ศบ.ทก.สรุปผลวงประชุม GBC ภาพรวมสำเร็จการเจรจา หวังฝ่ายกัมพูชาจริงใจในภาคปฏิบัติ รับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังต้องเฝ้าระวัง หลังพบมีการตรึงกำลังที่ชายแดนพร้อมเคลื่อนไหวเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ โดรนบินบางพื้นที่ ไทยยึดหลักสากล-สุจริตใจเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น “ณัฐพล” ตั้ง “บุ๋ม ปนัดดา” เป็นโฆษก ศบ.ทก.จิตอาสา ไว้ปะทะฝีปากกับ “มาลี” โฆษกกลาโหมกัมพูชา ส่วนเรื่องกัมพูชาไม่รับข้อเสนอความร่วมมือเรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เชื่อคงเอาไว้ป้องกันตัวเอง แม่ของหญิงที่ตายพร้อมลูกรวม 3 ศพในร้านสะดวกซื้อนำกระดูกลูกไปทำบุญหลังออกจากศูนย์พักพิงกลับบ้าน แล้วนำไปลอยอังคารทะเลระยอง หวั่นสะเทือนใจหากไปเห็นสถานที่ที่เคยเที่ยวกับลูกหลานหลังไทยและกัมพูชาบรรลุข้อตกลงหยุดยิงจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในการประชุมร่วมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ที่มาเลเซีย มีข้อตกลงที่สองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันรวม 13 ข้อ แต่กลับมีการพบทหารกัมพูชายังตรึงกำลังตามแนวชายแดนไทยและมีความเคลื่อนไหวเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ พร้อมมีการบินโดรนในบางพื้นที่ เข้าข่ายเป็นการยั่วยุ“ณัฐพล” ยึดไทย–กัมพูชา ไม่มีแทรกแซงที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 8 ส.ค. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม รักษาการ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.)ว่า ขอบคุณประชาชนที่ส่งกำลังใจในการประชุมร่วมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป GBC ที่มาเลเซียจนได้ข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อ ความสำเร็จครั้งนี้ขอมอบให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องมีการลงนามเอกสาร เราจะขอยึดถือตามเอกสารที่ลงนามร่วมกัน มีโอกาสได้พบนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย สิ่งที่เรายึดถือคำมั่นต่อกัน คือ มาเลเซียและอาเซียน จะปล่อยให้ไทยและกัมพูชาตกลงกันเองแบบทวิภาคี จะไม่เข้ามาแทรกแซง ขอแค่เข้ามาสังเกตการณ์ส่วนสหรัฐฯและจีน ปล่อยให้อาเซียนบริหารสถานการณ์กันเองไม่เข้ามาแทรกแซงเป็นสิ่งที่เราขอไปและมาเลเซียให้คำมั่นขอผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวพล.อ.ณัฐพลกล่าวอีกว่า แต่ยังมีประชาชนสงสัยว่า เราเชื่อใจกัมพูชาได้หรือไม่ ขอเรียนว่าจะใช้แนวทางเดิม คือ ความมีวุฒิภาวะและดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงความเห็นร่วมกันของนานาชาติใช้เป็นกรอบกับทางกัมพูชา ในการประชุมกองเลขาฯ จีบีซี กัมพูชาก็ให้ความร่วมมือ อาจมีบางข้อเสนอของเราที่เขายังไม่ยอมรับ คือการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและเรื่องสแกมเมอร์ มีบางข้อที่เราไม่รับข้อเสนอของเขา หลังการเจรจาจีบีซีจะมีคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว แตกต่างกับทีมผู้สังเกตการณ์ที่มีผู้ช่วยทูตทหารในอาเซียนเป็นเรื่องที่ฝ่ายไทยขอไว้ก่อน เราขอแค่ผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวเท่านั้น เพื่อไม่ให้มีกองกำลังจากนอกประเทศเข้ามาในไทย ขอให้ประชาชนไว้ใจได้ เพราะถ้าถึงขั้นให้ผู้ช่วยทูตทหารในอาเซียนจะเป็นเรื่องใหญ่หวังปิดฉาก ศบ.ทก.โดยเร็วพล.อ.ณัฐพลกล่าวยืนยันว่า จะไม่ทำเรื่องใดที่เกินอำนาจจะนำเข้าที่ประชุม สมช.และ ครม.อยากให้สถานการณ์คลี่คลายเพื่อให้ ศบ.ทก.จบภารกิจโดยเร็ว ไม่ควรอยู่นาน ได้แต่งตั้งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการ ครม.และเลขาธิการสำนักงานสภาพัฒน์ เป็นที่ปรึกษาส่วนตัว เพื่อให้ช่วยดูสิ่งที่ทำอยู่ว่าต้องปรับปรุงแก้ไขอะไรหรือไม่ นอกจากนี้ยังแต่งตั้งที่ปรึกษาประจำตัวจากผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ 8 คน อาทิ ด้านสังคมประวัติศาสตร์ กฎหมายและแผนที่ มองเห็นว่างานข้างหน้าเกินกำลัง จึงต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำการทำงานมองกัมพูชาไม่รับกู้ทุ่นระเบิดไว้เมื่อถามว่า 2 ข้อเสนอความร่วมมือที่กัมพูชายังไม่ตอบรับ คือ การเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการปราบปรามสแกมเมอร์ ให้เหตุผลอย่างไร พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ไม่ได้ให้ แต่เราพอทราบเพราะเขายังอาศัยกับระเบิดเป็นเครื่องป้องกันเขาอยู่ รู้สึกว่าเขายังไม่ไว้ใจฝ่ายเรา ถึงได้บอกว่าการเจรจาของฝ่ายเลขาฯนั้นยากมาก กัมพูชาไม่ไว้ใจฝ่ายไทย ไทยก็ไม่ไว้ใจฝ่ายกัมพูชา เมื่อถามว่าจะนำข้อเสนอดังกล่าว ไปหารือในเวทีต่อไปอย่างไร พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ในการประชุมจีบีซีครั้งต่อไป เราจะยกเรื่องนี้ขึ้นมาเรื่อยๆจนกว่าเขาจะยอมรับ เมื่อถามย้ำว่าเราได้แจ้งฝ่ายผู้สังเกตการณ์ด้วยหรือไม่ว่ากัมพูชาไม่รับข้อเสนอนี้ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า วันที่ 7 ส.ค. ได้พูดไปตอนแถลงเลย ไม่ใช่แค่ผู้สังเกตการณ์ พูดให้นานาชาติรับทราบด้วยว่า ที่เราเสนอไป 2 ข้อนี้ กัมพูชาไม่รับตั้ง “บุ๋ม ปนัดดา” ปะทะ “มาลี”จากนั้น พล.อ.ณัฐพล เปิดตัว บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ในฐานะโฆษก ศบ.ทก.จิตอาสา พร้อมกล่าวว่า วันนี้ขออนุญาตเปิดตัวโฆษก ศบ.ทก.จิตอาสาเพิ่มเติม คือ บุ๋ม-ปนัดดา บอกตรงๆว่าจะมาปะทะกับ พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา มั่นใจอย่างน้อยความได้เปรียบ คือ สวยกว่าแน่นอน เพราะเป็นนางสาวไทย ทำงานอยู่ใน 4 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ขอความกรุณา บุ๋ม-ปนัดดา ให้ช่วยตอบโต้ทางออนไลน์ ตนและทีมงานจะสนับสนุนข้อมูล ได้ประสานไปว่า ขอให้ตอบโต้ด้วยข้อเท็จจริง เอาความจริงมาสู้ ในระยะยาวมั่นใจว่าเห็นผลแน่นอน“บุ๋ม” ยันตรงไปตรงมาไม่กลัวด้าน บุ๋ม-ปนัดดา กล่าวว่าฝ่ายทหารได้คุยกันว่า ถ้าจะหาโฆษกมาชนกับกัมพูชาได้มันที่สุด น่าจะเป็นตน เลยยินดีที่จะมาช่วยงานเพื่อประเทศไทย ขอฝากตัวกับสื่อและประชาชนทุกคน การที่ตัดสินใจมาทำหน้าที่ตรงนี้ เพราะอยู่ในพื้นที่มานานเห็นความเดือดร้อนของประชาชน เห็นความอดทนของทหาร ในฐานะที่เป็นจิตอาสาอยากจะเป็นสื่อกลางที่ชัดเจน ให้ได้ข้อมูลที่ตรงกับความเป็นจริง รวมถึงการสื่อสารกับต่างประเทศว่าเกิดอะไรขึ้นกับไทย เมื่อถามว่า จะเอาอยู่หรือ กับ พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา บุ๋ม-ปนัดดา กล่าวว่า ไม่กลัวเรื่องเฟกนิวส์ เพราะเราเป็นคนตรง ชัดเจนอยู่แล้วฝั่งนั้นพูดอะไรมา พวกเราไม่ค่อยให้ราคาเขาอยู่แล้ว ทั้งนี้ เพจเฟซบุ๊กตนจะคอยอัปเดตข้อมูล ศบ.ทก.“ภูมิธรรม” จ่อฟ้องผู้สั่งการกัมพูชาที่กระทรวงมหาดไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องที่สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมยกร่างคำฟ้องกัมพูชาว่า เบื้องต้นรัฐบาลสามารถดำเนินการฟ้องได้ภายใต้กฎหมายในประเทศ เมื่อฟ้องแล้วจะเป็นชนักติดหลังไป หากเขาพร้อมมาเคลียร์ก็มาได้ หากไม่มาเคลียร์ถือว่าเป็นผู้ถูกกล่าวหา มีความผิดทั้งอาญาและแพ่งโดยศาลไทย ส่วนจะเกี่ยวข้องกับกฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่ ต้องให้เป็นไปตามกระบวนการให้กรมสนธิสัญญากฎหมายกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูรายละเอียด ทำอย่างไรก็ได้ให้เป็นประโยชน์ที่สุดต่อประเทศ ทำให้กัมพูชามารับผิดชอบกับสิ่งที่กระทำ เมื่อถามว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไทยมีอำนาจฟ้องร้องหรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องการทำให้เห็นคือ กัมพูชาได้ทำผิดกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ทำให้เสียหาย มีคนเสียชีวิต ต้องฟ้องตามกระบวนการของไทยและยังสามารถใช้องค์กรตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (อินเตอร์โพล) ได้ส่วนการเจรจายังคงอยู่ เมื่อถามว่ากรณีฟ้องผู้สั่งการ ได้ลิสต์รายชื่อแล้วหรือไม่ว่าจะฟ้องใครบ้าง รองนายกฯตอบว่า ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมว่าไปควง “มาริษ” ลงพื้นที่ชายแดนนายภูมิธรรมยังกล่าวถึงการลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ วันที่ 9 ส.ค.ว่า ไปพร้อมนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ ไปดูสถานที่ที่ได้รับความเสียหาย เช่น ปั๊มน้ำมัน เนื่องจากมีการระบุว่ายังไม่ได้รับการดูแล หากสามารถเข้าพื้นที่ได้จะเข้าไปยัง รพ.สต.ที่ได้รับความเสียหาย แต่จะประสานไปยังพื้นที่ก่อนว่าพร้อมหรือไม่ เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน หากไม่พร้อมหรือยังมีปัญหาอยู่ ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าพื้นที่ ได้สั่งการไปยังทหารขอให้ทำหน้าที่อย่างเข้มงวดเช่นเดิม ส่วนอื่นๆถ้าไม่มีปัญหาอะไรไม่ต้องให้การต้อนรับใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบตามที่มีข่าวว่าไม่ได้รับงบประมาณในการเยียวยาดูแลประชาชน รวมถึงลงพื้นที่ไปยัง รพ.