“แพทองธาร” ลา ครม. 2 นัดซ้อน เตรียมตัวขึ้นไต่สวนสู้คดีคลิปเสียงสนทนา “ฮุน เซน” ยกเลิกร่วมวงถก สส.ลูกพรรค “สรวงศ์” บอกมั่นใจมากๆ นายกฯบริสุทธิ์ใจ รอดพ้นคดีเดินหน้าต่อไปได้ โต้ข่าวปล่อยดึง “ลุงตู่” เสียบนายกฯ หวนจูบปาก ภท. “เสี่ยหนู” ออกตัวมี สส. 70 เสียงไม่พอเปลี่ยนสมการการเมือง เมินดีเอสไอจ่อลงพื้นที่เขากระโดงดึงเป็นคดีพิเศษ ขู่กลับอย่าทำอะไรผิดกฎหมาย “ณฐพล” บุกตรวจสำนักงานที่ดินบุรีรัมย์ รื้อระวางแผนที่ เช็กเส้นทางออกโฉนด ปชน.ดักทางถึง “อิ๊งค์” รอดก็อยู่ยาก จี้รับผิดชอบคลิปเสียงฉาวทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน ทำลายระบบการเมืองจากกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ชะตาคดีคลิปเสียงสนทนาของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในวันที่ 29 ส.ค. ขณะที่นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) แสดงความมั่นใจว่านายกฯจะรอดพ้นคดี สามารถเดินหน้าต่อไปได้“อิ๊งค์” ลา ครม.เตรียมตัวไต่สวนเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ส.ค. ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมี ครม.แจ้งลาการประชุม 3 คน ได้แก่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และ รมว.วัฒนธรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม และนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมฯ เป็นที่น่าสังเกตว่า น.ส.แพทองธารลาประชุม ครม. 2 ครั้งติดต่อกัน ท่ามกลางการจับตากรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในวันที่ 21 ส.ค. ว่า น.ส.แพทองธาร จะเดินทางไปชี้แจงด้วยตัวเองหรือไม่ โดยเจ้าตัวไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนมาแล้ว 3 สัปดาห์ ขณะที่การประชุมพรรคประจำสัปดาห์ เดิม น.ส.แพทองธารจะมาร่วมประชุม บรรดา สส.เตรียมช่อดอกไม้และเค้กมาอวยพรวันคล้ายวันเกิดล่วงหน้า แต่ น.ส.แพทองธารยกเลิก“ทักษิณ” โผล่เข้า พท.ไม่ตอบคดี 112ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางเข้ามาที่พรรค พท. และกลับออกไปเวลา 16.10 น. โดยไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ผู้สื่อข่าวพยายามถามว่า วันนี้มาพรรคมีภารกิจอะไร นายทักษิณกล่าวเพียงว่า มาเจอแขก เจอเพื่อนเจอฝูง ผู้สื่อข่าวถามว่าวันที่ 22 ส.ค. ที่ศาล อาญานัดพิพากษาคดีมาตรา 112 จะไปฟังด้วยตนเองหรือไม่ นายทักษิณกล่าวสั้นๆว่า “เรื่องศาลใครเขาพูดกัน”“สรวงศ์” ปัดดัน “ลุงตู่” เสียบนายกฯที่ทำเนียบรัฐบาล นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การ ท่องเที่ยวและกีฬา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการปล่อยข่าวว่าพรรค พท.จะสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นนายกฯ และพร้อมจับมือกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ว่า สงสัยต้องออกแถลงการณ์ว่าอย่าเชื่อข่าวปลอม ยืนยันไม่ได้ออกมาจากพรรค และพรรค พท.