เป็นเรื่องใหม่ที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. นำมาใช้ ในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย “โผนายพล” วาระประจำปี 2568นำเสนอหลักเกณฑ์และตัวชี้วัดเพื่อนำไปใช้ในการแต่งตั้งเสนอให้ ก.ตร. รับทราบผ่านความเห็นชอบ รอง ผบ.ตร.ของ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เป็นหลักในการทำหน้าที่รักษา “กฎกติกา” ในคำสั่งการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมให้มากที่สุดให้ได้คนที่เหมาะสมมีการกำหนดให้กลุ่มที่ 2 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ที่มีความรู้ความสามารถ นอกเหนือกลุ่มแรกอาวุโส อีก 50 เปอร์เซ็นต์ ได้มีกำหนดหลักเกณฑ์และตัวชี้วัดเป็นเครื่องมือให้ผู้บังคับบัญชาใช้ดุลพินิจคัดเลือกแต่งตั้งตำรวจนำเรื่อง “ผลงาน–ภาวะผู้นำ–ความประพฤติ” มาพิจารณาให้คะแนนมากกว่าคำว่า “อาวุโส” เพียงอย่างเดียว เพื่อเปิดทางให้ตำรวจที่เติบโตขึ้นมาเป็น “หัวหน้าหน่วย” ด้วยความรู้ ความสามารถและผลงานเพื่อให้งานเดินไปได้หากวัดผลเทียบ “เนื้องาน” แต่ละ บช. หลังคำสั่งแต่งตั้งปีที่ผ่านมาเห็นผลงานชัดเจนของแต่ละหน่วยในการบริหารจัดการ สนองนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการเป็นที่ยอมรับของสังคมโดดเด่นที่สุดหนีไม่พ้น บช.ก.ที่มี พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ทั้งงานนโยบายรัฐบาล และ ผบ.ตร. และงานพื้นที่ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ยังไม่รวมการดูแลสวัสดิการตำรวจภายในต้นสังกัดตามมาด้วย บช.น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ บช.สอท. และ บช.ปส. พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส. พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญลักษณ์ ผบช.สตม.หากมองเรื่องความเป็นธรรมชิมลางคำสั่งโยกย้าย “โผนายพล” หน่วยที่มีผลงานสมควรได้รับจำนวนโควตาผู้ที่ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงกว่า บช.อื่น เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ ตอบแทนคนที่ตั้งใจทุ่มเททำงานเพื่อให้เกิดการแข่งขันสร้างผลงาน.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “เลขที่1 วิภาวดีฯ” เพิ่มเติม