เส้นทางตระกูล “ชินวัตร”... มาอย่างสบายๆเพราะปูเสื่อรอไว้ให้ แต่เวลาจะไปก็เหมือนมีอะไรมากำหนดที่มิอาจหลีกหนีพ้นก็เป็นเรื่องของวิถีทางที่ มิอาจฝืนได้ เพราะแต่ละคนเส้นทางสุดท้ายไม่ค่อยต่างกันนับแต่ “ทักษิณ ชินวัตร” จนมาถึงลูกสาว “แพทองธาร ชินวัตร” แม้ผู้พ่อจะต้องผ่านการหล่อหลอมที่ต้องใช้เวลานานหน่อยแต่ลูกสาวไม่ต่างกับนั่งพรมมารองก้นแต่บทสุดท้ายก็ไม่ต่างกัน29 ส.ค.2568 ศาลรัฐธรรมนูญนัดตัดสินคดี “คลิปฉาว” บทสนทนาระหว่าง “แพทองธาร” กับ “ฮุน เซน” จอมลวงโลกแห่งกัมพูชาก่อนจะถึงวันนั้นศาลนัดไต่สวน “แพทองธาร” กับเลขาธิการ สมช.เพื่อฟังความเห็นในแง่มุมต่างๆในวันที่ 21 ส.ค.2568 และวันที่ 27 ส.ค.2568 ให้ผู้ถูกร้องคือนายกรัฐมนตรีแถลงปิดคดีนี่เป็นขั้นตอนตามกระบวนการ!ว่าไปแล้วศาลได้ให้โอกาสค่อนข้างจะเต็มที่เพื่อให้ผู้ถูกร้องได้ชี้แจงทำความเข้าใจ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีหากผลออกมาอย่างไรอย่าไปต่อว่าศาลว่าปิดกั้นโอกาส ก็แล้วกันประเด็นที่จะต่อสู้กันก็คือ1.ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่2.มีความสุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่จากวันนี้ไปก็เหลือเวลาอีกไม่กี่วันที่จะต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งมีทางเลือกอยู่ 3 ทาง1.สู้ต่อจนถึงที่สุด2.ประกาศลาออกจากตำแหน่งก่อน3.ยุบสภาเพื่อเลือกตั้งกันใหม่ทุกอย่างล้วนมีเหตุผลรองรับ เพราะถ้าสู้ต่อก็เพราะมั่นใจว่าไม่ผิด หรือมีดีลลับทำให้มั่นใจว่าไม่โดนแน่อีกทางการประกาศลาออกก่อนเพราะรู้ว่าโดนแน่เพื่อจะได้ไม่มีมลทินติดตัว และทางสุดท้ายนอกจากจะพ้นผิดไปโดยปริยายยังสามารถกุมอำนาจต่อไปได้ เพราะถ้าลาออกแต่คนที่จะมารับไม้ต่อไม่สามารถฝ่าคลื่นลมที่ไม่แน่นอนทางการเมืองหากพรรคร่วมรัฐบาลไม่สนับสนุนจึงต้องปิดเกมเสียก่อน!เพื่อไม่ให้นายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองเข้ามาคุมอำนาจแทนต่างๆเหล่านี้คือเส้นทางที่จะต้องคิดและตัดสินใจเพราะอนาคตของพรรคหากตัดสินใจผิดพลาดก็จะมีปัญหาที่กินยาวไปถึงอนาคตข้างหน้าด้วยตามรูปการณ์ต่างๆแล้วแวดวงการเมืองต่างมองไปทางเดียวกันว่า “รอดยาก” เพราะไล่ตั้งแต่มติเอกฉันท์ของศาลให้รับคำร้องแล้วมติ 7 ต่อ 2 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่มันค่อนข้างจะมีน้ำหนักมากอีกทั้งหากศาลรัฐธรรมนูญฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่แล้วก็น่าจะนำมาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจได้ว่าควรจะมีมติอย่างไรเพราะประชาชนต่างพากันส่ายหัวไม่ยอมรับเนื่องจากขาดภาวะความเป็นผู้นำที่จะพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีได้เรื่องนี้คงต้องใช้หลักกฎหมายและรัฐศาสตร์ผสมผสานกัน!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม