สภาฯผ่านฉลุย มติ 257 ต่อ 230 เสียงเห็นชอบวาระสาม งบปี 69 มี 8 งูเห่าฝ่ายค้านเติมเสียง เปิดตัว 3 งูเห่าหน้าใหม่ “ประภา เฮงตระกูล” จาก ภท. ปริญญา ฤกษ์หร่าย-อนันต์ ผลอำนวย ค่าย พปชร. “ลุงป้อม-น้าเหลิม” ดำดินไม่กดโหวต “วิสุทธิ์” ให้รอดูผลงานรัฐบาลดีขึ้นแน่ “อนุสรณ์” ฟุ้งเสียงปริ่มน้ำแต่คุณภาพแน่น โว “นายกฯอิ๊งค์” จะกลับมานำทัพต่อ ฝ่ายค้านฉะ “ภูมิธรรม” ลืมสัญญา “สรวงศ์” เผยนายกฯไปนัดศาลเองคดีคลิปสนทนา “ฮุน เซน” มั่นใจ “ชัยเกษม” พร้อมรับไม้ต่อหากเกิดอุบัติเหตุ ทีมสอบอั้งยี่-ฟอกเงินแฉวุฒิสภาไม่ให้ความร่วมมือสอบคดีฮั้วที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติผ่านฉลุย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วาระสาม จับตามีงูเห่าจากพรรคฝ่ายค้านโผล่โหวตหนุนเพิ่มมาอีก 3 ราย ได้แก่ น.ส.ประภา เฮงตระกูล สส.กาฬสินธุ์ พรรคภูมิใจไทย นายปริญญา ฤกษ์หร่าย และนายอนันต์ ผลอำนวย สส.กำแพงเพชร จากพรรคพลังประชารัฐสภาฯผ่านฉลุยวาระสามงบปี 69เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า หลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ใช้เวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 13-15 ส.ค. เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วาระ 2-3 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท กระทั่งเวลา 22.50 น.ของวันที่ 15 ส.ค. ที่ประชุมมีมติเห็นชอบวาระ 3 ด้วยคะแนน 257 ต่อ 230 เสียง งดออกเสียง 1 โดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ชี้แจงก่อนปิดการอภิปรายยืนยันว่า ร่าง พ.ร.บ.งบรายจ่ายปี 2569 เป็นเครื่องมือสำคัญขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อคิดเห็น คำแนะนำของ สส. รัฐบาลจะนำไปปรับปรุงการดำเนินงานให้ประชาชนได้ประโยชน์จากการใช้งบประมาณมากที่สุด ให้ความมั่นใจว่า งบประมาณที่ผ่านการพิจารณาครั้งนี้ จะนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ และแผนงานที่กำหนด รัฐบาลจะใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าวอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามนโยบายที่กำหนดไว้ ขับเคลื่อนประเทศภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตามเจตนารมณ์รัฐบาลและความมุ่งมั่นของสมาชิกทุกคน8 งูเห่าหน้าเก่า—ใหม่ร่วมเติมเสียงสำหรับผลการลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 จำนวน 257 เสียง มาจากเสียง สส.พรรคร่วมรัฐบาลที่ลงมติไปในแนวทางเดียวกันทั้งหมด รวมถึงนายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ร่วมลงมติเห็นชอบด้วย นอกจากนี้ยังมีเสียงจาก 8 สส.งูเห่าพรรคร่วมฝ่ายค้าน ทั้งหน้าเดิมและหน้าใหม่มาร่วมลงมติเห็นชอบ ในส่วน สส.งูเห่าหน้าเก่า 5 คน ได้แก่ น.ส.กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สส.ชลบุรี พรรคประชาชน น.ส.กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ น.ส.รำพูล ตันติวณิชชานนท์ สส.อุบลราชธานี นางสุภาพร สลับศรี สส.ยโสธร พรรค ไทยสร้างไทย ส่วนเสียงงูเห่าหน้าใหม่อีก 3 คน คือ น.ส.ประภา เฮงตระกูล สส.กาฬสินธุ์ พรรคภูมิใจไทย ที่ก่อนหน้านี้เคยโหวตสวนมติพรรคในร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์มาแล้ว จนถูกพรรคตั้งคณะกรรมการสอบสวน และพรรคพลังประชารัฐ 2 คน คือ นายปริญญา ฤกษ์หร่าย และนายอนันต์ ผลอำนวย สส.กำแพงเพชร“ลุงป้อม—น้าเหลิม” ไม่ยอมกดโหวตส่วนคะแนนเสียงไม่เห็นด้วย 230 เสียง มาจากพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งหมด ส่วนมติงดออกเสียง 1 เสียง ได้แก่ นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทน ราษฎร ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมขณะนั้น ส่วน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่พบการลงมติใดๆ“วิสุทธิ์” ให้รอดูผลงาน รบ.จะดีขึ้นนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีคลิปเสียงการซื้อโหวต สส.พรรคประชาชนให้ลงมติผ่านร่างกฎหมายสำคัญๆว่า ฟังดูเหมือนเป็นการดิสเครดิตรัฐบาล ข้อเท็จจริงคงเห็นแล้วว่าพรรคประชาชนไม่ได้มาลงคะแนนให้รัฐบาล เรื่องนี้ต้องทำให้กระจ่างชัด ควรแจ้งความดำเนินคดี เพราะวิธีการแบบนี้เหมือนการหลอกลวงต้มตุ๋น ต้องทำให้ชัดเจนว่าใครโทร.เข้ามาตามเส้นทางโทรศัพท์ได้อยู่แล้ว ว่าเป็นใครพรรคการเมืองไหน อย่ามาพูดกำกวมให้คนคิดสารพัด ยอมรับว่าเราเป็นเสียงปริ่มน้ำ แต่ถึงเวลามาประชุมจริงก็ครบ เมื่อถามว่างบปี 69 ผ่านแล้วหลังจากนี้รัฐบาลจะเดินหน้าอย่างไรต่อ นายวิสุทธิ์ตอบว่า ผลจะปรากฏตามที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกฯ ระบุไว้ว่าภายใน 3 เดือน รัฐบาลต้องทำให้สินค้าการเกษตรกลับมาดีขึ้น เรื่องชายแดนขณะนี้รัฐบาลทำได้ดีอยู่แล้ว มั่นใจว่าทุกอย่างจะดีขึ้น งานสภาฯหลังจากนี้มีหลายเรื่องที่ต้องเร่งทำ แม้เสียงปริ่มน้ำแต่ความสามัคคีกันในพรรคร่วมรัฐบาล จะทำให้เดินหน้าได้เต็มทีพท.ฟุ้งเสียงปริ่มน้ำคุณภาพแน่นนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอบคุณ สส.ที่ช่วยกันโหวตผ่านงบประมาณปี 69 ฉลุย เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณอย่างโปร่งใส คุ้มค่า ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน แม้เสียงพรรคร่วมรัฐบาลจะปริ่มน้ำ แต่ไม่เป็นปัญหาอุปสรรคในการพิจารณากฎหมาย ก่อนหน้านี้มีความพยายามของบางฝ่ายที่จะโหวตคว่ำ อาจเห็นว่ารัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ แต่เมื่อมติออกมาด้วยจำนวนเสียงเช่นนี้ เป็นสิ่งยืนยันว่าเสียงปริ่มน้ำไม่ได้เป็นปัญหาและอุปสรรคในการพิจารณากฎหมาย จำนวนเสียงพรรคร่วมรัฐบาลที่หายไปก่อนหน้านี้ ถูกแทนที่ด้วยคุณภาพและประสิทธิภาพที่เพิ่มมากขึ้น การโหวตผ่านงบปี 69 คือคำตอบว่ารัฐบาลพร้อมเดินหน้าต่อในการยกระดับการทำงาน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ ชาติและประชาชนโว “อิ๊งค์” จะกลับมานำทัพรัฐบาลนายอนุสรณ์ยังกล่าวถึงกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.วัฒนธรรม มาร่วมประชุมเกาะติดการพิจารณางบประมาณ 2569 ทั้ง 3 วันว่า น.ส.แพทองธารให้ความสำคัญและใส่ใจในภารกิจของสภาฯ มาตลอดในการพิจารณากฎหมายสำคัญ มาติดตามการทำงานของ สส.พรรคเพื่อไทยอย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง เชื่อว่าเมื่องบประมาณผ่านแล้ว น.ส.แพทองธารจะได้กลับมานำทัพในฐานะหัวหน้ารัฐบาล บริหารจัดการ ทำงานรับใช้ประเทศชาติและประชาชนต่อไป รวมใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลสูงสุดต่อไปชี้วิกฤติการเมืองไม่ทำชาติสะดุดนายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 69 ผ่านความเห็นชอบสภาฯแล้ว ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประเทศจะขับเคลื่อนเดินหน้าต่อไป หากหลังจากนี้วิกฤติทางการเมืองอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เชื่อว่ากลไกการบริหารงานราชการในการเบิกจ่ายงบประมาณจะไม่สะดุด