ไม่ได้มีความคิดหรืออะไรจะไปถึงตรงนั้น เรายืนยันในความบริสุทธิ์ใจของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และ รมว.วัฒนธรรม ข่าวที่ออกมาขออย่าให้ไปกระทบกระเทือนความเชื่อมั่นการทำงาน เพราะปัจจุบันทำงานลำบากอยู่แล้ว ทุกคนรอวันที่ 29 ส.ค.อย่างเดียว ข้าราชการต่างๆเกียร์ว่าง วันที่ 21 ส.ค. น.ส.แพทองธารจะไปศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเข้ารับการไต่สวนด้วยตนเอง วันเกิดท่านพอดี เป็นวันประชุมสภาฯ สส.อยู่สภาฯกันหมดมั่นใจมาก 29 ส.ค. นายกฯได้ไปต่อเมื่อถามว่า กระแสข่าวที่ออกมาทำให้รัฐบาลทำงานยากขึ้นหรือไม่ นายสรวงศ์กล่าวว่า มองว่าคงไม่มีอะไรยากไปกว่านี้แล้ว ทุกวันนี้ทำงานลำบากพอสมควร ค่อนข้างจะอึนๆขมุกขมัวไปหมด ไม่เชิงเป็นสไตล์แบบเกียร์ว่าง แต่ลักษณะการทำงานค่อนข้างอึนๆมึนๆไป ไม่มีความชัดเจนเท่าไหร่ คงมองว่าไม่รู้รัฐบาลจะอยู่หรือจะไป แต่พวกตนทำงานเต็มที่อยู่แล้ว ยังมั่นใจว่าวันที่ 29 ส.ค. ยังสามารถที่จะไปต่อได้ เรามั่นใจมากๆ ประเทศต้องเดินต่อไปไม่มีทางตันแน่นอน แต่ละวันข่าวปลอมมากกว่าข่าวจริง ขอให้ออกมาจากปากนักการเมืองจะชัดเจนที่สุด เมื่อถามว่าได้ยินข่าวลือผลการลงมติของศาลรัฐธรรมนูญ 5 ต่อ 4 ว่า น.ส.แพทองธารรอดหรือไม่ นายสรวงศ์กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องผลคะแนนเลย แต่ยังเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจของ น.ส.แพทองธาร มั่นใจว่าคงไม่มีอะไรไปกดดันศาลได้ ทุกอย่างคงออกมาด้วยความเป็นจริง ตามข้อเท็จจริงที่นำเสนอในการต่อสู้ แต่ทั้งหมดอยู่ที่อำนาจของศาล“ทวี” ลั่น ปช.เหนียวแน่นอยู่กับ พท.พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม หัวหน้าพรรค ประชาชาติ (ปช.) กล่าวว่า ระหว่างการประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 69 ได้นำ สส.พรรค ปช. เข้าพบให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร โดยเฉพาะ 3 สส.ชายแดนใต้ นายกฯกำลังใจดี ไม่มีท่าทีกังวล ยังฝากให้ สส.ช่วยดูแลประชาชน พร้อมลงไปยกระดับการพัฒนาและแก้ปัญหา เพราะเรื่องเข้าสู่กระบวนการศาลรัฐธรรมนูญ ทุกคนต้องเคารพ ไม่ไปวิพากษ์วิจารณ์และทางการเมืองรัฐธรรมนูญเขียนทางออกไว้อยู่แล้ว เรื่องแผนสำรองยังไม่ได้คุย เราเชื่อมั่นในพรรคร่วมรัฐบาล ยืนยันพรรค ปช.จะอยู่กับพรรค พท.ปชน.กดดันนายกฯลาออก—ยุบสภาที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนปากคำ น.ส.แพทองธารวันที่ 21 ส.ค.ว่า เชื่อว่านายกฯ จะไปศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง ก่อนศาลนัดตัดสินสัปดาห์ถัดไป แต่พรรคยืนยันหลักคิดไม่เห็นด้วยให้องค์กรอิสระมาตัดสินเรื่องที่เป็นนามธรรม เช่น การผิดจริยธรรมหรือความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ กลายเป็นศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจกว้างเกินไปวินิจฉัยความซื่อสัตย์สุจริต ชะตากรรมผู้นำประเทศอยู่กับตุลาการ 9 คน วินิจฉัยเรื่องที่เป็นนามธรรม พรรคเรียกร้องให้นายกฯลาออกหรือยุบสภา เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ทำลายความเชื่อมั่นประชาชน ทำลายระบบทางการเมือง ระบอบรัฐสภา แต่นายกฯไม่ลาออก ไม่ยุบสภา ตอนนี้มี 2 ฉากทัศน์คือ น.ส.แพทองธารเป็นนายกฯต่อ ต้องมาเรียกร้องว่าเหตุการณ์คลิปเสียงจะรับผิดชอบอย่างไร หรือหากไม่ได้เป็นนายกฯต่อ ต้องเลือกนายกฯใหม่ทำนายถึงรอดก็ไปต่อยากนายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า ส่วนการเร่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด พรรค พท.ขอกระทรวงมหาดไทยคืน เพื่อคุมอำนาจท้องถิ่นและจังหวัดต่างๆ เป็นประโยชน์ต่อการเลือกตั้ง ทั้งที่ควรแต่งตั้ง คนมีความรู้ความสามารถ ไม่ใช่ตั้งคนที่เป็นประโยชน์กับการเลือกตั้งของตัวเอง อย่างไรก็ตามแม้นายกฯ จะรอดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ดูแล้วคงอยู่ยาก เพราะรัฐบาลอยู่ในสถานการณ์เสียงปริ่มน้ำ การพิจารณางบฯ ปี 69 รัฐบาลเหนื่อยตรึงคน บางช่วง เกือบไป ต่อไปนี้ทุกเรื่องรัฐบาลจะเหนื่อยมากๆ ต้องลากยาวโดยเสียงปริ่มน้ำ รัฐบาลแทบจะไม่เสนอกฎหมาย ครม.เข้าสภาฯ เพราะต้องลุ้นทุกเวลาจะผ่านหรือไม่ กลายเป็นไม่สามารถผลักดันอะไรผ่านสภาฯได้เลย“สมชาย” ยื่นขอให้ถ่ายทอดสดไต่สวนเมื่อเวลา 10.15 น. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายสมชาย แสวงการ อดีต สว. พร้อมนายนิติธร ล้ำเหลือและนายคมสัน โพธิ์คง นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ เข้ายื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ถ่ายทอดการไต่สวน น.ส.แพทองธารและนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในวันที่ 21 ส.ค. นายสมชายกล่าวว่า คลิปเสียงก่อให้เกิดผลกระทบวงกว้าง จนเกิดการบาดเจ็บเสียชีวิตทั้งทหารและประชาชน ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การไต่สวน น.ส.แพทองธารควรเปิดเผยต่อสาธารณชน จะขอติดตามเข้ารับฟังการไต่สวน เพื่อจะได้นำข้อมูลเพิ่มเติมส่งให้สำนักงาน ป.ป.ช. ส่วนนายฉัตรชัย เลขาธิการ สมช.ในฐานะพยานมีหน้าที่ดูแลความมั่นคงแห่งชาติ ไม่ใช่ดูแลความมั่นคงของ น.ส.แพทองธาร คำให้การต้องสะอาด ขณะนี้ ยังมีเวลาที่นายกฯจะตัดสินใจลาออกก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมา เพราะการกระทำของนายกฯเป็นความผิดชัดเจนที่ไม่อาจกล่าวอ้างได้ว่าบกพร่องโดยสุจริต“ภูมิธรรม” ยันย้าย ขรก.ตามไทม์ไลน์ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการโยกย้ายข้าราชการที่ถูกวิจารณ์เร่งทำก่อนวันที่ 29 ส.ค.ว่า กำลังจะหมดเดือน ส.ค.แล้ว เหลือแค่เดือน ก.ย.ไม่ใช่การเร่งย้ายข้าราชการระดับสูง เพราะวันที่ 1 ต.