ในการแก้ไขปัญหาการละเมิด MOU 43 ฝ่ายกัมพูชาขอให้ใช้กลไกอื่นในการหารือ เพราะไม่ได้อยู่ในอำนาจของ RBC ฝ่ายไทยยืนยันเสนอให้ฝ่ายกัมพูชาได้ทราบว่า เป็นพื้นที่ที่สำคัญและได้แจ้งเจตนารมณ์ที่ชัดเจนของฝ่ายไทยในการแก้ไขปัญหา ย้ำว่า เรื่องนี้กัมพูชาขอไปใช้กลไก JBC หรือคณะกรรมาธิการร่วมเขตแดนไทยกัมพูชาแทน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็ต้องเสนอผ่านกลไก GBCตร.กัมพูชายอมร่วมปราบสแกมเมอร์ด้าน พล.ต.สุรวิชญ์ แดงจันทร์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 ประธานคณะทำงานฝ่ายไทยฯ กล่าวว่า ข้อตกลงได้ทำเสร็จสิ้นเมื่อช่วงเวลา 02.00 น.วันที่ 22 ส.ค. ผลสรุป คือ 1.ร่วมกันจัดทำข้อตกลงในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเนื่องจาก 2 ชาติเป็นภาคีอนุสัญญาออตตาวา 2.การปราบปรามสแกมเมอร์ในพื้นที่คลองลึก-ปอยเปต ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในข้อตกลงที่เกิดขึ้น ซึ่งกัมพูชายอมรับและเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชา เข้าร่วมแก้ไขปัญหาตรงนี้ โดย 2 ประเด็นนี้ เคยเสนอในการประชุม GBC แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง แต่ใน RBC ครั้งนี้ของกองทัพภาคที่ 1 ได้ข้อตกลงนี้มาตั้งชุด GC พื้นที่อ่อนไหวเสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 3 ได้ข้อตกลงร่วมกันว่าในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 และภูมิภาคที่ 5 ของกัมพูชา จะมีการจัดตั้งชุดประสานงานหรือ GC แตกย่อยไปถึงคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น หรือ TBC เพื่อเป็นกลไกรองรับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ชุดประสานงานดังกล่าวจะได้หารือในพื้นที่ในช่วง 1-2 เดือนได้เลย หากเกิดปัญหาที่ชายแดนของ 2 ประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่อ่อนไหว อย่าง อ.ตาพระยา โคกสูง อรัญประเทศ คลองหาด คณะทำงานชุดเล็กจะประกอบไปด้วยทหาร พลเรือน ผู้ว่าฯ ถ้าปัญหาเกิดตรงไหน จะมีคณะทำงานตรงนั้น รายละเอียดจะมีการสรุปกันต่อไป ระหว่างนี้จะใช้การประสานงานระหว่างผู้บังคับการกรมฯไปก่อนเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไม่รับข้อเสนอจัดระเบียบชายแดนพล.ต.สุรวิชญ์กล่าวอีกว่า ข้อ 4 เป็นประเด็นที่ฝ่ายไทยเสนอและกัมพูชาไม่รับ คือเรื่องการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน สื่อถึงสิ่งที่เราได้นำคณะ IOT ลงพื้นที่จริง การจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนที่เราจะต้องอยู่ร่วมกัน 2 ประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมามีเรื่องพื้นที่อ้างสิทธิ์หลักหมุด-หลักเขต การที่เราเสนอเรื่องนี้ มุ่งหวังให้การแก้ไขปัญหาเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม แต่กัมพูชาไม่รับข้อนี้จึงไม่เกิดขึ้นในข้อตกลง แต่ระหว่างพิธีปิดประชุม ผบ.ภูมิภาคทหารที่ 5 พูดเรื่องนี้ เสนอให้ไปคุยกันในคณะกรรมาธิการร่วมเขตแดนไทยกัมพูชาหรือ JBC แม่ทัพภาคที่ 1 ตอบว่า กรณีนี้ไม่อยู่ในข้อตกลงเพราะมีการเสนอแล้วเขาไม่รับ แต่ตอนพิธีปิดให้เสนอไปใช้เวที JBC เราจึงขอให้ไปคุยกันใน GBC ครั้งหน้าต่อไปใช้แผนที่ 1:50,000 เจรจาช่วงบ่าย หลังแถลงผลการประชุม RBC ที่ จ.สระแก้ว พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 ให้สัมภาษณ์ว่า ยืนยันว่ากองทัพภาคที่ 1 ใช้แผนที่ 1:50,000 เช่นเดียวกับกองทัพภาคที่ 2 แต่ลักษณะพื้นที่มีความแตกต่างกัน เพราะกองทัพภาคที่ 2 มีลักษณะภูมิประเทศเด่นชัด เป็นแนวเทือกเขาพนมดงรัก บางจุดมีหน้าผาชัดเจนเป็นป่าเขา ต่างกับพื้นที่ภาคที่ 1 เต็มไปด้วยชุมชนขนาดใหญ่ของทั้งสองฝั่ง ลักษณะดินต่อดิน ยกเว้นบางช่วงที่อาจเป็นแนวคลอง ได้แก่ คลองลึก ยืนยันว่าตลอดแนวหลักเขตตั้งแต่ 28-51 กำลังพลกองทัพภาคที่ 1 สามารถดูแลได้ทั้งหมด พร้อมกันนี้ได้มีการแพร่ภาพสดจากกล้องและโดรน ให้สื่อมวลชนเห็นถึงกำลังพลที่รักษาหลักเขตทั้งหมด ยอมรับว่า ยังมีบางหลักเขตที่ฝ่ายกัมพูชาไม่ยอมรับ จึงเป็นที่มาของเอ็มโอยู 43 ที่ทำไว้ระหว่างรัฐบาล ได้รับความยินยอมจากทั้งสองประเทศตรงกันว่า ในจุดที่ตกลงไม่ได้ จะไม่มีการเข้าไปเปลี่ยนแปลงใดๆให้เกิดขึ้นวางลวดหนามไม่ใช่หลักเขตแดนพล.ท.อมฤตยังกล่าวถึงการปฏิบัติต่อพื้นที่ บ้านหนองจาน ที่กำลังเป็นข่าวในขณะนี้ ว่า ได้พยายามผลักดันถอนทหารกัมพูชาออกไปโดยไม่มีการปะทะ หลังจากนั้นมีการวางแนวลวดหนามเพื่อควบคุมพื้นที่ไม่ยืนยันว่า การวางแนวลวดหนามเป็นหลักการรบป้องกันตนเอง มิใช่หลักเขตแดนตามที่เป็นข่าว บ้านหนองจาน ระหว่างหลักเขตที่ 46 และ 47 ไม่มีหมุดหลักเขต เป็นพื้นที่ราบ วางลวดหนามเพื่อป้องกันตนเอง ส่วนการรักษาด่านต่างๆ ในพื้นที่ จ.สระแก้ว ไม่เกี่ยวข้องกับจันทบุรีและตราด มีการปิดด่าน ก่อนที่จะมีสถานการณ์การสู้รบ ตามยุทธวิธีของ ศอ.ปชด. เป็นภารกิจปราบปรามยาเสพติดและสแกมเมอร์ การปฏิบัติการดังกล่าวถือเป็นการช่วยลดทอนขีดความสามารถ ปิดเส้นทางทางการเงินให้กับฝั่งกัมพูชา ทำให้ฝั่งกัมพูชาขาดกำลังบำรุง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแก๊งสแกมเมอร์ ถือว่าการปฏิบัติในส่วนนี้ เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ นอกจากหลักยุทธการและยุทธวิธีที่ได้คำนึงอย่างรอบคอบตลอดมาในการดำเนินการของกองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 1 ยืนยันศักดิ์ศรี การรักษาประชาธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ ความปลอดภัยของประชาชนและทรัพย์สิน ไม่เกี่ยวกับผลประโยชน์ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นกองทัพภาคที่ 1“ภูมิธรรม” ให้รอฟังผลประชุม RBCที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 11.00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุม RBC ระดับเลขานุการ ระหว่างกองทัพภาคที่ 1 (ไทย) กับ กองบัญชาการทหารภูมิภาคที่ 5 (กัมพูชา) ว่า การประชุม RBC วันที่ 22 ส.ค. ไม่มีอะไรที่น่ากังวล จะนัดตีหนึ่ง เที่ยงคืน หรือ 4 โมงเย็น ได้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละฝ่าย ให้แม่ทัพภาคเขาคุยกัน เรื่องเขตแดนในความเป็นจริงต้องเตรียมใจไว้ว่าไม่ได้จบง่ายๆ อันไหนที่จบง่ายต้องว่ากันไปและหาทางออกที่จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของทุกฝ่าย เพื่อไม่ให้กระทบอธิปไตยของประเทศใช้ประโยชน์ร่วมกัน เมื่อถามย้ำว่าเมื่อวันที่ 21 ส.ค. ฝ่ายกัมพูชาไม่มาตามเวลานัดนายภูมิธรรมระบุว่า ก็บอกไปแล้วว่าเป็นเวลานัดหมายที่เขานัดหมายกัน เวลาที่ฝ่ายไทยหรือฝ่ายกัมพูชานัด ถ้ามีอะไรที่ขัดข้องก็ต้องรอกันไม่ใช่ว่าจะเกี่ยงโน่นเกี่ยงนี่ เพราะถ้ายังคุยไม่จบ เขาก็จะมาคุยไม่ได้ อย่าไปจับจุดเล็กจุดน้อย ให้เอาเรื่องใหญ่ๆกำลังหาช่องทางเพิ่มค่าเยียวยาเมื่อถามถึงค่าเยียวยาประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ถูกมองว่าไม่สมเหตุสมผล เช่น ค่าชดเชยสังกะสี 73 บาท นายภูมิธรรมกล่าวว่า จะมีการพิจารณาแก้ปัญหาต่อไป เรื่องนี้มีกฎระเบียบอยู่แล้ว เราพยายามฝ่ากฎระเบียบด้วยการมีมติใหม่ๆออกมา ได้มอบหมายให้ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย ประชุมร่วมกับสำนักงบประมาณ คณะกรรมการกฤษฎีกา กรมบัญชีกลางและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากส่วนใหญ่ต้องเริ่มต้นที่กฎระเบียบก่อน ฉะนั้นขออย่าไปดูเรื่องการชดเชยค่าสังกะสี 73 บาท ขณะนี้กำลังเพิ่มขั้นตอนต่างๆ การจ่ายชดเชยครั้งนี้เป็นการจ่ายโดยใช้ระเบียบข้อบังคับเดิม แต่หากอะไรที่ดูแล้วเพิ่มให้ได้และชัดเจนว่าเกิดจากเหตุนอกประเทศที่ปะทะกันรุนแรง จนเป็นเหตุให้ได้รับผลกระทบทั้งเสียชีวิตและทรัพย์สินก็จะดูแลให้ เพราะการแก้ตรงนี้พิเศษกว่าที่อื่น เชื่อว่าที่ทำมาดีกว่าทุกรัฐบาลทุกสมัย ยังมีอีกหลายร้อยหลายพันเรื่องที่เราจะต้องจ่ายกต.ยันบ้านหนองจานเป็นของไทยที่กระทรวงการต่างประเทศ ช่วงบ่าย นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมนายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย แถลงกรณีที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวหาว่า ไทยวางรั้วลวดหนาม ในพื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว รอยต่อแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นการละเมิดพื้นที่อธิปไตยของกัมพูชา นายนิกรเดชกล่าวว่า เดิมพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นพื้นที่พักพิงชั่วคราวชาวกัมพูชาที่หนีภัยการสู้รบในอดีตเข้ามาในไทย พ.ศ.2524 ต่อมาฝ่ายกัมพูชาขยายพื้นที่ชุมชน เป็นการละเมิดข้อตกลง MOU 2543 ฝ่ายไทยได้คัดค้านและประท้วงการล่วงล้ำมาตลอด แต่กัมพูชาไม่ตอบสนองใดๆ ส่วนการวางรั้วลวดหนามในเขตไทย เพื่อปกป้องอธิปไตยไทยและคุ้มครองความปลอดภัยประชาชนไทย ทั้งป้องกันฝ่ายกัมพูชาเข้ามาวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ถือว่าไม่ขัดต่อข้อตกลงที่เกิดขึ้นในการประชุม GBC ที่ประเทศมาเลเซีย โดยทั้ง 2 ฝ่ายตกลงที่จะละเว้นการก่อสร้างหรือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร หรือการเสริมความมั่นคงที่ตั้งทางทหารที่ล้ำออกมานอกเขตของฝ่ายตนชี้ชัดละเมิดอธิปไตยไทยด้านนายเบญจมินทร์ กล่าวว่าบ้านหนองจาน ตั้งอยู่ระหว่างหลักเขตแดนที่ 46 และ 47 เป็นแนวเขตที่เป็นไปตามข้อตกลงสยาม-ฝรั่งเศส ปี 1947 เมื่อปี 2524 ไทยได้ให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) จัดตั้งศูนย์อพยพชั่วคราวขึ้น เพื่อมีผลทางมนุษยธรรมให้กับชาวกัมพูชาที่หนีภัยสงครามกลางเมือง เป็นไปตามที่ UNHCR ร้องขอ ทหารไทยได้จัดทำแนวรั้วเพื่อจัดทำเขตดังกล่าว เมื่อสงครามยุติลงแล้วช่วง พ.ศ.2542 ชาวกัมพูชากลุ่มนั้น ยังเข้ามาก่อสร้างที่อาศัยขยายที่ดินทำกิน จนออกนอกแนวรั้วที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ฝ่ายไทยได้จัดให้ประชุมคณะกรรมการพิจารณาปักปันเขตแดนของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รวม 4 ครั้ง โดยมีมติให้ดูแลไม่ให้ราษฎรชาวกัมพูชาขยายพื้นที่ทำกินโดยเจรจาร่วมกับฝั่งกัมพูชาอย่างสันติ พร้อมเร่งรัดการสำรวจและทำหลักเขตแดนผู้สังเกตการณ์ยันไทยพูดจริงด้านนายนิกรเดช กล่าวว่า การประชุมนี้ น.ส.อุศณา พีรานนท์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา จะเข้าร่วมด้วย หากมีความคืบหน้าจะรีบแจ้งให้ทราบโดยเร็ว วันเดียวกันนี้ได้ยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมในการประชุมด้วย เพื่อเป็นการบังคับให้รัฐภาคี ดำเนินการตามอนุสัญญา เมื่อถามว่าการที่รัฐบาลไทยนำคณะทูตลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อให้รับทราบและประจักษ์พยาน หลักฐานการวางทุ่นระเบิดของฝ่ายกัมพูชาจะมีการนำเสนอเข้าที่ประชุมครั้งนี้ด้วยหรือไม่ นายนิกรเดชกล่าวว่าทูตหลายท่านได้แสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ถ้าความคิดเห็นเหล่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับทุ่นระเบิดและอนุสัญญาออตตาวา ก็จะไม่นำเข้าที่ประชุม แต่ขอย้ำว่าความคิดเห็นของคณะทูตที่มีการให้สัมภาษณ์สื่อ โดยเฉพาะประเด็นที่ไทยเป็นผู้ถูกกระทำนั้น ถือเป็นผลดีต่อไทยอย่างแน่นอน แสดงให้เห็นชัดเจนว่าสิ่งที่ไทยได้พูดและนำเสนอนั้นเป็นความจริง เป็นสิ่งที่สำคัญต่อไทยในการได้รับความสนับสนุนจากประชาคมระหว่างประเทศ อีกทั้งเป็นการกดดันฝ่ายกัมพูชาให้ดำเนินการตามสิ่งที่ถูกต้อง“วินธัย” โต้ “มาลี” เรื่องรื้อลวดหนามเวลา 17.19 น. พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณี พล.ท.หญิงมาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า หากไทยจะเก็บกู้วัตถุระเบิด ต้องรื้อรั้วลวดหนามออกจากพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาทั้งหมด ว่า จากการตรวจผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา (RBC) ในระดับแม่ทัพ ฝั่งกองทัพภาคที่ 1 ในวันนี้ กัมพูชาไม่มีเงื่อนไขให้ไทยรื้อรั้วลวดหนามจากพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา แลกกับการเก็บกู้ทุ่นระเบิด โดยขอให้ยึดตามคำแถลงข่าวของแม่ทัพภาคที่ 1 เท่านั้น นอกเหนือจากนี้ไม่ใช่กมธ.เปิดตัว “รองเท้านิลมังกร”อีกด้านที่รัฐสภา วันเดียวกัน นายวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. ในฐานะกรรมาธิการการทหารและประธานคณะอนุ กมธ. ด้านไซเบอร์และเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ วุฒิสภา นำต้นแบบรองเท้านิลมังกร (สไปเดอร์บูต) ที่ช่วยลดการสูญเสียจากแรงระเบิดสังหารบุคคลมาโชว์และกล่าวว่า จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา มีทหารไทยจำนวนมากที่สูญเสียขาจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของฝ่ายกัมพูชาเป็นที่สะเทือนใจของประชาชนไทย รวมถึงขวัญกำลังใจของทหารแนวหน้า ตนได้พบในโซเชียลมีการแชร์รองเท้าที่ทหารต่างประเทศใช้ในสงครามรัสเซีย-ยูเครน ตนและทีมงานจึงหาข้อมูล พบเป็นรองเท้าสไปเดอร์บูต ที่ถูกคิดค้นมาตั้งแต่ก่อนปี ค.ศ.2000 โดยประเทศแคนาดา กองทัพยูเครนนำไปใช้ในสนามรบจริงและพิสูจน์ได้ว่าลดการสูญเสียอวัยวะ ลดการบาดเจ็บล้มตายได้จากเดิมทหารยูเครนและชาวบ้านต้องเสียขาไปประมาณ 2 หมื่นคน เมื่อนำรองเท้าสไปเดอร์นี้มาใช้คนยูเครนลดการสูญเสียขาลงมากไม่ถึง 10 คนต่อปีหลายภาคส่วนทำความสะอาดปั๊มที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านน้ำเย็น ต.เมือง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อเช้าวันที่ 22 ส.ค. เจ้าหน้าที่จากหลายภาคส่วนได้ช่วยกันดำเนินการรื้อถอนเศษซากสิ่งปรักหักพังของร้านสะดวกซื้อ ที่พังพินาศจากแรงระเบิดและความเสียหายต่างๆในปั๊ม โดยบริษัทประกันภัยได้ลงพื้นที่ประเมินความเสียหายเก็บรวบรวมชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด นำไปใช้ประกอบการตรวจสอบและดำเนินคดีตามขั้นตอนเสร็จสิ้นแล้ว การเคลียร์พื้นที่ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเตรียมการก่อสร้าง ฟื้นฟูใหม่ทั้งหมด ขณะที่เงินเยียวยา หรือเงินประกันฯ ยังไม่ได้รับแต่อย่างใด ซึ่งการเคลียร์พื้นที่ ทั้งการเก็บกวาด เคลื่อนย้ายสิ่งของที่พังเสียหาย ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมโดยรอบ อยู่ในบรรยากาศที่ยังเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความรู้สึกสะเทือนใจในเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นเจ้าของปั๊มรอภาครัฐช่วยเยียวยานางกมลรัตน์ พลเศรษฐเลิศ เจ้าของปั๊มน้ำมัน กล่าวว่า แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะสร้างผลกระทบต่อจิตใจของพนักงานและชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก แต่ขณะนี้ร้านคาเฟ่อเมซอน ที่อยู่ภายในปั๊มได้กลับมาเปิดให้บริการตามปกติ มีลูกค้าแวะเวียนมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากพื้นที่ใกล้เคียงและจังหวัดรอบนอก หลายรายตั้งใจมาให้กำลังใจพนักงาน ทำให้รู้สึกมีกำลังใจขึ้น สำหรับปั๊มน้ำมัน คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในสัปดาห์หน้า หากการปรับปรุงแล้วเสร็จและผ่านการประเมินจากหน่วยงานด้านพลังงาน ส่วนร้านเซเว่นฯที่ได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิดอยู่ระหว่างการรื้อถอน วางแผนสร้างใหม่ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 3 เดือน แต่หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ อาจล่าช้าออกไปถึง 4 เดือน ตอนนี้ตนเองต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย ในส่วนของเงินเดือนพนักงาน เพราะทุกคนต้องดำรงชีวิตต่อไป ส่วนผู้ประกอบการที่เช่าพื้นที่ในปั๊มอีก 7 ร้าน ก็ยังไม่ได้เก็บค่าเช่า เนื่องจากเข้าใจว่าทุกร้านได้รับผลกระทบเต็มที่เช่นกัน สิ่งที่รอคอยคือภาครัฐดำเนินการไปถึงไหนแล้ว แจ้งเราสักนิดฮุน มาเนต พอใจผลประชุม RBCวันเดียวกัน นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แถลงแสดงความพอใจต่อผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ หรือ RBC ระหว่างกองทัพภาคที่ 1 ของไทยและกองบัญชาการทหารภูมิภาคที่ 5 ของกัมพูชา ที่ จ.สระแก้ว ที่มีการหารือข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อที่มีการบรรลุข้อตกลงที่ประเทศมาเลเซีย และข้อเสนอของฝ่ายไทย 3 ข้อ ข้อ 1.ให้สองฝ่ายร่วมกันเก็บกู้ทุ่นระเบิด ข้อ 2.ร่วมปราบสแกมเมอร์ซึ่งเป็น 2 ข้อเสนอเดิม ข้อ.3 เป็นข้อเสนอใหม่ โดยไทยขอให้มีการจัดสรรพื้นที่ชายแดนให้ถูกต้องร่วมกัน ทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาต่างเห็นชอบและได้ลงนามข้อตกลงร่วมกันอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่