สต.ชำเม็ง ต.ธงชัย จ.ศรีสะเกษ ให้ รมว.ต่างประเทศไปเห็นข้อเท็จจริงและสามารถนำเรื่องไปพูดคุยในวงเจรจาจะได้เห็นเป็นรูปธรรม จะลงไปดูศูนย์อพยพที่มีประชาชนอยู่จำนวนมาก แม้บางส่วนทยอยกลับบ้านแล้ว ขอย้ำยังไม่มีประกาศให้เดินทางกลับ เนื่องจากได้ให้กองทัพภาคที่ 2 หารือกับ ผวจ. ที่มีเขตติดต่อชายแดนไทย-กัมพูชาว่า มีความพร้อมหรือไม่ หากปลอดภัยก็ให้กลับบ้านได้เลยรบ.ส่ง 7 รมต.เยี่ยมศูนย์พักพิงขณะที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมอบหมายให้ 7 รัฐมนตรี ได้แก่ น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.แรงงาน นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมช. ศึกษาธิการ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม รับฟังปัญหาของประชาชนกว่า 3 หมื่นคน ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว 12 แห่ง ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.สุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 9-10 ส.ค. พร้อมสรุปข้อมูลกลับมา เพื่อกำหนดแนวทางการเยียวยารอบที่ 2 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายทางการเกษตร ปศุสัตว์และบ้านเรือนประชาชน เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป ทั้งนี้ รัฐบาลยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งรัดมาตรการช่วยเหลือ เยียวยาประชาชนในทุกด้าน โดยเน้นย้ำส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นประสานงานให้ความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและรวดเร็วที่สุดม.รามฯ ถอนปริญญา “ฮุน เซน”วันเดียวกัน นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดเผยว่า ที่ประชุมสภา มร. วันที่ 8 ส.ค.2568 มีมติเป็นเอกฉันท์เพิกถอนปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ของสมเด็จ ฮุน เซน ที่ได้มอบให้เมื่อวันที่ 16 ก.ค.2544 เนื่องด้วยสมเด็จฮุน เซน มีท่าทีที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐไทยอย่างชัดแจ้ง มีการสนับสนุนส่งเสริมการใช้กำลังอาวุธอย่างรุนแรงอย่างไร้มนุษยธรรมต่อประชาชนชาวไทย เป็นเหตุให้ทหารและพลเรือนไทยต้องบาดเจ็บล้มตาย บ้านเรือน ทรัพย์สินเสียหาย ส่งเสริมให้มีการรุกล้ำอำนาจอธิปไตยของไทย นำไปสู่การปะทะกันตามแนวพรมแดนของทั้งสองประเทศ เป็นพฤติกรรมที่สวนทางกับคำประกาศเกียรติคุณที่สมควรจักต้องถูกลบล้างทำบุญอัฐิ 3 แม่ลูก ลอยอังคารทะเลที่ จ.ศรีสะเกษ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์สะเทือนใจที่ทหารกัมพูชายิงจรวด BM-21 ใส่ร้านสะดวกซื้อในน้ำมัน ปตท.บ้านน้ำเย็น ต.เมือง อ.