ค.ต้องเริ่มทำงานกันแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องเร่งอะไรเป็นไปตามกระบวนการ ไทม์ไลน์ที่เหมาะสม ยังมีอีกรอบยังไม่จบ ค่อยๆทำไป ยืนยันดูตามความสามารถและประสบการณ์ พยายามโยกย้ายเปลี่ยนแปลงให้แต่ละคนมีโอกาสทำงาน ไม่เกี่ยวเป็นฐานเสียงการเมืองพรรคใด ส่วนกรณี ผวจ.สงขลา สั่งให้นายอำเภอจัดเวรรับส่งนายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย ทุกสัปดาห์ ยังไม่เห็นไลน์แชตหลุด ผวจ.รายงานปลัดกระทรวง มท.ว่ามีการเสนอมา แต่เขาไม่ได้เซ็น ปลัดกระทรวง มท.ให้ไปหาคำตอบมารายงาน ดูเท่าที่เห็น ถ้าไปนั่งสางทุกอย่าง ตอนนี้มีเรื่องที่ต้องทำมากมายกรณีนี้ก็ตามกรณีนี้“เดชอิศม์” บ่นแค่หายใจยังผิดนายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ผวจ.สงขลามีหนังสือเวียนถึงนายอำเภอให้จัดคิวสลับสับเปลี่ยนมาต้อนรับเวลาลงพื้นที่ จ.สงขลาว่า วันนี้ต้องยอมรับว่าหายใจเบาหรือหายใจแรงก็ผิด ข้อเท็จจริงคนสงขลาทราบดี ไม่ชอบเอิกเกริก อยากกลับบ้านเงียบๆ ไม่มีข้อราชการที่ จ.สงขลา ด้วย ผวจ.สงขลาได้โทรศัพท์มารายงานแล้วว่าไม่ได้ทำ ที่ผ่านมามีคนไปรับบ้าง ไม่มีบ้าง บางคนมีเรื่องสำคัญต้องมาปรึกษา บางคนมาดักที่สนามบินคุยธุระ การสั่งการในไลน์กลุ่ม ปล่อยให้เป็นเรื่องของ ผวจ. เราทำงานใหญ่ไม่มีเวลามาดูเรื่องเล็กขึงขังจัดการเขากระโดง-อัลไพน์เมื่อถามถึงการเพิกถอนที่ดินเขากระโดง อ.เมือง บุรีรัมย์ นายเดชอิศม์ตอบว่า เป็นหน้าที่อธิบดีคนใหม่ จะดูทั้งประเทศที่มีปัญหาทั้งหมด ที่ดินหลวงทุกตารางนิ้วต้องเอามาเป็นของหลวงให้ได้ และทุกตารางนิ้ว ต้องทำเอกสารสิทธิให้ประชาชนเร็วที่สุด กรณีที่ดินอัลไพน์ต้องไปดู เพราะเดิมมีเอกสารสิทธิเป็นโฉนดผ่านมาหลายมือ ต้องไล่ไปดูเป็นทอดๆ เมื่อถามว่าต้องนำกรณีที่ดินแรนโช ชาญวีร์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ภท. มาพิจารณาร่วมด้วยหรือไม่ นายเดชอิศม์ตอบว่า ทั้งประเทศ ทุกจังหวัดหมดเลย เมื่อถามว่ามีการเชื่อมโยงว่าด้วยสถานการณ์การเมืองขณะนี้ จึงต้องรีบทำเรื่องเหล่านี้ให้เสร็จก่อนวันที่ 29 ส.ค. นายเดชอิศม์ปฏิเสธว่า ไม่มี เชื่อวันที่ 29 ส.ค.ไม่มีผลอะไร ทำงานปกติ ไม่ได้เร่งรีบอะไร ไม่ได้เอาเรื่องไทม์ไลน์การเมืองมาเกี่ยวดีเอสไอบุกตรวจ สนง.ที่ดินบุรีรัมย์วันเดียวกัน พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนที่ 97/2568 เดินทางไปที่สำนักงานที่ จ.บุรีรัมย์ ขอข้อมูลความเป็นมาที่ดินครอบครองของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ตรวจสอบแผนที่ ระวางแผนที่ ความเป็นมาของที่ดินและประวัติการทำธุรกรรมด้านที่ดินข้อพิพาทนาน 1 ชั่วโมง พ.ต.ต.ณฐพลกล่าวว่า มาขอข้อมูลข้อเท็จจริงพื้นที่เขากระโดงในความรับผิดชอบของ รฟท. 5,083 ไร่ เบื้องต้นได้ขอระวางแผนที่ ระวางภาพถ่ายทางอากาศไปตรวจสอบว่าถูกต้องตรงกันกับ รฟท.หรือไม่อย่างไร อีกส่วนหนึ่งต้องไปที่ศูนย์ดำรงธรรมมีใครมายื่นร้องขอความเป็นธรรมหรือไม่อย่างไร เบื้องต้นพบมีการออกโฉนดเมื่อปี 2513 เรื่อยมาจนถึงปี 2554-2555 ยังพบว่า รฟท.ได้มารับรองโฉนดที่ออกอีกด้วย คดีที่มีคำพิพากษาแล้วและกฤษฎีกาตีความแล้ว ต้องพิสูจน์สิทธิ์ของผู้ที่มีโฉนดว่าใครมีสิทธิ์ดีกว่า ส่วนจะเป็นคดีพิเศษได้หรือไม่ คดีทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมเรื่องที่ดิน มีบัญชีท้ายคือการครอบครองที่ดินเกินกว่า 50 ไร่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าออกโฉนดโดยมิชอบรับเป็นคดีพิเศษได้“อนุทิน” ไม่หวั่นดีเอสไอลุยเขากระโดงนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. กล่าวถึง กรณีดีเอสไอเตรียมลงพื้นที่เขากระโดง เพื่อพิจารณารับเป็นคดีพิเศษว่า ยังไม่ทราบ ไม่เคยคุมกระทรวงยุติธรรม เมื่อถามว่าถูกมองเข้ามาแทรกแซงเหมือนคดีฮั้ว สว. นายอนุทินตอบว่า การเมืองแทรกแซงมาตลอดอยู่แล้ว ทุกอย่างมีกฎหมาย ยืนยันคำเดิมอย่าทำผิดกฎหมาย คนที่มั่นใจไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ไม่ต้องเกรงกลัวอะไร เพราะกฎหมายคุ้มครองเอง เมื่อถามว่าการลงพื้นที่บุรีรัมย์พุ่งเป้าไปที่ข้าราชการใน จ.บุรีรัมย์เป็นหลัก เป็นการกดดันหรือไม่ นายอนุทินตอบว่าการไปบีบข้าราชการคนที่เดือดร้อนคือ ประชาชน บีบไม่ได้หรอก เขาไม่กลัวหรอก แต่ทำกลัวไปแบบนั้นแหละปัด ภท.สมการเปลี่ยนใหญ่การเมืองเมื่อถามถึง ครม.มีมติโยกย้ายข้าราชการถูกมองล้างบางสายสีน้ำเงิน นายอนุทินตอบว่า ไม่ขอวิจารณ์ผู้บริหารชุดใหม่ ยืนยันไม่มีข้าราชการสายน้ำเงิน สายแดง ข้าราชการทุกคนเป็นของประชาชน กินเงินเดือนภาษีประชาชน “ผมออกมาเจอปลัดกระทรวงมหาดไทยกี่ครั้ง ไปถามดูสิ ผมต้องให้เกียรติ โทร.ไปเดี๋ยวเขาเดือดร้อน ไม่เคยโทร.ไปหา ต้องเลิกคิดเรื่องนี้ได้แล้ว ผู้บริหารมหาดไทยชุดใหม่สบายใจได้เลย ไม่เคยมีการพบปะแบบตั้งใจมาสุมหัว นัดคุยกันคุณทำแบบนี้ให้ผมได้ไหม เจอกันตามงานไม่เกินครึ่งนาทีต้องแยกย้าย เรารู้บทบาท” เมื่อถามถึงกระแสข่าวดึงพรรค ภท.กลับไปร่วมรัฐบาล นายอนุทินตอบว่า ไม่มีแนวโน้มดังกล่าว สมการใหม่คืออะไร พรรค ภท.มี 70 เสียงไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงใหญ่ทางการเมือง นายกฯคนเก่ายังไม่ไป ยังอยู่อย่าเพิ่งไปพูดถึงนายกฯคนใหม่ ส่วน น.ส.ประภา เฮงไพบูลย์ สส.กาฬสินธุ์ พรรค ภท.โหวตสวนมติพรรคเห็นชอบ พ.ร.บ.งบฯปี 69 คนนี้เป็นสิ่งแปลกปลอมในพรรค ไม่ได้มาร่วมกิจกรรมกับพรรค ผลสอบสวนเก่ายังไม่เสร็จ ยังมีพฤติกรรมแบบนี้อีก ไม่ต้องสอบสวนแล้ว ส่วนจะขับพ้นพรรคหรือไม่นายอนุทินตอบว่าอยู่ในนี้ดีแล้วครม.ไฟเขียว มท.โยกย้ายลอตใหญ่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกฯแถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทย เสนอแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำแหน่งบริหารระดับสูงรวม 25 ตำแหน่ง คือ 1.