ฝากรัฐบาลช่วยเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ และรับมือเศรษฐกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะกำแพงภาษีสหรัฐฯ เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการ เกษตรกรและพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุด และฝากให้กำชับการเบิกจ่ายงบฯทุกหน่วยงานทุกกระทรวงให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่ให้ช่องมีการทุจริตเด็ดขาดฝ่ายค้านฉะ “ภูมิธรรม” ลืมสัญญานายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกฯ อดีตประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) เคยมีมติเห็นชอบหลักการ 3 ประเด็น 5 ข้อ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ได้แก่ 1.เงินอุดหนุนเด็กถ้วนหน้า 600 บาทต่อเดือน เริ่มปีงบประมาณ 2568 2.เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุถ้วนหน้า 1,000 บาทต่อเดือน 3.เบี้ยความพิการ 1,000 บาทต่อเดือน 4.ปรับค่าตอบแทนผู้ช่วยคนพิการจากชั่วโมงละ 50 บาท เป็น 100 บาท 5.เงินอุดหนุนสตรีมีครรภ์ 3,000 บาทต่อเดือน สำหรับช่วงเดือนที่ 5-9 ของการตั้งครรภ์ ถือเป็นเหมือนคำมั่นสัญญาของรัฐบาลต่อสังคม ที่จะเดินหน้ายกระดับสวัสดิการพื้นฐานให้ประชาชนกลุ่มเปราะบาง การขึ้นนั่งรักษาการนายกฯ สามารถผลักดันนโยบายได้ทันที แต่กลับไม่มีความคืบหน้าหรือความชัดเจนใดๆในการดำเนินการตามมติดังกล่าว สะท้อนให้เห็นชัดว่าหน้าอย่างหลังอย่าง พูดอย่างทำอีกอย่าง ขอให้ประชาชนจดจำไว้ว่าเมื่อถึงเลือกตั้งครั้งหน้า อย่าได้ฝากความหวังหรือเชื่อใจคนที่เคยผิดสัญญาเช่นนี้อีก“สรวงศ์” เผยนายกฯจะไปศาลเองวันเดียวกัน นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.วัฒนธรรม คดีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา วันที่ 21 ส.ค.ว่า เท่าที่ได้พูดคุยกับ น.ส.แพทองธาร ยืนยันว่าจะไปศาลด้วยตัวเอง เพราะตรงกับวันคล้ายวันเกิดพอดี แต่ไม่ได้พูดคุยถึงรายละเอียดในเรื่องนี้ เนื่องจากในส่วนของคดีความนายกฯมีทีมทนายดูแลอยู่แล้ว ทุกคนในพรรคทำได้เพียงให้กำลังใจ เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยมีการเตรียมแผนสำรองหรือไม่ หากนายกฯเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง นายสรวงศ์ตอบว่า ไม่มีเลย เราเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจของนายกฯ และทุกอย่างต่อสู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด รอดูแล้วกันมั่นใจ “ชัยเกษม” พร้อมรับไม้ต่อผู้สื่อข่าวถามว่าภายในพรรคเพื่อไทยกังวลใจในเรื่องนี้หรือไม่ นายสรวงศ์ตอบว่า ก็กังวลใจทุกคนเป็นห่วง ทั้งในฐานะนายกฯ และฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพราะหากถูกศาลพิพากษาขึ้นมาอาจส่งผลกระทบทางการเมืองของตัวนายกฯเอง ท่านยืนยันในความบริสุทธิ์ใจกับสิ่งที่ทำไป และยืนยันกับสมาชิกพรรคเพื่อไทยว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง เมื่อถามว่าหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นมาจริงๆ ยังมั่นใจแคนดิเดตคนสุดท้ายของพรรคเพื่อไทยอย่างนายชัยเกษม นิติสิริ ว่าจะเข้ามาดูแลได้ นายสรวงศ์ตอบว่า นายชัยเกษมเคยพูดแล้วว่าทุกคนต้องมีความพร้อม ทุกอย่างอยู่ที่ช่วงเวลาและโอกาสเท่านั้น หากถึงจุดนั้นจริงๆ ต้องดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อ หากถามความพร้อมนายชัยเกษมก็มีความพร้อม ส่วนเรื่องปัญหาสุขภาพไม่ต้องเป็นห่วง เพราะนายชัยเกษมมาทำกิจกรรมร่วมกับพรรคอยู่ตลอดพท.เชื่อใจ “แพทองธาร” เจตนาดีนายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯและ รมว.วัฒนธรรม กับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาว่า ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาโดยกรอบหรือหลักฐานอะไรสุดแท้จะคาดเดาได้ แต่พรรคเพื่อไทยมั่นใจในเจตนาของ น.ส.แพทองธารว่าเป็นเจตนาดี เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนตามแนวทางสันติ ไม่ให้ลุกลามเป็นความรุนแรง ขณะนี้เราทำได้เพียงรอรับฟังคำวินิจฉัยของศาล ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรเราเคารพ เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยเตรียมรับผลคำวินิจฉัยอย่างไรบ้าง นายสุทินตอบว่า ยังไม่ได้พูดคุยแต่พรรคเพื่อไทยเตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์ เราผ่านสถานการณ์ต่างๆมาเยอะ สามารถปรับตัวได้ทุกสถานการณ์ยืนยัน “นายกฯอิ๊งค์” มีกำลังใจดีนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า กำลังใจ น.ส.แพทองธารยังดีอยู่ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมายังส่งข้อความผ่านไลน์มาขอบคุณที่ทำงานหนัก นายกฯยังมาให้กำลังใจพวกเรา ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา เชื่อว่ากำลังใจ น.ส.แพทองธารดี และเชื่อมั่นว่าสิ่งที่นายกฯทำเป็นเจตนาบริสุทธิ์ ไม่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย เมื่อถามย้ำว่า น.ส.แพทองธารไม่มีความกังวลใช่หรือไม่ นายวิสุทธิ์ตอบว่า ไม่ได้กังวล กังวลเพียงว่า สส.อยู่ดึกแฉวุฒิฯไม่ให้ความร่วมมือสอบฮั้วขณะที่ความคืบหน้าการสอบสวนคดีฮั้วเลือกสว. ล่าสุดคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษอั้งยี่-ฟอกเงิน มีหมายเรียกพยาน จำนวน 1,200 ราย ส่วนใหญ่คือกลุ่มคนที่มีบทบาทเข้ามาเกี่ยวข้องในขบวนการเพื่อเป็นโหวตเตอร์ หรือกลุ่มพลีชีพ มีปรากฏตั้งแต่การเลือกในระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ เพื่อโหวตเลือกบุคคลตามโพย ไม่เลือกตัวเอง ถ้าในขั้นตอนการสอบสวนปากคำพยานรายใด ให้การยอมรับหรือให้การเพิ่มเติมว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคนกลุ่มไหน กลุ่มของใคร ก็จะเห็นความชัดเจนเกี่ยวข้องสัมพันธ์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความเกี่ยวโยงกับนักการเมืองในพื้นที่ เนื่องจากการสืบสวนยังพบว่ามีร่องรอยทางการเงินเข้ามาเชื่อมโยงกันมากถึง 45 จังหวัด อาทิ มีการโอนเงิน-รับโอนเงินระหว่างกันของคนในพื้นที่ นักการเมืองในพื้นที่ และขบวนการจัดฮั้วอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน มอบหมายให้ 10 กองคดีที่มีพนักงานสอบสวนเชี่ยวชาญการสอบปากคำในคดีซับซ้อน เข้ามารับผิดชอบการสอบปากคำ ส่วนการประสานขอเอกสารกับวุฒิสภา เรื่องการแต่งตั้งผู้ช่วย ผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษาประจำตัว สว. ของ สว. 200 ราย ที่ดีเอสไอเร่งติดตามมาตลอดนั้น ล่าสุดยังไม่ได้รับเอกสารจากวุฒิสภาแต่อย่างใด แต่ไม่ถือเป็นอุปสรรคโปรดเกล้าฯ “ศิโรจน์” เลขาธิการสภาฯผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ส.ค. สภา ผู้แทนราษฎรเผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ พ้นจากตำแหน่งรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2568 ประกาศ ณ วันที่ 14 ส.ค.2568 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่