กันทรลักษ์ ที่เป็นเขตพลเรือน ทำให้มีผู้เสียชีวิตในร้านสะดวกซื้อ 7 ศพ เสียชีวิตที่สวนหลังร้านอีก 1 ศพ รวม 8 ศพและแม้มีการพระราชทานเพลิงศพผู้เสียชีวิตทั้งหมดไปแล้ว แต่ครอบครัวและญาติยัง ไม่สามารถนำอัฐิไปบำเพ็ญกุศลได้ เนื่องจากมีครอบครัวของ 7 ชีวิตที่ตายในร้าน รวม 5 ครอบครัว มาพักพิงที่ศูนย์อพยพชั่วคราวในตัว จ.ศรีสะเกษ หนึ่งในจำนวนนั้นมีนางน้อย มารดา น.ส.รุ่งรัศ ประชัน ที่เสียชีวิตพร้อมลูกรวม 3 ศพ ขอออกจากศูนย์ฯกลับบ้าน นำกระดูกลูกสาวและหลานไปทำบุญอัฐิที่บ้านในเย็นวันที่ 10 ส.ค. ส่วนเช้าวันที่ 11 ส.ค. หลังทำบุญเสร็จจะนำอัฐิทั้งหมดไปลอยอังคารที่ทะเลใน จ.ระยอง สถานที่ที่ครอบครัวของลูกชอบไปเที่ยวด้วยกันในหน้าร้อนทุกปีและพาตนไปด้วย ยังคิดไม่ออกว่าเมื่อไปที่ทะเลระยองแล้ว จะทำให้นึกถึงภาพเก่าๆ ที่หลานมาเล่นมาคุยมาหยอกล้อ มาอ้อนขอเงินไปโรงเรียน แต่วันนี้ไม่มีหลานๆแล้ว ตนจะทำใจได้ไหมทหารเล่นดนตรีคลายเครียดส่วนที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว โรงเรียนจอมพระประชาสรรค์ อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ ที่มีผู้อพยพกว่า 2,000 คน หนีภัยมาพักอาศัย หลังการประชุมจีบีซี ไทย-กัมพูชา ได้ข้อสรุป 13 ข้อตกลงหยุดยิง ผู้อพยพต่างดีใจที่จะได้กลับบ้านแล้ว โดยระหว่างพักอยู่ที่ศูนย์มีการจัดดนตรี อาทิ วงโปงลางเพลงพื้นบ้านกันตรึม รวมทั้งวงดนตรีของทหารจาก มทบ.25 มาแสดงให้ผู้อพยพได้ฟังผ่อนคลายความเครียด จนช่วงสายวันที่ 8 ส.ค. ผู้อพยพจำนวนมากพากันเก็บข้าวของใส่รถส่วนตัวทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา เหลือส่วนน้อยที่รอดูสถานการณ์ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ ต.บักได อ.พนมดงรัก ที่ติดชายแดนปราสาทตาควาย และ ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก ติดพื้นที่ชายแดนปราสาทตาเมือนธม เนื่องจากยังหวั่นเกรงความไม่ปลอดภัย ส่วนพื้นที่อื่นๆที่ติดชายแดน รอคำสั่งที่ชัดเจนจากฝ่ายความมั่นคงและจังหวัดอีกครั้ง“อันวาร์” ปลื้มชี้เป็นประวัติศาสตร์ขณะที่นายอันวาร์กล่าวว่า การหยุดยิงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของประวัติศาสตร์อาเซียนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายทศวรรษ แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำและความเป็นเอกภาพของอาเซียน หากสิ่งนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ย่อมเป็นผลดีสำหรับกลุ่มอาเซียนในอนาคต เรื่องของการมียุทธศาสตร์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขอขอบคุณผู้นำกัมพูชาและไทย จนถึงคณะรัฐมนตรีและฝ่ายกลาโหมที่มีบทบาทสำคัญ ความสัมพันธ์ ความเชื่อใจระหว่างกองทัพกับกลุ่มผู้นำอาเซียน กำลังอยู่ในจุดที่ยอดเยี่ยม ขอบคุณรัฐบาลสหรัฐฯและจีน ที่ให้การสนับสนุนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการหยุดยิง แต่ยอมปล่อยให้ไทย-กัมพูชา เจรจากันเองแบบทวิภาคีมีรัฐบาลมาเลเซียช่วยเป็นตัวกลาง กลุ่มผู้นำอาเซียนขอสนับสนุนต่อการมีสันติภาพอย่างยั่งยืนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่