นายณรงค์ เทพเสนา ผวจ.อำนาจเจริญ เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง 2.นายชูชีพ พงษ์ไชย ผวจ.ตาก เป็นรองปลัดกระทรวง 3.นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผวจ.อ่างทอง เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง 4.นายจุมพฎ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.บึงกาฬ เป็นรองปลัดกระทรวง 5.ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผวจ.อุบลราชธานี เป็นผู้ตรวจฯ 6.นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผวจ.นครพนม เป็นผู้ตรวจฯ 7.นาย วีระพันธ์ ดีอ่อน ผวจ.ปราจีนบุรี เป็นผู้ตรวจฯ 8.ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผวจ.นราธิวาส เป็นผู้ตรวจฯ 9.นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผวจ.กระบี่ เป็นผู้ตรวจฯ 10.นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผวจ.หนองบัวลำภู เป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน 11.นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผวจ.พัทลุง เป็น ผวจ.กระบี่ 12.นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ตรวจฯ เป็น ผวจ.เชียงใหม่ 13.นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผวจ.สมุทรสาคร เป็น ผวจ.ชลบุรี 14.นายรัฐพล นราดิศร ผวจ.พะเยา เป็น ผวจ.เชียงราย 15.นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ตรวจฯ เป็น ผวจ.สิงห์บุรีโยก “สยาม” เป็น ผวจ.สมุทรปราการนายจิรายุกล่าวว่า 16.นายศุภมิตร ชินศรี ผวจ.สมุทรปราการ เป็น ผวจ.นครสวรรค์ 17.นายเอกวิทย์ มีเพียร ผวจ.แม่ฮ่องสอน เป็น ผวจ.ปทุมธานี 18.นายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร ผู้ตรวจฯ เป็น ผวจ.ภูเก็ต 19.นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ตรวจฯ เป็น ผวจ.สมุทรสงคราม 20.นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผวจ.มหาสารคาม เป็น ผวจ.ลำปาง 21.นายชำนาญ ชื่นตา ผวจ.สุรินทร์ เป็น ผวจ.อุบลราชธานี 22.น.ส. ชุติพร เสชัง ผวจ.นครสวรรค์ เป็น ผวจ.แม่ฮ่องสอน 23.นายชรินทร์ ทองสุข ผวจ.เชียงราย เป็น ผวจ.ขอนแก่น 24.นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ตรวจฯ เป็น ผวจ.อำนาจเจริญ 25.นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็น ผวจ.สมุทรปราการ และมีมติอนุมัติการเสนอต่อเวลาดำรงตำแหน่งของนายปริญญา โพธิสัตย์ ผวจ.สระแก้ว ที่ครบ 4 ปีวันที่ 30 ก.ย.68 และจะเกษียณอายุวันที่ 1 ต.ค.69 เป็นต้นไป ปฏิบัติหน้าที่ ผวจ.สระแก้วต่อไปอีก 1 ปีตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.68 ถึงวันที่ 30 ก.ย.69รับโอน “พชร” นั่งปลัดดีอีคนใหม่นายจิรายุกล่าวอีกว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้งตามที่ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสนอโอนนายพชร อนันตศิลป์ ผอ.สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง เป็นปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเห็นชอบรับโอนนางอุดมพร เอกเอี่ยม รองเลขาธิการ ครม. สำนักเลขาธิการ ครม. สำนักนายกรัฐมนตรี เป็น ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ทดแทนตำแหน่งเกษียณ รวมทั้งมีมติเห็นชอบตามที่ มท. เสนอปรับเปลี่ยนประธานกรรมการและกรรมการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการประปาส่วน ภูมิภาค (กปภ.) โดย กฟภ.ประธานและกรรมการ รวม 8 คนลาออกเหลือคณะกรรมการ 5 คน ไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ ที่ประชุมจึงได้ขอให้แต่งตั้งใหม่ ส่วน กปภ.ประธานคณะกรรมการลาออก แต่คณะกรรมการยังไม่ลาออก จึงเสนอ ครม.พิจารณาให้คณะกรรมการทั้ง 2 คณะพ้นตำแหน่งและให้เสนอชื่อเข้า ครม.ใหม่ตามขั้นตอนต่อไปสว.ยึกยักผ่านงบรายจ่ายปี 69ที่รัฐสภา นายอลงกต วรกี สว. รองประธานคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 69 วุฒิสภา กล่าวว่า เจอตัวเลขบางอย่างน่าสงสัย เช่น กรมฝนหลวง รับงบฯแต่ละปีไม่สามารถส่งรายงานกระบวนการทำให้เกิดฝนได้ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)จ้างทนายร้อยล้านบาท ขณะที่งบฯองค์การมหาชน เกินครึ่งลักษณะงานซ้ำซ้อนกับระบบราชการ แม้องค์การมหาชนบางส่วนจำเป็น แต่มีงบฯกว่าหมื่นล้านบาทที่เป็นปัญหา ส่วน สว.จะผ่านงบฯปี 69 ให้หรือไม่ ขอฟังเสียงประชาชนก่อนนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว.กล่าวว่า กระแสข่าวที่ระบุวุฒิสภาเตรียมคว่ำงบฯปี 69 ไม่เป็นความจริง แม้ร่างงบฯไม่สะท้อนการแก้ไขปัญหาประเทศ แต่อยากให้ผ่าน หากไม่ผ่านจะเป็นความเดือดร้อนประชาชน การเบิกจ่ายหยุดชะงัก ภาพรวมประเทศมีปัญหาโต้ไม่มีข่มขู่ สว.ถอนชื่อส่งศาล รธน.นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. โฆษกคณะกรรมการประสานงาน (วิป) วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์กรณี สว.เสียงข้างน้อย ระบุถูกข่มขู่หลังรวมรายชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย สว.136 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่ว่า การันตีได้ว่าไม่มีการข่มขู่ ไม่มีการจ่ายเงิน ไม่มีโทร.ไปข่มขู่ให้ถอนชื่อออก คนที่อยู่ในรายชื่อให้สัมภาษณ์แล้วว่าเข้าใจผิดในสาระสำคัญจึงต้องถอนชื่อ ส่วนการปลอมลายมือชื่อได้ลงบันทึกประจำวันแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว ดำเนินการตามกฎหมาย ให้สำนักเลขาธิการวุฒิสภาจัดการ เมื่อถามย้ำว่าเวลาเสียงข้างน้อยเสนออะไรในที่ประชุมมีการแสดงความไม่พอใจ บางครั้งถึงขั้นจะทำร้ายร่างกาย นายพิสิษฐ์กล่าวว่าไม่มีจริงๆ ไม่มีการทำร้ายร่างกายเป็นสภาฯ ที่ไม่ได้ใช้กำลังแต่ใช้ปัญญา คนที่กล่าวแบบนั้นอาจคิดเองเออเอง ยืนยันว่าไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นแน่นอนสว.สอบโรงงานแป้งมันรุกป่าฯที่รัฐสภา มีการประชุมคณะ กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา มีนายชีวะภาพ ชีวะธรรม สว.ประธาน กมธ.เป็นประธานการประชุม พิจารณากรณีโรงงานแป้งมันสำปะหลังบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติหลายจังหวัด โดยนายชีวะภาพให้สัมภาษณ์ว่า กมธ.นำข้อร้องเรียนโรงงานแป้งมันสำปะหลังบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนเข้าหารือ ไม่ได้มีแค่ จ.อุบลราชธานีที่เดียว แต่มีคดีค้างเก่าที่ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา พื้นที่บุกรุกใหญ่กว่า จ.อุบลราชธานี ผู้ต้องหาเป็นรัฐมนตรีรายเดียวกัน กมธ.จะศึกษาข้อมูลให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เรื่องนี้ไม่ใช่เครื่องมือทางการเมืองว่าไปตามถูกผิด โรงงานแป้งมันดังกล่าวมี 3 กลุ่มใหญ่บุกรุกพื้นที่ป่า โดยเฉพาะ อ.เสิงสาง บุกรุกทำบ่อบำบัด 18 บ่อเนื้อที่หลายร้อยไร่ เป็นพื้นที่ทับซ้อนระหว่างป่าสงวนแห่งชาติป่าดงอีจานใหญ่และเขต ส.ป.ก. แต่หากยังไม่ออกเป็น ส.ป.ก.4-01 ถือเป็นพื้นที่ป่าสงวน ส.ป.ก.ฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งโรงงานดังกล่าว แต่ต้องแจ้งดำเนินคดีบุกรุกป่าสงวน เท่าที่ทราบมีการไกล่เกลี่ยชั้นศาลต้องจ่ายเงินชดเชยฟื้นฟูพื้นที่กว่า 20 ล้านบาท แต่ยังมีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่อยู่ ไม่ได้ฟื้นฟู ส่วนพื้นที่ จ.อุบลราชธานีต้องตรวจสอบต่อไป สัปดาห์หน้าจะเชิญ ส.ป.ก.มาชี้แจงการบังคับคดี รวมทั้งกรมป่าไม้ ผู้ต้องหาทั้ง 2 คดีเป็นบุคคลเดียวกัน วันนี้เป็น รมว.ในรัฐบาลชุดนี้ ต้องทำให้สังคมรับทราบข้อเท็จจริง“ทรงศักดิ์” พ้น รมช.มท.มีเงิน 54 ล้านวันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ที่น่าสนใจ อาทิ นายทรงศักดิ์ ทองศรี กรณีพ้นตำแหน่ง รมช.มหาดไทย เมื่อวันที่ 28 พ.ค.68 มีทรัพย์สินรวม 54,313,630 บาท เป็นทรัพย์สินนายทรงศักดิ์ 20,638,861 บาท ทรัพย์สินนางแว่นฟ้า ทองศรี คู่สมรสปัจจุบันเป็นนายก อบจ.บึงกาฬ มีทรัพย์สิน 33,674,769 บาท ส่วนใหญ่เป็นที่ดินกว่า 33 ล้านบาท โรงเรียนและสิ่งปลูกสร้าง 4 หลัง มูลค่า 5.9 ล้านบาท สิทธิและสัมปทาน 6.4 ล้านบาท เงินฝากในบัญชีธนาคาร 2 ล้านบาท ขณะที่ทรัพย์สินนายเฉลิมพล เพ็ญสูตร กรณีรับตำแหน่งประธานกรรมการการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) เมื่อวันที่ 25 พ.ค.68 มีทรัพย์สินรวม 217,152,872 บาท ส่วนใหญ่เป็นที่ดิน 26 แปลง มูลค่า 160 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 6 หลัง มูลค่า 38 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่นอีกกว่า 8 ล้านบาท และมีหนี้สิน 479,340 บาทอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่