กระทรวงการต่างประเทศของไทยแถลงข่าวหลายครั้งว่า สงครามเขตแดนไทย–กัมพูชา ที่กำลังบานทะโรค อยู่ในระหว่างการดำเนินการประท้วงบนเวทีโลกหลายสถาบันด้วยกัน เรื่องนี้เริ่มจากที่ ผู้แทนกัมพูชาประจำสหประชาชาติ ยื่นต่อที่ประชุมยูเอ็น ขอให้นำกรณีการปะทะระหว่างทหารไทยกับกัมพูชาหารือในคณะมนตรี ว่าด้วยการป้องกันการขัดแย้งด้วยอาวุธ และกัมพูชาได้ส่งเรื่องฟ้องไปที่ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ด้วยส่วนไทยแถลงชี้แจงว่าไม่ได้เป็นผู้รุกราน ฝ่ายกัมพูชาเริ่มต้นก่อนแค่นั้น ผลสรุปออกมาคือให้ไปเจรจาแก้ปัญหากันเอง ซึ่ง กัมพูชายังเดินหน้าที่จะทำเรื่องนี้ให้เป็นข้อพิพาทเรื่องของเขตแดน แม้ไทยจะยืนยันว่าไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลโลกก็ตาม ซึ่งต้องแยกเป็นสองกรณี คือ ข้อพิพาทเรื่องของเขตแดน และการปะทะโดยใช้กำลังทางทหารของทั้งสองประเทศจนเกิดเหตุสูญเสียทั้งสองฝ่ายเรื่องของข้อพิพาทเขตแดน อ้างกรรมสิทธิ์ในโบราณสถาน กัมพูชาได้ร้องศาลโลกไปแล้ว ซึ่งก็ต้องอาศัยหลักฐานจากเส้นเขตแดนและการทำข้อตกลงของทั้งสองประเทศ ไม่ว่าจะเป็น MOU 43 หรือ MOU 44 คณะกรรมการเขตแดนร่วมเคยเจรจากันไปหลายรัฐบาล โดยเฉพาะการจะใช้แผนที่อัตราสัดส่วนต่อ 50,000 หรือต่อ 200,000 จะเกิดผลกระทบทั้งเขตแดนและผลประโยชน์ทับซ้อนทางทะเล เช่น กรณีของเกาะกูดที่ต่างฝ่ายต่างก็อ้างกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของ หรือจะเป็นโบราณสถานวัตถุปราสาทบริเวณสามเหลี่ยมมรกตที่อยู่บริเวณชายแดนทั้งสองประเทศแม้ว่าเรื่องความขัดแย้งจะเข้าสู่การพิจารณาในระดับทวิภาคีหลายครั้ง อย่างที่ประชุมกันไปที่มาเลเซียสดๆร้อนๆ คณะกรรมการชายแดนทั่วไป GBC คณะกรรมการชายแดนระดับภูมิภาค RBC คณะกรรมาธิการว่าด้วยการปักปันเขตแดนทางบก JBC ที่ประชุมล่าสุดเมื่อเดือน มิ.ย. ก่อนที่จะเกิดเหตุปะทะตกลงจะปฏิบัติตามกรอบของ MOU 43 ก็มีการนำไปตีความกันว่าจะเป็นข้อยุติได้หรือไม่ สุดท้ายก็ไม่มีอะไรในกอไผ่เช่นเคยในส่วนของการเกิดเหตุปะทะ กัมพูชา วิ่งไปฟ้ององค์กรระดับประเทศ อย่างว่าไทยเป็นฝ่ายรุกราน นำคณะทูตไปดูสถานที่เกิดเหตุจริงบ้างเท็จบ้าง ไทยก็เชิญทูตบ้าง ซึ่งรัฐบาลไทย แถลงว่า ขณะนี้เตรียมยกร่าง เตรียมฟ้องศาลอาญาและเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งระดับโลกเพื่อเอาผิดกับผู้นำกัมพูชา ทำไปทำมาข่าวอ้างว่าจะฟ้องศาลอาญาในประเทศและแก้ไขปัญหาข้อพิพาทในระดับทวิภาคี ดูกั๊กๆชอบกลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไประหว่างรักษาการ รมว.กลาโหมไทย กับ รมว.กลาโหมกัมพูชา ตามข้อเสนอการหยุดยิงที่เสนอไป 8 ข้อใหญ่ เป็นภาพกว้างไม่ได้มีการเรียกร้องความรับผิดชอบหรือพูดถึงเขตแดน แต่ไทยออกข่าวว่า แนวโน้มเป็นไปในทางที่ดี ส่วนกัมพูชาทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ทั้งหมดนี้เราติดกระดุมผิดเม็ดทุกครั้งที่เกิดปัญหาความขัดแย้ง ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของผลประโยชน์จากธุรกิจสีเทาแค่นั้น ชาวบ้านตาดำๆต้องรับกรรมไปตามระเบียบ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม